อิรักไม่มาเล่นบทเหยื่อ อัล อัมมารีลั่นเวทีบอลโลกคือสนามพิสูจน์หัวใจเมโสโปเตเมีย

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

อ่านข่าวนี้แบบสั้น: อามีร์ อัล อัมมารี กองกลางทีมชาติอิรัก เปิดใจผ่าน FIFA ถึงความหมายของการกลับไปเล่นฟุตบอลโลก 2026 หลังรอคอยยาวนาน 40 ปี โดยย้ำว่าอิรักผ่านเส้นทางคัดเลือกสุดโหดกว่า 21 นัด แต่ทีมไม่เคยยอมแพ้ พร้อมประกาศจะพา “สิงโตแห่งเมโสโปเตเมีย” แสดงหัวใจนักสู้ต่อหน้าโลก ส่วนรายละเอียดทั้งหมด ติดตามต่อได้ในบทความด้านล่างนี้

ทีมชาติอิรักกำลังเดินเข้าสู่เวที ฟุตบอลโลก 2026 ด้วยเรื่องราวที่หนักแน่นเกินกว่าคำว่า “กลับมา” เพราะนี่คือการคืนสู่รอบสุดท้ายฟุตบอลโลกครั้งแรกในรอบ 40 ปี หลังต้องฝ่าด่านคัดเลือกยาวนานกว่า 2 ปี รวมทั้งหมด 21 นัด ก่อนจองตั๋วไปลุยทัวร์นาเมนต์ใหญ่ที่แคนาดา เม็กซิโก และสหรัฐอเมริกาได้สำเร็จ

สำหรับ อามีร์ อัล อัมมารี กองกลางวัย 28 ปี เส้นทางนี้ไม่ใช่แค่ความสำเร็จด้านผลการแข่งขัน แต่เป็นภาพสะท้อนตัวตนของอิรักทั้งทีม เขามองว่าทุกอุปสรรค ทุกช่วงเวลาที่ถูกกดดัน และทุกเกมที่ต้องลุกขึ้นใหม่ คือหลักฐานชัดเจนว่าอิรักมีดีพอจะยืนบนเวทีโลกด้วยศักดิ์ศรีของตัวเอง

40 ปีแห่งการรอคอย อิรักกลับสู่เวทีโลกด้วยหัวใจนักสู้

ตลอดเส้นทางคัดเลือก อิรักเจอทั้งช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความหวัง และจังหวะที่เหมือนถูกบีบจนเกือบหลุดเป้าหมาย แต่สุดท้ายทีมก็ฝ่าทุกแรงกดดันจนได้กลับไปเล่นฟุตบอลโลกอีกครั้ง หลังห่างหายจากเวทีนี้นับตั้งแต่ปี 1986

อัล อัมมารี อธิบายความรู้สึกของเขาไว้อย่างชัดเจนว่า การได้เล่นฟุตบอลโลกคือความฝันที่ตามล่ามาตั้งแต่เด็ก และเมื่อมันกลายเป็นความจริง ความรู้สึกทุกอย่างก็ถาโถมเข้ามาจนแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง

“It means everything. I’ve been working really hard for many years to achieve this. Of course, when you’re a child sitting in front of the TV, you dream of this, and now I’m here, knowing that I’m going to play in the World Cup. Right now, I can’t believe it. My feelings are all over the place. I just need to let everything sink in and I’ll probably realise things when I get back home.”

“มันมีความหมายทุกอย่าง ผมทำงานหนักมาหลายปีเพื่อให้ถึงจุดนี้ แน่นอนว่าตอนคุณเป็นเด็ก นั่งอยู่หน้าทีวี คุณฝันถึงสิ่งนี้ และตอนนี้ผมอยู่ตรงนี้แล้ว รู้ว่าตัวเองกำลังจะได้เล่นฟุตบอลโลก ตอนนี้ผมยังไม่อยากเชื่อเลย ความรู้สึกมันปะปนไปหมด ผมคงต้องปล่อยให้ทุกอย่างค่อย ๆ ซึมเข้าไป และน่าจะเข้าใจจริง ๆ เมื่อกลับถึงบ้าน”

จากเกมคัดเลือกสุดทรหด สู่ครอบครัวเดียวกันของขุนพลอิรัก

อิรักเริ่มเส้นทางคัดเลือกตั้งแต่ปี 2023 โดยมีทั้งช่วงที่แข็งแกร่งสุดขีด โดยเฉพาะรอบสองที่ไม่แพ้ใคร และช่วงที่ต้องเผชิญความพ่ายแพ้หนักใจ รวมถึงเกมกับปาเลสไตน์ที่ทำให้สถานการณ์เหมือนเริ่มไม่เป็นใจ แต่สิ่งที่อัล อัมมารีเห็นชัดคือทีมนี้ไม่แตกง่าย

“Yes, of course. I think we started the qualifiers in 2023, and there have been many ups and downs. We had a great second round, going unbeaten. Then when we had a few tough losses, especially the one against Palestine, it felt like it wasn’t going our way. But the Iraqi people are supportive and we always find a way back, and that’s exactly what we did. I believe every match that we played made us stronger.”

“ใช่ แน่นอน ผมคิดว่าเราเริ่มรอบคัดเลือกตั้งแต่ปี 2023 และมีทั้งขึ้นและลง เรามีรอบสองที่ยอดเยี่ยมโดยไม่แพ้ใคร จากนั้นเมื่อเราเจอความพ่ายแพ้ที่ยากลำบาก โดยเฉพาะเกมกับปาเลสไตน์ มันรู้สึกเหมือนทุกอย่างไม่เป็นใจ แต่ชาวอิรักคอยสนับสนุนเรา และเรามักหาทางกลับมาได้เสมอ นั่นคือสิ่งที่เราทำ ผมเชื่อว่าทุกแมตช์ที่เราเล่นทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น”

“I could feel the group growing with the new coaching staff and with everybody involved with the team, and the goal was clear: to qualify somehow. I’m really proud of what we’ve achieved as a team, as a group and as brothers. This really does feel like a family.”

“ผมรู้สึกได้ว่ากลุ่มนี้เติบโตขึ้นพร้อมทีมงานโค้ชชุดใหม่และทุกคนที่เกี่ยวข้องกับทีม เป้าหมายชัดเจนคือ ต้องผ่านเข้ารอบให้ได้ไม่ว่าด้วยวิธีใด ผมภูมิใจมากกับสิ่งที่เราทำสำเร็จในฐานะทีม ในฐานะกลุ่ม และในฐานะพี่น้อง มันให้ความรู้สึกเหมือนครอบครัวจริง ๆ”

สวมเสื้ออิรักคือแรงกดดัน แต่เป็นแรงกดดันที่น่าภูมิใจ

สำหรับอัล อัมมารี การลงสนามในนามทีมชาติไม่ใช่แค่เล่นเพื่อชัยชนะส่วนตัว แต่คือการแบกความหวังของเพื่อนร่วมทีม สตาฟฟ์โค้ช ชาวอิรักในประเทศ และชาวอิรักทั่วโลก เขายอมรับว่าแรงกดดันมีอยู่ทุกเกม แต่สิ่งที่มีค่ากว่าชัยชนะคือรอยยิ้มของผู้คนหลังทีมชนะ

“You go into every match with a lot of pressure because you know so many people are relying on you. After all, you don’t just play for yourself. You play for your team-mates, you play for the coaching staff, you play for every Iraqi in Iraq and every Iraqi overseas. For me, seeing other people’s joy and how happy they are when we win means more than the victory itself. I’m doing what I love the most, and at the same time, I’m making other people happy. That’s why I truly enjoy every time I put on the Iraq shirt.”

“คุณลงเล่นทุกแมตช์พร้อมแรงกดดันมหาศาล เพราะรู้ว่ามีผู้คนมากมายพึ่งพาคุณอยู่ ท้ายที่สุดแล้ว คุณไม่ได้เล่นเพื่อตัวเองเท่านั้น คุณเล่นเพื่อเพื่อนร่วมทีม เพื่อทีมงานโค้ช เพื่อชาวอิรักทุกคนในอิรัก และชาวอิรักทุกคนในต่างแดน สำหรับผม การได้เห็นความสุขของคนอื่นและเห็นว่าพวกเขาดีใจแค่ไหนเมื่อเราชนะ มีความหมายมากกว่าชัยชนะเสียอีก ผมได้ทำสิ่งที่รักที่สุด และในเวลาเดียวกันก็ทำให้คนอื่นมีความสุข นั่นคือเหตุผลที่ผมมีความสุขจริง ๆ ทุกครั้งที่สวมเสื้ออิรัก”

กลุ่ม I ไม่ง่าย อิรักต้องดวลนอร์เวย์ ฝรั่งเศส และเซเนกัล

ในรอบแบ่งกลุ่ม อิรักถูกจับอยู่ในกลุ่ม I ร่วมกับนอร์เวย์ ฝรั่งเศส และเซเนกัล โดยโปรแกรมของทีมจะเริ่มต้นพบ นอร์เวย์ ที่บอสตัน วันที่ 16 มิถุนายน ต่อด้วยการดวลฝรั่งเศส รองแชมป์โลก 2022 ที่ฟิลาเดลเฟีย วันที่ 22 มิถุนายน ก่อนปิดท้ายรอบแรกกับเซเนกัล ที่โตรอนโต วันที่ 26 มิถุนายน

นี่คือกลุ่มที่เต็มไปด้วยชื่อชั้นระดับหนัก ทั้งดาวยิงระดับโลก เพลย์เมกเกอร์ระดับท็อป และทีมที่มีประสบการณ์สูง แต่อัล อัมมารีไม่ได้มองด้วยความหวาดกลัว เขากลับมองว่านี่คืออีกหมุดหมายสำคัญในอาชีพนักฟุตบอลของตัวเอง

“Everything. Just to go there and see how everything is organised. We’ve been to the Asian Cup in Qatar, so we’ve had a small taste of what the World Cup in Qatar was like, but I think this will be bigger. We’re in a group of big stars who play in strong leagues, so all eyes are on them. For me, that will be another milestone in my career, to go out and compete against the biggest stars in the world.”

“ทุกอย่างเลย แค่ได้ไปที่นั่นและเห็นว่าทุกอย่างถูกจัดการอย่างไร เราเคยไปเอเชียนคัพที่กาตาร์มาแล้ว จึงได้สัมผัสเล็กน้อยว่าฟุตบอลโลกที่กาตาร์เป็นอย่างไร แต่ผมคิดว่าครั้งนี้จะยิ่งใหญ่กว่า เราอยู่ในกลุ่มที่มีดาวดังมากมายซึ่งเล่นในลีกแข็งแกร่ง ดังนั้นทุกสายตาจะจับจ้องไปที่พวกเขา สำหรับผม นี่จะเป็นอีกหมุดหมายหนึ่งในอาชีพ ได้ออกไปแข่งขันกับสตาร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก”

อัล อัมมารีลั่น อิรักจะโชว์ให้โลกเห็นว่าทีมนี้ลุกขึ้นได้เสมอ

สิ่งที่อิรักต้องการนำไปแสดงบนเวทีโลกไม่ใช่แค่แท็กติกหรือผลการแข่งขัน แต่อัล อัมมารีชี้ว่าเป็นเรื่องของทัศนคติ หัวใจ และพลังในการลุกขึ้นสู้ ทั้งในสนามและนอกสนาม ซึ่งเป็นภาพจำของประเทศที่ผ่านเรื่องหนักมามาก แต่ยังยืนหยัดได้เสมอ

“I think we’re going to show them our mentality and how Iraq always comes back, not just on the pitch but through everything Iraq has been through off the pitch. We will carry that with us to show how much heart and strength an Iraqi player has.”

“ผมคิดว่าเราจะทำให้พวกเขาเห็นทัศนคติของเรา และเห็นว่าอิรักกลับมาได้เสมอ ไม่ใช่แค่ในสนาม แต่รวมถึงทุกสิ่งที่อิรักเคยผ่านมานอกสนามด้วย เราจะพาสิ่งนั้นไปกับเรา เพื่อแสดงให้เห็นว่านักเตะอิรักมีหัวใจและความแข็งแกร่งมากแค่ไหน”

เจอเอ็มบัปเป้ไม่ใช่เรื่องต้องกลัว แต่คือโอกาสยกระดับตัวเอง

หนึ่งในภาพที่แฟนบอลรอชมคือการที่อิรักอาจต้องปะทะกับดาวดังระดับ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ของฝรั่งเศส ซึ่งอัล อัมมารียอมรับว่านี่คือแรงกระตุ้นชั้นดี เพราะการเจอนักเตะระดับโลกจะทำให้ทุกคนยกระดับตัวเองขึ้นโดยอัตโนมัติ

“Yes, of course. I think everybody raises their level when they’re playing the best. We’ve gone through that with Japan. They also have world-class players and when we played them in the Asian Cup, everybody just raised their level by a big percentage. So I think it’s all about going out there and enjoying the moment. You should not put too much pressure on yourself, you should just enjoy the moment and be in the moment. At the end of the day, they are also human beings, and it’s 11 against 11. So when we’re stepping out on that pitch against the biggest stars, I will enjoy the moment, but I will also put up a fight.”

“ใช่ แน่นอน ผมคิดว่าทุกคนยกระดับตัวเองขึ้นเมื่อได้เจอกับทีมที่ดีที่สุด เราเคยผ่านสิ่งนั้นมากับญี่ปุ่น พวกเขาก็มีผู้เล่นระดับโลก และเมื่อเราเจอกับพวกเขาในเอเชียนคัพ ทุกคนยกระดับขึ้นอย่างมาก ผมคิดว่ามันคือการออกไปสนุกกับช่วงเวลานั้น คุณไม่ควรกดดันตัวเองมากเกินไป แค่สนุกกับช่วงเวลานั้นและอยู่กับมัน ท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน และมันคือ 11 ต่อ 11 ดังนั้นเมื่อเราก้าวลงสนามเจอกับสตาร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ผมจะสนุกกับช่วงเวลานั้น แต่ผมก็จะสู้เต็มที่เช่นกัน”

โอกาสสร้างเซอร์ไพรส์ยังเปิดกว้าง เกมต่อเกมคือคำตอบ

ด้วยรูปแบบฟุตบอลโลก 2026 ที่มีโอกาสให้ทีมอันดับสามบางกลุ่มผ่านเข้าสู่รอบต่อไป อิรักจึงมีพื้นที่ให้สร้างเซอร์ไพรส์ หากเล่นด้วยวินัย ความกล้า และใช้ทุกเกมเป็นโอกาส อัล อัมมารีมองว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือไม่ต้องคิดไกลเกินไป แต่ให้โฟกัสกับ 90 นาทีตรงหน้า

“Absolutely. I think we should go in with the mentality of taking it game by game. We shouldn’t focus on everything that’s happening around us or how big everything is. It’s a game, it’s 90 minutes and as I said before, it’s 11 against 11. So for me, it’s about going in there and taking it game by game, and seeing how far that will take us. But we should be proud just to step out onto that pitch.”

“แน่นอน ผมคิดว่าเราควรเข้าไปด้วยแนวคิดแบบเกมต่อเกม เราไม่ควรโฟกัสกับทุกอย่างที่เกิดขึ้นรอบตัว หรือความยิ่งใหญ่ของมันมากเกินไป มันคือเกม 90 นาที และอย่างที่ผมพูดไป มันคือ 11 ต่อ 11 สำหรับผม มันคือการลงไปตรงนั้น เล่นทีละเกม แล้วดูว่าสิ่งนั้นจะพาเราไปได้ไกลแค่ไหน แต่เราควรภูมิใจตั้งแต่ได้ก้าวลงสู่สนามนั้นแล้ว”

สถานการณ์ล่าสุด อิรักเดินหน้าเตรียมทีมด้วยขุมกำลังประสบการณ์สูง

ก่อนทัวร์นาเมนต์จะเปิดฉาก อิรักประกาศขุมกำลังชุดฟุตบอลโลกโดยมี เกรแฮม อาร์โนลด์ คุมทัพ และมี อัยเมน ฮุสเซน เป็นแกนสำคัญในแนวรุก ร่วมกับผู้เล่นที่ค้าแข้งต่างแดนหลายราย ขณะที่ทีมยังต้องปรับแผนจากปัญหาอาการบาดเจ็บ โดย อาห์เหม็ด ฮัสซัน แม็คเคนซี ถูกเรียกติดทีมแทน อาห์เหม็ด ยาห์ยา ที่เจ็บแฮมสตริง

ภาพรวมของอิรักก่อนลุยรอบแบ่งกลุ่มจึงชัดเจนมาก ทีมนี้อาจไม่ใช่ตัวเต็งของกลุ่ม แต่มีจุดแข็งคือความเป็นหนึ่งเดียว ความอดทนจากเส้นทางคัดเลือกที่ยาวนาน และแรงหนุนจากแฟนบอลอิรักทั่วโลก ซึ่งอาจกลายเป็นเชื้อเพลิงสำคัญในเกมใหญ่

บทสรุปเกมใหญ่ของอิรักบนเวทีโลก

อิรักกลับมาฟุตบอลโลกครั้งนี้พร้อมเรื่องราวที่แฟนบอลทั่วโลกต้องจับตา เพราะพวกเขาไม่ได้มาเพียงเพื่อร่วมงาน แต่กำลังมาเพื่อพิสูจน์ว่าทีมที่ผ่านความลำบากมานับไม่ถ้วนสามารถยืนสู้กับยักษ์ใหญ่ได้ด้วยหัวใจ อัล อัมมารี และเพื่อนร่วมทีมรู้ดีว่าทุกนัดในกลุ่ม I หนักหน่วง แต่ในเกมฟุตบอล 90 นาที ไม่มีอะไรถูกตัดสินก่อนเสียงนกหวีดแรก

แฟนบอลที่ต้องการเกาะติดความเคลื่อนไหวฟุตบอลโลก 2026 ข่าวทีมชาติอิรัก โปรแกรมบอลโลก และบทวิเคราะห์ก่อนเกมแบบเข้มข้น สามารถติดตามได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา แหล่งรวมข่าวฟุตบอลต่างประเทศและความเคลื่อนไหวลูกหนังระดับโลกครบทุกประเด็น

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา