ราฟิก เบลกาลี 45′
ริยาด มาห์เรซ 60′, 90+3′
มาร์โก อาร์เนาโตวิช 28′
มาร์เซล ซาบิตเซอร์ 55′
ซาซา คาลาจด์ซิช 90+6′
จาก : ผลบอลสด ฟุตบอลโลก 2026 ระหว่าง แอลจีเรีย 3-3 ออสเตรีย วันนี้ 28/6/69 – บ้านกีฬา
ศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เจ ที่สนามแอร์โรว์เฮด สเตเดียม จบลงแบบหายใจแทบไม่ทั่วท้อง เมื่อแอลจีเรียเสมอออสเตรีย 3-3 ในเกมที่สกอร์พลิกไปพลิกมาจนวินาทีท้าย บ้านกีฬา มองว่านี่คือ ผลบอลสด ที่มีครบทั้งความดุดัน ความผิดพลาด และหัวใจนักสู้ของสองทีมที่ไม่ยอมปล่อยตั๋วรอบน็อกเอาต์หลุดมือ
ครึ่งแรก
ออสเตรียเริ่มเกมด้วยความแข็งและเพรสซิ่งเร็วตามสไตล์ของ ราล์ฟ รังนิก ขณะที่แอลจีเรียของ วลาดิเมียร์ เพตโควิช เน้นครองบอลจากหลังขึ้นหน้า โดยมี ริยาด มาห์เรซ เป็นแกนสร้างเกมริมเส้น นาที 11 มาร์โก อาร์เนาโตวิช โดนใบเหลืองจากจังหวะฟาวล์ อิสซา มานดี ก่อนที่เจ้าตัวจะแก้ตัวนาที 28 หลุดไปยิงจากการแทงของ ดาวิด อลาบา ให้ออสเตรียนำ 1-0
หลังเสียประตู แอลจีเรียเร่งเครื่องทันที ฟาเรส ชาอีบี เกือบตีเสมอจากลูกยิงชนเสา ก่อนนาที 45 ราฟิก เบลกาลี เติมขึ้นมายิงด้วยซ้ายในกรอบเขตโทษ ส่งแอลจีเรียไล่เจ๊า 1-1 ก่อนจบครึ่งแรกแบบเดือดกำลังดี
ครึ่งหลัง
ออสเตรียปรับทีมทันที ส่ง ฟลอเรียน กริลลิทช์, พอล วันเนอร์ และ มิชาเอล เกรกอริตช์ ลงมาเพิ่มพลังสด แล้วได้ผลในนาที 55 เมื่อ มาร์เซล ซาบิตเซอร์ ซัดไกลสุดคมให้ออสเตรียนำ 2-1 แต่แอลจีเรียตอบกลับไว นาที 60 ฮุสเซม อูอาร์ จ่ายให้ ริยาด มาห์เรซ ยิงด้วยซ้ายเสียบมุม ไล่เสมอ 2-2
ท้ายเกมดราม่าระเบิด นาที 90+3 อูอาร์แทงทะลุช่องให้มาห์เรซยิงด้วยขวา แอลจีเรียแซง 3-2 เหมือนจะปิดเกมได้แล้ว แต่ออสเตรียยังไม่ตาย นาที 90+5 ส่ง ซาซา คาลาจด์ซิช ลงสนาม และนาที 90+6 เจ้าตัวโขกจากลูกชงของเกรกอริตช์เป็น 3-3 ช่วยออสเตรียรอดแบบสุดระทึก ทั้งสองทีมผ่านเข้ารอบ โดยออสเตรียจบอันดับสองไปพบสเปน ส่วนแอลจีเรียเข้ารอบในฐานะทีมอันดับสามที่ดีที่สุดและจะเจอสวิตเซอร์แลนด์
code 2: ภาพไลน์อัพฟุตบอล 5:3รายชื่อนักเตะตัวจริงและคะแนน
แอลจีเรีย ระบบ 4-2-3-1
- ผู้รักษาประตู : อุสซามา เบนบอต 5.1
- กองหลัง : ราฟิก เบลกาลี 7.4 , อิสซา มานดี 6.7 , รามี เบนเซไบนี 6.3 , ฌาอูเอน ฮัดฌัม 6.4
- กองกลาง : ฟาเรส ชาอีบี 7.3 , นาบิล เบนตาเล็บ 7.2 , ริยาด มาห์เรซ 9.1 , อิบราฮิม มาซา 6.8 , ฮุสเซม อูอาร์ 7.2
- กองหน้า : อามีน กูอีรี 6.5
- นักเตะเด่น : ริยาด มาห์เรซ 9.1 ยิง 2 ประตู แบกเกมรุกและเป็นตัวเปลี่ยนจังหวะสำคัญ
- เปลี่ยนตัว : ซีเนดดีน เบไลด 6.4 , รายาน ไอต์ นูรี 6.3 , ซามีร์ โซฟิยาน เชอร์กี 6.2 , ฟาเรส เกดเจมิส
- สำรองไม่ได้ลง : เมลวิน มาสติล , ลูก้า ซีดาน , อัชเรฟ อาบาดา , โมฮาเหม็ด ตูกาย , รามิซ เซอร์รูกี , ฮิชาม บูดาวี , ยาซีน ทิทราอุย , อานิส ฮัจ มุสซา , อาดิล บูลบินา , อาห์เหม็ด นาดีร์ เบนบูอาลี
- ขาดหรือไม่พร้อม : โมฮาเหม็ด อามูรา
- ผู้จัดการทีม : วลาดิเมียร์ เพตโควิช
ออสเตรีย ระบบ 4-2-3-1
- ผู้รักษาประตู : อเล็กซานเดอร์ ชลาเกอร์ 6.3
- กองหลัง : สเตฟาน พอช 5.7 , ฟิลิปป์ เลียนฮาร์ท 5.9 , ดาวิด อลาบา 6.8 , ฟิลลิป มเวเน 6.0
- กองกลาง : นิโคลัส ไซวัลด์ 6.5 , ซาเวอร์ ชลาเกอร์ 6.6 , คอนราด ไลเมอร์ 6.5 , โรมาโน ชมิด 6.0 , มาร์เซล ซาบิตเซอร์ 7.2
- กองหน้า : มาร์โก อาร์เนาโตวิช 7.5
- นักเตะเด่น : ซาซา คาลาจด์ซิช 7.5 ลงมาเป็นซูเปอร์ซับและโขกประตูตีเสมอช่วงทดเจ็บ
- เปลี่ยนตัว : ฟลอเรียน กริลลิทช์ 6.7 , พอล วันเนอร์ 6.3 , มิชาเอล เกรกอริตช์ 6.9 , เควิน ดันโซ 6.3 , ซาซา คาลาจด์ซิช 7.5
- สำรองไม่ได้ลง : ฟลอเรียน วีเกเล , พาทริก เพนต์ซ , ดาวิด อัฟเฟนกรูเบอร์ , มาร์โก ฟรีเดิล , มิชาเอล สโวโบดา , คาร์นีย์ ชุควูเอเมกา , เดยัน ลยูบิชิช , อเล็กซานเดอร์ ปราสส์ , อเลสซานโดร เชิพฟ์
- ผู้จัดการทีม : ราล์ฟ รังนิก
วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
เกมนี้เป็น วิเคราะห์บอล ที่ชัดมากว่า แอลจีเรียเหนือกว่าในแง่การครองบอลและการตั้งเกม แต่ความเฉียบคมในจังหวะปิดงานกับความนิ่งในเกมรับยังมีรอยรั่วใหญ่ให้เห็น บ้านกีฬา มองว่าแผน 4-2-3-1 ของแอลจีเรียถูกออกแบบมาเพื่อคุมจังหวะผ่านแดนกลาง โดยให้ นาบิล เบนตาเล็บ กับ ฟาเรส ชาอีบี ช่วยรับบอลจากแนวหลัง แล้วปล่อยให้ ฮุสเซม อูอาร์ และ อิบราฮิม มาซา เชื่อมบอลในพื้นที่ระหว่างไลน์ ก่อนฝากความหวังสุดท้ายไว้ที่ ริยาด มาห์เรซ ทางฝั่งขวา
จุดแข็งของแอลจีเรียคือการครองบอล 65 เปอร์เซ็นต์ และจำนวนผ่านบอลมากถึง 755 ครั้ง โดยจ่ายแม่น 706 ครั้ง สิ่งนี้สะท้อนว่าพวกเขาคุมสนามได้จริง ไม่ใช่แค่ถือบอลแบบไร้พิษสง การเข้าแดนสุดท้าย 64 ครั้ง และเฟสการเล่นในพื้นที่สุดท้าย 112 จาก 135 ครั้งที่แม่นยำถึง 83 เปอร์เซ็นต์ บอกชัดว่าทีมของเพตโควิชสามารถขยับบอลเข้าเขตอันตรายได้ต่อเนื่อง
แต่ปัญหาอยู่ที่ความหลากหลายด้านกว้าง แอลจีเรียเปิดบอลเพียง 5 ครั้งและไม่เข้าเป้าเลยแม้แต่ครั้งเดียว นั่นทำให้เกมบุกต้องพึ่งการเจาะตรงกลาง การเลี้ยงกินตัว และคุณภาพเฉพาะตัวของมาห์เรซมากเกินไป แม้พวกเขาจะเลี้ยงผ่านสำเร็จ 12 จาก 19 ครั้ง และเหนือกว่าออสเตรียชัดเจนในดวลภาคพื้น แต่เมื่อบอลไปถึงจังหวะสุดท้าย การเข้าทำยังต้องใช้ความมหัศจรรย์ของนักเตะระดับกัปตันมากกว่าระบบที่หลากหลาย
ด้านออสเตรีย แม้ครองบอลแค่ 35 เปอร์เซ็นต์ และจ่ายบอลน้อยกว่าเกือบครึ่ง แต่ทีมของรังนิกมีความชัดเจนในแผนมากกว่าในบางช่วง พวกเขาไม่ได้เน้นครองบอลสวยงาม แต่เน้นจังหวะเปลี่ยนเกมเร็ว บอลทะลุช่อง และการโจมตีจากพื้นที่หน้าเขตโทษ ประตูของ อาร์เนาโตวิช มาจากบอลทะลุช่องของ อลาบา ที่แม่นยำและเฉียบขาด ส่วนประตูของ ซาบิตเซอร์ คือการลงโทษจากแถวสองเมื่อแอลจีเรียปล่อยพื้นที่หน้าเขตโทษมากเกินไป
เกมรับออสเตรียมีปัญหาชัดในช่วงที่ต้องถอยต่ำ เลียนฮาร์ทกับพอชได้คะแนนต่ำ เพราะรับมือการเคลื่อนที่ของแนวรุกแอลจีเรียได้ลำบาก โดยเฉพาะการที่มาห์เรซหุบเข้าในแล้วรับบอลในเขตโทษ ออสเตรียเสียโอกาสทอง 3 ครั้ง และปล่อยให้แอลจีเรียยิงตรงกรอบถึง 5 ครั้ง แต่สิ่งที่ออสเตรียทำได้ดีคือการเก็บบอลสองและการเล่นลูกกลางอากาศ พวกเขาชนะดวลอากาศ 9 จาก 13 ครั้ง หรือ 69 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งกลายเป็นอาวุธสำคัญในประตูตีเสมอนาที 90+6
ในเชิงรับ แอลจีเรียชนะดวลภาคพื้น 30 จาก 44 ครั้ง สูงถึง 68 เปอร์เซ็นต์ แต่แพ้ลูกกลางอากาศหนักมาก นี่คือจุดที่ทำให้เกมรับของพวกเขาไม่สมบูรณ์แบบ แม้แนวรับจะเคลียร์บอลได้ 17 ครั้ง แต่เมื่อถึงจังหวะครอสหรือบอลโด่งในกรอบ พวกเขายังจัดการไม่ขาด ประตูของคาลาจด์ซิชคือบทลงโทษที่เจ็บปวดที่สุด เพราะเกิดในช่วงที่ทีมต้องปิดเกม แต่กลับเสียพื้นที่กลางเขตโทษให้กองหน้าตัวใหญ่เข้าทำแบบถนัด
หากมองในภาพรวม แอลจีเรียคือทีมที่เล่นฟุตบอลได้ไหลลื่นกว่า มีคุณภาพการครองบอลเหนือกว่า และมีมาห์เรซเป็นตัวเปลี่ยนเกมระดับเวิลด์คลาส แต่ออสเตรียคือทีมที่มีความทรหด แข็งแรง และไม่แตกง่ายแม้โดนแซงช่วงทดเจ็บ บ้านกีฬา มองว่าเกมนี้คือการปะทะกันระหว่างทีมที่คุมเกมได้ดีกับทีมที่รู้วิธีเอาตัวรอดได้โหดกว่า และสุดท้ายจึงจบด้วยผลเสมอที่ทั้งเจ็บ ทั้งมันส์ และเต็มไปด้วยรายละเอียดทางแท็กติก
code 3: ภาพสถิติการแข่งขัน 500px ความสูงตามข้อมูลสถิติการแข่งขัน
แอลจีเรียครองบอล 65 เปอร์เซ็นต์ เหนือกว่าออสเตรียที่มี 35 เปอร์เซ็นต์ ค่าโอกาสได้ประตูอยู่ที่ 1.62 ต่อ 1.44 ยิงรวม 12 ต่อ 10 ครั้ง และยิงเข้ากรอบ 5 ต่อ 3 ครั้ง แอลจีเรียผ่านบอลมากถึง 755 ครั้ง สำเร็จ 706 ครั้ง ขณะที่ออสเตรียผ่านบอล 396 ครั้ง สำเร็จ 346 ครั้ง แต่ความคมในจังหวะสำคัญของออสเตรียทำให้เกมไม่ขาดง่าย ๆ
แอลจีเรียชนะการดวลรวม 60 เปอร์เซ็นต์ และเหนือกว่าชัดในบอลภาคพื้น แต่จุดเปราะคือบอลกลางอากาศที่ออสเตรียชนะ 9 จาก 13 ครั้ง พร้อมได้เตะมุม 3 ครั้ง ส่วนแอลจีเรียไม่ได้เตะมุมเลย ภาพรวมจึงชัดว่าแอลจีเรียคุมเกมบนพื้นได้ดี แต่ออสเตรียมีหมัดเด็ดจากจังหวะเร็วและลูกโด่งจนแบ่งแต้มกลับไปได้
เหตุการณ์สำคัญ
- 🟨 นาที 11 : มาร์โก อาร์เนาโตวิช รับใบเหลืองจากจังหวะฟาวล์ อิสซา มานดี
- ⚽ นาที 28 : ออสเตรียนำ 1-0 มาร์โก อาร์เนาโตวิช ยิงด้วยขวา หลังรับบอลทะลุช่องจาก ดาวิด อลาบา
- ⚽ นาที 45 : แอลจีเรียตีเสมอ 1-1 ราฟิก เบลกาลี ยิงด้วยซ้ายในกรอบเขตโทษ
- 🔁 นาที 46 : ออสเตรียเปลี่ยนตัว ฟลอเรียน กริลลิทช์ ลงแทน ซาเวอร์ ชลาเกอร์
- 🔁 นาที 46 : ออสเตรียเปลี่ยนตัว พอล วันเนอร์ ลงแทน โรมาโน ชมิด
- 🔁 นาที 46 : ออสเตรียเปลี่ยนตัว มิชาเอล เกรกอริตช์ ลงแทน มาร์โก อาร์เนาโตวิช
- ⚽ นาที 55 : ออสเตรียนำ 2-1 มาร์เซล ซาบิตเซอร์ ยิงไกลจากแอสซิสต์ของ คอนราด ไลเมอร์
- ⚽ นาที 60 : แอลจีเรียตีเสมอ 2-2 ริยาด มาห์เรซ ยิงด้วยซ้าย หลังรับบอลจาก ฮุสเซม อูอาร์
- 🔁 นาที 62 : ออสเตรียเปลี่ยนตัว เควิน ดันโซ ลงแทน ดาวิด อลาบา
- 🔁 นาที 71 : แอลจีเรียเปลี่ยนตัว ซามีร์ โซฟิยาน เชอร์กี ลงแทน ราฟิก เบลกาลี
- 🔁 นาที 71 : แอลจีเรียเปลี่ยนตัว ซีเนดดีน เบไลด ลงแทน อามีน กูอีรี
- 🔁 นาที 71 : แอลจีเรียเปลี่ยนตัว รายาน ไอต์ นูรี ลงแทน ฌาอูเอน ฮัดฌัม
- ⚽ นาที 90+3 : แอลจีเรียแซง 3-2 ริยาด มาห์เรซ ยิงด้วยขวา จากบอลแทงของ ฮุสเซม อูอาร์
- 🔁 นาที 90+4 : แอลจีเรียเปลี่ยนตัว ฟาเรส เกดเจมิส ลงแทน ฮุสเซม อูอาร์
- 🔁 นาที 90+5 : ออสเตรียเปลี่ยนตัว ซาซา คาลาจด์ซิช ลงแทน ฟิลลิป มเวเน
- ⚽ นาที 90+6 : ออสเตรียตีเสมอ 3-3 ซาซา คาลาจด์ซิช โขกจากลูกชงของ มิชาเอล เกรกอริตช์
- 🟥 ใบแดง : ไม่มีผู้เล่นโดนใบแดง
- 🏁 จบเกม : แอลจีเรียเสมอออสเตรีย 3-3
Player of the Match
ริยาด มาห์เรซ คือ Player of the Match ของเกมนี้ หลังทำ 2 ประตูสำคัญและได้คะแนนสูงสุด 9.1 เขาเป็นตัวแบกเกมรุกของแอลจีเรียอย่างแท้จริง ทั้งการดึงตัวประกบ การหุบเข้าใน และการจบสกอร์ในจังหวะกดดันสูง แม้ทีมไม่ชนะ แต่ผลงานของมาห์เรซคือระดับผู้นำเต็มตัว
ตารางคะแนนฟุตบอลโลก กลุ่ม เจ
FIFA World Cup • Group J
สถานการณ์ในตารางคะแนนฟุตบอลโลก 2026 กลุ่ม เจ
ผลเสมอ 3-3 ทำให้ออสเตรียจบอันดับสองของกลุ่ม เจ และผ่านเข้ารอบไปพบสเปน ขณะที่แอลจีเรียจบอันดับสามแต่ยังเข้ารอบในฐานะหนึ่งในทีมอันดับสามที่ดีที่สุด โดยมีคิวพบสวิตเซอร์แลนด์ในรอบน็อกเอาต์ ส่วนภาพรวมเกมนี้สะท้อนชัดว่าออสเตรียรอดด้วยหัวใจท้ายเกม ส่วนแอลจีเรียต้องรีบแก้ปัญหาการป้องกันลูกกลางอากาศก่อนเจอบททดสอบที่หนักกว่าเดิม
ตารางบอลนัดถัดไป
ตารางบอลนัดถัดไปของแอลจีเรีย
| ลีก | ทีม vs ทีม | วันที่ |
|---|---|---|
| ฟุตบอลโลก 2026 รอบน็อกเอาต์ | สวิตเซอร์แลนด์ vs แอลจีเรีย | 3 ก.ค. 2569 เวลา 10:00 |
แอลจีเรียเข้าสู่ โปรแกรมบอล รอบน็อกเอาต์ด้วยโจทย์ใหญ่ ต้องเล่นให้คมขึ้นและปิดเกมให้เด็ดขาดกว่าเดิม
ตารางบอลนัดถัดไปของออสเตรีย
| ลีก | ทีม vs ทีม | วันที่ |
|---|---|---|
| ฟุตบอลโลก 2026 รอบน็อกเอาต์ | สเปน vs ออสเตรีย | 3 ก.ค. 2569 เวลา 02:00 |
| ยูฟ่า เนชันส์ ลีก ลีก บี กลุ่ม 3 | ออสเตรีย vs อิสราเอล | 25 ก.ย. 2569 เวลา 01:45 |
| ยูฟ่า เนชันส์ ลีก ลีก บี กลุ่ม 3 | ออสเตรีย vs โคโซโว | 27 ก.ย. 2569 เวลา 23:00 |
ออสเตรียมี โปรแกรมบอล นัดต่อไปที่หินสุด ๆ เพราะสเปนคือทีมที่ลงโทษความผิดพลาดได้เฉียบคมกว่านี้มาก
ติดตาม บ้านผลบอล ที่ บ้านกีฬา
แฟนบอลที่ต้องการติดตาม บ้านผลบอล แบบครบทุกมุม ทั้ง ผลบอลสด วิเคราะห์บอล ตารางบอล และ โปรแกรมบอล ติดตามได้ที่ บ้านกีฬา เพราะทุกสกอร์มีรายละเอียดมากกว่าตัวเลข และทุกเกมมีจุดเปลี่ยนที่ต้องอ่านให้ขาด

