เพื่อไทยจัดทัพใหม่ ตั้งคณะผู้บริหารพรรค 11 คน
การเมืองไทยกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง เมื่อพรรคเพื่อไทยเดินหน้าปรับโครงสร้างภายใน ด้วยการแต่งตั้ง “คณะผู้บริหารพรรคเพื่อไทย” ชุดใหม่ จำนวน 11 คน โดยมี จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นั่งเก้าอี้ประธานคณะผู้บริหารพรรค ถือเป็นจังหวะสำคัญของพรรคที่ต้องการเพิ่มความรวดเร็ว คล่องตัว และยกระดับการทำงานให้ตอบโจทย์สถานการณ์การเมืองที่เปลี่ยนเร็วขึ้นทุกวัน
คำสั่งแต่งตั้งดังกล่าวลงนามเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 โดยมีเป้าหมายชัดเจนคือการจัดระบบการบริหารพรรคให้เดินหน้าได้แบบเป็นทีมมากขึ้น ไม่ใช่แค่การวางตัวบุคคล แต่เป็นการตั้ง “กลไกขับเคลื่อน” ที่จะช่วยกำหนดยุทธศาสตร์ เสนอแนวทาง และประสานงานสำคัญของพรรคให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน
รายชื่อคณะผู้บริหารพรรคเพื่อไทยชุดใหม่
คณะผู้บริหารพรรคเพื่อไทยชุดนี้มีทั้งหมด 11 คน ประกอบด้วยแกนนำทั้งสายการเมือง ประสบการณ์บริหาร และคนรุ่นใหม่ในพรรค ได้แก่
- นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ – ประธาน
- รองศาสตราจารย์ ชูศักดิ์ ศิรินิล – รองประธาน
- นายภูมิธรรม เวชยชัย – กรรมการ
- นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช – กรรมการ
- นางมนพร เจริญศรี – กรรมการ
- น.ส.จิราพร สินธุไพร – กรรมการ
- นายสมศักดิ์ เทพสุทิน – กรรมการ
- นายสรวงศ์ เทียนทอง – กรรมการ
- นายประเสริฐ จันทรรวงทอง – กรรมการและเลขานุการ
- น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล – ผู้ช่วยเลขานุการ
- นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ – ผู้ช่วยเลขานุการ
การจัดทีมครั้งนี้สะท้อนภาพชัดว่าเพื่อไทยต้องการผสมทั้งประสบการณ์ทางการเมือง ความเชี่ยวชาญเชิงนโยบาย และพลังการสื่อสารทางการเมืองให้แน่นขึ้นกว่าเดิม

ภารกิจหลัก วางยุทธศาสตร์ เร่งเครื่องพรรคให้คล่องตัว
อำนาจหน้าที่ของคณะผู้บริหารชุดนี้ครอบคลุมหลายด้าน ตั้งแต่การพิจารณาสั่งการเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานพรรค การเสนอความเห็นต่อหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรค ไปจนถึงการกำหนดยุทธศาสตร์ในด้านต่าง ๆ
จุดที่น่าจับตาคือคณะผู้บริหารสามารถประชุมร่วมกับคณะที่ปรึกษาได้ตามความเหมาะสม และต้องรายงานผลให้คณะกรรมการบริหารพรรคทราบเดือนละครั้ง หมายความว่าการทำงานหลังจากนี้จะไม่ได้เป็นเพียงการประชุมเชิงพิธีการ แต่มีระบบติดตามผลและส่งต่อข้อเสนออย่างเป็นทางการ
นอกจากนี้ยังมีอำนาจแต่งตั้งบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์เข้ามาเป็นคณะทำงานได้ตามความเหมาะสม ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญในการดึงคนที่เข้าใจสถานการณ์จริงเข้ามาช่วยเสริมเกมการเมืองของพรรค
เกมการเมืองหลังปรับโครงสร้าง พรรคต้องเร็วกว่าเดิม
การตั้งคณะผู้บริหารพรรคในช่วงนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะพรรคการเมืองขนาดใหญ่อย่างเพื่อไทยต้องเผชิญทั้งแรงกดดันจากสนามเลือกตั้ง กระแสสังคม ความคาดหวังของประชาชน และการแข่งขันทางนโยบายที่เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ
ในโลกการเมืองยุคใหม่ พรรคที่เดินช้าอาจเสียจังหวะ พรรคที่สื่อสารไม่ชัดอาจเสียฐานเสียง และพรรคที่ไม่ปรับตัวอาจถูกคู่แข่งแซงในสนามความนิยมได้ทันที ดังนั้นการวางทีมบริหารที่มีหน้าที่กำหนดยุทธศาสตร์โดยตรง จึงถือเป็นการเสริม “ห้องเครื่อง” ภายในพรรคให้ตอบสนองต่อสถานการณ์ได้ไวขึ้น


บทบาทของ จุลพันธ์ กับโจทย์ใหญ่ของเพื่อไทย
การที่จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ นั่งเป็นประธานคณะผู้บริหารพรรค ถือเป็นสัญญาณสำคัญว่าพรรคต้องการให้หัวหน้าพรรคมีบทบาทเชิงรุกในการประสานงานยุทธศาสตร์และทิศทางการบริหารภายในมากขึ้น
โจทย์ใหญ่ของเพื่อไทยหลังจากนี้ไม่ใช่แค่การจัดคนให้ครบตำแหน่ง แต่คือการทำให้โครงสร้างใหม่เกิดผลจริง ทั้งในแง่การวางนโยบาย การสื่อสารกับประชาชน การสร้างความเชื่อมั่น และการดึงพลังของสมาชิกพรรคให้กลับมาเคลื่อนไหวอย่างเป็นระบบ
มองภาพใหญ่ เพื่อไทยกำลังรีเซ็ตจังหวะการเมือง
การแต่งตั้งคณะผู้บริหารพรรคชุดนี้จึงเป็นมากกว่าข่าวจัดทัพภายใน เพราะสะท้อนการรีเซ็ตจังหวะของพรรคเพื่อไทยในสนามการเมืองไทย พรรคต้องการความคล่องตัว ต้องการทีมยุทธศาสตร์ที่ทำงานเป็นรูปธรรม และต้องการกลไกที่ช่วยเชื่อมระหว่างแกนนำ คณะที่ปรึกษา และคณะกรรมการบริหารพรรค
หลังจากนี้ต้องจับตาว่าทีมบริหารชุดใหม่จะขยับเกมอย่างไร จะวางยุทธศาสตร์พรรคไปในทิศทางไหน และจะสามารถปลุกพลังเพื่อไทยให้กลับมาแข็งแรงในสนามการเมืองได้มากน้อยเพียงใด เพราะในเกมการเมือง ไม่มีใครชนะด้วยชื่อชั้นเพียงอย่างเดียว แต่ต้องชนะด้วยการจัดทีมที่แม่น เดินเกมที่ไว และอ่านใจประชาชนให้ขาด
ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

