คีลิยัน เอ็มบัปเป 60'
อุสมาน เดมเบเล 66'
ไม่มีผู้ทำประตู
ฝรั่งเศสเดินหน้าสู่รอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลกเป็นสมัยที่สามติดต่อกัน หลังเอาชนะโมร็อกโก 2-0 ที่สนามยิลเลตต์ สเตเดียม เมืองฟอกซ์โบโร เมื่อช่วงเช้าวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ตามเวลาประเทศไทย คีลิยัน เอ็มบัปเปและอุสมาน เดมเบเลทำคนละประตูในครึ่งหลัง ปิดฉากเกมที่ทัพตราไก่เหนือกว่าด้านโอกาสเข้าทำอย่างชัดเจน
ตัวเลข ผลบอลสด ชี้ว่าฝรั่งเศสครองบอลเพียง 48 เปอร์เซ็นต์ แต่ยิงถึง 22 ครั้ง มีค่าประตูที่คาดหวัง 3.04 และสร้างโอกาสสำคัญ 5 ครั้ง ส่วนโมร็อกโกยิงเพียง 5 ครั้ง เข้ากรอบครั้งเดียว และไม่มีโอกาสสำคัญตลอดเกม
ครึ่งแรก
ฝรั่งเศสเปิดฉากบุกทันที เอ็มบัปเปยิงเฉียดเสาตั้งแต่นาทีที่ 4 ก่อนดาโยต์ อูปาเมกาโนโหม่งติดเซฟยัสซีน บูนู แนวรุกอย่างเดมเบเล เดซิเร ดูเอ และไมเคิล โอลิเซสลับตำแหน่งกดแนวรับโมร็อกโกจนต้องถอยต่ำ
นาทีที่ 25 นูสแซร์ มาซราอุยทำฟาวล์เอ็มบัปเปในเขตโทษ ผู้ตัดสินให้จุดโทษแก่ฝรั่งเศส แต่บูนูอ่านทางถูกและเซฟลูกยิงของเอ็มบัปเปในนาทีที่ 28 ได้สำเร็จ หลังจากนั้นดูเอถูกปฏิเสธประตูจากการเซฟอีกครั้ง ส่วนลูกยิงไกลของลูกาส์ ดีญพุ่งชนคานในช่วงทดเวลา
โมร็อกโกแทบไม่มีพื้นที่โต้กลับ บิลาล เอล คันนุสโดดเดี่ยวอยู่ด้านหน้า ขณะที่บราฮิม ดิอาซและอัซเซดีน อูนาฮีต้องถอยลงมาช่วยเกมรับ จบครึ่งแรกเสมอ 0-0 ทั้งที่ฝรั่งเศสยิงไปแล้ว 13 ครั้ง และมีค่าประตูที่คาดหวัง 1.87
ครึ่งหลัง
ฝรั่งเศสยังเดินหน้ากดดันต่อเนื่อง ก่อนปลดล็อกในนาทีที่ 60 ดูเอจ่ายบอลให้เอ็มบัปเปในเขตโทษ กัปตันทีมตราไก่ยิงด้วยเท้าขวาส่งบอลเสียบมุม พาทีมขึ้นนำ 1-0
เพียง 6 นาทีต่อมา เอ็มบัปเปจ่ายให้เดมเบเลตั้งป้อมยิงจากนอกกรอบ บอลพุ่งต่ำเสียบมุมเป็น 2-0 โมร็อกโกพยายามแก้เกมด้วยการส่งโซฟียาน อัมราบัต ซูฟียาน ราฮิมี และเจสซิม ยาสซีนลงสนาม แต่เพิ่งยิงตรงกรอบครั้งแรกในนาทีที่ 83 จากอูนาฮี
ช่วงท้ายเกม บูนูยังต้องเซฟลูกยิงของแบรดลีย์ บาร์โคลาและฌอง ฟิลิปป์ มาเตตา ก่อนฝรั่งเศสรักษาสกอร์ 2-0 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้อย่างแข็งแกร่ง
ฝรั่งเศส 2 – 0 โมร็อกโก
รายชื่อนักเตะและคะแนน
ฝรั่งเศส
หัวหน้าผู้ฝึกสอน : ดีดิเยร์ เดส์ชองส์
แผนการเล่น : 4-2-3-1
- ผู้รักษาประตู : ไมค์ เมญอง 6.8
- กองหลัง : ฌูลส์ กุนเด 7.1, ดาโยต์ อูปาเมกาโน 7.3, วิลเลียม ซาลิบา 7.1, ลูกาส์ ดีญ 7.0
- กองกลาง : มานู โกเน 7.2, อาเดรียง ราบิโอต์ 7.2, อุสมาน เดมเบเล 8.9, ไมเคิล โอลิเซ 7.5, เดซิเร ดูเอ 7.4
- กองหน้า : คีลิยัน เอ็มบัปเป 7.8
- นักเตะเด่น : อุสมาน เดมเบเล 8.9
- เปลี่ยนตัว : วาร์เรน ซาอีร์ เอเมรี 6.7, ฌอง ฟิลิปป์ มาเตตา 6.5, แบรดลีย์ บาร์โคลา 6.9, มาโล กุสโต 6.8
- สำรองไม่ได้ลงสนาม : บริซ ซัมบา, โรบิน ริสเซอร์, อิบราฮิมา โกนาเต, ลูกาส์ แอร์กน็องเดซ, เตโอ แอร์กน็องเดซ, มักซ็องซ์ ลาครัวซ์, โอเรเลียง ชูอาเมนี, รายาน แชร์กี, เอ็นโกโล ก็องเต, มักเนส อากลิอูช
โมร็อกโก
หัวหน้าผู้ฝึกสอน : โมฮาเหม็ด วาห์บี
แผนการเล่น : 4-2-3-1
- ผู้รักษาประตู : ยัสซีน บูนู 8.0
- กองหลัง : อัชราฟ ฮาคิมี 6.2, อิสซา ดิย็อป 6.4, นูสแซร์ มาซราอุย 6.0, อานาส ซาลาห์ เอดดีน 6.4
- กองกลาง : อายูบ บูอัดดี 6.1, นีล เอล อายนาอุย 6.7, บราฮิม ดิอาซ 6.4, อัซเซดีน อูนาฮี 6.6, เชมส์ดีน ตัลบี 6.3
- กองหน้า : บิลาล เอล คันนุส 6.7
- นักเตะเด่น : ยัสซีน บูนู 8.0
- เปลี่ยนตัว : โซฟียาน อัมราบัต 6.7, ซูฟียาน ราฮิมี 6.2, ซากาเรีย เอล วาห์ดี 6.7, เจสซิม ยาสซีน 6.5, อามีน สไบ 6.3
- สำรองไม่ได้ลงสนาม : มูนีร์ เอล กาจุย, อาเหม็ด เรดา ตักนาอูตี, มาร์วาน ซาดาน, ชาดี ริยาด, เรดวน ฮัลฮัล, ยูซุฟ เบลอัมมารี, ซามีร์ เอล มูราเบ็ต, อิสมาเอล ไซบารี, อายูบ เอล คาบี
- ผู้เล่นไม่พร้อม : อิสมาเอล ไซบารี
วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
การ วิเคราะห์บอล นัดนี้ต้องแยกระหว่างการครองบอลกับการควบคุมเกม โมร็อกโกมีบอล 52 เปอร์เซ็นต์ แต่ฝรั่งเศสเป็นฝ่ายกำหนดว่าคู่แข่งจะเล่นตรงไหนและจบเกมรุกอย่างไร ทัพตราไก่ยอมให้โมร็อกโกผ่านบอลในแดนหลัง ก่อนปิดทางเข้าสู่พื้นที่ตรงกลางและบังคับให้ออกบอลริมเส้น
ระบบ 4-2-3-1 ของฝรั่งเศสมีความยืดหยุ่นสูง ราบิโอต์กับโกเนคุมพื้นที่หน้าแนวรับ ขณะที่เดมเบเล โอลิเซ และดูเอสลับกันเข้าโจมตีพื้นที่ครึ่งช่อง เอ็มบัปเปไม่ได้ยืนค้ำกลางตลอดเวลา แต่ฉีกไปทางซ้ายหรือถอยมารับบอลเพื่อดึงเซ็นเตอร์แบ็กออกจากตำแหน่ง
การเคลื่อนที่ดังกล่าวทำให้แนวรับโมร็อกโกเสียรูป เมื่อผู้เล่นขยับตามเอ็มบัปเป พื้นที่หน้าเขตโทษจะเปิดให้เดมเบเลและโอลิเซเข้าเล่น ประตูที่สองเกิดจากสถานการณ์ลักษณะนี้ เอ็มบัปเปดึงความสนใจแล้วจ่ายให้เดมเบเลยิงจากบริเวณที่ไม่มีผู้เล่นออกมาปิดทัน
เกมริมเส้นเป็นอีกจุดที่ฝรั่งเศสเหนือกว่า กุนเดและดีญเติมเกมสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ฮาคิมีและซาลาห์ เอดดีนไม่สามารถดันขึ้นสูงได้เต็มที่ เชมส์ดีน ตัลบีจึงต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ช่วยไล่ตามกุนเดมากกว่าสร้างเกมรุกของตัวเอง
ด้านเกมรับ อูปาเมกาโนกับซาลิบาคุมพื้นที่กลางอากาศแทบเบ็ดเสร็จ ฝรั่งเศสชนะการดวลลูกกลางอากาศ 12 จาก 13 ครั้ง ส่งผลให้การเปิดบอลของโมร็อกโกแทบไม่มีเป้าหมาย แม้ฮาคิมีจะพยายามเติมเกม แต่ลูกเปิดเข้าเป้าเพียง 2 จาก 13 ครั้ง
โมร็อกโกยังขาดกองหน้าธรรมชาติที่สามารถพักบอลและโจมตีพื้นที่ด้านหลัง บิลาล เอล คันนุสถูกวางเป็นตัวบนสุด แต่ต้องถอยลงมาหาบอลจนเขตโทษไม่มีผู้เล่นคอยกดดันแนวรับฝรั่งเศส การขาดอิสมาเอล ไซบารีทำให้ทีมเสียตัวพาบอลและผู้เล่นที่สร้างความแตกต่างในพื้นที่สุดท้าย
โมฮาเหม็ด วาห์บียอมรับหลังเกมว่าฝรั่งเศสสร้างปัญหาได้ทั้งริมเส้นและพื้นที่ตรงกลาง ขณะที่การเปลี่ยนจากรับเป็นรุกของโมร็อกโกไม่มีประสิทธิภาพ ทีมขาดแนวคิดและความสดเมื่อได้ครองบอล ส่วนเดส์ชองส์มองว่าฝรั่งเศสกดคู่แข่งให้ต้องวิ่งไล่จนหมดแรง และไม่เคยสงสัยว่าทีมจะผ่านเข้ารอบ แม้พลาดจุดโทษในครึ่งแรก
สถิติการแข่งขัน
ฝรั่งเศสครองบอล 48 เปอร์เซ็นต์ ยิง 22 ครั้ง เข้ากรอบ 8 ครั้ง มีค่าประตูที่คาดหวัง 3.04 และสร้างโอกาสสำคัญ 5 ครั้ง ส่วนโมร็อกโกครองบอล 52 เปอร์เซ็นต์ ยิง 5 ครั้ง เข้ากรอบครั้งเดียว และมีค่าประตูที่คาดหวังเพียง 0.14
ทัพตราไก่สัมผัสบอลในเขตโทษ 25 ครั้ง และเข้าสู่พื้นที่สุดท้าย 63 ครั้ง ขณะที่โมร็อกโกทำได้ 8 ครั้งกับ 35 ครั้งตามลำดับ บูนูเซฟ 6 ครั้ง รวมถึงจุดโทษ ส่วนเมญองเซฟเพียงครั้งเดียว ทั้งสองทีมได้เตะมุมทีมละ 5 ครั้ง ฝรั่งเศสทำฟาวล์ 10 ครั้ง และโมร็อกโกทำฟาวล์ 13 ครั้ง
เหตุการณ์สำคัญ
- ⚽ นาทีที่ 4 เอ็มบัปเปยิงเฉียดเสา ก่อนอูปาเมกาโนโหม่งติดเซฟบูนู
- 🥅 นาทีที่ 25 มาซราอุยทำฟาวล์เอ็มบัปเป ฝรั่งเศสได้จุดโทษ
- 🧤 นาทีที่ 28 บูนูเซฟจุดโทษของเอ็มบัปเป
- ⏱️ นาทีที่ 45 ทดเวลาครึ่งแรก 5 นาที
- 🥅 ช่วงทดเวลาครึ่งแรก ดีญยิงไกลชนคาน
- ⏸️ จบครึ่งแรก ฝรั่งเศสเสมอโมร็อกโก 0-0
- ⚽ นาทีที่ 60 เอ็มบัปเปยิงจากการจ่ายของดูเอ ฝรั่งเศสนำ 1-0
- 🔄 นาทีที่ 62 อัมราบัตลงแทนบูอัดดี
- 🔄 นาทีที่ 62 ราฮิมีลงแทนเอล คันนุส
- 🟨 นาทีที่ 63 ดิย็อปได้ใบเหลืองจากการทำฟาวล์เอ็มบัปเป
- ⚽ นาทีที่ 66 เดมเบเลยิงจากการจ่ายของเอ็มบัปเป ฝรั่งเศสนำ 2-0
- 🔄 นาทีที่ 70 ซาอีร์ เอเมรีลงแทนโกเน
- 🔄 นาทีที่ 74 เจสซิม ยาสซีนลงแทนบราฮิม ดิอาซ
- 🔄 นาทีที่ 74 เอล วาห์ดีลงแทนซาลาห์ เอดดีน
- 🩺 นาทีที่ 76 เกมหยุดเพราะเอ็มบัปเปมีอาการบาดเจ็บ
- 🔄 นาทีที่ 77 บาร์โคลาลงแทนดูเอ
- 🔄 นาทีที่ 77 มาเตตาลงแทนเอ็มบัปเป
- 🔄 นาทีที่ 85 อามีน สไบลงแทนตัลบี
- 🔄 นาทีที่ 87 กุสโตลงแทนกุนเด
- ⏱️ นาทีที่ 90 ทดเวลาครึ่งหลัง 6 นาที
- 🧤 นาทีที่ 94 บูนูเซฟลูกยิงของมาเตตา
- 🏁 จบเกม ฝรั่งเศสชนะโมร็อกโก 2-0
Player of the Match อุสมาน เดมเบเล
อุสมาน เดมเบเลเป็นผู้เล่นคะแนนสูงสุดของ SofaScore ที่ 8.9 หลังสร้างปัญหาให้แนวรับโมร็อกโกตลอดเกม ก่อนยิงประตูย้ำชัยในนาทีที่ 66 ด้วยลูกยิงจากนอกกรอบเขตโทษ
อย่างไรก็ตาม เอ็มบัปเปคือผู้สร้างจุดเปลี่ยนสำคัญ แม้พลาดจุดโทษ แต่กลับมายิงประตูแรกและแอสซิสต์ให้เดมเบเล ก่อนถูกเปลี่ยนออกจากอาการเจ็บเล็กน้อยบริเวณข้อเท้า
ฟุตบอลโลก 2026 รอบน็อกเอาต์
ฝรั่งเศสผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ
สถานการณ์รอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลก 2026
ฝรั่งเศสผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลกเป็นสมัยที่สามติดต่อกัน ต่อจากปี 2018 และ 2022 โดยจะพบผู้ชนะระหว่างสเปนกับเบลเยียมในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 เวลา 02.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
โมร็อกโกยุติเส้นทางที่รอบก่อนรองชนะเลิศ หลังเคยเข้าถึงรอบรองชนะเลิศเมื่อปี 2022 วาห์บียอมรับว่าฝรั่งเศสแข็งแกร่งกว่า แต่กระตุ้นนักเตะให้เงยหน้าและนำบทเรียนครั้งนี้ไปพัฒนาทีมต่อไป
ตารางบอลนัดถัดไปของฝรั่งเศส
| รายการ | คู่แข่งขัน | วันที่ |
|---|---|---|
| ฟุตบอลโลก 2026 รอบรองชนะเลิศ | ฝรั่งเศส พบ ผู้ชนะระหว่างสเปนกับเบลเยียม | 15 กรกฎาคม 2569 เวลา 02.00 น. |
| ยูฟ่า เนชันส์ ลีก ลีกเอ กลุ่ม 1 | ตุรกี พบ ฝรั่งเศส | 26 กันยายน 2569 เวลา 01.45 น. |
| ยูฟ่า เนชันส์ ลีก ลีกเอ กลุ่ม 1 | เบลเยียม พบ ฝรั่งเศส | 29 กันยายน 2569 เวลา 01.45 น. |
โปรแกรมบอล นัดต่อไปคือบททดสอบสำคัญที่สุดของฝรั่งเศส โดยเดส์ชองส์ย้ำว่าทีมต้องไม่ประมาทและจะมุ่งสมาธิไปยังรอบรองชนะเลิศก่อนคิดถึงรอบชิงชนะเลิศ
ตารางบอลนัดถัดไปของโมร็อกโก
| รายการ | คู่แข่งขัน | วันที่ |
| รอยืนยันโปรแกรม | โมร็อกโก พบ รอยืนยันคู่แข่งขัน | ยังไม่มีประกาศ |
โมร็อกโกยังไม่มี โปรแกรมบอล นัดถัดไปที่ได้รับการยืนยันในข้อมูลการแข่งขันชุดนี้ จึงต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการจากสหพันธ์ฟุตบอลโมร็อกโก
ติดตามบ้านผลบอลกับบ้านกีฬา
ติดตาม ผลบอลสด, สถิติหลังเกม, ตารางบอล, ข่าวความพร้อม และ โปรแกรมบอล คู่สำคัญได้ครบที่ บ้านผลบอล กับบ้านกีฬา พร้อมบทวิเคราะห์เข้มข้นและสรุปทุกจังหวะสำคัญจากฟุตบอลโลก 2026 และการแข่งขันชั้นนำทั่วโลก

