อ่านข่าวนี้แบบสั้น: คีลิยัน เอ็มบัปเป้ และ อุสมาน เดมเบเล่ กลายเป็นคู่หูแนวรุกที่ร้อนแรงที่สุดของฟุตบอลโลก 2026 หลังยิงรวมกัน 13 ประตู เทียบเท่าผลงานของ โรนัลโด้ และ ริวัลโด้ ที่เคยพาบราซิลคว้าแชมป์โลกเมื่อปี 2002 โดยฝรั่งเศสยังเหลือการแข่งขันอีก 2 นัด เปิดโอกาสให้ทั้งคู่เดินหน้าทุบสถิติและพาทัพตราไก่ล่าแชมป์ต่อไป ส่วนรายละเอียดทั้งหมด ติดตามต่อได้ในบทความด้านล่างนี้
คู่หูมหาประลัยพาฝรั่งเศสทะยานตัดเชือก
คีลิยัน เอ็มบัปเป้ และ อุสมาน เดมเบเล่ กำลังเปลี่ยนฟุตบอลโลก 2026 ให้กลายเป็นเวทีประกาศศักดาของสองแนวรุกฝรั่งเศสอย่างเต็มตัว หลังช่วยกันยิงคนละประตู พาทัพตราไก่เอาชนะโมร็อกโก 2-0 พร้อมคว้าตั๋วเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้อย่างแข็งแกร่ง
เกมดังกล่าว เอ็มบัปเป้เป็นผู้ยิงปลดล็อกประตูแรก ก่อนที่เดมเบเล่จะเร่งเครื่องซัดประตูที่สองในเวลาไม่นาน ความเฉียบคมของทั้งคู่ทำให้แนวรับโมร็อกโกต้านไม่อยู่ และส่งฝรั่งเศสเดินหน้าบนเส้นทางล่าแชมป์โลกต่อไป
ตลอดการแข่งขันในทวีปอเมริกาเหนือ สองแนวรุกความเร็วสูงรายนี้กลายเป็นหัวใจสำคัญในเกมรุกของฝรั่งเศส พร้อมพากันก้าวเข้าสู่หมุดหมายที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของฟุตบอลโลก
เอ็มบัปเป้ยิงลูกที่ 8 ครบ 20 ประตูในฟุตบอลโลก
เอ็มบัปเป้ ฟุตบอลโลก 2026 ยังคงร้อนแรงแบบหยุดไม่อยู่ จังหวะยิงด้วยเท้าขวาผ่าน ยาสซีน บูนู กลายเป็นประตูที่ 8 ของเจ้าตัวในทัวร์นาเมนต์ และเป็นประตูที่ 20 จากการลงเล่นฟุตบอลโลกครบ 20 นัด
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงมาตรฐานการจบสกอร์ที่น่าหวาดหวั่น เพราะเอ็มบัปเป้ไม่ได้เพียงสร้างความแตกต่างให้ฝรั่งเศสในเกมสำคัญ แต่ยังเดินหน้าเพิ่มชื่อของตัวเองเข้าไปอยู่ในกลุ่มดาวยิงระดับตำนานของการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง
ด้านเดมเบเล่ยิงประตูที่ 5 ของตัวเองในฟุตบอลโลกครั้งนี้ หลังใช้ประโยชน์จากการเคลื่อนที่หลอกแนวรับอย่างชาญฉลาดของกัปตันทีม ก่อนจัดการจังหวะสำคัญได้อย่างเด็ดขาด
“It’s a position I’m very comfortable in, with France as much as with Paris Saint-Germain. I’ve said it already: I’m getting stronger with every match in this competition.”
“นี่คือตำแหน่งที่ผมรู้สึกสบายมาก ไม่ว่าจะกับทีมชาติฝรั่งเศสหรือปารีส แซงต์ แชร์กแมง ผมเคยพูดไปแล้วว่า ผมกำลังแข็งแกร่งขึ้นในทุกเกมของการแข่งขันรายการนี้”

ยิงรวม 13 ลูก เทียบโรนัลโด้และริวัลโด้
ผลงาน 8 ประตูของเอ็มบัปเป้ รวมกับ 5 ประตูของเดมเบเล่ ทำให้ทั้งคู่ยิงรวมกันแล้ว 13 ลูก พร้อมกลายเป็นผู้เล่นจากทีมชาติเดียวกันคู่แรกที่ต่างยิงได้อย่างน้อยคนละ 5 ประตูในฟุตบอลโลกครั้งเดียว นับตั้งแต่ โรนัลโด้ และ ริวัลโด้ เคยสร้างผลงานระดับประวัติศาสตร์ให้บราซิลเมื่อปี 2002
ในฟุตบอลโลกที่เกาหลีใต้และญี่ปุ่นเมื่อ 24 ปีก่อน โรนัลโด้ยิงไป 8 ประตู พร้อมคว้ารางวัลรองเท้าทองคำ ขณะที่ริวัลโด้ช่วยสมทบอีก 5 ประตู ก่อนที่ทั้งคู่จะนำทัพแซมบ้าก้าวขึ้นไปครองแชมป์โลกได้สำเร็จ
ฝรั่งเศสย่อมหวังให้เส้นทางของคู่หูชุดปัจจุบันจบลงอย่างยิ่งใหญ่ไม่ต่างจากบราซิล เพราะเอ็มบัปเป้และเดมเบเล่ไล่ทันจำนวนประตูรวมของสองตำนานแซมบ้าแล้ว ขณะที่ยังเหลือการแข่งขันอีก 2 นัด ไม่ว่าผลในรอบรองชนะเลิศจะออกมาเป็นเช่นใด
ย้อนรอยคู่หูถล่มประตูระดับตำนาน
ประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกเต็มไปด้วยคู่หูเกมรุกที่ฝากผลงานเหนือกาลเวลา ฮังการีเคยสร้างมาตรฐานเอาไว้ผ่าน เยอร์จี้ ซาโรซี และ ยูลา เซนเกลเลอร์ ในปี 1938 ก่อนยกระดับความดุดันขึ้นอีกครั้งในปี 1954 เมื่อ ซานดอร์ ค็อกซิส ยิงถึง 11 ประตู ขณะที่ เฟเรนซ์ ปุสกัส ช่วยสมทบอีก 4 ลูก
บราซิลเองเคยมีคู่ประสานชั้นยอดหลายยุค ตั้งแต่ อเดมีร์ และ ชิโก ในปี 1950 ไปจนถึง เปเล่ และ วาวา ในทีมชุดปี 1958 รวมถึง เปเล่ และ แจร์ซินโญ่ จากทีมแซมบ้าชุดยิ่งใหญ่ที่คว้าแชมป์โลกในปี 1970
ฝรั่งเศสเคยมี ชุสต์ ฟงแตน และ เรย์มงด์ โกปา ในปี 1958 ขณะที่เยอรมนีมี เฮลมุต ฮัลเลอร์ และ ฟรานซ์ เบckenbauer ในปี 1966 โปแลนด์มี เกรเซกอร์ซ ลาโต และ อันเดรจ ซาร์มัค ในปี 1974 ส่วนอาร์เจนตินามี ดีเอโก มาราโดนา และ ฮอร์เก วัลดาโน ในทีมชุดแชมป์โลกปี 1986
สถิติใหม่อยู่ตรงหน้า ฝรั่งเศสลุ้นสร้างสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้น
นับตั้งแต่ฟุตบอลโลกเริ่มแข่งขันครั้งแรกเมื่อปี 1930 ยังไม่เคยมีทีมใดจบทัวร์นาเมนต์ด้วยการมีนักเตะ 2 คนที่ต่างยิงได้อย่างน้อยคนละ 6 ประตู แต่ตอนนี้ฝรั่งเศสกำลังเข้าใกล้สถิติดังกล่าวอย่างมาก
เอ็มบัปเป้ผ่านหลัก 6 ประตูไปแล้ว ขณะที่เดมเบเล่ต้องการอีกเพียงลูกเดียว หากทำสำเร็จ ทั้งคู่จะสร้างหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นตลอดเส้นทางของฟุตบอลโลก
เดมเบเล่ย้ำทัพตราไก่ยังยกระดับได้อีก
แม้ฝรั่งเศสจะผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ พร้อมมีเกมรุกที่กำลังเข้าฝัก แต่เดมเบเล่ยังมองว่าทีมสามารถพัฒนาได้มากกว่านี้ ทั้งเรื่องความเฉียบคม การป้องกัน และการเพรสซิ่งร่วมกัน
“We can be sharper in front of goal and concede less. We can also press better as a unit. The deeper we go in the tournament, the better we will become.”
“เราสามารถเฉียบคมหน้าประตูได้มากกว่านี้ และเสียประตูให้น้อยลง เรายังสามารถเพรสซิ่งร่วมกันเป็นทีมได้ดีกว่านี้ ยิ่งเราไปได้ลึกในทัวร์นาเมนต์ เราก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น”
เอ็มบัปเป้ไม่สนตัวเลข ย้ำชัยชนะสำคัญที่สุด
แม้สถิติส่วนตัวจะพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่กัปตันทีมฝรั่งเศสไม่ได้ให้ความสำคัญกับจำนวนประตูมากไปกว่าเป้าหมายของทีม โดยยืนยันว่าความเป็นหนึ่งเดียวและการเล่นเพื่อกันและกันคือพลังสำคัญของทัพตราไก่
“The objective with France is always victory, and that is also what gives this team its strength. We have plenty of talent, of course, but what matters most is that we play for one another. We are united and all heading towards the same thing: winning.”
“เป้าหมายของฝรั่งเศสคือชัยชนะเสมอ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ทีมนี้แข็งแกร่ง แน่นอนว่าเรามีนักเตะพรสวรรค์มากมาย แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการเล่นเพื่อกันและกัน เราเป็นหนึ่งเดียว และทุกคนกำลังมุ่งไปยังเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือการคว้าชัยชนะ”
คู่หูตราไก่ยังมีสถิติสูงสุดให้ไล่ล่า
แม้ยอดรวม 13 ประตูจะยิ่งใหญ่ แต่เอ็มบัปเป้และเดมเบเล่ยังมีอีกสองคู่หูที่ยืนอยู่เหนือพวกเขา โดย ค็อกซิส และ ปุสกัส เคยยิงรวมกัน 15 ประตูในปี 1954 ขณะที่สถิติสูงสุดเป็นของ ฟงแตน และ โกปา ซึ่งช่วยกันยิงถึง 16 ประตูให้ฝรั่งเศสในฟุตบอลโลก 1958
ด้วยฟอร์มที่กำลังพุ่งแรงและโอกาสลงสนามอีกสองเกม เป้าหมายระดับประวัติศาสตร์ไม่เคยดูใกล้มือเท่านี้มาก่อน คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่าเอ็มบัปเป้และเดมเบเล่จะยิงเพิ่มได้อีกกี่ลูก แต่คือทั้งคู่จะพาฝรั่งเศสเดินตามรอยบราซิลปี 2002 และปิดฉากทัวร์นาเมนต์ด้วยถ้วยแชมป์โลกได้หรือไม่
ติดตาม ข่าวฟุตบอลโลก 2026 ล่าสุด ผลการแข่งขันทีมชาติฝรั่งเศส สถิติดาวซัลโว และทุกความเคลื่อนไหวของวงการลูกหนัง พร้อมติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวฟุตบอลโลกบ้านกีฬา

