อ่านข่าวนี้แบบสั้น: จานนี่ อินฟานติโน่ ประธานฟีฟ่า เปิดฉากแถลงข่าวก่อนฟุตบอลโลก 2026 ด้วยภาพจำทรงพลัง เมื่อสั่งเว้นเก้าอี้ว่างไว้ให้ คริสตอฟ เกลเซส นักข่าวกีฬาชาวฝรั่งเศสที่ถูกคุมขังในแอลจีเรีย พร้อมเรียกร้องให้ทางการแอลจีเรียปล่อยตัว เพื่อให้เขากลับมาทำหน้าที่ในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ของโลก ส่วนรายละเอียดทั้งหมด ติดตามต่อได้ในบทความด้านล่างนี้
เก้าอี้ว่างที่เสียงดังกว่าคำแถลง
เวทีแถลงข่าวก่อนศึก ฟุตบอลโลก 2026 ร้อนแรงตั้งแต่วินาทีแรก เมื่อ จานนี่ อินฟานติโน่ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า เลือกเปิดประเด็นใหญ่ด้วยการชี้ให้ทั่วโลกเห็นถึงกรณีของ คริสตอฟ เกลเซส ผู้สื่อข่าวกีฬาชาวฝรั่งเศสที่ยังถูกคุมขังอยู่ในประเทศแอลจีเรีย และไม่สามารถเดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ในทัวร์นาเมนต์นี้ได้
บิ๊กบอสลูกหนังโลกไม่ได้ใช้เพียงคำพูดธรรมดา แต่สั่งให้มีการเว้นเก้าอี้ว่างหนึ่งตัวกลางห้องแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนที่นั่งของนักข่าวรายนี้ ภาพดังกล่าวกลายเป็นข้อความทางสังคมที่หนักแน่น และสะท้อนว่า ฟีฟ่า ต้องการให้กรณีนี้ถูกจับตามองในระดับนานาชาติ
อินฟานติโน่เปิดประเด็นเดือด เรียกร้องอิสรภาพให้คนข่าว
อินฟานติโน่กล่าวต่อหน้าสื่อมวลชนว่า เก้าอี้ว่างตัวนี้ไม่ได้ถูกจัดไว้โดยไร้ความหมาย แต่ถูกสำรองไว้ให้กับ เกลเซส ซึ่งถือเป็นนักข่าวสายกีฬาที่ควรได้มานั่งทำงานตรงนี้ในฐานะผู้ได้รับบัตรอนุญาตอย่างถูกต้อง
“วันนี้ในห้องแถลงข่าวของเรามีเก้าอี้ว่างอยู่ตัวหนึ่ง เก้าอี้ตัวนี้ถูกสำรองไว้ให้ คริสตอฟ เกลเซส นักข่าวชาวฝรั่งเศส ซึ่งเขาถือเป็นผู้สื่อข่าวสายกีฬาเพียงคนเดียวในโลกที่กำลังถูกคุมขังอยู่ ณ เวลานี้ ทั้งที่ตัวเขาได้รับบัตรอนุญาต และควรจะได้มานั่งทำงานอยู่ตรงนี้” ประธานฟีฟ่า กล่าวเปิดประเด็นกลางห้องประชุม
น้ำหนักของถ้อยแถลงครั้งนี้ไม่ได้อยู่แค่ประเด็นสิทธิสื่อ แต่ยังโยงเข้ากับภาพลักษณ์ของมหกรรมฟุตบอลโลก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ควรเปิดกว้างให้สื่อจากทั่วโลกเข้ามาทำหน้าที่อย่างเสรี ภายใต้กรอบของความปลอดภัยและความยุติธรรม

ฟีฟ่าเชิญครอบครัวเกลเซสชมเกมฝรั่งเศสปะทะเซเนกัล
นอกจากการเว้นเก้าอี้ว่าง อินฟานติโน่ยังเปิดเผยว่า ฟีฟ่าได้ส่งจดหมายเชิญครอบครัวของ คริสตอฟ เกลเซส ให้เดินทางมาชมเกมฟุตบอลโลกแล้ว โดยเฉพาะแมตช์ระหว่าง ทีมชาติฝรั่งเศส กับ ทีมชาติเซเนกัล ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณเชิงสัญลักษณ์ว่าฟีฟ่าไม่ได้ปล่อยให้เรื่องนี้เงียบหายไปกับกระแสการแข่งขัน
“ผมได้เชิญพ่อแม่ของเขาไปชมเกมการแข่งขันระหว่าง ทีมชาติฝรั่งเศส กับ ทีมชาติเซเนกัล แล้ว”
ท่าทีดังกล่าวยิ่งเพิ่มแรงกดดันไปถึงทางการแอลจีเรีย เพราะนี่ไม่ใช่แค่เรื่องของนักข่าวหนึ่งคน แต่กลายเป็นประเด็นที่ถูกหยิบขึ้นมากลางเวทีลูกหนังที่มีสายตาคนทั้งโลกจับจ้อง
เบื้องหลังคดีที่ลุกลามจากสนามบอลสู่เวทีการเมือง
ข้อมูลจากองค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน หรือ RSF ระบุว่า เกลเซสเป็นนักข่าวที่ร่วมงานกับนิตยสาร So Foot และ Society โดยได้รับบัตรรับรองจากฟีฟ่าให้สามารถทำข่าวฟุตบอลโลก 2026 ระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน ถึง 19 กรกฎาคม ในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก แต่เขายังคงถูกคุมขังในแอลจีเรีย
เกลเซสถูกจับกุมเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2024 ระหว่างทำข่าวเกี่ยวกับสโมสร JS Kabylie ในเมืองตีซีอูซู ก่อนถูกตัดสินจำคุก 7 ปีในเดือนมิถุนายน 2025 จากข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการยกย่องการก่อการร้ายและการครอบครองเอกสารโฆษณาชวนเชื่อที่เป็นภัยต่อผลประโยชน์ของชาติ ซึ่ง RSF มองว่าเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูล
ขณะที่รายงานของ AP ระบุว่า คดีนี้เกี่ยวข้องกับการสัมภาษณ์บุคคลในวงการฟุตบอลที่ถูกกล่าวหาว่าเชื่อมโยงกับขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่ทางการแอลจีเรียประกาศให้เป็นกลุ่มต้องห้าม จนทำให้กรณีของนักข่าวกีฬารายนี้ถูกมองว่าเป็นปมที่ซับซ้อนทั้งด้านสื่อ เสรีภาพ และการเมืองระหว่างประเทศ
แรงกดดันระดับนานาชาติเริ่มถาโถมใส่แอลจีเรีย
กรณีนี้ไม่ได้หยุดอยู่ในวงการฟุตบอลเท่านั้น เพราะรัฐบาลฝรั่งเศสเคยออกมาวิจารณ์คำตัดสินจำคุก 7 ปีของศาลแอลจีเรีย พร้อมย้ำจุดยืนเรื่องเสรีภาพสื่อและเรียกร้องให้เกลเซสได้รับการปล่อยตัว โดยคดีดังกล่าวยังถูกมองว่าเป็นอีกชนวนที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างฝรั่งเศสกับแอลจีเรียตึงเครียดยิ่งขึ้น
ในมุมของฟุตบอล ภาพเก้าอี้ว่างกลางห้องแถลงข่าวจึงไม่ใช่แค่ฉากประกอบก่อนทัวร์นาเมนต์ แต่เป็นจุดยืนขององค์กรลูกหนังโลกที่กำลังส่งสารชัดเจนว่า สนามฟุตบอลควรเป็นพื้นที่ของการแข่งขัน ความฝัน และการรายงานข่าว ไม่ใช่พื้นที่ที่เสียงของผู้สื่อข่าวต้องถูกปิดกั้น
อินฟานติโน่หวังเห็นเกลเซสเดินทางมาทันฟุตบอลโลก
ก่อนจบประเด็น อินฟานติโน่ส่งสารตรงไปยังทางการแอลจีเรีย โดยหวังว่านักข่าวชาวฝรั่งเศสรายนี้จะได้รับความเมตตาและการอภัยโทษ เพื่อกลับมาทำหน้าที่ในช่วงฟุตบอลโลกให้ทันเวลา
“ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ด้วยมนุษยธรรมอันยิ่งใหญ่ เขาจะได้รับความเมตตาและได้รับการอภัยโทษจากประธานาธิบดี เพื่อที่เขาจะได้สามารถเดินทางมาสมทบกับพวกเราที่นี่ได้ทันเวลาในช่วงฟุตบอลโลก แต่ในระหว่างที่เขายังเดินทางมาไม่ได้ เก้าอี้ตัวนี้จะยังคงตั้งอยู่ตรงนี้เพื่อรอเขาเสมอ” อินฟานติโน่ กล่าว
นี่คือประเด็นที่ทำให้บรรยากาศก่อนฟุตบอลโลก 2026 เข้มข้นเกินกว่าคำว่าเกมกีฬา เพราะนอกจากการลุ้นแชมป์ในสนามแล้ว โลกฟุตบอลยังถูกท้าทายด้วยคำถามใหญ่เรื่องเสรีภาพของสื่อ ความยุติธรรม และบทบาทขององค์กรกีฬาในวันที่เรื่องนอกสนามดังสนั่นไม่แพ้เสียงเชียร์ ติดตามข่าวฟุตบอลโลก 2026 และประเด็นใหญ่รอบวงการลูกหนังได้ต่อเนื่องกับ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา

