โอลิเซ่ระเบิดฟอร์ม ฝรั่งเศสปิดเกมอุ่นเครื่องอย่างดุดัน
ไมเคิล โอลิเซ่ กลายเป็นชื่อที่แฟนบอลต้องจับตาอย่างจริงจัง หลังเหมาคนเดียว 3 ประตู พาทีมชาติฝรั่งเศสเอาชนะไอร์แลนด์เหนือ 3-1 ในเกมอุ่นเครื่องนัดสุดท้ายก่อนลุยฟุตบอลโลก 2026 ที่เมืองลีลล์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
นี่ไม่ใช่แค่ชัยชนะธรรมดาของทัพตราไก่ แต่เป็นเกมที่สะท้อนชัดว่าแนวรุกฝรั่งเศสยังคงอันตรายทุกพื้นที่ โดยเฉพาะโอลิเซ่ที่เล่นได้คม ดุดัน และมีจังหวะตัดสินเกมแบบนักเตะระดับทัวร์นาเมนต์ใหญ่
เดส์ชองส์อำลาเกมเหย้าบนแผ่นดินฝรั่งเศส
เกมนี้ยังมีความหมายพิเศษ เพราะเป็นนัดสุดท้ายบนแผ่นดินฝรั่งเศสของ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ในฐานะกุนซือทีมชาติ ก่อนที่เขาจะลงจากตำแหน่งหลังจบฟุตบอลโลก หลังคุมทัพเลส์ เบลอส์ยาวนานถึง 14 ปี
เดส์ชองส์จัดแนวรุกชุดใหญ่ลงสนาม นำโดย คีลิยัน เอ็มบัปเป้, อุสมาน เดมเบเล่, ไมเคิล โอลิเซ่ และ เดซิเร่ ดูเอ้ ทำให้เกมรุกของฝรั่งเศสดูจัดจ้านตั้งแต่ต้น แม้จะมีบางช่วงที่เกมรับยังเสียสมาธิจนโดนลงโทษ

สามประตูของโอลิเซ่ คมทุกจังหวะ เด็ดทุกลูก
ประตูแรกของโอลิเซ่มาในนาทีที่ 43 หลังจังหวะยิงของเดมเบเล่ถูกบล็อก บอลทะลักมาเข้าทางและเจ้าตัวไม่พลาด ซัดจ่อๆ ให้ฝรั่งเศสออกนำก่อนจบครึ่งแรก
ครึ่งหลังเริ่มได้ไม่นาน นาทีที่ 49 แนวรับไอร์แลนด์เหนือเคลียร์บอลจากฝั่งขวาไม่ขาด ก่อนที่โอลิเซ่จะยืนถูกที่ถูกเวลา กดเต็มแรงบริเวณใกล้จุดโทษ ส่งบอลเสียบตาข่ายเป็นประตูที่สองของตัวเอง
ไฮไลต์ที่แท้จริงมาในนาทีที่ 75 เมื่อปีกเท้าซ้ายรายนี้ลากตัดจากฝั่งขวา ก่อนปั่นบอลโค้งจากระยะประมาณ 20 เมตร เสียบสามเหลี่ยมมุมซ้ายบนอย่างหมดจด เป็นประตูปิดกล่องที่สวยงามและยืนยันว่าเขาพร้อมเป็นอาวุธหลักของฝรั่งเศสในฟุตบอลโลกครั้งนี้
เกมรับยังมีแผล ไอร์แลนด์เหนือฉวยโอกาสตีไข่แตก
แม้ฝรั่งเศสจะคุมเกมได้เหนือกว่า แต่จังหวะหลังได้ประตูที่สอง เกมรับกลับหลุดสมาธิ เปิดพื้นที่ให้ไอร์แลนด์เหนือเล่นงาน ก่อนที่ แพทริก เคลลี่ จะชาร์จจ่อๆ จากลูกเปิดเข้ากลางในช่วงกลางครึ่งหลัง ทำให้ทีมเยือนไล่มาเป็น 1-2
ประตูนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญของฝรั่งเศส เพราะก่อนหน้านี้พวกเขาเพิ่งพ่ายไอวอรี่ โคสต์ 1-2 ในเกมอุ่นเครื่องอีกนัดหนึ่ง และเดส์ชองส์คงต้องเร่งขันเกมรับให้แน่นกว่านี้ก่อนเข้าสู่เวทีจริง
เอ็มบัปเป้ยังยิงไม่เพิ่ม ลุ้นไล่สถิติดาวซัลโวสูงสุดฝรั่งเศส
ด้าน คีลิยัน เอ็มบัปเป้ แม้จะได้ออกสตาร์ตในแนวรุกชุดหรู แต่ยังไม่สามารถเพิ่มสถิติการยิงประตูทีมชาติได้ โดยยังหยุดอยู่ที่ 56 ประตู ตามหลัง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของฝรั่งเศสเพียงลูกเดียว
อย่างไรก็ตาม การที่โอลิเซ่ก้าวขึ้นมารับบทตัวจบสกอร์ได้อย่างเฉียบขาด ทำให้ฝรั่งเศสไม่ได้พึ่งเอ็มบัปเป้เพียงคนเดียว และนี่คือจุดที่ทำให้ทัพตราไก่น่ากลัวขึ้นอีกระดับก่อนฟุตบอลโลก 2026
โอลิเซ่จากบาเยิร์นสู่ตัวจริงบอลโลก
ฤดูกาลนี้โอลิเซ่ทำไป 22 ประตูรวมทุกรายการให้บาเยิร์น มิวนิค และฟอร์มล่าสุดกับทีมชาติยิ่งตอกย้ำว่าเขามีโอกาสสูงมากที่จะยึดตัวจริงในเกมเปิดสนามฟุตบอลโลกของฝรั่งเศส
ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นแชมป์โลก 2 สมัย และรองแชมป์เมื่อ 4 ปีก่อน จะเปิดฉากฟุตบอลโลก 2026 พบเซเนกัล วันที่ 16 มิถุนายน ที่นิว ยอร์ก/นิวเจอร์ซีย์ สเตเดี้ยม โดยเกมนี้จะเป็นบททดสอบใหญ่ทันทีของแนวรุกชุดนี้
สรุปภาพรวม ฝรั่งเศสชนะสวย แต่ยังมีการบ้านก่อนของจริง
ชัยชนะ 3-1 เหนือไอร์แลนด์เหนือทำให้ฝรั่งเศสปิดฉากเกมอุ่นเครื่องอย่างมั่นใจ โดยเฉพาะฟอร์มของโอลิเซ่ที่ร้อนแรงจนกลายเป็นประเด็นใหญ่ของค่ำคืนนี้ แต่ในเวลาเดียวกัน เกมรับที่เผลอหลับจนเสียประตูก็ยังเป็นจุดที่ต้องรีบแก้
สำหรับแฟนบอลที่รอชมฟุตบอลโลก 2026 เกมนี้คือสัญญาณชัดเจนว่า ฝรั่งเศสยังคงเป็นหนึ่งในทีมเต็งที่เต็มไปด้วยพลังรุกมหาศาล และโอลิเซ่อาจเป็นชื่อที่สร้างความแตกต่างให้ทัพตราไก่ในทัวร์นาเมนต์นี้อย่างแท้จริง
เกล็ดความรู้
- ไมเคิล โอลิเซ่ ทำแฮตทริกให้ฝรั่งเศสในเกมอุ่นเครื่องชนะไอร์แลนด์เหนือ 3-1
- ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ จะอำลาตำแหน่งกุนซือฝรั่งเศสหลังจบฟุตบอลโลก 2026
- คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ยังตามหลัง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ เพียง 1 ประตู ในสถิติดาวซัลโวสูงสุดทีมชาติฝรั่งเศส
- ฝรั่งเศสจะประเดิมฟุตบอลโลก 2026 พบเซเนกัล วันที่ 16 มิถุนายน
สำหรับแฟนบอลที่ติดตามข่าวฟุตบอลโลก 2026, ความเคลื่อนไหว และข่าวบอลต่างประเทศแบบเข้มข้น อย่าลืมติดตามอัปเดตทุกประเด็นร้อนกับ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา

