เหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ยังคงสร้างความเศร้าสลดและความสูญเสียครั้งใหญ่ หลังมีรายงานล่าสุดว่า จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 32 ราย โดยผู้บาดเจ็บอาการสาหัส 5 รายที่ก่อนหน้านี้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มผู้ป่วยวิกฤต ได้เสียชีวิตลงในเวลาต่อมา
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งดำเนินการด้านนิติเวช การพิสูจน์อัตลักษณ์ และการประสานญาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาตามความประสงค์ของครอบครัว
ยอดเสียชีวิตเพิ่มเป็น 32 ราย หลังผู้บาดเจ็บสาหัสเสียชีวิตเพิ่ม
ข้อมูลจากสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ระบุว่า เหตุไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว มีผู้เสียชีวิตรวมทั้งหมด 32 ราย เพิ่มขึ้นจากรายงานก่อนหน้า หลังผู้บาดเจ็บอาการสาหัสจำนวน 5 รายเสียชีวิต
ในกระบวนการคัดแยกผู้ประสบเหตุ ผู้ป่วยกลุ่มสีแดงหมายถึงผู้ที่มีอาการวิกฤตและจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน ส่วนการเปลี่ยนสถานะเป็นกลุ่มสีดำ หมายถึงผู้ประสบเหตุเสียชีวิตแล้ว
ความสูญเสียที่เพิ่มขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ โดยเฉพาะผลกระทบจากเปลวไฟ ความร้อน และควันไฟ ซึ่งอาจทำให้ผู้บาดเจ็บมีอาการทรุดลงภายหลัง แม้จะได้รับการนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้วก็ตาม

ยืนยันรายชื่อผู้เสียชีวิตครบทั้ง 32 ราย
ความคืบหน้าด้านการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล พบว่ามีครอบครัวเดินทางมาให้ข้อมูลและเก็บตัวอย่าง DNA แล้ว 30 ครอบครัว ขณะที่เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบและยืนยันรายชื่อผู้เสียชีวิตได้ครบทั้ง 32 ราย
ญาติได้ติดต่อรับร่างผู้เสียชีวิตกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว 28 ราย ส่วนขั้นตอนที่เหลือยังอยู่ระหว่างการประสานงานและดำเนินการตามกระบวนการของเจ้าหน้าที่
การพิสูจน์อัตลักษณ์ในเหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากจำเป็นต้องดำเนินการอย่างละเอียด โดยอาจใช้ข้อมูลหลายด้านประกอบกัน ทั้งลายนิ้วมือ ข้อมูลทางทันตกรรม หลักฐานส่วนบุคคล และการตรวจ DNA เพื่อให้สามารถยืนยันตัวบุคคลได้อย่างถูกต้องก่อนส่งมอบร่างให้ครอบครัว
ย้อนไทม์ไลน์เหตุไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว
เหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลา 23.57 น. ของวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ภายในสถานประกอบการโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว บริเวณใกล้ซอยลาดพร้าว 1 เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
หลังได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและหน่วยกู้ภัยระดมกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ พร้อมช่วยเหลือและลำเลียงผู้ประสบเหตุออกจากพื้นที่ ท่ามกลางเปลวไฟและกลุ่มควันที่ปกคลุมภายในอาคาร
พื้นที่เกิดเหตุมีลักษณะเป็นอาคารคอนกรีตชั้นเดียว หลังคาเมทัลชีต เพลิงลุกไหม้สร้างความเสียหายภายในบริเวณร้านเป็นวงกว้าง โดยมีการประเมินพื้นที่เสียหายประมาณ 164 ตารางเมตร
รายงานในช่วงแรกพบผู้เสียชีวิต 27 ราย และมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ก่อนที่ยอดผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้บาดเจ็บบางรายมีอาการวิกฤต กระทั่งข้อมูลล่าสุดวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ยืนยันยอดผู้เสียชีวิตรวม 32 ราย
สาเหตุเพลิงไหม้ยังต้องรอผลตรวจสอบอย่างเป็นทางการ
เบื้องต้นมีการตั้งข้อสันนิษฐานว่า เหตุเพลิงไหม้อาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังไม่ถือเป็นข้อสรุปสุดท้าย
เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังต้องตรวจสอบจุดต้นเพลิง ระบบไฟฟ้า วัสดุภายในอาคาร รวมถึงพยานหลักฐานและคำให้การของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงอย่างรอบด้าน
การตรวจสอบยังครอบคลุมถึงมาตรการความปลอดภัยภายในสถานประกอบการ ทั้งเส้นทางหนีไฟ ทางออกฉุกเฉิน ระบบแจ้งเตือน อุปกรณ์ดับเพลิง และการบริหารจัดการในช่วงที่เกิดเหตุ โดยต้องรอผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการก่อนสรุปข้อเท็จจริง
ความปลอดภัยในสถานบันเทิง สิ่งที่ไม่ควรมองข้าม
เหตุการณ์ครั้งนี้ตอกย้ำความสำคัญของมาตรการป้องกันอัคคีภัยในร้านอาหาร สถานบันเทิง และพื้นที่ปิดที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก เพราะเมื่อเกิดเพลิงไหม้ ควันไฟอาจแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว และทำให้การมองเห็นภายในอาคารลดลงภายในเวลาไม่นาน
ผู้ใช้บริการควรสังเกตตำแหน่งประตูทางออกและทางหนีไฟทันทีเมื่อเข้าไปภายในสถานที่ โดยเฉพาะสถานที่ที่มีผู้คนหนาแน่น รวมถึงหลีกเลี่ยงการยืนหรือวางสิ่งของกีดขวางทางออก
หากเกิดเพลิงไหม้ ควรตั้งสติ รีบออกจากพื้นที่ตามเส้นทางที่ปลอดภัย ก้มตัวให้ต่ำเมื่อพบควันหนา ใช้ผ้าปิดจมูกและปาก หลีกเลี่ยงการย้อนกลับเข้าไปเก็บทรัพย์สิน และแจ้งเหตุผ่านสายด่วนดับเพลิง 199 พร้อมระบุตำแหน่งให้ชัดเจน
ด้านผู้ประกอบการควรตรวจสอบระบบไฟฟ้า อุปกรณ์ดับเพลิง ป้ายบอกทางออกฉุกเฉิน และไฟส่องสว่างฉุกเฉินอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงต้องดูแลให้เส้นทางหนีไฟสามารถใช้งานได้ตลอดเวลา ไม่มีสิ่งของกีดขวางหรือการปิดล็อก

ความสูญเสียที่ต้องนำไปสู่การยกระดับความปลอดภัย
ยอดผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นเป็น 32 ราย ทำให้เหตุไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว กลายเป็นอีกหนึ่งโศกนาฏกรรมที่สร้างความสะเทือนใจแก่ครอบครัวผู้สูญเสียและประชาชนทั่วประเทศ
นอกจากการเร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบแล้ว การสอบสวนหาสาเหตุอย่างโปร่งใสและการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของสถานประกอบการอย่างจริงจัง ถือเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้ความสูญเสียลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นซ้ำอีก
ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวและผู้ใกล้ชิดของผู้เสียชีวิตทุกคน พร้อมส่งกำลังใจให้ผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้
ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

