อ่านข่าวนี้แบบสั้น: คริสเตียโน โรนัลโด ออกโรงยกย่อง ลูกา โมดริช ว่าเป็น ตำนานฟุตบอล หลังโปรตุเกสเฉือนโครเอเชีย 2-1 ในรอบ 32 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026 ที่โตรอนโต ซึ่งอาจเป็นเกมฟุตบอลโลกนัดสุดท้ายของจอมทัพโครแอตวัย 40 ปี ทั้งคู่เคยร่วมงานกันยาวนานที่เรอัล มาดริด และอาจลงสนามเจอกันเป็นครั้งสุดท้าย ส่วนรายละเอียดทั้งหมด ติดตามต่อได้ในบทความด้านล่างนี้
สองตำนานปะทะกันอีกครั้งบนเวทีที่อาจเป็นฉากสุดท้าย
ลุกเป็นไฟตั้งแต่ก่อนบอลเขี่ย เมื่อ ลูกา โมดริช และ คริสเตียโน โรนัลโด ได้กลับมาแชร์สนามเดียวกันอีกครั้งในเกมใหญ่ระดับฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีมสุดท้าย ระหว่างโครเอเชียกับโปรตุเกส ที่ Toronto Stadium เมืองโตรอนโต
ตลอดเส้นทางอาชีพอันยิ่งใหญ่ ทั้งคู่ลงสนามร่วมกันมาแล้ว 233 ครั้ง แบ่งเป็นการเล่นในฐานะเพื่อนร่วมทีม 222 นัด และการดวลกันในฐานะคู่แข่งอีก 11 นัด แต่คืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่แฟนบอลได้เห็นสองยอดแข้งแห่งยุคยืนอยู่บนผืนหญ้าเดียวกัน
โปรตุเกสเฉือนโครเอเชีย 2-1 โมดริชจ่อปิดฉากทีมชาติ
เกมนี้จบลงด้วยชัยชนะสุดระทึกของโปรตุเกสเหนือโครเอเชีย 2-1 ส่งให้ทีมฝอยทองทะลุเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายต่อไป ขณะที่โครเอเชียต้องหยุดเส้นทางฟุตบอลโลกไว้เพียงรอบ 32 ทีมสุดท้าย
หลังความพ่ายแพ้ดังกล่าว กระแสในวงการลูกหนังต่างมองไปในทิศทางเดียวกันว่า โมดริชอาจเตรียมอำลาฟุตบอลทีมชาติ ปิดฉากบทสำคัญของหนึ่งในกองกลางที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของยุคสมัย หลังรับใช้โครเอเชียมายาวนานและพาทีมไปไกลเกินกว่าที่หลายคนเคยคาดคิด
โรนัลโดยกย่องจากใจ เพื่อนเก่าเรอัล มาดริดยังคือตำนาน
โรนัลโด ซึ่งเคยเป็นเพื่อนร่วมทีมกับโมดริชที่เรอัล มาดริด ระหว่างปี 2012 ถึง 2018 ไม่ปล่อยให้ค่ำคืนแห่งความทรงจำผ่านไปเงียบๆ เขาเลือกพูดถึงอดีตคู่หูแดนกลางด้วยความเคารพอย่างเต็มเปี่ยม หลังเกมที่อาจเป็นฟุตบอลโลกนัดสุดท้ายของโมดริช และอาจเป็นครั้งสุดท้ายที่ทั้งสองได้ดวลกันในสนาม
“I played with Luka so many years,” Ronaldo said. “We’re nearly the same age. I think he’s a legend of football. He’s still a legend of football.”
“ผมเล่นกับลูก้ามาหลายปี เราอายุใกล้เคียงกัน ผมคิดว่าเขาคือตำนานของฟุตบอล เขายังคงเป็นตำนานของฟุตบอล” โรนัลโดกล่าว
คำพูดสั้นๆ แต่หนักแน่นของโรนัลโดสะท้อนชัดว่า โมดริชไม่ใช่แค่คู่แข่งในเกมนี้ แต่คือผู้เล่นที่ผ่านสมรภูมิใหญ่ร่วมกันมาอย่างโชกโชน และเป็นนักเตะที่ได้รับความเคารพจากหนึ่งในซูเปอร์สตาร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกฟุตบอล
อ้อมกอดก่อนและหลังเกม ภาพจำของแฟนบอลทั้งโลก
ก่อนเกมจะเริ่มขึ้น สองตำนานลูกหนังมีโมเมนต์อบอุ่นต่อหน้าแฟนบอล ทั้งรอยยิ้มและการสวมกอดก่อนการเสี่ยงเหรียญ จากนั้นหลังเสียงนกหวีดหมดเวลา ทั้งคู่กลับมาพบกันกลางสนามอีกครั้ง กอดกัน และแลกคำพูดไม่กี่ประโยคที่มีน้ำหนักมากกว่าคำบรรยายใดๆ
นี่ไม่ใช่แค่ภาพของผู้ชนะกับผู้แพ้ แต่คือภาพของสองแข้งที่แบกยุคสมัยของฟุตบอลเอาไว้บนบ่ามานานกว่าทศวรรษ หนึ่งคนยังได้เดินหน้าล่าความฝันต่อ อีกหนึ่งคนอาจกำลังเดินออกจากเวทีที่เขาเคยสร้างปาฏิหาริย์ให้ทั้งชาติ
โมดริชกับมรดกลูกหนังที่โครเอเชียไม่มีวันลืม
โมดริชพาโครเอเชียทะยานสู่ตำแหน่งรองแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 และอันดับ 3 ในฟุตบอลโลก 2022 เขาคือหัวใจของแดนกลาง เป็นกัปตัน เป็นมันสมอง และเป็นสัญลักษณ์ของทีมที่สู้เกินขนาดประเทศมาตลอดหลายปี
ในเกมกับโปรตุเกส น้ำหนักของการแข่งขันไม่ได้อยู่แค่เรื่องการเข้ารอบ แต่ยังเป็นการดวลของสองดาวเตะสูงวัยที่ต่างยังไล่ล่าความฝันสุดท้าย นั่นคือการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก โมดริชอายุ 40 ปี ส่วนโรนัลโดอายุ 41 ปี ตัวเลขอายุอาจเดินหน้าไปไกล แต่ไฟในสนามของทั้งคู่ยังเดือดไม่แพ้วันวาน
ดาลิชยังไม่ฟันธง แต่ยอมรับนี่อาจเป็นบอลโลกครั้งสุดท้าย
ซลัตโก ดาลิช กุนซือทีมชาติโครเอเชีย ยอมรับว่านี่ “อาจเป็นไปได้” ที่จะเป็นฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของโมดริช แต่ยังไม่ปิดประตูแบบเด็ดขาด เพราะอนาคตของนักเตะระดับนี้ไม่มีใครกล้าตัดสินแทนเจ้าตัว
“probably” Modrić’s last World Cup, but added, “only God knows what will happen in the next four years. We’ll see. We’ll talk about it in Croatia.”
ดาลิชกล่าวว่านี่ “น่าจะเป็น” ฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของโมดริช แต่เสริมว่า “มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอีก 4 ปีข้างหน้า เราจะได้เห็นกัน เราจะคุยเรื่องนี้กันที่โครเอเชีย”
คำตอบของดาลิชเปิดช่องให้แฟนบอลยังมีความหวังเล็กๆ แต่ในความจริงของฟุตบอลระดับโลก การยืนระยะไปอีก 4 ปีสำหรับนักเตะวัย 40 ไม่ใช่เรื่องง่าย และนั่นยิ่งทำให้ค่ำคืนที่โตรอนโตมีความหมายลึกกว่าผลการแข่งขันบนสกอร์บอร์ด
โปรตุเกสไปต่อ โครเอเชียทิ้งท้ายด้วยศักดิ์ศรี
โปรตุเกสได้ตั๋วไปต่อในรอบ 16 ทีมสุดท้าย พร้อมยืดเส้นทางล่าฝันของโรนัลโดออกไปอีกอย่างน้อยหนึ่งเกม ขณะที่โครเอเชียต้องยอมรับความเจ็บปวดของการตกรอบ แต่พวกเขายังเดินออกจากสนามด้วยศักดิ์ศรีของทีมที่สู้จนวินาทีสุดท้าย
สำหรับแฟนบอล นี่คือหนึ่งในเกมที่ไม่ได้จบแค่ผลชนะหรือแพ้ แต่เป็นบทบันทึกของยุคสมัย เมื่อโรนัลโดกล่าวคำยกย่องโมดริชอย่างจริงใจ และโมดริชอาจทิ้งภาพสุดท้ายในฟุตบอลโลกไว้ในฐานะนักรบแดนกลางที่ไม่มีใครกล้าลืม
ค่ำคืนแห่งความเคารพของสองยอดแข้ง
ไม่ว่าอนาคตของโมดริชกับทีมชาติโครเอเชียจะเดินต่อหรือหยุดลงตรงนี้ เกมที่โตรอนโตได้ตอกย้ำอีกครั้งว่า ฟุตบอลไม่ได้มีแค่ถ้วยรางวัล แต่ยังมีมิตรภาพ ความเคารพ และเรื่องราวของนักเตะที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้คนทั้งโลก
โรนัลโดกับโมดริชอาจอยู่คนละฝั่งในค่ำคืนนี้ แต่ทั้งคู่ยืนอยู่ในพื้นที่เดียวกันของประวัติศาสตร์ฟุตบอลเรียบร้อยแล้ว แฟนบอลที่ต้องการเกาะติด ข่าวฟุตบอลโลก 2026 ผลบอลล่าสุด ประเด็นร้อนหลังเกม และทุกความเคลื่อนไหวของลูกหนังระดับโลก ติดตามต่อได้ที่ ข่าวฟุตบอลโลกบ้านกีฬา

