อ่านข่าวนี้แบบสั้น: มาเรียโน่ ราฆอย อดีตนายกรัฐมนตรีสเปน ถูกกระแสวิจารณ์ถล่มอย่างหนัก หลังเขียนบทความก่อนเกม ฟุตบอลโลก 2026 รอบรองชนะเลิศ โดยระบุว่า ทีมชาติฝรั่งเศส ไม่มีนักเตะฝรั่งเศส แม้เจ้าตัวจะชื่นชมคุณภาพของทีมก็ตาม ฝ่ายการเมืองและวงการลูกหนังฝรั่งเศสมองว่าถ้อยคำดังกล่าวมีนัยเหยียดเชื้อชาติ ขณะที่สถานทูตฝรั่งเศสยืนยันชัด นักเตะทั้ง 26 คนล้วนถือสัญชาติฝรั่งเศส ส่วนรายละเอียดทั้งหมดติดตามต่อได้ในบทความด้านล่างนี้
วาทะร้อนก่อนฝรั่งเศสดวลสเปน จุดชนวนกระแสเดือด
บรรยากาศก่อนเกมฟุตบอลโลก 2026 รอบรองชนะเลิศระหว่าง ฝรั่งเศส กับ สเปน ร้อนแรงขึ้นทันที เมื่อ มาเรียโน่ ราฆอย อดีตนายกรัฐมนตรีสเปน ซึ่งดำรงตำแหน่งระหว่างปี 2011-2018 แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับขุมกำลังของทัพตราไก่ จนกลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ลุกลามออกนอกสนามฟุตบอล
ราฆอยเขียนบทความผ่านสื่อในประเทศสเปน โดยชื่นชมความแข็งแกร่งของฝรั่งเศส แต่ใช้ถ้อยคำที่ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงการยอมรับอัตลักษณ์และความเป็นพลเมืองของนักเตะที่มีภูมิหลังหลากหลาย
“ฝรั่งเศสเป็นทีมอันดับหนึ่งของโลก และมีขุมกำลังระดับยอดเยี่ยม แต่พวกเขาไม่มีนักเตะฝรั่งเศสเลย และยังเล่นได้ดีมาก”
ข้อความดังกล่าวถูกวิจารณ์อย่างรุนแรงทั้งในฝรั่งเศสและสเปน โดยหลายฝ่ายมองว่าไม่ใช่เพียงการหยอกล้อหรือสงครามจิตวิทยาก่อนเกม แต่เป็นคำพูดที่กระทบต่อความเป็นพลเมืองของนักเตะฝรั่งเศสโดยตรง
รัฐบาลฝรั่งเศสสวนเดือด ย้ำประเทศยืนบนความหลากหลาย
โรลองต์ นูเนซ รัฐมนตรีมหาดไทยฝรั่งเศส เป็นหนึ่งในผู้ที่ออกมาตอบโต้ทันที พร้อมชี้ว่าคำพูดลักษณะดังกล่าวไม่สามารถยอมรับได้
“นี่เป็นคำพูดที่ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง”
“ฝรั่งเศส ไม่ใช่แบบนั้น ฝรั่งเศส คือประเทศแห่งความหลากหลาย ที่ทุกคนสามารถใช้ชีวิตและมีที่ยืนของตัวเองได้”
ด้าน โอลิวิเยร์ โฟร์ ผู้นำพรรคสังคมนิยมฝรั่งเศส ยืนยันว่า สถานะความเป็นชาวฝรั่งเศสไม่ได้ถูกตัดสินจากเชื้อชาติ สีผิว ศาสนา หรือรากเหง้าของครอบครัว
“ทีมชาติฝรั่งเศสประกอบด้วยชาวฝรั่งเศสเท่านั้น”
“ฝรั่งเศส ไม่ใช่ประเทศที่นิยามด้วยเชื้อชาติ สีผิว หรือศาสนา แต่เป็นประเทศที่ยึดถือคุณค่าของสาธารณรัฐ”
เรียกร้องสหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศสพิจารณาดำเนินคดี
นาอิมา มูตชู รัฐมนตรีดูแลดินแดนโพ้นทะเลของฝรั่งเศส มองว่าถ้อยคำดังกล่าวไม่ใช่เพียงความผิดพลาดในการสื่อสาร แต่สะท้อนการทำให้ความเกลียดชังกลายเป็นเรื่องปกติ พร้อมเรียกร้องให้สหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศสพิจารณาแนวทางดำเนินการทางกฎหมาย
ฟิลิปป์ ดิยัลโล ประธานสหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศส ออกแถลงการณ์ปกป้องนักเตะในทีมอย่างหนักแน่น พร้อมย้ำว่าไม่มีบุคคลใดมีสิทธิตั้งคำถามต่อความเป็นพลเมืองของผู้เล่นทัพตราไก่
“คำพูดของ มาเรียโน่ ราฆอย ส่งกลิ่นอายของการเหยียดเชื้อชาติอย่างยอมรับไม่ได้”
“นักเตะของเราไม่จำเป็นต้องได้รับใบรับรองความเป็นฝรั่งเศสจากอดีตนายกรัฐมนตรีของสเปน”
“ทีมชาติฝรั่งเศส ก็คือทีมชาติของฝรั่งเศส”
สถานทูตเปิดข้อมูลชัด นักเตะทั้ง 26 คนเป็นพลเมืองฝรั่งเศส
สถานทูตฝรั่งเศสประจำกรุงมาดริดออกมายืนยันข้อเท็จจริงว่า นักเตะฝรั่งเศสชุดฟุตบอลโลกจำนวน 26 คนล้วนถือสัญชาติฝรั่งเศส โดยมี 23 คนเกิดในประเทศ ส่วนอีก 3 คนที่เกิดนอกประเทศก็มีสถานะเป็นพลเมืองฝรั่งเศสอย่างสมบูรณ์
ผู้เล่นทั้ง 3 รายที่เกิดนอกฝรั่งเศส ได้แก่ ไมเคิล โอลิเซ ซึ่งเกิดที่กรุงลอนดอน, มาร์คุส ตูราม ซึ่งเกิดที่เมืองปาร์มาในช่วงที่ ลิลิยอง ตูราม ผู้เป็นพ่อค้าแข้งอยู่ในอิตาลี และ บริซ ซัมบา ซึ่งเกิดในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก
แรงสะเทือนลามกลับสเปน ฝ่ายการเมืองร่วมวิจารณ์
กระแสต่อต้านไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในฝรั่งเศส เมื่อ ออสการ์ ปวนเต รัฐมนตรีคมนาคมสเปน ออกมาตำหนิราฆอยอย่างรุนแรง ขณะที่ เปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน แสดงจุดยืนคัดค้านแนวคิดที่แบ่งแยกผู้คนจากเชื้อชาติหรือภูมิหลัง
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารของพรรคประชาชน ซึ่งเป็นพรรคการเมืองของราฆอย ระบุว่าความเห็นดังกล่าวมีลักษณะเป็นการประชดและไม่ได้มีเจตนาเหยียดเชื้อชาติ แต่คำชี้แจงยังไม่สามารถหยุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องได้

ประเด็นร้อนเกิดซ้ำ หลังเอ็มบัปเป้เพิ่งเผชิญถ้อยคำเหยียด
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลัง คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ถูกนักการเมืองปารากวัยใช้ถ้อยคำที่ถูกมองว่ามีลักษณะเหยียดเชื้อชาติ ก่อนที่รัฐบาลปารากวัยจะออกมาแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วย และสหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศสเดินหน้าดำเนินการตามกฎหมาย
เกมในสนามเดือดอยู่แล้ว แต่นอกสนามยิ่งร้อนกว่า
ฝรั่งเศสมีโปรแกรมพบสเปนในรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 ที่เมืองอาร์ลิงตัน โดยผู้ชนะจะคว้าตั๋วผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศต่อไป แต่ก่อนเสียงนกหวีดเริ่มเกม การเผชิญหน้าครั้งนี้กลับถูกเติมเชื้อไฟด้วยประเด็นเรื่องเชื้อชาติ ความหลากหลาย และนิยามของความเป็นพลเมือง
จากศึกชิงพื้นที่ในรอบชิงชนะเลิศ เกมระหว่างฝรั่งเศสกับสเปนจึงไม่ได้ถูกจับตามองเฉพาะแท็กติกหรือผลการแข่งขันเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นเวทีที่โลกฟุตบอลต้องย้ำอีกครั้งว่า ความสามารถในสนามและสถานะความเป็นพลเมืองไม่ควรถูกตัดสินจากสีผิว เชื้อสาย หรือภูมิหลังของครอบครัว
ติดตามข่าวฟุตบอลโลก 2026 ข่าวทีมชาติฝรั่งเศส โปรแกรมการแข่งขัน ผลฟุตบอล และทุกประเด็นเดือดจากวงการลูกหนังได้ที่ ข่าวฟุตบอลโลกบ้านกีฬา

