ความคืบหน้าโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 กำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญ หลังคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคมเห็นชอบแนวทางทบทวนหลักเกณฑ์บางส่วน เพื่อให้การคัดกรองสะท้อนฐานะทางเศรษฐกิจของประชาชนอย่างเหมาะสม และลดความเสี่ยงที่กลุ่มเปราะบางจะถูกตัดสิทธิจากเงื่อนไขที่อาจไม่สะท้อนความเป็นอยู่จริง
กระทรวงการคลังเตรียมเสนอแนวทางปรับหลักเกณฑ์เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ก่อนเดินหน้าประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ลงทะเบียนในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ตามกำหนดเดิม โดยผู้ที่ผ่านเกณฑ์จะเริ่มใช้สิทธิรอบใหม่ได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
คลังเตรียมเสนอ ครม. ปรับเกณฑ์ก่อนประกาศผล
การทบทวนหลักเกณฑ์ครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อช่วยให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบางได้รับการพิจารณาอย่างเป็นธรรมมากขึ้น เนื่องจากข้อมูลบางประเภทอาจไม่สามารถใช้ชี้วัดฐานะทางเศรษฐกิจหรือความสามารถในการดำรงชีพของบุคคลได้อย่างตรงไปตรงมา
แม้คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องจะเห็นชอบแนวทางเบื้องต้นแล้ว แต่ขั้นตอนยังต้องเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาก่อน จึงควรรอติดตามผลการประชุมอย่างเป็นทางการอีกครั้ง โดยกำหนดประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติยังคงเป็นวันที่ 17 กรกฎาคม 2569
ปลดล็อกเกณฑ์ที่ 1 ไม่นำการลดหย่อนภาษีบุพการีมาตัดสิทธิ
หลักเกณฑ์เดิมกำหนดให้บิดาหรือมารดาที่ถูกบุตรนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีค่าอุปการะเลี้ยงดู อาจถูกจัดอยู่ในกลุ่มบุคคลที่ไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ
อย่างไรก็ตาม แนวทางที่เตรียมเสนอในครั้งนี้จะไม่นำเงื่อนไขการถูกใช้สิทธิลดหย่อนภาษีในฐานะบิดาหรือมารดามาเป็นเกณฑ์ตัดสิทธิ เนื่องจากการที่บุตรนำชื่อพ่อแม่ไปลดหย่อนภาษี ไม่ได้หมายความว่าบิดาหรือมารดาจะมีรายได้เพียงพอ หรือได้รับการดูแลจนไม่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจึงมีโอกาสช่วยให้ผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางที่มีฐานะเข้าเกณฑ์ได้รับการพิจารณาจากข้อมูลรายได้ ทรัพย์สิน และเงื่อนไขอื่นตามความเป็นจริงมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม เกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการถูกใช้สิทธิลดหย่อนภาษีในฐานะคู่สมรสและบุตรยังคงอยู่ในการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ของโครงการ
ปลดล็อกเกณฑ์ที่ 2 ไม่นับสินเชื่อภาคเกษตรรวมในวงเงินหนี้
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการทบทวนเกณฑ์วงเงินสินเชื่อรวมไม่เกิน 100,000 บาท โดยแนวทางใหม่จะไม่นับรวมสินเชื่อภาคการเกษตรในการพิจารณาวงเงินสินเชื่อทั้งหมด
เหตุผลสำคัญคือสินเชื่อเกษตรมีลักษณะแตกต่างจากสินเชื่อทั่วไป เพราะอาจเป็นเงินทุนที่ใช้หมุนเวียนตามฤดูกาลเพาะปลูก ใช้ลงทุนด้านการผลิต หรือเกี่ยวข้องกับมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาความเสียหายจากภัยธรรมชาติ ยอดสินเชื่อที่สูงกว่า 100,000 บาทจึงอาจไม่ได้สะท้อนว่าผู้กู้มีฐานะดีหรือมีความสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระดับสูง
หากคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ การไม่นับสินเชื่อภาคเกษตรอาจช่วยลดผลกระทบต่อเกษตรกรรายย่อยที่มีภาระหนี้จากต้นทุนการผลิต แต่ยังมีรายได้และทรัพย์สินอยู่ในระดับที่ควรได้รับความช่วยเหลือ
ผู้เข้าสู่กระบวนการคัดกรองมีมากกว่า 19 ล้านคน
การตรวจสอบสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ครอบคลุมประชาชนกลุ่มเป้าหมายมากกว่า 19 ล้านคน โดยแบ่งข้อมูลออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
- ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมประมาณ 12.70 ล้านคน
- กลุ่มที่มีรายชื่ออยู่ในฐานข้อมูลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ประมาณ 1.04 ล้านคน
- กลุ่มผู้มีรายได้น้อยหรือกลุ่มตกหล่นนอกระบบเดิม ซึ่งมีการสำรวจและรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมประมาณ 5.4 ล้านคน
การรวบรวมข้อมูลจากหลายหน่วยงานมีเป้าหมายเพื่อลดปัญหาผู้มีคุณสมบัติจริงแต่เข้าไม่ถึงความช่วยเหลือ หรือที่เรียกว่าปัญหากลุ่มตกหล่น พร้อมยกระดับการคัดกรองให้ครอบคลุมประชาชนที่มีความจำเป็นมากขึ้น

เช็กผลบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 วันที่ 17 กรกฎาคม
กระทรวงการคลังกำหนดประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบผลได้ผ่านช่องทางหลัก ได้แก่
- เว็บไซต์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
- แอปพลิเคชันเป๋าตัง
- แอปพลิเคชันทางรัฐ
- หน่วยรับลงทะเบียนของธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ
ผู้ที่มีสถานะยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ไม่จำเป็นต้องดำเนินการเพิ่มเติมในช่วงนี้ ให้รอตรวจสอบผลตามวันประกาศอย่างเป็นทางการ
ผ่านเกณฑ์แล้วต้องทำอะไรต่อ
ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ ไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่ และสามารถใช้สิทธิต่อเนื่องตามเงื่อนไขของโครงการได้
ส่วนผู้ได้รับสิทธิรายใหม่จะต้องดำเนินการยืนยันตัวตนก่อนเริ่มใช้สิทธิ โดยสามารถยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือผ่านหน่วยรับลงทะเบียนตามช่องทางที่กำหนด
ผู้ผ่านคุณสมบัติจะเริ่มใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 หากเป็นผู้ได้รับสิทธิรายใหม่แต่ยังไม่ยืนยันตัวตนภายในกำหนด จะเริ่มใช้สิทธิได้ภายหลังดำเนินการยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว
ไม่ผ่านเกณฑ์ยังมีสิทธิยื่นอุทธรณ์
ผู้ที่ตรวจสอบผลแล้วพบว่าไม่ผ่านคุณสมบัติ จะสามารถดูเหตุผลว่าติดเงื่อนไขใด และสามารถยื่นอุทธรณ์เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อมูลใหม่ได้ภายใน 15 วันนับจากวันประกาศผล
การอุทธรณ์สามารถดำเนินการผ่านเว็บไซต์โครงการ แอปพลิเคชันเป๋าตัง แอปพลิเคชันทางรัฐ หรือหน่วยรับลงทะเบียนของธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ
ผู้ลงทะเบียนควรตรวจสอบเหตุผลอย่างละเอียด หากพบว่าข้อมูลรายได้ ทรัพย์สิน สถานะบุคคล หรือข้อมูลจากหน่วยงานที่ใช้ตรวจสอบไม่ถูกต้อง ควรดำเนินการแก้ไขกับหน่วยงานเจ้าของข้อมูลตามขั้นตอนและระยะเวลาที่กำหนด
เกณฑ์สำคัญอื่นยังใช้ตรวจสอบตามเดิม
แม้จะมีแนวทางผ่อนคลายบางเงื่อนไข แต่การคัดกรองยังพิจารณาคุณสมบัติด้านอื่นอย่างรอบด้าน เช่น
- ต้องมีสัญชาติไทย
- มีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ตามวันที่กำหนด
- มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี
- มีทรัพย์สินทางการเงินรวมไม่เกิน 100,000 บาท
- ต้องผ่านเกณฑ์ด้านอสังหาริมทรัพย์ตามประเภทของผู้ลงทะเบียน
- ต้องผ่านเงื่อนไขเกี่ยวกับการถือครองรถยนต์
- ต้องไม่เป็นผู้มีบัตรเครดิต
- ต้องไม่อยู่ในกลุ่มบุคคลที่โครงการกำหนดว่าไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิ
การพิจารณารอบปี 2569 เน้นตรวจสอบคุณสมบัติเป็นรายบุคคล แตกต่างจากบางรอบที่ผ่านมา ซึ่งมีการนำข้อมูลระดับครัวเรือนมาใช้ร่วมในการประเมินด้วย
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านใดบ้าง
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นมาตรการช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยผ่านวงเงินและสิทธิประโยชน์ที่ใช้ลดภาระค่าใช้จ่ายจำเป็นในชีวิตประจำวัน โดยสิทธิหลักยังครอบคลุมค่าอุปโภคบริโภค ค่าเดินทาง ก๊าซหุงต้ม ค่าไฟฟ้า และค่าน้ำประปา
สิทธิสำคัญประกอบด้วย
- วงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น 300 บาทต่อคนต่อเดือน
- ส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 80 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน
- วงเงินค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ 750 บาทต่อคนต่อเดือน
- มาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าตามวงเงินและเงื่อนไขที่กำหนด
- มาตรการช่วยเหลือค่าน้ำประปาตามวงเงินและเงื่อนไขที่กำหนด
วงเงินแต่ละประเภทมีเงื่อนไขการใช้งานแตกต่างกัน และไม่สามารถถอนออกมาเป็นเงินสดหรือโอนรวมกับวงเงินประเภทอื่นได้ ผู้ได้รับสิทธิจึงควรตรวจสอบรายละเอียดก่อนใช้งานทุกครั้ง
ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์อาจได้รับมาตรการช่วยเหลืออื่น
กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณาเสนอแนวทางให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมที่ไม่ผ่านคุณสมบัติรอบปี 2569 ได้รับความช่วยเหลือผ่านโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เป็นระยะเวลา 2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมถึง 30 กันยายน 2569 เนื่องจากกลุ่มผู้ถือบัตรเดิมไม่มีสิทธิลงทะเบียนโครงการดังกล่าวในช่วงเปิดรับสมัคร
อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนพิจารณา ผู้ที่เกี่ยวข้องควรรอติดตามประกาศอย่างเป็นทางการก่อนดำเนินการ
สรุปความคืบหน้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569
สิ่งที่ประชาชนต้องจับตาคือการเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาปรับหลักเกณฑ์ในวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 โดยมีประเด็นสำคัญคือการไม่นำการถูกใช้สิทธิลดหย่อนภาษีในฐานะบิดามารดามาตัดสิทธิ และการไม่นับสินเชื่อภาคเกษตรรวมในเกณฑ์วงเงินสินเชื่อ 100,000 บาท
หลังจากนั้นจะเข้าสู่วันประกาศผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ผู้ผ่านเกณฑ์เตรียมใช้สิทธิตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 ส่วนผู้ไม่ผ่านควรตรวจสอบเหตุผลและดำเนินการอุทธรณ์ภายในระยะเวลาที่กำหนด
ผู้ลงทะเบียนควรติดตามข้อมูลจากช่องทางราชการอย่างใกล้ชิด ระวังข้อความหรือเว็บไซต์ปลอมที่ขอข้อมูลส่วนตัว รหัสผ่าน หรือรหัสยืนยัน เพราะการตรวจสอบสิทธิไม่ควรเปิดเผยข้อมูลสำคัญให้บุคคลอื่น
ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

