อ่านข่าวนี้แบบสั้น: เมืองทอง ยูไนเต็ด เดินเครื่องยกระดับทีมทันทีด้วยการคว้า เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ ปีกทีมชาติไทยกลับสู่ถิ่นธันเดอร์โดม ด้วยสัญญา 2 ปี พร้อมออปชั่นขยายเพิ่ม เตรียมสวมเบอร์ 11 ลุยฤดูกาล 2026-2027 โดยเจ้าตัวตั้งเป้าชัดว่าจะทุ่มสุดตัวพากิเลนผยองเลื่อนชั้นกลับสู่ไทยลีก 1 ให้ได้ภายในปีเดียว ส่วนรายละเอียดทั้งหมด ติดตามต่อได้ในบทความด้านล่างนี้
เมืองทองเปิดดีลใหญ่ ดึงตัวจี๊ดทีมชาติไทยกลับบ้าน
เมืองทอง ยูไนเต็ด ประกาศปิดดีลสำคัญในการสร้างทีมสู้ศึกฤดูกาลใหม่ ด้วยการคว้าตัว เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ ปีกดีกรีทีมชาติไทยกลับเข้าสู่ถิ่นธันเดอร์โดมอย่างเป็นทางการ ภายใต้สัญญาระยะเวลา 2 ปี พร้อมออปชั่นขยายสัญญาเพิ่มเติม โดยดาวเตะสายสปีดรายนี้จะสวมเสื้อหมายเลข 11 ลงสนามในฤดูกาล 2026-2027
นี่ไม่ใช่แค่การเสริมทัพธรรมดา แต่คือสัญญาณชัดเจนว่าทัพกิเลนผยองต้องการกลับมาด้วยมาตรฐานทีมใหญ่ หลังต้องลงไปลุยไทยลีก 2 และตั้งเป้าหมายแบบไม่มีทางเลือกอื่น นั่นคือการเลื่อนชั้นกลับสู่ไทยลีก 1 ให้เร็วที่สุดภายในฤดูกาลเดียว
เจ้าเท่ห์ลั่นพร้อมสู้เพื่อพากิเลนคืนลีกสูงสุด
หลังเสร็จสิ้นพิธีเซ็นสัญญา “เท่ห์” เจริญศักดิ์ เปิดใจอย่างชัดเจนว่าการกลับมาครั้งนี้เต็มไปด้วยความสุขและความมุ่งมั่น โดยเฉพาะการได้กลับมาเจอแฟนบอลที่ธันเดอร์โดมอีกครั้ง
“ผมดีใจมากครับที่ได้กลับมาเล่นที่นี่ ได้กลับมาสวมเสื้อของ เมืองทอง ยูไนเต็ด อีกครั้ง ผมตั้งตารอที่จะได้เจอแฟนบอลทุกคนที่ ธันเดอร์โดม ผมสัญญาว่าจะมุ่งมั่นและโชว์ฟอร์มให้ดีที่สุดเพื่อพา เมืองทอง ยูไนเต็ด เลื่อนชั้นสู่ ไทยลีก 1 ให้ได้ภายในปีเดียวครับ”
คำพูดนี้สะท้อนชัดว่าการคืนรังของเจ้าตัวไม่ได้มาเพื่อเติมชื่อในทีมเท่านั้น แต่เป็นการกลับมารับบทแกนหลักในภารกิจหนักที่สุดครั้งหนึ่งของสโมสร นั่นคือการกู้ศักดิ์ศรีและพาเมืองทองกลับไปยืนบนเวทีที่ทีมเคยคุ้นเคย

สถิติเก่าการันตีคุณภาพ 52 นัด 13 ประตู
เจริญศักดิ์เคยมีช่วงเวลายอดเยี่ยมกับเมืองทอง ยูไนเต็ด ระหว่างปี 2022-2024 โดยลงสนามรวม 52 นัด ยิงได้ 13 ประตู ภายใต้สีเสื้อกิเลนผยอง ซึ่งถูกมองว่าเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่เจ้าตัวโชว์ฟอร์มได้ดีที่สุดในเส้นทางอาชีพค้าแข้ง
หลังจากนั้นเจ้าตัวย้ายไปร่วมทีมบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ก่อนจะได้โอกาสออกไปค้าแข้งในเจลีก 1 ประเทศญี่ปุ่น กับเซเรโซ่ โอซาก้า ซึ่งถือเป็นประสบการณ์สำคัญที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งทั้งเรื่องความเร็ว การตัดสินใจ และมาตรฐานการเล่นระดับสูง
กลับมาถูกเวลา เมืองทองต้องการผู้นำเกมรุก
การได้เจริญศักดิ์กลับมาในช่วงเวลานี้มีความหมายมาก เพราะเมืองทองกำลังอยู่ในช่วงตั้งหลักใหม่ หลังสโมสรเพิ่งผ่านฤดูกาลที่เจ็บปวดจากการตกชั้นจากไทยลีก 1 เป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปี และเคยออกแถลงการณ์ขอโทษแฟนบอล พร้อมยืนยันว่าจะสร้างทีมใหม่ รักษาแกนหลัก และตั้งเป้าคว้าแชมป์ไทยลีก 2 เพื่อกลับสู่ลีกสูงสุด
ในแง่ฟุตบอลล้วน ๆ ปีกหมายเลข 11 รายนี้ตอบโจทย์โดยตรง ทั้งสปีดริมเส้น ความสามารถในการดวลตัวต่อตัว การเปิดเกมรุกจากด้านข้าง และประสบการณ์ทีมชาติไทย สิ่งเหล่านี้คืออาวุธที่เมืองทองจำเป็นต้องมี หากต้องการบดคู่แข่งในไทยลีก 2 แบบต่อเนื่องตลอดฤดูกาล
เข้าแคมป์ 15 กรกฎาคม เปิดฉากภารกิจล่าตั๋วไทยลีก 1
ตามกำหนดการ เจริญศักดิ์จะเดินทางเข้าแคมป์เก็บตัวฝึกซ้อมกับสโมสรตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคมเป็นต้นไป ซึ่งดีลนี้ถูกวางให้เป็นจุดเริ่มต้นของแผนงานยกระดับทีมของเมืองทอง ยูไนเต็ด ก่อนลุยภารกิจล่าตั๋วเลื่อนชั้นกลับสู่ไทยลีก 1 ภายในปีเดียว
นอกจากการดึงศิษย์เก่าคุณภาพกลับมา สโมสรยังมีแนวทางเดินหน้าเสริมทัพผู้เล่นรายอื่นที่เน้นคุณภาพ พร้อมผลักดันดาวรุ่งฝีเท้าดีขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ต่อไป นี่คือภาพของเมืองทองในเวอร์ชันที่ต้องทั้งแข็ง แกร่ง และนิ่งพอจะรับแรงกดดันจากคำว่า “ต้องกลับมาให้ได้”
ข่าวเกี่ยวข้องที่ทำให้ดีลนี้ยิ่งน่าจับตา
- เมืองทอง ยูไนเต็ด เพิ่งยืนยันจุดยืนหลังตกชั้นว่าจะสร้างทีมใหม่ รักษาแกนหลัก และตั้งเป้ากลับสู่ไทยลีก 1 ให้เร็วที่สุด
- แม้ทีมหล่นชั้น แต่คุณภาพนักเตะยังชัดเจน เมื่อคคนะ คำยก และกรกฎ พิพัฒน์นัดดา ถูกเรียกติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ในช่วงฟีฟ่าเดย์เดือนมิถุนายน
- สื่อบอลไทยรายงานตรงกันว่า เจริญศักดิ์กลับมาด้วยสัญญา 2 ปี พร้อมออปชั่นขยายเพิ่ม และเตรียมใส่เบอร์ 11 ลงช่วยทีมในฤดูกาลใหม่
กิเลนผยองเริ่มนับหนึ่งใหม่แบบเอาจริง
ดีลนี้จึงเป็นมากกว่าการเปิดตัวนักเตะใหม่ เพราะมันคือการประกาศเจตนารมณ์ของเมืองทอง ยูไนเต็ด ว่าพวกเขาไม่ได้ยอมรับสถานะในไทยลีก 2 แบบเงียบ ๆ แต่กำลังเริ่มต้นภารกิจทวงพื้นที่ลีกสูงสุดด้วยผู้เล่นที่รู้จักสโมสร รู้จักแรงกดดัน และมีคุณภาพพอจะเปลี่ยนเกมได้ทันที
สำหรับแฟนกิเลนผยอง การกลับมาของเจริญศักดิ์คือไฟก้อนแรกที่ถูกจุดขึ้นในธันเดอร์โดม ฤดูกาลใหม่จึงไม่ใช่แค่การลงสนามเพื่อเก็บแต้ม แต่คือการพิสูจน์ว่าทีมใหญ่ล้มได้ แต่ต้องลุกให้เร็วกว่าเดิม ติดตามความเคลื่อนไหวฟุตบอลไทย ข่าวเมืองทอง ยูไนเต็ด และบทวิเคราะห์บอลไทยเข้มข้นได้ที่ ข่าวบอลไทยบ้านกีฬา
ขอขอบคุณรูปภาพจาก Muangthong United FC.

