อ่านข่าวนี้แบบสั้น: ฝรั่งเศสโชว์พลังเกมรุกสุดเหี้ยม อุสมาน เดมเบเล่กดแฮตทริกตั้งแต่ครึ่งแรก พาทีมถล่มนอร์เวย์ 4-1 คว้าแชมป์กลุ่ม I แบบชนะรวด 3 นัด ขณะที่นอร์เวย์พัก เออร์ลิง ฮาแลนด์ และมาร์ติน โอเดการ์ด เพื่อเก็บแรงลุยรอบน็อกเอาต์ แม้แพ้ขาดแต่ยังมีสัญญาณบวกจากโอกาสยิงและจุดโทษที่พลาด ส่วนรายละเอียดทั้งหมด ติดตามต่อได้ในบทความด้านล่างนี้
ฝรั่งเศส ปิดฉากรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลก 2026 แบบดุดันเกินต้าน หลังไล่ถล่มนอร์เวย์ 4-1 ในเกมชิงจ่าฝูงกลุ่ม I โดยมี อุสมาน เดมเบเล่ เป็นตัวเอกของค่ำคืนด้วยแฮตทริกสุดเฉียบ นี่คือชัยชนะ 3 นัดรวดของทัพตราไก่ และเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 1998 ที่พวกเขาชนะครบทุกเกมในรอบแบ่งกลุ่ม ก่อนจะจบทัวร์นาเมนต์ปีนั้นด้วยตำแหน่งแชมป์โลก
แม้เกมนี้ฝรั่งเศสไม่มี ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ คุมทีมข้างสนาม เพราะเดินทางกลับประเทศหลังการเสียชีวิตของคุณแม่ แต่ทีมยังเล่นด้วยความนิ่ง ความดุดัน และความเป็นระบบ ภายใต้การนำของผู้ช่วยอย่าง กี สเตฟ็อง พร้อมส่งสัญญาณชัดเจนว่าพวกเขายังเป็นทีมที่คู่แข่งทุกชาติไม่อยากเจอในรอบน็อกเอาต์
เดมเบเล่คืนร่างปีศาจ แฮตทริก 32 นาทีเขย่าเวทีบอลโลก
ก่อนหน้านี้ เดมเบเล่เคยถูกตั้งคำถามหนักเมื่อเล่นให้ทีมชาติฝรั่งเศสในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ เพราะตลอด 19 นัดก่อนหน้า เขายังยิงไม่ได้เลยบนเวทีสำคัญ แต่เกมนี้ทุกอย่างพลิกคนละหน้า ดาวเตะเปแอสเชและเจ้าของบัลลงดอร์ 2025 ระเบิดฟอร์มเหมือนปลดล็อกทั้งชีวิต ยิงเพิ่มจนมี 4 ประตูในฟุตบอลโลกครั้งนี้ เท่ากับเพื่อนร่วมทีมอย่าง คีลิยัน เอ็มบัปเป้ และขยับเข้าสู่เส้นทางลุ้นดาวซัลโวแบบเต็มตัว
เดมเบเล่ลงโทษแนวรับนอร์เวย์อย่างเลือดเย็น ทุกครั้งที่ได้พื้นที่ในกรอบเขตโทษ เขาตัดเข้าเท้าซ้ายและซัดแบบเฉียบขาด นอร์เวย์ถอยห่างเกินไป เปิดช่องให้เขาเล่นในพื้นที่ถนัด และผลลัพธ์คือหายนะของเกมรับสแกนดิเนเวีย แฮตทริกใน 32 นาทีของเขายังถูกบันทึกว่าเป็นหนึ่งในแฮตทริกที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก

รูปเกมเดือดตั้งแต่นาทีแรก ฝรั่งเศสเปิดฉากเหมือนพายุ
ฝรั่งเศสไม่เสียเวลารอดูเชิง เอ็มบัปเป้ได้โอกาสซัดชนคานตั้งแต่ยังไม่ครบครึ่งนาที ก่อนจะเป็นคนเปิดบอลยาวสุดงามให้เดมเบเล่ทะลุเข้าไปยิงประตูนำในนาทีที่ 6 จากนั้นนาทีที่ 20 เอ็มบัปเป้ปั้นเกมให้เดมเบเล่อีกครั้ง ก่อนปีกตัวจี๊ดจะขยับหาช่องแล้วปั่นบอลเสียบมุมอย่างเฉียบคม
นอร์เวย์ไม่ยอมตายง่าย ๆ และไล่มาเป็น 1-2 จาก เธโล อาสการ์ด แต่แทนที่จะทำให้ฝรั่งเศสเสียทรง กลับกลายเป็นการปลุกให้เดมเบเล่ยิ่งดุดันกว่าเดิม นาทีที่ 32 เขาซัดประตูที่สามของตัวเองด้วยลูกยิงต่ำเสียบมุม กลายเป็นแฮตทริกที่ทำให้เกมแทบจบตั้งแต่ครึ่งแรก
ครึ่งหลังนอร์เวย์มีโอกาสทองจากจุดโทษของ ยอร์เก้น สตรานด์ ลาร์เซ่น แต่โดน ไมค์ เมญ็อง ป้องกันไว้ได้ ก่อนที่ ออสการ์ บ็อบบ์ จะมีจังหวะบังคับให้เมญ็องต้องออกแรงเซฟอีกครั้ง ท้ายเกมฝรั่งเศสปิดบัญชีด้วยประตูโหม่งของ เดซีเร่ ดูเอ้ จากลูกเปิดของ แบรดลีย์ บาร์โกล่า ทำให้สกอร์จบลงที่ 4-1 อย่างเด็ดขาด
พักฮาแลนด์ถูกหรือผิด นอร์เวย์เลือกทางรอดระยะยาว
ประเด็นใหญ่ของเกมนี้คือการที่ สตาเล่ โซลบัคเค่น ตัดสินใจโรเตชั่นทีมครั้งใหญ่ โดยพัก เออร์ลิง ฮาแลนด์ และมาร์ติน โอเดการ์ด ไว้ข้างสนาม เพื่อให้ตัวหลักสดที่สุดสำหรับรอบน็อกเอาต์ เมื่อมองจากผลการแข่งขันอาจดูเจ็บ แต่ถ้ามองจากเป้าหมายระยะยาว บ้านกีฬาเห็นว่านี่คือการตัดสินใจที่มีเหตุผล เพราะนอร์เวย์ผ่านเข้ารอบไปแล้ว และต้องการทีมชุดสมบูรณ์ที่สุดสำหรับเกมต่อไป
“Honestly, I don’t care too much [about the France game],” Haaland said. “We’re through, we managed to get through, which is incredible …so I couldn’t care too much about that game now. They [France] are probably going to win against us, they’re probably going to win the whole tournament.”
แปลไทย: “พูดตรง ๆ ผมไม่ได้สนใจเกมกับฝรั่งเศสมากนัก เราผ่านเข้ารอบแล้ว ซึ่งมันยอดเยี่ยมมาก ดังนั้นตอนนี้ผมไม่ได้กังวลกับเกมนั้นเท่าไร พวกเขาน่าจะชนะเรา และพวกเขาน่าจะชนะทั้งทัวร์นาเมนต์”
คำพูดของฮาแลนด์ไม่ใช่การยอมแพ้ แต่คือความจริงแบบนักล่าที่รู้ว่าต้องเก็บอาวุธไว้ใช้ในสนามที่สำคัญกว่า นอร์เวย์ไม่มีขุมกำลังลึกเท่าฝรั่งเศส หากฝืนใช้ตัวหลักแล้วเสียหายขึ้นมา เส้นทางสร้างประวัติศาสตร์อาจพังเร็วกว่าที่คิด
ฝรั่งเศสชนะรวด ส่งสัญญาณทีมเต็งแชมป์เต็มตัว
ชัยชนะนัดนี้ทำให้ฝรั่งเศสเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม I พร้อมสถิติสมบูรณ์แบบ ชนะ 3 นัดรวด เกมรุกของพวกเขาน่ากลัวอย่างแท้จริง เพราะมีทั้ง เอ็มบัปเป้ ยืนค้ำแดนหน้า มิชาเอล โอลิเซ่ คอยปั้นเกม เดซีเร่ ดูเอ้ เติมความสดทางฝั่งซ้าย และเดมเบเล่ที่พร้อมเชือดจากริมเส้นขวา นี่คือแนวรุกที่กดดันคู่แข่งได้ทุกช่องทาง
แน่นอนว่าฝรั่งเศสยังมีจุดที่ต้องระวัง โดยเฉพาะเกมรับที่เผลอเสียสมาธิในประตูตีไข่แตกของนอร์เวย์ แต่เมื่อเทียบกับพลังทำลายล้างในแดนหน้า จุดอ่อนนั้นยังถูกกลบด้วยคุณภาพเกมรุกที่รุนแรงเกินกว่าหลายทีมจะรับมือไหว
วันแห่งอารมณ์ เดส์ชองส์ไม่อยู่แต่ทีมเล่นเพื่อเขา
บรรยากาศของเกมนี้มีน้ำหนักทางใจมากกว่าผลการแข่งขัน เพราะเดส์ชองส์ซึ่งคุมฝรั่งเศสมาตั้งแต่ปี 2012 ไม่ได้อยู่กับทีมหลังสูญเสียคุณแม่ ผู้เล่นฝรั่งเศสจึงลงสนามพร้อมภารกิจชัดเจน ต้องทำให้เจ้านายของพวกเขาภูมิใจ
“On behalf of the entire France team, France’s family, we extend our condolences to the coach and his family,” said midfielder Aurélien Tchouaméni prior to the match, speaking from the team’s camp. “This is a difficult time for everyone. We tried to make things seem normal, but we have a mission, and we want to make him proud.”
แปลไทย: “ในนามของทีมชาติฝรั่งเศสทั้งหมด ครอบครัวฝรั่งเศส เราขอแสดงความเสียใจต่อโค้ชและครอบครัวของเขา นี่เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับทุกคน เราพยายามทำให้ทุกอย่างดูปกติ แต่เรามีภารกิจ และเราต้องการทำให้เขาภูมิใจ”
“He gave us a mission, both the staff and the players. Guy will follow the coach’s instructions. We will continue to respect our playing principles. We are confident that we will do everything we can to win.”
แปลไทย: “เขามอบภารกิจให้เรา ทั้งสตาฟฟ์และผู้เล่น กีจะทำตามคำสั่งของโค้ช เราจะยังเคารพหลักการเล่นของเรา และเรามั่นใจว่าเราจะทำทุกอย่างเพื่อคว้าชัยชนะ”
โอเรเลียง ชูอาเมนี่ ตอบคำพูดของตัวเองด้วยฟอร์มในสนาม เขาคุมแดนกลางอย่างแข็งแกร่ง ทำให้ฝรั่งเศสไม่เพียงชนะด้วยคุณภาพเกมรุก แต่ยังชนะด้วยหัวใจของทีมที่รู้ว่ากำลังเล่นเพื่อใคร

เส้นทางต่อไป ฝรั่งเศสลุ้นชนสวีเดน นอร์เวย์ดวลไอวอรี่โคสต์
จากการคว้าแชมป์กลุ่ม ฝรั่งเศสมีแนวโน้มจะเจอกับสวีเดนในรอบ 32 ทีมสุดท้ายที่นิวยอร์ก นิวเจอร์ซีย์ สเตเดียม ขณะที่นอร์เวย์แม้แพ้หนักแต่ยังเข้ารอบในฐานะทีมอันดับสอง และจะเตรียมพบไอวอรี่โคสต์ในรอบต่อไป
สำหรับฝรั่งเศส นี่คือชัยชนะที่ตอกย้ำสถานะทีมเต็งแชมป์ ส่วนสำหรับนอร์เวย์ นี่อาจเป็นความพ่ายแพ้ที่ยอมรับได้ เพราะตัวหลักยังสด โอกาสในรอบน็อกเอาต์ยังเปิด และหากฮาแลนด์กับโอเดการ์ดกลับมาพร้อมเต็มถัง เกมหน้าพวกเขายังมีอาวุธมากพอจะสร้างปัญหาให้คู่แข่งได้แน่นอน
มุมมองบ้านกีฬา
เกมนี้คือคำประกาศของฝรั่งเศสว่าใครจะหยุดพวกเขาต้องมีคำตอบครบทุกจุด เพราะถ้าปิดเอ็มบัปเป้ เดมเบเล่ก็พร้อมลงโทษ ถ้าปิดริมเส้น เกมตรงกลางก็ยังมีตัวสร้างสรรค์เพียบ ส่วนเดมเบเล่จากที่เคยถูกตั้งคำถาม วันนี้เขาเปลี่ยนเสียงวิจารณ์เป็นเสียงปรบมือแบบสมศักดิ์ศรี นี่คือฟอร์มของผู้เล่นที่พร้อมพาทีมไปไกลถึงบัลลังก์แชมป์โลก
ติดตามข่าวฟุตบอลโลกบ้านกีฬาเพื่ออ่านข่าวฟุตบอลโลก 2026 ผลบอลฝรั่งเศส นอร์เวย์ บทวิเคราะห์หลังเกม และความเคลื่อนไหวรอบน็อกเอาต์แบบเข้มข้นถึงใจแฟนบอลไทย

