สธ. ยกระดับ “ไวรัสฮันตา” เป็นโรคติดต่ออันตรายลำดับที่ 14 รู้ทันอาการ วิธีติดต่อ และการป้องกัน

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

สธ. ยกระดับไวรัสฮันตา หลังพบความรุนแรงสูง เสี่ยงเสียชีวิต

กระทรวงสาธารณสุขเดินหน้ามาตรการเชิงรุกด้านสาธารณสุข ประกาศให้ โรคติดเชื้อไวรัสฮันตา หรือ Hantavirus Disease เป็น โรคติดต่ออันตรายลำดับที่ 14 ของประเทศไทย หลังคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติเห็นชอบให้ยกระดับการเฝ้าระวัง เนื่องจากเป็นโรคที่มีความรุนแรง อาจทำให้เกิดอาการทางปอด ไตวาย ภาวะช็อก และเสียชีวิตได้หากเข้ารับการรักษาล่าช้า

การประกาศครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าโรคกำลังระบาดหนักในไทย แต่เป็นการ “ตั้งการ์ดล่วงหน้า” เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจตามกฎหมายในการเฝ้าระวัง สอบสวนโรค แยกกักผู้ป่วย และควบคุมความเสี่ยงได้รวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะกรณีผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง หรือผู้ที่มีประวัติสัมผัสสัตว์ฟันแทะและเริ่มมีอาการผิดปกติ

ไวรัสฮันตาคืออะไร ทำไมต้องจับตาเป็นพิเศษ

ไวรัสฮันตา เป็นเชื้อไวรัสที่พบได้ในสัตว์ฟันแทะ โดยเฉพาะหนูบางชนิด เชื้อสามารถปนเปื้อนอยู่ในปัสสาวะ อุจจาระ น้ำลาย หรือฝุ่นละอองในพื้นที่ที่มีหนูอาศัยอยู่ เมื่อคนสูดดมฝุ่นที่ปนเปื้อนเชื้อ หรือสัมผัสสารคัดหลั่งแล้วเชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผล ตา จมูก หรือปาก ก็มีโอกาสติดเชื้อได้

โรคนี้แบ่งกลุ่มอาการสำคัญได้ 2 แบบ คือ กลุ่มอาการทางปอดรุนแรง และกลุ่มอาการไข้เลือดออกร่วมกับไต ซึ่งทั้งสองกลุ่มล้วนต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพราะอาการช่วงแรกอาจคล้ายไข้หวัด ไข้เลือดออก หรือโรคติดเชื้อทั่วไป ทำให้ผู้ป่วยบางรายชะล่าใจจนเข้าสู่ระยะรุนแรง

อาการที่ต้องระวัง ไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อ หายใจลำบาก

อาการเริ่มต้นของโรคติดเชื้อไวรัสฮันตา มักเริ่มจากไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย บางรายมีอาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน หรือถ่ายเหลว

ในรายที่อาการรุนแรง อาจเริ่มมีไอ หายใจลำบาก แน่นหน้าอก ปอดอักเสบ มีของเหลวคั่งในปอด ความดันโลหิตต่ำ ภาวะช็อก เลือดออกผิดปกติ ไตวายเฉียบพลัน หรือระบบทางเดินหายใจล้มเหลว ซึ่งเป็นภาวะอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์โดยเร็ว

สัญญาณที่ไม่ควรนิ่งนอนใจ คือ มีไข้เกิน 38 องศาเซลเซียส ร่วมกับประวัติสัมผัสพื้นที่เสี่ยง เช่น บ้านร้าง โกดัง พื้นที่เกษตร ฟาร์ม ป่า หรือสถานที่ที่มีมูลหนูและฝุ่นสะสม โดยเฉพาะหากเริ่มมีอาการหอบ เหนื่อย หรือปัสสาวะผิดปกติ

มาตรการเข้ม รายงานผู้ป่วยภายใน 3 ชั่วโมง

หลังยกระดับเป็นโรคติดต่ออันตราย หากพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค จะต้องรายงานภายใน 3 ชั่วโมง และเจ้าหน้าที่ต้องลงสอบสวนโรคภายใน 12 ชั่วโมงหลังพบเหตุสงสัยในทุกระดับ

ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจะมีมาตรการกักตัวรวม 42 วันนับจากวันที่สัมผัสผู้ป่วยเข้าข่ายหรือผู้ป่วยยืนยัน หากระหว่างนั้นมีอาการต้องปฏิบัติเสมือนผู้ป่วยสงสัย คือ แยกกักและตรวจหาเชื้อทันที มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อปิดช่องการแพร่กระจายตั้งแต่ระยะแรก ไม่ปล่อยให้เชื้อหลุดเข้าสู่ชุมชนโดยไม่รู้ตัว

ติดต่อจากคนสู่คนได้ไหม ประชาชนควรตื่นตระหนกหรือไม่

โดยทั่วไปไวรัสฮันตาติดต่อหลักจากสัตว์ฟันแทะสู่คน ไม่ใช่โรคที่แพร่กระจายง่ายเหมือนไวรัสทางเดินหายใจหลายชนิด แต่มีบางสายพันธุ์ เช่น สายพันธุ์แอนดีส ที่มีรายงานว่าสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ในบางกรณี โดยมักเกี่ยวข้องกับการสัมผัสใกล้ชิดเป็นเวลานาน เช่น สมาชิกในครอบครัว คู่ครอง หรือผู้ดูแลผู้ป่วย

สิ่งสำคัญคือประชาชนไม่ควรตื่นตระหนก เพราะประเทศไทยยังจัดอยู่ในระดับความเสี่ยงต่ำ แต่ต้องรู้เท่าทัน โดยเฉพาะคนที่ทำงานหรือใช้ชีวิตในพื้นที่ที่มีหนูชุกชุม เช่น บ้านเก่า โรงเก็บของ ไร่ นา ฟาร์ม ตลาด โกดัง หรือพื้นที่ปิดที่ระบายอากาศไม่ดี

วิธีป้องกันไวรัสฮันตา เริ่มได้จากบ้านและที่ทำงาน

การป้องกันไวรัสฮันตาที่ดีที่สุดคือ ลดโอกาสสัมผัสหนูและสิ่งปนเปื้อนจากหนู ควรเก็บอาหารในภาชนะปิดสนิท ทิ้งขยะให้ถูกสุขลักษณะ ปิดรูหรือช่องที่หนูอาจเข้าบ้านได้ และหมั่นทำความสะอาดพื้นที่สะสมฝุ่น

หากต้องทำความสะอาดบริเวณที่สงสัยว่ามีมูลหนู ห้ามกวาดแห้งหรือใช้เครื่องดูดฝุ่นทันที เพราะอาจทำให้ฝุ่นปนเปื้อนเชื้อฟุ้งกระจายในอากาศ ควรเปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท สวมหน้ากากอนามัยและถุงมือยาง ฉีดพรมด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหรือน้ำผสมน้ำยาซักผ้าขาวให้เปียกชุ่ม ทิ้งไว้สักพัก แล้วค่อยเช็ดเก็บอย่างระมัดระวัง

นอกจากนี้ควรล้างมือบ่อย ๆ หลีกเลี่ยงการสัมผัสตา จมูก ปากหลังจับของสกปรก และหากถูกหนูกัดหรือสัมผัสสารคัดหลั่งจากหนู ควรล้างแผลให้สะอาดและรีบปรึกษาแพทย์ โดยเฉพาะเมื่อมีไข้ตามมา

ยกระดับครั้งนี้สำคัญอย่างไรต่อคนไทย

การเพิ่มไวรัสฮันตาเป็นโรคติดต่ออันตรายลำดับที่ 14 คือการวางระบบป้องกันก่อนเกิดปัญหาใหญ่ เพราะโรคติดต่ออุบัติใหม่และอุบัติซ้ำในยุคนี้เคลื่อนที่เร็วตามการเดินทางของผู้คน การเฝ้าระวังอย่างเป็นระบบจึงสำคัญพอ ๆ กับการรักษา

สำหรับประชาชน สิ่งที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ ไวรัสฮันตาไม่ได้ติดง่ายในชีวิตประจำวันทั่วไป แต่หากมีประวัติเสี่ยงร่วมกับไข้สูง ปวดเมื่อย หายใจลำบาก หรืออาการผิดปกติหลังสัมผัสพื้นที่ที่มีหนู ควรรีบพบแพทย์ทันที การรู้เร็ว ตรวจเร็ว และรักษาเร็ว คือกุญแจสำคัญที่ช่วยลดความรุนแรงของโรคได้

ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา