อ่านข่าวนี้แบบสั้น: ศึก ฟุตบอลโลก 2026 เดินทางเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ฝรั่งเศสเตรียมดวลสเปน เช้ามืดวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ขณะที่อังกฤษมีคิวชนอาร์เจนตินา เช้ามืดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ตามเวลาไทย ผู้ชนะจะผ่านเข้าสู่เกมชิงแชมป์ที่อีสต์รัทเธอร์ฟอร์ด ส่วนสองทีมที่พ่ายต้องไปชิงอันดับ 3 ที่ไมอามี การลุ้นแชมป์กำลังเดือดถึงขีดสุด ส่วนรายละเอียด โปรแกรม และผลการแข่งขันทั้งหมด ติดตามต่อได้ในบทความด้านล่างนี้
มหกรรมลูกหนังที่ใหญ่ที่สุดในโลกเดินทางมาถึงช่วงโค้งสุดท้าย หลังการต่อสู้ของ 48 ชาติผ่านทั้งรอบแบ่งกลุ่มและรอบน็อกเอาต์อย่างเข้มข้น จนเหลือเพียง ฝรั่งเศส สเปน อังกฤษ และอาร์เจนตินา ที่ยังยืนหยัดอยู่บนเส้นทางล่าแชมป์โลก โดยทั้ง 4 ทีมต้องผ่านบททดสอบหนักก่อนก้าวเข้าสู่รอบตัดเชือก
โปรแกรมรอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2026
- ฝรั่งเศส พบ สเปน แข่งขันที่อาร์ลิงตัน คืนวันอังคารที่ 14 ต่อเช้ามืดวันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2569 เวลา 02.00 น. ตามเวลาไทย
- อังกฤษ พบ อาร์เจนตินา แข่งขันที่แอตแลนตา คืนวันพุธที่ 15 ต่อเช้ามืดวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2569 เวลา 02.00 น. ตามเวลาไทย
สองเกมตัดเชือกคือบทพิสูจน์ครั้งใหญ่ ฝรั่งเศสต้องวัดความเฉียบขาดกับฟุตบอลเทคนิคของสเปน ส่วนอังกฤษเตรียมเปิดศึกหนักกับอาร์เจนตินา ทีมแชมป์เก่าที่เดินหน้าป้องกันบัลลังก์อย่างดุดัน
เส้นทาง 4 ทีมสุดท้าย ก่อนเปิดศึกชี้ชะตา
ฝรั่งเศส เกมรับแน่น เกมรุกลงโทษคู่แข่งเฉียบขาด
- รอบ 32 ทีม ชนะ สวีเดน 3-0
- รอบ 16 ทีม ชนะ ปารากวัย 1-0
- รอบก่อนรองชนะเลิศ ชนะ โมร็อกโก 2-0
ฝรั่งเศสเดินหน้าสู่รอบรองชนะเลิศด้วยผลงานแข็งแกร่ง เก็บชัยชนะในรอบน็อกเอาต์โดยยังไม่เสียประตูแม้แต่ลูกเดียว ความสมดุลระหว่างเกมรับที่มีวินัยกับแนวรุกที่เด็ดขาด ทำให้พวกเขายังคงเป็นหนึ่งในตัวเต็งที่อันตรายที่สุด

สเปน คืนฟอร์มดุ พร้อมท้าชนทุกทีม
- รอบ 32 ทีม ชนะ ออสเตรีย 3-0
- รอบ 16 ทีม ชนะ โปรตุเกส 1-0
- รอบก่อนรองชนะเลิศ ชนะ เบลเยียม 2-1
ทัพกระทิงดุยกระดับผลงานขึ้นเรื่อยๆ หลังผ่านเกมหนักกับโปรตุเกส ก่อนเบียดเบลเยียมในรอบ 8 ทีมสุดท้าย จุดแข็งยังอยู่ที่การครองบอล การเคลื่อนที่ และความสามารถในการเร่งจังหวะเข้าทำเมื่อเห็นช่องว่าง
อังกฤษ หัวใจแกร่ง ฝ่าด่านเดือดจนถึงรอบตัดเชือก
- รอบ 32 ทีม ชนะ ดีอาร์ คองโก 2-1
- รอบ 16 ทีม ชนะ เม็กซิโก 3-2
- รอบก่อนรองชนะเลิศ ชนะ นอร์เวย์ 2-1 หลังต่อเวลาพิเศษ
เส้นทางของอังกฤษเต็มไปด้วยเกมกดดัน แต่ทีมสิงโตคำรามแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางจิตใจ โดยเฉพาะชัยชนะเหนือนอร์เวย์ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ซึ่งกลายเป็นแรงส่งสำคัญก่อนเข้าสู่เกมใหญ่กับอาร์เจนตินา
อาร์เจนตินา ฝ่าเกมระทึก เดินหน้าป้องกันบัลลังก์
- รอบ 32 ทีม ชนะ เคปเวิร์ด 3-2 หลังต่อเวลาพิเศษ
- รอบ 16 ทีม ชนะ อียิปต์ 3-2
- รอบก่อนรองชนะเลิศ ชนะ สวิตเซอร์แลนด์ 3-1 หลังต่อเวลาพิเศษ
ทัพฟ้าขาวต้องเจอกับเกมสูสีแทบทุกด่าน แต่ยังเอาตัวรอดได้ด้วยคุณภาพของผู้เล่นและความเด็ดขาดในช่วงเวลาสำคัญ ชัยชนะเหนือสวิตเซอร์แลนด์ตอกย้ำว่าอาร์เจนตินาไม่ได้มีอาวุธเพียงรูปแบบเดียว และพร้อมสู้จนถึงวินาทีสุดท้าย
โปรแกรมชิงอันดับ 3 และนัดชิงชนะเลิศ
- นัดชิงอันดับ 3 ผู้แพ้ระหว่าง ฝรั่งเศส หรือ สเปน พบ ผู้แพ้ระหว่าง อังกฤษ หรือ อาร์เจนตินา แข่งขันที่ไมอามี การ์เดนส์ เช้ามืดวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม 2569 เวลา 04.00 น. ตามเวลาไทย
- นัดชิงชนะเลิศ ผู้ชนะระหว่าง ฝรั่งเศส หรือ สเปน พบ ผู้ชนะระหว่าง อังกฤษ หรือ อาร์เจนตินา แข่งขันที่อีสต์รัทเธอร์ฟอร์ด เช้ามืดวันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม 2569 เวลา 02.00 น. ตามเวลาไทย
เกมชิงแชมป์จะเป็นบทสรุปของการแข่งขันที่ยาวนานกว่าหนึ่งเดือน และเป็นครั้งแรกที่สองทีมซึ่งผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศต้องลงสนามรวมถึง 8 นัด จากการเพิ่มรอบ 32 ทีมเข้ามาในระบบการแข่งขัน
ผลการแข่งขันรอบก่อนรองชนะเลิศ
- ฝรั่งเศส 2-0 โมร็อกโก
- สเปน 2-1 เบลเยียม
- นอร์เวย์ 1-2 อังกฤษ หลังต่อเวลาพิเศษ
- อาร์เจนตินา 3-1 สวิตเซอร์แลนด์ หลังต่อเวลาพิเศษ
ผลการแข่งขันรอบ 16 ทีมสุดท้าย
- อาร์เจนตินา 3-2 อียิปต์
- สวิตเซอร์แลนด์ 0-0 โคลอมเบีย ก่อนชนะจุดโทษ 4-3
- โปรตุเกส 0-1 สเปน
- สหรัฐอเมริกา 1-4 เบลเยียม
- บราซิล 1-2 นอร์เวย์
- เม็กซิโก 2-3 อังกฤษ
- แคนาดา 0-3 โมร็อกโก
- ปารากวัย 0-1 ฝรั่งเศส
ผลการแข่งขันรอบ 32 ทีมสุดท้าย
- ออสเตรเลีย 1-1 อียิปต์ ก่อนอียิปต์ชนะจุดโทษ 4-2
- อาร์เจนตินา 3-2 เคปเวิร์ด หลังต่อเวลาพิเศษ
- โคลอมเบีย 1-0 กานา
- สเปน 3-0 ออสเตรีย
- โปรตุเกส 2-1 โครเอเชีย
- สวิตเซอร์แลนด์ 2-0 แอลจีเรีย
- อังกฤษ 2-1 ดีอาร์ คองโก
- เบลเยียม 3-2 เซเนกัล หลังต่อเวลาพิเศษ
- สหรัฐอเมริกา 2-0 บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา
- ไอวอรีโคสต์ 1-2 นอร์เวย์
- ฝรั่งเศส 3-0 สวีเดน
- เม็กซิโก 2-0 เอกวาดอร์
- บราซิล 2-1 ญี่ปุ่น
- เยอรมนี 1-1 ปารากวัย ก่อนปารากวัยชนะจุดโทษ 4-3
- เนเธอร์แลนด์ 1-1 โมร็อกโก ก่อนโมร็อกโกชนะจุดโทษ 3-2
- แอฟริกาใต้ 0-1 แคนาดา
รอบน็อกเอาต์เต็มไปด้วยเกมพลิกล็อก การต่อเวลาพิเศษ และการดวลจุดโทษ หลายชาติใหญ่ต้องจอดเส้นทาง ขณะที่ทีมอย่างนอร์เวย์ โมร็อกโก และเคปเวิร์ดสร้างสีสันจนกลายเป็นหนึ่งในเรื่องราวสำคัญของการแข่งขันครั้งนี้
ผลการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มครบทุกนัด
11 มิถุนายน 2569
- เม็กซิโก 2-0 แอฟริกาใต้
- เกาหลีใต้ 2-1 เช็กเกีย
12 มิถุนายน 2569
- แคนาดา 1-1 บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา
- สหรัฐอเมริกา 4-1 ปารากวัย
13 มิถุนายน 2569
- กาตาร์ 1-1 สวิตเซอร์แลนด์
- บราซิล 1-1 โมร็อกโก
- เฮติ 0-1 สกอตแลนด์
- ออสเตรเลีย 2-0 ตุรกี
14 มิถุนายน 2569
- เยอรมนี 7-1 กือราเซา
- เนเธอร์แลนด์ 2-2 ญี่ปุ่น
- ไอวอรีโคสต์ 1-0 เอกวาดอร์
- สวีเดน 5-1 ตูนิเซีย
15 มิถุนายน 2569
- สเปน 0-0 เคปเวิร์ด
- เบลเยียม 1-1 อียิปต์
- ซาอุดีอาระเบีย 1-1 อุรุกวัย
- อิหร่าน 2-2 นิวซีแลนด์
16 มิถุนายน 2569
- ฝรั่งเศส 3-1 เซเนกัล
- อิรัก 1-4 นอร์เวย์
- อาร์เจนตินา 3-0 แอลจีเรีย
- ออสเตรีย 3-1 จอร์แดน
17 มิถุนายน 2569
- โปรตุเกส 1-1 ดีอาร์ คองโก
- อังกฤษ 4-2 โครเอเชีย
- กานา 1-0 ปานามา
- อุซเบกิสถาน 1-3 โคลอมเบีย
18 มิถุนายน 2569
- เช็กเกีย 1-1 แอฟริกาใต้
- สวิตเซอร์แลนด์ 4-1 บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา
- แคนาดา 6-0 กาตาร์
- เม็กซิโก 1-0 เกาหลีใต้
19 มิถุนายน 2569
- สหรัฐอเมริกา 2-0 ออสเตรเลีย
- สกอตแลนด์ 0-1 โมร็อกโก
- บราซิล 3-0 เฮติ
- ตุรกี 0-1 ปารากวัย
20 มิถุนายน 2569
- เนเธอร์แลนด์ 5-1 สวีเดน
- เยอรมนี 2-1 ไอวอรีโคสต์
- เอกวาดอร์ 0-0 กือราเซา
- ตูนิเซีย 0-4 ญี่ปุ่น
21 มิถุนายน 2569
- สเปน 4-0 ซาอุดีอาระเบีย
- เบลเยียม 0-0 อิหร่าน
- อุรุกวัย 2-2 เคปเวิร์ด
- นิวซีแลนด์ 1-3 อียิปต์
22 มิถุนายน 2569
- อาร์เจนตินา 2-0 ออสเตรีย
- ฝรั่งเศส 3-0 อิรัก
- นอร์เวย์ 3-2 เซเนกัล
- จอร์แดน 1-2 แอลจีเรีย
23 มิถุนายน 2569
- โปรตุเกส 5-0 อุซเบกิสถาน
- อังกฤษ 0-0 กานา
- ปานามา 0-1 โครเอเชีย
- โคลอมเบีย 1-0 ดีอาร์ คองโก
24 มิถุนายน 2569
- สวิตเซอร์แลนด์ 2-1 แคนาดา
- บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 3-1 กาตาร์
- สกอตแลนด์ 0-3 บราซิล
- โมร็อกโก 4-2 เฮติ
- เช็กเกีย 0-3 เม็กซิโก
- แอฟริกาใต้ 1-0 เกาหลีใต้
25 มิถุนายน 2569
- เอกวาดอร์ 2-1 เยอรมนี
- กือราเซา 0-2 ไอวอรีโคสต์
- ญี่ปุ่น 1-1 สวีเดน
- ตูนิเซีย 1-3 เนเธอร์แลนด์
- ตุรกี 3-2 สหรัฐอเมริกา
- ปารากวัย 0-0 ออสเตรเลีย
26 มิถุนายน 2569
- นอร์เวย์ 1-4 ฝรั่งเศส
- เซเนกัล 5-0 อิรัก
- เคปเวิร์ด 0-0 ซาอุดีอาระเบีย
- อุรุกวัย 0-1 สเปน
- อียิปต์ 1-1 อิหร่าน
- นิวซีแลนด์ 1-5 เบลเยียม
27 มิถุนายน 2569
- ปานามา 0-2 อังกฤษ
- โครเอเชีย 2-1 กานา
- โคลอมเบีย 0-0 โปรตุเกส
- ดีอาร์ คองโก 3-1 อุซเบกิสถาน
- แอลจีเรีย 3-3 ออสเตรีย
- จอร์แดน 1-3 อาร์เจนตินา
รูปแบบการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 เปลี่ยนครั้งใหญ่
การแข่งขันครั้งนี้ขยายจำนวนทีมจาก 32 เป็น 48 ชาติ แบ่งออกเป็น 12 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม โดยแต่ละชาติลงสนามในรอบแบ่งกลุ่มทีมละ 3 นัด รวมทั้งหมด 72 เกม ก่อนคัดทีมเข้าสู่รอบน็อกเอาต์
- อันดับ 1 และอันดับ 2 ของทั้ง 12 กลุ่ม ผ่านเข้ารอบอัตโนมัติ รวม 24 ทีม
- ทีมอันดับ 3 ที่มีผลงานดีที่สุดอีก 8 ทีม ผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีม
- ตั้งแต่รอบ 32 ทีมเป็นต้นไป ใช้ระบบแพ้คัดออก
- หากเสมอกันหลังครบ 90 นาที จะต่อเวลาพิเศษ 30 นาที แบ่งเป็น 2 ครึ่ง ครึ่งละ 15 นาที
- หากยังเสมอกัน จะตัดสินผู้ชนะด้วยการยิงจุดโทษ
การเพิ่มรอบ 32 ทีมทำให้เส้นทางสู่แชมป์หนักกว่าเดิม ทีมที่ผ่านเข้าสู่นัดชิงต้องลงเล่นถึง 8 เกม ส่งผลให้การบริหารสภาพร่างกาย ขุมกำลังสำรอง และการรับมือกับความกดดัน กลายเป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้คุณภาพในสนาม
ศึกสุดท้ายกำลังเริ่ม ใครจะยืนหนึ่งบนบัลลังก์โลก
เมื่อเหลือเพียง 4 ทีม ทุกความผิดพลาดอาจหมายถึงการปิดฉากเส้นทางล่าแชมป์ ฝรั่งเศสมีเกมรับที่แข็งแกร่ง สเปนเต็มไปด้วยความคล่องตัว อังกฤษแสดงหัวใจนักสู้ในเกมกดดัน ส่วนอาร์เจนตินายังคงมีประสบการณ์และความเด็ดขาดในช่วงชี้เป็นชี้ตาย
แฟนบอลห้ามพลาดการติดตาม โปรแกรมฟุตบอลโลก 2026 รอบรองชนะเลิศ ผลฟุตบอลโลก 2026 ล่าสุด และความเคลื่อนไหวก่อนเกมชิงแชมป์ พร้อมเกาะติดทุกประเด็นร้อนจากวงการลูกหนังได้ที่ ข่าวฟุตบอลโลกบ้านกีฬา

