เตือน 7 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา น้ำเพิ่มสูงกว่าเมตร หลังเขื่อนเจ้าพระยาเร่งระบาย เช็กพื้นที่เสี่ยงด่วน

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

สถานการณ์น้ำเจ้าพระยาเริ่มขยับแรง ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด

สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยากลับมาเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอีกครั้ง หลังมีฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน ส่งผลให้มวลน้ำไหลลงสู่ลุ่มเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกรมชลประทานต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท เพื่อบริหารจัดการน้ำให้อยู่ในระดับเหมาะสม

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านสถานีวัดน้ำ C2 จังหวัดนครสวรรค์ อยู่ที่ประมาณ 1,095 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากวันก่อนหน้า 37 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยายกตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 16.42 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง

จากสถานการณ์ดังกล่าว เขื่อนเจ้าพระยาจึงปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อน จากเดิม 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 690 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนบริเวณอำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท สูงขึ้นอยู่ที่ 9.67 เมตร เพิ่มขึ้นจากวันก่อนหน้า 1.07 เมตร แม้ยังต่ำกว่าตลิ่งอยู่หลายเมตร แต่ถือเป็นสัญญาณที่ประชาชนริมสองฝั่งแม่น้ำต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

เปิดรายชื่อ 7 จังหวัดเฝ้าระวังน้ำสูงขึ้น

สำนักงานชลประทานที่ 12 ได้แจ้งเตือนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา 7 จังหวัด เพื่อให้เร่งประชาสัมพันธ์และเตรียมความพร้อมรับมือระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้น โดยจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่

ชัยนาท
อุทัยธานี
สิงห์บุรี
อ่างทอง
สุพรรณบุรี
พระนครศรีอยุธยา
ลพบุรี

พื้นที่ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย ตั้งแต่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท ลงไปจนถึงพื้นที่ตำบลบ้านกระทุ่ม ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา และตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งคาดว่าระดับน้ำอาจเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมประมาณ 1 ถึง 1.50 เมตร

กลุ่มเสี่ยงที่ต้องรีบเตรียมตัว

กลุ่มที่ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือประชาชนที่พักอาศัยอยู่ริมแม่น้ำ ผู้ประกอบการแพร้านอาหาร งานก่อสร้างริมตลิ่ง จุดจอดเรือ พื้นที่เกษตรใกล้ทางน้ำ รวมถึงบ้านเรือนที่ตั้งอยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ เพราะแม้ระดับน้ำยังไม่ถึงขั้นวิกฤต แต่การเพิ่มการระบายแบบต่อเนื่องอาจทำให้ระดับน้ำเปลี่ยนเร็ว โดยเฉพาะช่วงที่มีฝนตกซ้ำในพื้นที่ตอนบน

ประชาชนควรยกของขึ้นที่สูง ตรวจสอบปลั๊กไฟ เครื่องใช้ไฟฟ้า เอกสารสำคัญ ยารักษาโรค และอุปกรณ์จำเป็นภายในบ้าน รวมถึงติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง หากอยู่ในพื้นที่ริมตลิ่งควรสังเกตระดับน้ำทุกวัน เพราะน้ำในแม่น้ำสามารถเพิ่มขึ้นได้เร็วเมื่อมีมวลน้ำเหนือไหลลงมาเสริม

ทำไมเขื่อนเจ้าพระยาต้องเพิ่มการระบายน้ำ

เขื่อนเจ้าพระยาเป็นจุดสำคัญในการบริหารน้ำของภาคกลาง โดยทำหน้าที่ควบคุมและกระจายน้ำในลุ่มเจ้าพระยา เมื่อมีฝนตกหนักทางตอนบน ปริมาณน้ำจะไหลผ่านนครสวรรค์ลงมายังชัยนาท หากน้ำเหนือเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นมากเกินไป จำเป็นต้องทยอยระบายน้ำท้ายเขื่อนเพื่อรักษาสมดุล ไม่ให้ระดับน้ำสะสมจนกระทบพื้นที่เหนือเขื่อน

ขณะเดียวกัน กรมชลประทานยังมีการส่งน้ำเข้าคลองชลประทานทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา จากเดิม 459 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 470 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อช่วยบริหารจัดการน้ำในระบบและลดแรงกดดันในแม่น้ำสายหลัก

วิธีรับมือสำหรับประชาชนริมแม่น้ำ

ประชาชนใน 7 จังหวัดควรเตรียมแผนรับมือแบบไม่ประมาท โดยเฉพาะบ้านที่อยู่ใกล้แม่น้ำ คลอง หรือพื้นที่ลุ่มต่ำ ควรตรวจสอบแนวกระสอบทราย ทางระบายน้ำหน้าบ้าน และพื้นที่เก็บของมีค่า หากมีสัตว์เลี้ยงหรือปศุสัตว์ควรเตรียมจุดอพยพไว้ล่วงหน้า

สิ่งที่ควรทำทันทีคือ ติดตามประกาศจากจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกรมชลประทานอย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงการลงเล่นน้ำหรือทำกิจกรรมในแม่น้ำช่วงน้ำแรง ระมัดระวังเด็กและผู้สูงอายุ รวมถึงตรวจเช็กเส้นทางเข้าออกหมู่บ้าน เผื่อกรณีน้ำเพิ่มสูงกะทันหัน

สรุปสถานการณ์ล่าสุด

ภาพรวมขณะนี้ยังไม่ใช่สถานการณ์น้ำล้นตลิ่งในวงกว้าง แต่เป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวังอย่างจริงจัง เพราะระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นมากกว่า 1 เมตรภายในวันเดียว และมีแนวโน้มต้องบริหารน้ำตามปริมาณฝนและน้ำเหนือที่ไหลลงมา

ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย โดยเฉพาะ 7 จังหวัดที่ถูกแจ้งเตือน ควรเตรียมพร้อมไว้ก่อนดีที่สุด เพราะการรับมือเร็วช่วยลดความเสียหายได้มากกว่าการรอให้น้ำมาถึงหน้าบ้านแล้วค่อยจัดการ

ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา