อ่านข่าวนี้แบบสั้น: ออสเตรียประเดิมฟุตบอลโลก 2026 ได้อย่างร้อนแรง หลังเฉือนชนะจอร์แดน 3-1 ในเกมกลุ่ม J ที่เดือดตั้งแต่ต้นจนจบ โรมาโน่ ชมิด ยิงเปิดหัว ก่อนจอร์แดนไล่ตีเสมอจาก อาลี โอลวาน แต่การลงสนามของ มาร์โก อาร์เนาโตวิช กลายเป็นจุดเปลี่ยน ช่วยกดดันจนเกิดประตูนำและซัดจุดโทษปิดเกม ส่วนรายละเอียดทั้งหมด ติดตามต่อได้ในบทความด้านล่างนี้
ออสเตรียกลับมาบนเวที ฟุตบอลโลก 2026 อย่างสมศักดิ์ศรี หลังต้องรอคอยยาวนานถึง 28 ปี ก่อนเปิดหัวกลุ่ม J ด้วยชัยชนะเหนือจอร์แดน 3-1 ในเกมที่ไม่ได้ง่ายเหมือนสกอร์ เพราะทีมจากเอเชียลงเล่นด้วยความกล้า ความเร็ว และเกมสวนกลับที่เล่นงานแนวรับออสเตรียได้หลายครั้ง
เกมนี้เต็มไปด้วยจังหวะเปิดหน้าแลก สไตล์การเล่นตัดกันชัดเจน ออสเตรียของ ราล์ฟ รังนิค เน้นเพรสซิ่งหนักและแย่งบอลกลับให้เร็ว ส่วนจอร์แดนของ จามาล เซลลามี่ เลือกเล่นตรง กระชากเร็ว และโจมตีทันทีเมื่อได้บอล จนทำให้ครึ่งแรกเป็นเกมที่แฟนบอลแทบไม่ได้พักหายใจ
สองสไตล์ชนกันเดือด ออสเตรียครองบอลแต่จอร์แดนสวนหมัดหนัก
ออสเตรียพยายามคุมเกมด้วยการครองบอลและการต่อบอลเร็วตามแนวทางของ รังนิค แต่จอร์แดนไม่ได้มาเพื่อยืนรับอย่างเดียว พวกเขารอจังหวะเสียบอลของคู่แข่ง แล้วพุ่งเข้าใส่ด้วยเกมเปลี่ยนรับเป็นรุกที่เร็วจัด จนทำให้ออสเตรียต้องเล่นแบบเสี่ยงอยู่หลายช่วง
ตัวเลขครึ่งแรกสะท้อนภาพเกมได้ชัด ออสเตรียครองบอลเหนือกว่า 65-34 เปอร์เซ็นต์ แต่จอร์แดนกลับมีโอกาสยิงมากกว่า 8-6 ครั้ง นี่คือเกมที่พิสูจน์ว่า การครองบอลมากกว่าไม่ได้แปลว่าคุมอันตรายได้ทั้งหมด เพราะทุกครั้งที่จอร์แดนตัดบอลได้ พื้นที่สุดท้ายของออสเตรียพร้อมลุกเป็นไฟทันที

โรมาโน่ ชมิด ซัดเปิดหัว ก่อนจอร์แดนตอบโต้แบบไม่กลัวชื่อชั้น
ออสเตรียขึ้นนำก่อนในนาทีที่ 20 จากจังหวะเข้าทำคุณภาพสูง ซาเวอร์ ชลาเกอร์ รับบอลในแดนหน้า ก่อนจ่ายให้ โรมาโน่ ชมิด ได้ช่องยิงเพียงเสี้ยววินาที แต่เขาตัดสินใจเฉียบขาด ซัดบอลพุ่งทะลุแนวรับเสียบตาข่ายอย่างหมดจด ส่งให้ออสเตรียนำ 1-0
อย่างไรก็ตาม จอร์แดนไม่ยอมพังง่าย หลังพักครึ่งพวกเขายังเล่นด้วยความมั่นใจ และมาได้ประตูตีเสมอจาก อาลี โอลวาน แนวรุกตัวจี๊ดที่ใช้ความเร็วและความกล้าเล่นงานเกมรับออสเตรีย ก่อนยิงด้วยเท้าขวาผ่าน อเล็กซานเดอร์ ชลาเกอร์ เข้าไป กลายเป็นประตูประวัติศาสตร์ของจอร์แดนบนเวทีฟุตบอลโลก
อาร์เนาโตวิชลงครึ่งหลัง จุดเปลี่ยนที่ออสเตรียต้องการ
มาร์โก อาร์เนาโตวิช ไม่ได้ออกสตาร์ตเกมนี้เพราะมีปัญหาบาดเจ็บเข่าเล็กน้อย แต่เมื่อจอร์แดนทำให้ออสเตรียเจองานหนัก รังนิคตัดสินใจส่งหัวหอกวัย 37 ปีลงมาตั้งแต่เริ่มครึ่งหลัง และนั่นคือการเปลี่ยนเกมอย่างแท้จริง
ในนาทีที่ 75 อาร์เนาโตวิชเกือบยิงประตูให้ออสเตรียขึ้นนำ แต่ VAR ริบคืนจากจังหวะแฮนด์บอลที่เฉียดฉิว ก่อนที่ไม่นานหลังจากนั้น เขาจะมีส่วนสำคัญในการกดดันแนวรับจอร์แดนจน ยาซาน อัล อาหรับ ทำเข้าประตูตัวเอง ส่งให้ออสเตรียกลับมานำ 2-1
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ออสเตรียมาได้จุดโทษจากจังหวะแฮนด์บอลในเขตโทษ และอาร์เนาโตวิชรับหน้าที่สังหารไม่พลาด กลายเป็นประตูที่ 48 ของเขาในการลงเล่นทีมชาตินัดที่ 134 พร้อมปิดบัญชีให้ออสเตรียชนะ 3-1 แบบสุดมัน
โอลวานเด่นสุดฝั่งจอร์แดน ชลาเกอร์เซฟสำคัญให้ออสเตรีย
อาลี โอลวาน คือผู้เล่นที่อันตรายที่สุดของจอร์แดนในเกมนี้ เขายิง 4 ครั้ง มีจังหวะลากเลื้อยสำเร็จ และเป็นคนทำประตูตีเสมอให้ทีม แม้บางจังหวะจะเสียบอลจากการพยายามทะลวงเข้าหาประตูทันที แต่ความเร็วและความระเบิดของเขาทำให้แนวรับออสเตรียรับมือยากตลอดทั้งเกม
ฝั่งออสเตรีย นอกจากอาร์เนาโตวิชที่ลงมาเปลี่ยนโมเมนตัมแล้ว อเล็กซานเดอร์ ชลาเกอร์ ผู้รักษาประตู ก็มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะครึ่งแรกที่ต้องออกแรงเซฟหลายครั้งในช่วงที่จอร์แดนกดดันหนัก หากไม่มีชลาเกอร์คอยยืนค้ำอยู่หลังบ้าน เกมนี้ออสเตรียอาจไม่ได้เดินออกจากสนามพร้อมสามแต้ม
เสียงจากข้างสนาม รังนิคยอมรับจอร์แดนทำได้เกินคาด
หลังเกม ราล์ฟ รังนิค ยอมรับว่าจอร์แดนทำให้ออสเตรียเจองานหนักกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ พร้อมชื่นชมคู่แข่งที่เล่นด้วยความกล้าหาญและไม่ได้มาเป็นเพียงทีมรองบ่อน
“I think it’s due to the opponent,” the coach said when asked why Austria struggled.
“ผมคิดว่ามันเป็นเพราะคู่แข่ง” รังนิคกล่าว เมื่อถูกถามว่าทำไมออสเตรียถึงเจองานลำบาก
“Jordan did a fantastic job throughout the match. We expected a difficult opponent, we knew that they were going to be anything but easy, but today they displayed a very brave kind of football. They exceeded my expectations.”
“จอร์แดนทำได้ยอดเยี่ยมตลอดทั้งเกม เราคาดไว้อยู่แล้วว่าจะเจอคู่แข่งที่ยาก และรู้ว่าพวกเขาจะไม่ใช่งานง่ายเลย แต่วันนี้พวกเขาแสดงฟุตบอลที่กล้าหาญมาก พวกเขาทำได้เกินกว่าที่ผมคาดไว้”

เซลลามี่ภูมิใจ แม้จอร์แดนพ่ายในเกมประวัติศาสตร์
สำหรับ จามาล เซลลามี่ กุนซือจอร์แดน แม้ผลการแข่งขันจะจบด้วยความพ่ายแพ้ แต่ฟอร์มโดยรวมของทีมทำให้พวกเขาเดินออกจากสนามได้อย่างไม่อายใคร โดยเฉพาะเมื่อมองว่านี่คือเกมฟุตบอลโลกนัดแรกในประวัติศาสตร์ของชาติ
“I think that the result doesn’t reflect the effort made by the Jordanian team, but personally I’m very happy and proud of their performance.”
“ผมคิดว่าสกอร์ไม่ได้สะท้อนความพยายามของทีมจอร์แดน แต่โดยส่วนตัวผมมีความสุขและภูมิใจกับผลงานของพวกเขามาก”
“No one was expecting us to be that bold, that proactive and to be that capable of benefiting from the available opportunities.”
“ไม่มีใครคาดว่าเราจะกล้าเล่นได้ขนาดนี้ เดินเกมเชิงรุกได้ขนาดนี้ และใช้โอกาสที่มีได้ดีขนาดนี้”
สถานการณ์กลุ่ม J ออสเตรียได้สามแต้มล้ำค่า ก่อนดวลอาร์เจนตินา
ชัยชนะนัดนี้ทำให้ออสเตรียเก็บสามแต้มสำคัญ และขยับไปอยู่กลุ่มหัวตารางร่วมกับอาร์เจนตินา ซึ่งก่อนหน้านี้เอาชนะแอลจีเรีย 3-0 พร้อมส่งสัญญาณชัดว่าแชมป์เก่ายังเป็นทีมที่หยุดยากในกลุ่ม J
เกมถัดไปของออสเตรียคือบททดสอบใหญ่กับอาร์เจนตินา วันที่ 22 มิถุนายน ส่วนจอร์แดนต้องลืมความผิดหวังให้เร็ว เพราะนัดต่อไปกับแอลจีเรียแทบเป็นเกมที่ต้องชนะ หากยังหวังลุ้นเข้ารอบ ก่อนปิดท้ายรอบแบ่งกลุ่มด้วยงานหินกับอาร์เจนตินา
บทสรุปเกมนี้
ออสเตรียได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ แต่รูปเกมบอกชัดว่ายังมีจุดต้องแก้ โดยเฉพาะช่วงเสียบอลแล้วโดนสวนเร็ว ส่วนจอร์แดนแม้แพ้ แต่แสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ได้มาเวทีนี้เพื่อเป็นตัวประกอบ ความกล้าเล่น เกมสวนกลับ และฟอร์มของโอลวาน คือสัญญาณเตือนทุกทีมในกลุ่มว่า จอร์แดนพร้อมสร้างปัญหาได้เสมอ
สำหรับแฟนบอลที่ต้องการติดตามข่าวฟุตบอลโลก 2026 บทวิเคราะห์หลังเกม ไฮไลท์สำคัญ และความเคลื่อนไหวทีมชาติแบบเข้มข้น ติดตาม ข่าวฟุตบอลโลกบ้านกีฬา ได้ต่อเนื่องทุกวัน

