เมสซี่เขียนประวัติศาสตร์บอลโลก ซัดแซงโคลเซ่ยึดบัลลังก์ดาวยิงสูงสุดตลอดกาล

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

อ่านข่าวนี้แบบสั้น: ลิโอเนล เมสซี่ ระเบิดฟอร์มอีกครั้งในฟุตบอลโลก 2026 หลังยิง 2 ประตูพาอาร์เจนตินาชนะออสเตรีย 2-0 พร้อมขยับยอดรวมเป็น 18 ประตู แซง มิโรสลาฟ โคลเซ่ ขึ้นเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของฟุตบอลโลกชายอย่างเต็มตัว ขณะที่ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ยังไล่กดดันอยู่ในกลุ่มหัวตารางด้วยผลงาน 14 ประตู ส่วนรายละเอียดทั้งหมด ติดตามต่อได้ในบทความด้านล่างนี้

ลิโอเนล เมสซี่ ยังไม่หยุดเขียนตำนานให้โลกฟุตบอลต้องยืนปรบมือ เมื่อกัปตันทีมชาติอาร์เจนตินาก้าวขึ้นไปยึดตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของฟุตบอลโลกชาย หลังยิงสองประตูใส่ออสเตรียในเกมรอบแบ่งกลุ่ม วันที่ 22 มิถุนายน 2026 พาแชมป์เก่าเก็บชัย 2-0 และทำให้ยอดรวมของเขาขยับเป็น 18 ประตูในทัวร์นาเมนต์นี้

เมสซี่แซงโคลเซ่ บัลลังก์ดาวยิงโลกเปลี่ยนมือ

ก่อนเกมกับออสเตรีย เมสซี่เพิ่งสร้างแรงสั่นสะเทือนด้วยการทำแฮตทริกแรกในชีวิตบนเวทีฟุตบอลโลกในเกมชนะอัลจีเรีย พร้อมทาบสถิติ 16 ประตูของ มิโรสลาฟ โคลเซ่ ตำนานทีมชาติเยอรมนี แต่ในเกมถัดมา เจ้าของบัลลงดอร์ 8 สมัยไม่ปล่อยให้ประวัติศาสตร์รอนาน เขายิงประตูแรกในนาทีที่ 38 ก่อนปิดงานอีกลูกช่วงทดเวลาบาดเจ็บ จบค่ำคืนด้วยตัวเลข 18 ประตูอย่างยิ่งใหญ่

สิ่งที่ทำให้สถิตินี้ดุดันยิ่งกว่าเดิม คือเมสซี่ทำได้ในฟุตบอลโลกครั้งที่ 6 ของตัวเอง และยังเป็นเกมที่ 28 บนเวทีนี้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถิติระดับทัวร์นาเมนต์ที่ตอกย้ำความยืนระยะของเขาอย่างโหดเหี้ยม

พลาดจุดโทษก่อนลุกมาฆ่าเกม

เกมนี้ไม่ได้เริ่มสวยหรูสำหรับเมสซี่ เพราะเขามีโอกาสยิงจุดโทษตั้งแต่นาทีที่ 9 แต่กลับซัดหลุดกรอบ ท่ามกลางเสียงฮือฮาของแฟนบอลในสนาม อย่างไรก็ตาม นี่คือเกมของนักเตะระดับตำนานที่ล้มแล้วลุกทันที เมื่อเมสซี่กลับมาใช้เท้าซ้ายคู่ใจปั่นเกมจนปลดล็อกประตูประวัติศาสตร์ ก่อนยิงปิดกล่องให้อาร์เจนตินาคว้า 6 แต้มเต็มจาก 2 นัดแรก และผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ได้สำเร็จ

“Beyond anything I’m so happy for the win. It was huge, tough and difficult. It would allow us to be relaxed to what’s ahead. All matches in this World Cup are very even, very intense. I’m enjoying this moment and craving to enjoy with my teammates.”

“เหนือสิ่งอื่นใด ผมมีความสุขมากกับชัยชนะ มันเป็นเกมที่สำคัญ หนัก และยากมาก ผลการแข่งขันนี้จะทำให้เราผ่อนคลายขึ้นกับสิ่งที่รออยู่ข้างหน้า ทุกเกมในฟุตบอลโลกครั้งนี้สูสีและเข้มข้นมาก ผมกำลังสนุกกับช่วงเวลานี้ และอยากสนุกไปกับเพื่อนร่วมทีมของผม”

ประโยคของเมสซี่หลังเกมสะท้อนชัดว่า แม้สถิติส่วนตัวจะยิ่งใหญ่ระดับประวัติศาสตร์ แต่เป้าหมายสำคัญยังอยู่ที่ชัยชนะของอาร์เจนตินา และเส้นทางป้องกันแชมป์โลกที่เพิ่งเริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ

เส้นทางของเมสซี่ในฟุตบอลโลก

เมสซี่ลงเล่นฟุตบอลโลกต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2006 และทำประตูได้เกือบทุกสมัยที่ลงแข่งขัน ยกเว้นปี 2010 โดยในฟุตบอลโลก 2022 เขายิงไป 7 ประตู พาอาร์เจนตินาคว้าแชมป์โลก ก่อนมาถึงปี 2026 ที่เขาเปิดฉากด้วยฟอร์มระดับปีศาจ ยิงไปแล้ว 5 ประตูในทัวร์นาเมนต์นี้ และกลายเป็นดาวยิงสูงสุดของรายการแบบเดี่ยวๆ

นอกจากสถิติในฟุตบอลโลก เมสซี่ยังเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติอาร์เจนตินาด้วยจำนวน 122 ประตู ยิ่งตอกย้ำว่าเขาไม่ได้เป็นเพียงนักเตะแห่งยุค แต่คือหนึ่งในมาตรฐานสูงสุดของเกมลูกหนังระดับโลก

อันดับดาวซัลโวฟุตบอลโลกชายตลอดกาล

  1. ลิโอเนล เมสซี่ อาร์เจนตินา 18 ประตู
  2. มิโรสลาฟ โคลเซ่ เยอรมนี 16 ประตู
  3. โรนัลโด้ บราซิล 15 ประตู
  4. คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ฝรั่งเศส 14 ประตู
  5. แกร์ด มุลเลอร์ เยอรมนี 14 ประตู
  6. จุสต์ ฟงแตน ฝรั่งเศส 13 ประตู
  7. เปเล่ บราซิล 12 ประตู
  8. เจอร์เก้น คลินส์มันน์ เยอรมนี 11 ประตู
  9. ซานดอร์ คอชิช ฮังการี 11 ประตู

รายชื่อเหล่านี้คือกลุ่มหัวกะทิของประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก แต่เมสซี่ในวัย 38 ปีทำให้ตารางนี้สั่นสะเทือนอีกครั้ง จากนักเตะที่เคยถูกตั้งคำถามเรื่องความสำเร็จในทีมชาติ สู่กัปตันแชมป์โลก และตอนนี้คือดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

เอ็มบัปเป้ยังไล่ล่า สถิติอาจไม่จบแค่นี้

แม้เมสซี่จะขึ้นนำเดี่ยว แต่การแข่งขันบนยอดเขาดาวยิงโลกยังไม่ปิดฉากง่ายๆ เพราะ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ของฝรั่งเศสมี 14 ประตูจาก 15 เกมฟุตบอลโลก และยังมีโอกาสเพิ่มสถิติในฟุตบอลโลก 2026 หลังเพิ่งยิงประตูที่ 13 และ 14 ของตัวเองในเกมที่ฝรั่งเศสชนะเซเนกัล 3-1

เอ็มบัปเป้เคยยิง 4 ประตูในฟุตบอลโลก 2018 ช่วยฝรั่งเศสคว้าแชมป์โลก จากนั้นระเบิดอีก 8 ประตูในปี 2022 พร้อมทำแฮตทริกในรอบชิงชนะเลิศกับอาร์เจนตินา ทำให้เขายังคงเป็นผู้ท้าชิงที่อันตรายที่สุดต่อสถิติของเมสซี่ในระยะยาว

ตำนานเก่าที่ยังถูกจารึก

มิโรสลาฟ โคลเซ่ เคยยืนหนึ่งจากผลงาน 16 ประตูในฟุตบอลโลก 4 สมัย ระหว่างปี 2002 ถึง 2014 พร้อมปิดฉากด้วยการคว้าแชมป์โลกกับเยอรมนี ขณะที่ โรนัลโด้ ตำนานบราซิลยิง 15 ประตู และเคยคว้ารางวัลโกลเด้นบอลปี 1998 รวมถึงโกลเด้นบูตปี 2002

อีกหนึ่งสถิติที่ยังแข็งแกร่งคือ จุสต์ ฟงแตน ที่ยิง 13 ประตูในฟุตบอลโลก 1958 เพียงทัวร์นาเมนต์เดียว ซึ่งยังคงเป็นสถิติยิงมากสุดในฟุตบอลโลกหนึ่งสมัย ส่วนเปเล่ยิงได้ 12 ประตูจากการลงเล่นฟุตบอลโลก 4 ครั้ง และคว้าแชมป์กับบราซิลถึง 3 สมัย

อาร์เจนตินาได้มากกว่าสถิติ

ชัยชนะเหนือออสเตรียไม่ได้มีค่าแค่การพาเมสซี่ขึ้นบัลลังก์ แต่ยังทำให้อาร์เจนตินามั่นใจขึ้นมหาศาลในเส้นทางลุ้นป้องกันแชมป์โลก ทีมของ ลิโอเนล สกาโลนี่ ได้เห็นผู้นำของพวกเขากลับมาจัดการเกมใหญ่ด้วยตัวเองอีกครั้ง ทั้งที่เริ่มต้นด้วยแรงกดดันจากจุดโทษที่พลาดไป

นี่คือภาพจำของเมสซี่ในช่วงปลายอาชีพที่ยังทรงอิทธิพลอย่างเหลือเชื่อ ไม่ใช่แค่นักเตะที่เก็บตัวเลขสวยงาม แต่เป็นคนที่เปลี่ยนจังหวะเกม เปลี่ยนอารมณ์สนาม และเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ได้ในคืนเดียว

บทสรุปของตำนานที่ยังหายใจ

จากเด็กหนุ่มที่เปิดตัวในฟุตบอลโลก 2006 สู่กัปตันแชมป์โลก และตอนนี้คือเจ้าของสถิติ 18 ประตูบนเวทีที่กดดันที่สุด เมสซี่พิสูจน์อีกครั้งว่าคำว่าเก่งไม่พอสำหรับเขาอีกต่อไป เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นคือระดับตำนานที่ยังลงสนามจริง ยิงจริง และแบกอาร์เจนตินาให้เดินหน้าต่อไปในฟุตบอลโลก 2026 แฟนบอลไทยสามารถติดตามข่าวฟุตบอลโลก ผลบอล โปรแกรมการแข่งขัน และทุกความเคลื่อนไหวสำคัญของวงการลูกหนังได้ที่ ข่าวฟุตบอลโลกบ้านกีฬา

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา