ฟาเบียน รุยซ์ 30
มิเกล เมริโน 88
ชาร์ลส์ เดอ เคเตลาเร 41
จาก : ผลบอลสด ฟุตบอลโลก 2026 ระหว่าง สเปน 2-1 เบลเยียม วันนี้ 11/7/69 – บ้านกีฬา
สเปนคว้าตั๋วเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2026 หลังเฉือนเบลเยียม 2-1 ที่สนามโซไฟ สเตเดียม โดยได้ประตูชัยจาก มิเกล เมริโน ตัวสำรองในนาทีที่ 88 เตรียมพบฝรั่งเศสในรอบต่อไป ส่วนเบลเยียมต้องยุติเส้นทางไว้ที่รอบ 8 ทีมสุดท้าย
ครึ่งแรก ฟาเบียนยิงนำ เดอ เคเตลาเรโขกคืน
สเปนเปิดเกมด้วยการครองบอลและดันแนวรับขึ้นสูง โรดรีคุมจังหวะกลางสนาม ขณะที่ ลามีน ยามาล และ เปโดร ปอร์โร ประสานงานโจมตีทางขวาอย่างต่อเนื่อง
นาทีที่ 30 เปโดร ปอร์โร จ่ายให้ ดานี โอลโม ยิงติดเซฟ ติโบต์ กูร์กตัวส์ บอลกระดอนเข้าทาง ฟาเบียน รุยซ์ ตามซ้ำไม่พลาด ส่งสเปนขึ้นนำ 1-0
เบลเยียมตอบโต้ด้วยเกมริมเส้นและตีเสมอในนาทีที่ 41 เมื่อ ทิโมธี กาสตาญ เปิดบอลเข้ากลางให้ ชาร์ลส์ เดอ เคเตลาเร โหม่งผ่าน อูไน ซิมอน เข้าไป ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 1-1
ครึ่งหลัง เมริโนลงสองนาทีซัดประตูตัดสินเกม
หลุยส์ เด ลา ฟวนเต ปรับเกมด้วยการส่ง เปดรี และ เฟร์ราน ตอร์เรส ลงสนามในนาทีที่ 55 ส่วนเบลเยียมเติม โรเมลู ลูกากู และ อักเซล วิตเซล เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง
สเปนยังคุมเกมเหนือกว่าและสร้างโอกาสต่อเนื่อง แต่กูร์กตัวส์ช่วยเซฟลูกยิงของ ลามีน ยามาล และ มิเกล โอยาร์ซาบัล เอาไว้ได้ ก่อนมีอาการบาดเจ็บและถูกเปลี่ยนออกในนาทีที่ 71 โดย เซนเนอ ลัมเมนส์ ลงมาแทน
นาทีที่ 86 สเปนส่ง มิเกล เมริโน แทน ดานี โอลโม และเพียงสองนาทีต่อมา เปา กูบาร์ซี ยิงจากนอกกรอบให้ลัมเมนส์ปัดออกมา เมริโนอ่านจังหวะขาด ตามซ้ำระยะเผาขนเป็นประตูชัย 2-1 พาสเปนเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ
สเปน 2 – 1 เบลเยียม
รายชื่อนักเตะตัวจริงและคะแนน
สเปน ระบบ 4-2-3-1
- ผู้รักษาประตู : อูไน ซิมอน 6.4
- กองหลัง : เปโดร ปอร์โร 6.9, เปา กูบาร์ซี 7.2, อายเมริก ลาปอร์ต 6.7, มาร์ก กูกูเรยา 6.5
- กองกลาง : โรดรี 7.7, ฟาเบียน รุยซ์ 7.2, ลามีน ยามาล 7.5, ดานี โอลโม 7.2, อเล็กซ์ บาเอนา 6.8
- กองหน้า : มิเกล โอยาร์ซาบัล 6.8
- นักเตะเด่น : โรดรี 7.7 คุมจังหวะและเชื่อมเกมกลางสนาม
- เปลี่ยนตัว : เปดรี 7.0, เฟร์ราน ตอร์เรส 6.4, นิโก วิลเลียมส์ 6.5, มิเกล เมริโน 7.1
- สำรองไม่ได้ลงสนาม : ดาบิด รายา, โจน การ์เซีย, มาร์ก ปูบิล, เอริก การ์เซีย, มาร์กอส ยอเรนเต, อเลฆานโดร กรีมัลโด, กาบี, มาร์ติน ซูบิเมนดี, เยเรมี ปิโน, บิกตอร์ มูนญอซ
- ผู้ฝึกสอน : หลุยส์ เด ลา ฟวนเต
เบลเยียม ระบบ 4-2-3-1
- ผู้รักษาประตู : ติโบต์ กูร์กตัวส์ 7.8
- กองหลัง : ทิโมธี กาสตาญ 6.7, นาธาน เอ็นกอย 7.1, แบรนดอน เมเคเล 6.9, มักซิม เดอ ไคเปอร์ 6.2
- กองกลาง : ฮันส์ ฟานาเคน 6.5, นิโกลาส์ ราสกิน 6.6, เลอันโดร ทรอสซาร์ 6.2, เควิน เดอ บรอยน์ 6.6, เฌเรมี โดกู 6.6
- กองหน้า : ชาร์ลส์ เดอ เคเตลาเร 7.4
- นักเตะเด่น : ติโบต์ กูร์กตัวส์ 7.8 เซฟหกครั้งก่อนออกจากสนามเพราะบาดเจ็บ
- เปลี่ยนตัว : อักเซล วิตเซล 6.4, โรเมลู ลูกากู 6.3, โจอากิน เซย์ส 6.4, เซนเนอ ลัมเมนส์ 6.1, อเล็กซิส ซาเลมาเกอร์ส 6.6
- สำรองไม่ได้ลงสนาม : ไมค์ เพนเดอร์ส, อาร์ตูร์ เตอาต, โธมัส เมอนิเยร์, โคนี เดอ วินเทอร์, ดีเอโก โมเรรา, โดดี ลูเกบากิโอ, มาเตียส แฟร์นันเดซ-ปาร์โด
- ขาดความพร้อม : อามาดู โอนานา, ยูรี ตีเลอมันส์
- ผู้ฝึกสอน : รูดี้ การ์เซีย
วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
สเปนใช้ระบบ 4-2-3-1 โดยให้ โรดรี เป็นแกนหลักในการขึ้นเกมและคุมพื้นที่หน้าแนวรับ ส่วน ฟาเบียน รุยซ์ ขยับสูงเพื่อประสานงานกับ ดานี โอลโม การยืนตำแหน่งดังกล่าวช่วยให้สเปนมีผู้เล่นรองรับบอลหลายระดับและผ่านแนวเพรสแรกของเบลเยียมได้ง่าย
ในมุม วิเคราะห์บอล จุดแข็งสำคัญของสเปนคือการครองบอลที่มีเป้าหมาย พวกเขาจ่ายบอลสำเร็จ 598 จาก 665 ครั้ง เข้าพื้นที่สุดท้าย 64 ครั้ง และสัมผัสบอลในเขตโทษถึง 40 ครั้ง การหมุนบอลจากกลางสนามออกด้านข้างบังคับให้แนวรับเบลเยียมเคลื่อนตาม ก่อนเปิดช่องให้ผู้เล่นแถวสองสอดขึ้นมา
ลามีน ยามาล สร้างปัญหาทางฝั่งขวาด้วยการลากตัดเข้าใน ทำให้ เปโดร ปอร์โร มีพื้นที่เติมเกมด้านนอก แม้ยามาลไม่มีประตูหรือแอสซิสต์ แต่การเลี้ยง การยิง และการดึงตัวประกบช่วยให้สเปนกดแนวรับเบลเยียมให้อยู่ต่ำตลอดช่วงสำคัญ
หลังเสียบอล สเปนใช้การเพรสซิ่งทันที ผู้เล่นใกล้บอลเข้าบีบ ส่วนโรดรีคุมพื้นที่ด้านหลัง ทำให้เบลเยียมเปลี่ยนจากรับเป็นรุกได้ไม่ต่อเนื่อง ทีมของ รูดี้ การ์เซีย จึงมีโอกาสยิงเพียง 5 ครั้ง และเข้ากรอบ 2 ครั้ง
อย่างไรก็ตาม สเปนยังมีจุดอ่อนบริเวณด้านหลังฟูลแบ็ก ประตูตีเสมอเกิดขึ้นเมื่อ กาสตาญมีพื้นที่เปิดจากด้านขวา ขณะที่ เดอ เคเตลาเร สอดระหว่างเซ็นเตอร์แบ็กแล้วโหม่งเข้าไป เบลเยียมยังชนะการดวลกลางอากาศ 63 เปอร์เซ็นต์ แสดงให้เห็นว่าสเปนมีปัญหาเมื่อต้องรับลูกเปิดและบอลโด่ง
เบลเยียมตั้งรับด้วยบล็อก 4-2-3-1 โดย ฟานาเคน กับ ราสกิน ปิดพื้นที่หน้าแนวรับ แล้วฝากเกมสวนกลับไว้กับ โดกู, เดอ บรอยน์ และ ทรอสซาร์ แผนนี้ช่วยให้พวกเขายื้อเกมได้นาน โดยมีการเคลียร์บอลถึง 33 ครั้งและตัดบอล 10 ครั้ง
ผู้เล่นสำคัญที่สุดในเกมรับคือกูร์กตัวส์ ซึ่งเซฟหลายจังหวะจนสเปนไม่สามารถฉีกสกอร์หนี อาการบาดเจ็บของเขาจึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะลัมเมนส์ที่ลงมาแทนปัดลูกยิงของกูบาร์ซีไม่พ้นพื้นที่อันตราย ก่อนถูกเมริโนตามซ้ำ
การแก้เกมของ เด ลา ฟวนเต มีผลโดยตรงต่อชัยชนะ เปดรีช่วยเพิ่มความแม่นยำในการครองบอล นิโก วิลเลียมส์เพิ่มความเร็วริมเส้น ส่วนเมริโนเติมเข้าเขตโทษในจังหวะที่แนวรับเบลเยียมเสียสมาธิ สื่อสเปนยกให้การเลือกใช้ ฟาเบียน, เปดรี และเมริโน เป็นอีกเกมที่กุนซือสเปนบริหารแดนกลางได้อย่างแม่นยำ
สถิติการแข่งขัน
สเปนครองบอล 68 เปอร์เซ็นต์ต่อ 32 เปอร์เซ็นต์ มีค่าความน่าจะเป็นในการทำประตู 2.04 ต่อ 0.36 ยิง 17 ครั้ง เข้ากรอบ 8 ครั้ง ส่วนเบลเยียมยิง 5 ครั้ง เข้ากรอบ 2 ครั้ง สเปนได้เตะมุม 5 ครั้ง สัมผัสบอลในเขตโทษ 40 ครั้ง และจ่ายบอลสำเร็จ 598 ครั้ง ขณะที่เบลเยียมจ่ายสำเร็จ 244 ครั้งและสัมผัสบอลในเขตโทษเพียง 11 ครั้ง
เหตุการณ์สำคัญ
- ⚽ นาทีที่ 30 ฟาเบียน รุยซ์ ตามซ้ำพาสเปนนำ 1-0
- ⚽ นาทีที่ 41 ชาร์ลส์ เดอ เคเตลาเร โหม่งตีเสมอ 1-1
- 🟨 นาทีที่ 43 เปา กูบาร์ซี รับใบเหลือง
- 🔄 นาทีที่ 55 เปดรี แทน ฟาเบียน รุยซ์ และ เฟร์ราน ตอร์เรส แทน อเล็กซ์ บาเอนา
- 🔄 นาทีที่ 60 โรเมลู ลูกากู แทน ฮันส์ ฟานาเคน และ อักเซล วิตเซล แทน เลอันโดร ทรอสซาร์
- 🔄 นาทีที่ 61 โจอากิน เซย์ส แทน มักซิม เดอ ไคเปอร์
- 🩹 นาทีที่ 66 ติโบต์ กูร์กตัวส์ มีอาการบาดเจ็บ
- 🔄 นาทีที่ 71 เซนเนอ ลัมเมนส์ แทน ติโบต์ กูร์กตัวส์
- 🔄 นาทีที่ 79 นิโก วิลเลียมส์ แทน มิเกล โอยาร์ซาบัล
- 🟨 นาทีที่ 85 เควิน เดอ บรอยน์ รับใบเหลือง
- 🔄 นาทีที่ 86 มิเกล เมริโน แทน ดานี โอลโม
- 🔄 นาทีที่ 86 อเล็กซิส ซาเลมาเกอร์ส แทน เควิน เดอ บรอยน์
- ⚽ นาทีที่ 88 มิเกล เมริโน ตามซ้ำพาสเปนนำ 2-1
- ⏱️ นาทีที่ 90 ทดเวลาบาดเจ็บ 7 นาที
- 🟨 นาทีที่ 90+3 อายเมริก ลาปอร์ต รับใบเหลือง
- 🟨 นาทีที่ 90+5 อักเซล วิตเซล รับใบเหลือง
- 🏁 จบเกม สเปนชนะเบลเยียม 2-1
Player of the Match ติโบต์ กูร์กตัวส์
ติโบต์ กูร์กตัวส์ ได้คะแนนสูงสุด 7.8 หลังเซฟหกครั้ง ช่วยให้เบลเยียมรักษาสกอร์เสมอได้จนถึงครึ่งหลัง ก่อนมีอาการบาดเจ็บและถูกเปลี่ยนออก แม้ทีมพ่ายแพ้ แต่ผลงานของเขาคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้เกมไม่ขาดตั้งแต่เนิ่น ๆ
ฟุตบอลโลก 2026 รอบน็อกเอาต์
รอบก่อนรองชนะเลิศ
สถานการณ์ฟุตบอลโลก 2026 รอบน็อกเอาต์
สเปนผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศและจะพบฝรั่งเศสในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ส่วนเบลเยียมตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย หลังต้านแรงกดดันของสเปนไม่อยู่ในช่วงท้ายเกม
ตารางบอลนัดถัดไปของสเปน
| ลีก | คู่แข่งขัน | วันที่ |
|---|---|---|
| ฟุตบอลโลก 2026 รอบรองชนะเลิศ | ฝรั่งเศส พบ สเปน | 15 กรกฎาคม 2569 เวลา 02.00 น. |
| ยูฟ่า เนชันส์ ลีก ลีกเอ กลุ่ม 3 | อังกฤษ พบ สเปน | 27 กันยายน 2569 เวลา 01.45 น. |
| ยูฟ่า เนชันส์ ลีก ลีกเอ กลุ่ม 3 | สเปน พบ โครเอเชีย | 30 กันยายน 2569 เวลา 01.45 น. |
โปรแกรมบอล นัดต่อไปของสเปนคือเกมชี้ชะตากับฝรั่งเศส เพื่อแย่งตั๋วเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก
ตารางบอลนัดถัดไปของเบลเยียม
| ลีก | คู่แข่งขัน | วันที่ |
| ยูฟ่า เนชันส์ ลีก ลีกเอ กลุ่ม 1 | อิตาลี พบ เบลเยียม | 26 กันยายน 2569 เวลา 01.45 น. |
| ยูฟ่า เนชันส์ ลีก ลีกเอ กลุ่ม 1 | เบลเยียม พบ ฝรั่งเศส | 29 กันยายน 2569 เวลา 01.45 น. |
| ยูฟ่า เนชันส์ ลีก ลีกเอ กลุ่ม 1 | เบลเยียม พบ ตุรกี | 3 ตุลาคม 2569 เวลา 01.45 น. |
เบลเยียมจะกลับมาลงเล่น โปรแกรมบอล ยูฟ่า เนชันส์ ลีก โดยมีเกมหนักกับอิตาลีและฝรั่งเศสรออยู่
ติดตามบ้านผลบอลที่บ้านกีฬา
ติดตาม บ้านผลบอล ตารางคะแนน ตารางบอล รายงาน ผลบอลสด สถิติหลังเกม และโปรแกรมการแข่งขันทุกลีกได้ที่บ้านกีฬา พร้อมอัปเดตทุกจังหวะสำคัญให้แฟนบอลไม่พลาดข่าวสารจากสนาม

