ประเด็นการเมืองร้อนแรงขึ้นทันที เมื่อ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หรือ “หมอวรงค์” ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ออกมาแถลงข่าวหลังถูกเบรกไม่ให้อภิปรายประเด็นโครงการ TH-AI Passport ในห้องประชุมสภาฯ โดยระบุว่าเป็นการ “ปิดปาก” และวิจารณ์แรงว่าเป็น “เผด็จการสภาฯ” ทั้งที่เรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับงบประมาณและภาษีประชาชน
หมอวรงค์ชี้ถูกปิดกั้นอภิปรายกลางสภา
หมอวรงค์เปิดเผยว่า เดิมต้องการอภิปรายต่อในสภาฯ เพื่อชี้ให้เห็นข้อสงสัยเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport แต่กลับถูกประธานการประชุมเบรกไม่ให้พูดต่อ จึงต้องออกมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนแทน พร้อมย้ำว่าตลอดการทำหน้าที่ที่ผ่านมา ไม่เคยเจอเหตุการณ์ที่ตนมองว่าเป็นการปิดกั้นการตรวจสอบในประเด็นงบประมาณเช่นนี้
เจ้าตัวมองว่า หากเป็นเรื่องการใช้งบประมาณแผ่นดิน สภาควรเป็นพื้นที่เปิดให้ ส.ส. ตรวจสอบอย่างเต็มที่ เพราะโครงการของรัฐไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ดิจิทัล หรือปัญญาประดิษฐ์ ล้วนต้องตอบคำถามเรื่องความคุ้มค่า ความโปร่งใส และประโยชน์สูงสุดของประชาชนได้อย่างชัดเจน

ปม TH-AI Passport กับข้อสงสัยเรื่อง TOR
หัวใจสำคัญที่หมอวรงค์หยิบขึ้นมาตั้งคำถาม คือรายละเอียดใน TOR ของโครงการ TH-AI Passport โดยเฉพาะเงื่อนไขเกี่ยวกับการใช้จอดิจิทัลในพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด แหล่งธุรกิจ ร้านสะดวกซื้อ และห้างสรรพสินค้า ซึ่งเจ้าตัวมองว่าอาจเป็นเงื่อนไขที่นำไปสู่ข้อสงสัยเรื่องการล็อกสเปกหรือเอื้อประโยชน์ให้เอกชนบางราย
ตามข้อมูลที่หมอวรงค์อ้างถึง TOR มีการกำหนดจอดิจิทัลในแหล่งธุรกิจ 400 จุด จอในร้านสะดวกซื้อจำนวนมาก และจอในห้างหรือนอกห้างอีกหลายจุด โดยเขาตั้งข้อสังเกตว่า หากผู้รับงานต้องทำตามเงื่อนไขเหล่านี้เพื่อส่งมอบงานและรับเงิน อาจทำให้เงื่อนไขดังกล่าวกลายเป็นตัวแปรสำคัญของโครงการ ไม่ใช่เพียงรายละเอียดประกอบเท่านั้น
ย้ำไม่ได้กล่าวหาเอกชน แต่ตั้งคำถามต่อรัฐ
หมอวรงค์ระบุชัดว่าไม่ได้กล่าวหาเอกชนรายใดโดยตรง แต่กำลังตั้งคำถามไปยังหน่วยงานรัฐที่ออก TOR ว่ากำหนดเงื่อนไขในลักษณะที่อาจเอื้อประโยชน์ให้บริษัทใดบริษัทหนึ่งหรือไม่ พร้อมชี้ว่าต่อให้มีการอธิบายว่าเป็นรูปแบบจ่ายตามการใช้งานรายเดือน ก็ยังไม่สามารถลบข้อกังขาเรื่องสเปกของงานได้ หากเงื่อนไขตั้งต้นถูกออกแบบมาแคบเกินไป
ประเด็นนี้สะท้อนหลักสำคัญของการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ นั่นคือ TOR ต้องเปิดกว้าง เป็นธรรม ตรวจสอบได้ และไม่สร้างข้อจำกัดที่ทำให้การแข่งขันลดลง เพราะเมื่อเป็นเงินงบประมาณของประเทศ ทุกขั้นตอนต้องทำให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าโครงการเกิดขึ้นเพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่ใช่เพื่อเอื้อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
เตือน รมว.ดีอี ดูคดีจำนำข้าวเป็นตัวอย่าง
อีกช่วงที่ถูกจับตา คือการที่หมอวรงค์เตือนไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยยกคดีจำนำข้าวเป็นตัวอย่าง พร้อมระบุในทำนองว่า การอ้างว่าไม่รู้หรือเป็นเรื่องของฝ่ายราชการ อาจไม่เพียงพอ หากมีการเตือนในสภาแล้วแต่ยังปล่อยให้โครงการเดินหน้าต่อโดยไม่ตรวจสอบ
หมอวรงค์มองว่า เมื่อมีการอภิปรายและแถลงเตือนต่อสาธารณะแล้ว ผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้องไม่อาจเพิกเฉยได้ เพราะหน้าที่ของฝ่ายบริหารคือกำกับดูแลให้โครงการรัฐเป็นไปโดยสุจริต รอบคอบ และป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับงบประมาณแผ่นดิน
TH-AI Passport คืออะไร ทำไมถูกจับตา
TH-AI Passport เป็นโครงการด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ที่มีเป้าหมายยกระดับทักษะ AI ให้ประชาชนจำนวนมากเข้าถึงเครื่องมือ Generative AI โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในช่วงเวลาที่กำหนด แนวคิดหลักคือการลดช่องว่างทางดิจิทัล เพิ่มทักษะใหม่ และช่วยให้คนไทยไม่ตกขบวนเทคโนโลยีโลก
อย่างไรก็ตาม โครงการขนาดใหญ่ที่ใช้งบประมาณสูงย่อมถูกจับตามากเป็นพิเศษ เพราะ AI ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล ความปลอดภัยทางไซเบอร์ ความคุ้มค่าของงบประมาณ การแข่งขันของผู้ประกอบการ และมาตรฐานการจัดซื้อจัดจ้างที่ต้องโปร่งใสทุกขั้นตอน

เตรียมนำหลักฐานยื่น ป.ป.ช.
หมอวรงค์ประกาศว่า จะนำข้อมูลทั้งหมดไปยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพื่อให้ตรวจสอบข้อสงสัยเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport โดยเฉพาะประเด็นการออก TOR ว่ามีลักษณะล็อกสเปกหรือเอื้อประโยชน์หรือไม่
จากนี้ต้องจับตาว่า ป.ป.ช. จะรับเรื่องและดำเนินการตรวจสอบอย่างไร ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลและกระทรวงที่เกี่ยวข้องอาจต้องชี้แจงรายละเอียดของโครงการให้รอบด้านมากขึ้น เพื่อคลายข้อสงสัยของสังคม ทั้งเรื่องงบประมาณ ขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้าง เงื่อนไข TOR และประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจริง
เกมตรวจสอบเดือดกลางสภา
กรณีนี้ไม่ใช่เพียงศึกการเมืองระหว่างฝ่ายตรวจสอบกับรัฐบาล แต่ยังเป็นบททดสอบสำคัญของระบบรัฐสภา ว่าจะเปิดพื้นที่ให้ตรวจสอบงบประมาณได้มากน้อยแค่ไหน เพราะเมื่อโครงการใดถูกตั้งคำถามในระดับสาธารณะ การชี้แจงอย่างโปร่งใสย่อมเป็นทางออกที่ดีที่สุด
หาก TH-AI Passport เป็นโครงการที่ดีและคุ้มค่า การเปิดข้อมูลให้ตรวจสอบย่อมช่วยเพิ่มความเชื่อมั่น แต่หากมีจุดอ่อนในกระบวนการจริง การตรวจสอบตั้งแต่ต้นก็อาจช่วยป้องกันความเสียหายก่อนบานปลาย กลายเป็นคดีใหญ่ทางการเมืองในอนาคต
ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

