โรนัลโด้ปิดตำนานบอลโลก 20 ปี ราชันไร้มงกุฎแห่งเวิลด์คัพ

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

อ่านข่าวนี้แบบสั้น: คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปิดฉากเส้นทาง ฟุตบอลโลก 2026 อย่างเจ็บปวด หลังโปรตุเกสพ่ายสเปน 0-1 จอดป้ายรอบ 16 ทีมสุดท้าย ทำให้เวิลด์ คัพ สมัยที่ 6 กลายเป็นทัวร์นาเมนต์สุดท้ายของเขา พร้อมทิ้งสถิติ 27 นัด 11 ประตู และตำนาน 20 ปีที่แฟนบอลไม่มีวันลืม ส่วนรายละเอียดทั้งหมด ติดตามต่อได้ในบทความด้านล่างนี้

จบเกม จบฝัน จบเวทีบอลโลกของโรนัลโด้

ค่ำคืนที่โปรตุเกสพ่ายสเปน 0-1 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ไม่ได้เป็นแค่การตกรอบของทัพฝอยทองเท่านั้น แต่มันคือวินาทีที่โลกฟุตบอลต้องบันทึกว่า เส้นทางของโรนัลโด้บนเวทีเวิลด์ คัพ ได้ปิดฉากลงอย่างเป็นทางการ หลังเจ้าตัวยืนยันไว้ก่อนแล้วว่า ฟุตบอลโลกครั้งนี้คือครั้งสุดท้ายในอาชีพค้าแข้ง

เกมดังกล่าว สเปนได้ประตูชัยช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาที 90+1 จาก มิเกล เมรีโน่ ก่อนทะลุเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายไปพบเบลเยียม ขณะที่โปรตุเกสต้องหยุดเส้นทางไว้เพียงรอบ 16 ทีมสุดท้าย และโรนัลโด้ต้องอำลาบอลโลกด้วยความเจ็บแสบที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตนักเตะ

20 ปีบนเวทีใหญ่ที่สุดของโลก

โรนัลโด้เปิดตัวในฟุตบอลโลกครั้งแรกเมื่อปี 2006 ที่เยอรมนี จากวันนั้นถึงปี 2026 เขาก้าวผ่านเวิลด์ คัพ มาแล้ว 6 สมัยติดต่อกัน ได้แก่ 2006, 2010, 2014, 2018, 2022 และ 2026 กลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่ยืนระยะบนเวทีระดับโลกได้ยาวนานและทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์ลูกหนัง

ตลอดสองทศวรรษ โรนัลโด้แบกทั้งความหวัง ความกดดัน และศรัทธาของแฟนบอลโปรตุเกสไว้บนบ่า แม้ปลายทางจะไม่ใช่การชูถ้วยแชมป์โลก แต่ทุกครั้งที่เขาลงสนาม ชื่อของเขายังคงเป็นจุดศูนย์กลางของสายตาคนทั้งโลกเสมอ

ARLINGTON, TEXAS – JULY 6: Cristiano Ronaldo #7 of Portugal following the match during the FIFA World Cup 2026 Round Of 16 match between Portugal and Spain at Dallas Stadium on July 6, 2026 in Arlington, United States. (Photo by Steve Limentani/ISI Photos/ISI Photos via Getty Images)

สถิติระดับตำนานที่ทิ้งไว้ให้โลกจำ

โรนัลโด้ปิดฉากฟุตบอลโลกด้วยผลงานลงสนาม 27 นัด ยิงได้ 11 ประตู ขึ้นแท่นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของโปรตุเกสในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย และยังเป็นนักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ยิงประตูได้ในฟุตบอลโลก 6 สมัยติดต่อกัน

นอกเหนือจากตัวเลขในเวิลด์ คัพ เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 5 สมัย ยังลงเล่นให้ทีมชาติโปรตุเกสรวม 233 นัด ยิงได้ 233 ประตู พร้อมสร้างสถิติเป็นนักเตะคนแรกที่ยิงรวมในศึกฟุตบอลโลกและฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปได้ไม่น้อยกว่า 25 ประตู

ฝันแชมป์โลกดับ แต่ภารกิจ 1,000 ประตูยังไม่จบ

แม้ความฝันในการคว้าแชมป์โลกจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่เส้นทางลูกหนังของโรนัลโด้ยังไม่ปิดฉากทั้งหมด เป้าหมายต่อไปของเขาคือการล่าเครื่องหมาย 1,000 ประตูในอาชีพ โดยปัจจุบันทำไปแล้ว 976 ประตู เหลืออีกเพียง 24 ประตูเท่านั้น

นี่คือภารกิจที่สะท้อนตัวตนของโรนัลโด้อย่างชัดเจน แม้อายุ 41 ปี เขายังไม่หยุดไล่ล่าความยิ่งใหญ่ และยังคงใช้ความกระหายเป็นเชื้อไฟผลักตัวเองไปข้างหน้า

ไทม์ไลน์ 20 ปีของโรนัลโด้ในฟุตบอลโลก

  • 11 มิถุนายน 2006 ประเดิมสนามฟุตบอลโลกนัดแรก พบ แองโกลา
  • 17 มิถุนายน 2006 ยิงประตูแรกในฟุตบอลโลก เกมชนะ อิหร่าน 2-0
  • 15 มิถุนายน 2018 ทำแฮตทริกแรกในฟุตบอลโลก เกมเสมอ สเปน 3-3
  • 23 มิถุนายน 2026 สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเตะคนแรกที่ยิงประตูได้ในฟุตบอลโลก 6 สมัยติดต่อกัน เกมชนะ อุซเบกิสถาน 5-0
  • 23 มิถุนายน 2026 ขึ้นเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของโปรตุเกสในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ด้วยผลงาน 11 ประตู
  • 2 กรกฎาคม 2026 กลายเป็นนักเตะอายุมากที่สุดที่ยิงประตูในรอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลก ด้วยวัย 41 ปี 147 วัน จากเกมชนะ โครเอเชีย 2-1
  • 6 กรกฎาคม 2026 ลงเล่นฟุตบอลโลกนัดที่ 27 และเป็นนัดสุดท้ายในอาชีพ เกมแพ้ สเปน 0-1

โปรตุเกสสั่นสะเทือนหลังตกรอบ

ผลพ่ายสเปนไม่เพียงพรากโรนัลโด้ออกจากฟุตบอลโลก แต่ยังเขย่าโครงสร้างทีมชาติโปรตุเกสทั้งระบบ เพราะหลังจบเกม โรแบร์โต้ มาร์ตีเนซ ประกาศอำลาตำแหน่งกุนซือทันที หลังพาทีมไปไม่ถึงเป้าหมายสูงสุดอย่างแชมป์โลก

“นี่คือจุดสิ้นสุดของวัฏจักร และผมคิดว่าตอนนี้ถึงเวลาที่ทีมควรมีเสียงใหม่เข้ามานำทาง”

มาร์ตีเนซเข้ามาคุมโปรตุเกสตั้งแต่ปี 2023 และพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ได้ 1 สมัย แต่ความพ่ายแพ้ในฟุตบอลโลก 2026 กลายเป็นจุดสิ้นสุดของยุคเขาอย่างสมบูรณ์

บรูโน่ยอมรับ โปรตุเกสพลาดเอง

ด้าน บรูโน่ แฟร์นันด์ส ออกมายอมรับความผิดหวังหลังเกม โดยชี้ว่าโปรตุเกสทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐาน โดยเฉพาะครึ่งหลังที่ถอยลงไปรับลึกเกินไป จนเปิดพื้นที่ให้สเปนครองบอลและบดจนได้ประตูชัย

“แน่นอนว่าเรารู้สึกผิดหวัง เรามาที่นี่ด้วยเป้าหมายเดียวคือการคว้าแชมป์โลก แต่น่าเสียดายที่เราเล่นได้ไม่ถึงมาตรฐานของตัวเอง”

“ผมคิดว่าวันนี้เราเล่นได้ดีกว่าในครึ่งแรก แต่ครึ่งหลังเรากลับทำผิดพลาดแบบเดิม นั่นคือการลงไปตั้งรับต่ำเกินไป ปล่อยให้คู่แข่งครองบอล เมื่อเป็นแบบนั้น ไม่ช้าก็เร็วคุณก็ต้องเสียประตู”

คำพูดของบรูโน่สะท้อนภาพเกมได้ชัดเจน โปรตุเกสไม่ได้แพ้เพราะไร้คุณภาพ แต่แพ้เพราะถอยหลังในวันที่ต้องเดินหน้า และสุดท้ายสเปนก็ลงโทษอย่างเยือกเย็นในช่วงเวลาที่เจ็บปวดที่สุด

ราชันไร้มงกุฎแห่งเวิลด์ คัพ

โรนัลโด้อาจไม่เคยได้สัมผัสถ้วยฟุตบอลโลก แต่สิ่งที่เขาทิ้งไว้ยิ่งใหญ่เกินกว่าคำว่าพ่ายแพ้ เขาคือเจ้าของสถิติ ผู้สร้างแรงบันดาลใจ และหนึ่งในนักเตะที่ทำให้เวิลด์ คัพ ตลอด 20 ปีที่ผ่านมาเต็มไปด้วยเรื่องเล่าระดับตำนาน

นี่อาจเป็นตอนจบที่ไม่สมบูรณ์แบบ แต่สำหรับแฟนบอลทั่วโลก ชื่อของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะยังคงยืนอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ในฐานะราชันไร้มงกุฎที่ไม่เคยหยุดต่อสู้จนวินาทีสุดท้าย ติดตามข่าวฟุตบอลโลก 2026 และเรื่องราวลูกหนังเข้มข้นแบบครบทุกมุมได้ที่ ข่าวฟุตบอลโลกบ้านกีฬา

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา