อ่านข่าวนี้แบบสั้น: อุสมาน เดมเบเล่ ระเบิดฟอร์มสุดโหด กดแฮตทริกตั้งแต่ครึ่งแรก พาฝรั่งเศสไล่ถล่มนอร์เวย์ 4-1 ในศึกฟุตบอลโลก 2026 พร้อมขยับตัวเองเข้าสู่เส้นทางลุ้นดาวซัลโวแบบเต็มตัว โดยมีคีลิยัน เอ็มบัปเป้ช่วยแอสซิสต์ถึง 2 ประตู เกมนี้ฝรั่งเศสยึดจ่าฝูงกลุ่มอย่างแข็งแกร่ง ส่วนรายละเอียดทั้งหมด ติดตามต่อได้ในบทความด้านล่างนี้
เดมเบเล่คลั่งยิง 3 เม็ด ฝรั่งเศสเปิดเกมรุกถล่มนอร์เวย์
อุสมาน เดมเบเล่ ปีกตัวจี๊ดทีมชาติฝรั่งเศส โชว์ฟอร์มระดับพระกาฬด้วยการยิง 3 ประตูในครึ่งแรกของเกมฟุตบอลโลก 2026 ที่ฝรั่งเศสพบกับนอร์เวย์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทำให้ดาวเตะจากปารีส แซงต์ แชร์กแมง กลายเป็นหนึ่งในตัวเต็งสำคัญของเส้นทางลุ้น ดาวซัลโวฟุตบอลโลก ทันที
ทั้ง 3 ประตูของเดมเบเล่เกิดขึ้นภายใน 32 นาทีแรกที่บอสตัน สเตเดียม เป็นการออกสตาร์ตที่เฉียบขาด ดุดัน และแทบไม่เปิดช่องให้นอร์เวย์ได้ตั้งตัว โดยเกมนี้ฝรั่งเศสเป็นฝ่ายคว้าชัย 4-1 พร้อมยึดตำแหน่งจ่าฝูงกลุ่ม ไอ ได้อย่างสมศักดิ์ศรี
แฮตทริกครึ่งแรกที่สะเทือนหน้าประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก
ผลงานนัดนี้ทำให้เดมเบเล่กลายเป็นนักเตะคนแรกที่ยิงแฮตทริกในครึ่งแรกของฟุตบอลโลกชาย นับตั้งแต่โอเล็ก ซาเลนโก้ ของรัสเซียเคยทำได้ในปี 1994 เกมพบแคเมอรูน ซึ่งซาเลนโก้จบเกมนั้นด้วยการยิงคนเดียว 5 ประตู
สถิติแฮตทริกเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกยังคงเป็นของลาสโล คิสส์ กองหน้าฮังการี ที่ใช้เวลาเพียง 7 นาที 42 วินาที หลังลงมาเป็นตัวสำรองในเกมพบเอลซัลวาดอร์ เมื่อฟุตบอลโลก 1982 ที่สเปน แต่สำหรับเดมเบเล่ นี่คือหนึ่งในแฮตทริกจากผู้เล่นตัวจริงที่มาเร็วที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ทัวร์นาเมนต์นี้
สามประตูสามสไตล์ ความเฉียบคมที่นอร์เวย์รับไม่อยู่
สิ่งที่ทำให้แฮตทริกของเดมเบเล่มีน้ำหนักมากกว่าแค่ตัวเลข คือรูปแบบการจบสกอร์ที่แตกต่างกันทั้งหมด ประตูแรกมาจากการซัดด้วยเท้าขวาอย่างหนักแน่น ก่อนที่ประตูที่สามจะเป็นการปั่นโค้งด้วยเท้าซ้ายจากพื้นที่ใกล้เคียงกัน สะท้อนความอันตรายของแนวรุกที่ใช้ได้ทั้งสองเท้าอย่างแท้จริง
คีลิยัน เอ็มบัปเป้ มีบทบาทสำคัญในเกมนี้เช่นกัน หลังจัดให้เดมเบเล่ 2 แอสซิสต์ ทำให้คู่หูแนวรุกฝรั่งเศสส่งสัญญาณอันตรายถึงทุกทีมในรอบน็อกเอาต์ว่าเกมรุกตราไก่เวลาติดเครื่องนั้นหยุดยากเพียงใด
ฝรั่งเศสถล่ม 4-1 ยึดจ่าฝูงกลุ่มอย่างไร้ข้อกังขา
รายงานเพิ่มเติมระบุว่า ฝรั่งเศสปิดเกมเหนือกว่านอร์เวย์ 4-1 โดยนอกจากแฮตทริกของเดมเบเล่แล้ว เดซิเร่ ดูเอ้ ยังมาโขกประตูปิดท้ายช่วงท้ายเกม ขณะที่นอร์เวย์ได้ประตูตีไข่แตกจากเธโล อาสการ์ด แต่ก็ไม่มากพอจะเปลี่ยนทิศทางของเกมที่ฝรั่งเศสคุมไว้แทบทั้งหมด
เกมนี้นอร์เวย์เลือกพักแกนหลักหลายราย รวมถึงเออร์ลิง ฮาลันด์ และมาร์ติน โอเดการ์ด เพื่อถนอมทีมสำหรับรอบน็อกเอาต์ ทำให้จังหวะรับมือความเร็วและความหลากหลายของฝรั่งเศสเสียสมดุลตั้งแต่ต้นเกม ก่อนโดนเดมเบเล่ลงโทษอย่างเจ็บแสบ

เดมเบเล่ขยับลุ้นรองเท้าทองคำ ไล่หลังเมสซี่แบบหายใจรดต้นคอ
ก่อนเกมนี้เดมเบเล่มีอยู่ 1 ประตู แต่หลังจบเกมเขาขยับเป็น 4 ประตูในทัวร์นาเมนต์ ตามหลังลิโอเนล เมสซี่ ที่ทำไว้ 5 ประตู ในเส้นทางลุ้นรองเท้าทองคำ พร้อมขึ้นไปอยู่ในกลุ่มเดียวกับเอ็มบัปเป้ เพื่อนร่วมทีมฝรั่งเศส ที่ยิงได้ 4 ประตูเช่นกัน
เดมเบเล่ยังกลายเป็นนักเตะรายที่สามของทัวร์นาเมนต์นี้ที่ทำแฮตทริกได้ ต่อจากลิโอเนล เมสซี่ และโจนาธาน เดวิด ของแคนาดา ทำให้การแข่งขันแย่งตำแหน่งดาวซัลโวฟุตบอลโลก 2026 ยิ่งร้อนแรงขึ้นอย่างชัดเจน
ตัวเลขสำคัญหลังคืนมหัศจรรย์ของเดมเบเล่
- 1 คือจำนวนรางวัลบัลลงดอร์ที่เดมเบเล่คว้าในปี 2025 ในฐานะผู้เล่นยอดเยี่ยมของโลก
- 3 คือการเป็นนักเตะฝรั่งเศสคนที่สามที่ยิงแฮตทริกในฟุตบอลโลกชาย ต่อจากจุสต์ ฟงแตน และคีลิยัน เอ็มบัปเป้
- 11 คือจำนวนประตูรวมในนามทีมชาติฝรั่งเศสของเดมเบเล่ โดยประตูแรกของเขาเกิดขึ้นในปี 2017 เกมอุ่นเครื่องพบอังกฤษ
- 19 คือจำนวนเกมทัวร์นาเมนต์ใหญ่ระดับทีมชาติก่อนหน้านี้ที่เดมเบเล่ไม่เคยยิงได้ ก่อนจะมากด 4 ประตูจาก 2 เกมล่าสุด
- 20 คือจำนวนการมีส่วนร่วมกับประตูในฟุตบอลโลกของเอ็มบัปเป้ นับตั้งแต่ปี 1966 หลังแอสซิสต์ให้เดมเบเล่ 2 ลูก ทำให้เขาทาบมิโรสลาฟ โคลเซ่ เป็นรองเพียงลิโอเนล เมสซี่
- 32 คือจำนวนนาทีที่เดมเบเล่ใช้ทำแฮตทริก ซึ่งเป็นหนึ่งในแฮตทริกที่มาเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก
ชัยชนะที่มากกว่า 3 คะแนนของตราไก่
ชัยชนะนัดนี้ไม่ใช่แค่การเข้าป้ายเหนือกว่านอร์เวย์ แต่เป็นการประกาศศักดาของฝรั่งเศสก่อนเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ เกมรุกที่มีทั้งเดมเบเล่ เอ็มบัปเป้ และดาวรุ่งอย่างดูเอ้ ทำให้ทีมของดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ยังดูน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ แม้รายงานระบุว่าเดส์ชองส์ไม่ได้อยู่คุมทีมข้างสนามในเกมนี้เพราะเดินทางกลับบ้านจากเหตุคุณแม่เสียชีวิต
ฝรั่งเศสถูกคาดว่าจะผ่านเข้าไปเจอสวีเดนในรอบ 32 ทีมสุดท้าย ขณะที่นอร์เวย์ซึ่งผ่านเข้ารอบเช่นกันจะไปพบไอวอรี่โคสต์ ความพ่ายแพ้ 1-4 อาจไม่ทำให้เส้นทางของนอร์เวย์จบลง แต่ย่อมเป็นสัญญาณเตือนแรงๆ ว่าหากเจอทีมใหญ่ในรอบต่อไป พวกเขาต้องแน่นกว่านี้อีกหลายเท่า
มุมมองบ้านกีฬา เดมเบเล่คืนร่างโหดในเวลาที่ฝรั่งเศสต้องการ
สำหรับแฟนบอลฝรั่งเศส นี่คือเกมที่เดมเบเล่ปลดล็อกภาพจำเดิมแบบเต็มแรง จากนักเตะที่เคยถูกตั้งคำถามเรื่องความสม่ำเสมอ กลายเป็นตัวเปลี่ยนเกมที่ระเบิดฟอร์มในเวทีใหญ่ได้อย่างเด็ดขาด และเมื่อเขาเข้าฝักพร้อมกับเอ็มบัปเป้ ฝรั่งเศสก็กลายเป็นทีมที่แนวรับคู่แข่งต้องคิดหนักทุกวินาที
จากนี้เส้นทางฟุตบอลโลกของฝรั่งเศสจะเข้มข้นขึ้นทุกนัด และฟอร์มของเดมเบเล่อาจเป็นตัวแปรสำคัญว่าทัพตราไก่จะบินสูงได้ไกลแค่ไหน แฟนบอลที่ต้องการติดตามข่าวฟุตบอลโลก 2026 ผลบอลล่าสุด โปรแกรมรอบน็อกเอาต์ และความเคลื่อนไหวทีมชาติฝรั่งเศส ติดตามข่าวฟุตบอลโลกบ้านกีฬาไว้ได้เลย

