อ่านข่าวนี้แบบสั้น: ไมเคิล โอลิเซ่ แนวรุกทีมชาติฝรั่งเศสผู้เกิดในกรุงลอนดอน กำลังระเบิดฟอร์มในฟุตบอลโลก 2026 ด้วยผลงาน 5 แอสซิสต์ แต่เส้นทางของเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หลังเคยถูกปล่อยจากอะคาเดมีเชลซีและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก่อนที่เรดดิ้งจะมอบโอกาสสำคัญ จนพัฒนาจากเด็กหนุ่มเงียบขรึมสู่หนึ่งในตัวสร้างสรรค์เกมที่อันตรายที่สุดของโลก ส่วนรายละเอียดทั้งหมด ติดตามต่อได้ในบทความด้านล่างนี้
เกิดในอังกฤษ แต่เลือกหัวใจฝรั่งเศส
ไมเคิล โอลิเซ่ กำลังสร้างชื่อบนเวที ฟุตบอลโลก 2026 ในฐานะหนึ่งในอาวุธเกมรุกที่ร้อนแรงที่สุดของทีมชาติฝรั่งเศส ทว่าหากเขาเลือกเส้นทางชีวิตต่างออกไป ดาวเตะวัย 24 ปีรายนี้อาจยืนอยู่ฝั่งอังกฤษในเกมชิงอันดับ 3 ระหว่างสองชาติที่ไมอามีก็เป็นได้
โอลิเซ่เกิดและเติบโตในลอนดอนตะวันตก มีคุณพ่อชาวไนจีเรีย และคุณแม่เชื้อสายฝรั่งเศสกับแอลจีเรีย ทำให้เขามีสิทธิ์เลือกเล่นฟุตบอลทีมชาติได้ถึงหลายประเทศ ก่อนตัดสินใจฝากอนาคตไว้กับทัพตราไก่
“I actually come from four countries”
“จริงๆ แล้วผมมาจากสี่ประเทศ”
“I consider myself very lucky to possess these four parts, which all enrich me. When I was growing up in London, we regularly visited Algeria, Nigeria and France.”
“ผมมองว่าตัวเองโชคดีมากที่มีทั้งสี่ส่วนนี้อยู่ในตัว ซึ่งทั้งหมดช่วยเติมเต็มชีวิตของผม ตอนเติบโตในลอนดอน พวกเราเดินทางไปแอลจีเรีย ไนจีเรีย และฝรั่งเศสเป็นประจำ”
แม้รากเหง้าของเขาจะผสมผสานจากหลายวัฒนธรรม และมีเนย์มาร์เป็นนักเตะคนโปรดในวัยเด็ก แต่โรงเรียนลูกหนังที่หล่อหลอมฝีเท้าของโอลิเซ่อย่างแท้จริงคือฟุตบอลอังกฤษ สนามที่เต็มไปด้วยความเร็ว การปะทะ และการแข่งขันแบบไม่มีพื้นที่ให้คนอ่อนแอ

ถูกเชลซีและแมนฯ ซิตี้ปล่อย ก่อนเรดดิ้งเปิดประตูชีวิต
เส้นทางของโอลิเซ่ไม่ได้พุ่งตรงสู่ความสำเร็จ เขาเคยอยู่ในระบบเยาวชนของทั้งเชลซีและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่ไม่สามารถยึดพื้นที่ของตัวเองได้ กระทั่ง เรดดิ้ง สโมสรในศึกแชมเปี้ยนชิพ มองเห็นบางอย่างที่ทีมใหญ่เคยมองข้าม และคว้าตัวเขาเข้าสู่อะคาเดมีตั้งแต่อายุไม่เกิน 15 ปี
“He arrived with challenges having already been released by Chelsea and Man City. Yet the coaches at Reading believed in him and backed him.”
“เขาเข้ามาพร้อมกับความท้าทาย หลังเคยถูกปล่อยตัวจากเชลซีและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่บรรดาโค้ชของเรดดิ้งเชื่อมั่นในตัวเขาและพร้อมสนับสนุนเขา”
ลี เฮอร์รอน ผู้จัดการอะคาเดมีของเรดดิ้งในเวลานั้น ยอมรับว่าเด็กหนุ่มคนนี้มีอุปสรรคติดตัวมาไม่น้อย แต่ทีมงานเลือกเดิมพันกับพรสวรรค์ของเขา การตัดสินใจครั้งนั้นกลายเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดของชีวิตโอลิเซ่
เงียบขรึม แต่มั่นใจว่าจะไปถึงจุดสูงสุด
คนที่เคยทำงานกับโอลิเซ่ในช่วงวัยรุ่นบรรยายตรงกันว่า เขาเป็นเด็กเก็บตัว ไม่ชอบตกเป็นจุดสนใจ และแทบไม่แสดงอารมณ์ แต่ภายใต้บุคลิกเงียบสงบนั้นกลับซ่อนความมั่นใจอันแข็งแกร่ง แม้อายุเพียง 15 ปี เขาก็แสดงออกเหมือนคนที่รู้ชัดว่าตัวเองจะก้าวขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุด
“He was gangly and raw physically, but he had these ‘wow’ moments mixed with some really clinical finishing. Funnily, though, he never celebrated his goals.”
“เขามีรูปร่างผอมสูงและสภาพร่างกายยังไม่สมบูรณ์ แต่เขามีจังหวะที่ทำให้ทุกคนต้องร้องว้าว ผสมกับการจบสกอร์ที่เฉียบขาดอย่างมาก เรื่องแปลกคือเขาไม่เคยฉลองหลังทำประตูได้เลย”
ทอม คูเปอร์ นักวิเคราะห์ผลงานของอะคาเดมีเรดดิ้งในตอนนั้น มองเห็นทั้งความดิบและความพิเศษในตัวโอลิเซ่ บุคลิกไม่ฉลองประตู รวมถึงการไม่หลงใหลแสงสีหรือข้อตกลงรองเท้าสตั๊ด กลายเป็นภาพสะท้อนของนักเตะที่สนใจผลงานในสนามมากกว่าการสร้างภาพนอกสนาม

แจ้งเกิดกับเรดดิ้งแบบไม่มีใครหยุดอยู่
ฤดูกาล 2018/19 โอลิเซ่ได้รับเลือกเป็นนักเรียนทุนยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของเรดดิ้ง ก่อนที่ โชเซ่ โกเมส จะส่งเขาประเดิมทีมชุดใหญ่ในฐานะตัวสำรอง เกมเปิดบ้านแพ้ลีดส์ ยูไนเต็ด 0-3 ซึ่งเกิดขึ้นหลังวันเกิดอายุครบ 17 ปีของเขาเพียงสามเดือน
หลังลงสนามในลีก 4 นัดช่วงฤดูกาลแรก โอลิเซ่ได้รับโอกาสจากฝรั่งเศสทันที ด้วยการถูกเรียกเข้าสู่ทีมชาติรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี เพื่อแข่งขันรายการตูลง ทัวร์นาเมนต์ในเดือนมิถุนายนปีเดียวกัน
ฤดูกาล 2019/20 เขาเดินหน้าสะสมประสบการณ์ด้วยการลงเล่นแชมเปี้ยนชิพ 19 นัด เป็นตัวจริง 13 นัด ก่อนระเบิดฟอร์มเต็มกำลังในฤดูกาลสุดท้ายกับทัพเดอะ รอยัลส์
ตัวเลขฤดูกาล 2020/21 ที่ส่งชื่อเขาขึ้นแถวหน้า
- ออกสตาร์ตในลีก 37 นัด และลงเป็นตัวสำรองอีก 7 นัด
- ยิง 7 ประตู พร้อมทำ 12 แอสซิสต์
- ยิงประตูชัยนาทีที่ 89 ใส่ควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส ในวันเกิดอายุครบ 19 ปี
- คว้ารางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของอีเอฟแอล
- ติดทีมยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของแชมเปี้ยนชิพจากการโหวตของพีเอฟเอ
ผลงาน 7 ประตูกับ 12 แอสซิสต์ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขสวยหรู เพราะข้อมูลด้านการสร้างสรรค์เกมของเขาในฤดูกาลนั้นอยู่ในกลุ่มยอดเยี่ยม เมื่อเปรียบเทียบกับนักเตะจากสองลีกสูงสุดของอังกฤษ รวมถึงลีกชั้นนำของสเปน เยอรมนี ฝรั่งเศส และอิตาลี
“It shows he was among the best-performing creative players in Europe even when playing for Reading in the Championship.”
“สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่สร้างสรรค์เกมได้ดีที่สุดในยุโรป แม้ตอนนั้นจะยังเล่นให้เรดดิ้งในแชมเปี้ยนชิพก็ตาม”
จากแชมเปี้ยนชิพสู่พรีเมียร์ลีก ก่อนทะยานไปบาเยิร์น
ฟอร์มอันร้อนแรงเปิดประตูให้โอลิเซ่ย้ายสู่ คริสตัล พาเลซ ในปี 2021 แต่พรีเมียร์ลีกไม่ใช่เวทีที่ยอมให้ใครแจ้งเกิดง่ายๆ เขาต้องพิสูจน์ทั้งความแข็งแกร่ง ความสม่ำเสมอ และความสามารถในการรับมือกับเกมที่รวดเร็วกว่าเดิม
ตลอดสามฤดูกาลระหว่างปี 2021 ถึง 2024 โอลิเซ่ค่อยๆ เปลี่ยนจากดาวรุ่งพรสวรรค์สูงเป็นแนวรุกที่พร้อมทำลายแนวรับทุกทีม ก่อนก้าวไปสู่เวทีที่ใหญ่กว่าเดิมกับ บาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่แห่งบุนเดสลีกา
เรดดิ้งอาจไม่ได้สร้างนักเตะระดับโลกสำเร็จรูปในวันแรก แต่สโมสรแห่งนี้มอบโอกาส ความไว้ใจ และเวทีแรกให้เด็กที่เคยถูกสองทีมใหญ่ปฏิเสธ จนเขาสามารถต่อยอดพรสวรรค์ด้วยความทุ่มเทของตัวเอง
“We wouldn’t have guessed then that he’d become one of the best in the world, but that points to his dedication and the support of those around him.”
“ตอนนั้นเราคงไม่กล้าคาดว่าเขาจะกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดของโลก แต่นั่นสะท้อนถึงความทุ่มเทของเขา รวมถึงแรงสนับสนุนจากผู้คนรอบตัว”

ฟุตบอลโลก 2026 เวทีประกาศศักดาระดับโลก
ฟุตบอลโลกครั้งนี้คือบทพิสูจน์ว่าโอลิเซ่ไม่ได้เป็นเพียงนักเตะพรสวรรค์สูงอีกต่อไป เขาก้าวขึ้นมาเป็นมันสมองสำคัญในแนวรุกของ ทีมชาติฝรั่งเศส ด้วยผลงาน 5 แอสซิสต์ ซึ่งรั้งอันดับหนึ่งของทัวร์นาเมนต์ก่อนเกมชิงอันดับ 3
นอกจากตัวเลขแอสซิสต์ โอลิเซ่ยังโดดเด่นด้านการพาบอลผ่านคู่แข่ง การเคลื่อนที่ระหว่างไลน์ และการจ่ายบอลสร้างความได้เปรียบ เขาเคยขึ้นนำหมวดความคิดสร้างสรรค์ใน FIFA Power Rankings และยังเป็นนักเตะที่ได้รับคะแนนรวมสูงที่สุดของรายการหลังรอบรองชนะเลิศ
อิทธิพลของเขาช่วยให้ฝรั่งเศสเป็นทีมที่สร้างโอกาสยิงและยิงตรงกรอบมากที่สุดทีมหนึ่งของฟุตบอลโลก 2026 เกมรุกของทัพตราไก่ไม่ได้พึ่งเพียงความเร็วหรือการจบสกอร์ของ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ แต่ยังมีโอลิเซ่เป็นคนจุดชนวนจากพื้นที่ด้านขวา
อังกฤษสร้างรากฐาน แต่ฝรั่งเศสได้จอมทัพ
เรื่องราวของโอลิเซ่สะท้อนความโหดร้ายและความงดงามของฟุตบอลในเวลาเดียวกัน เขาเคยถูกปล่อยจากสองอะคาเดมีระดับยักษ์ แต่ไม่ยอมปล่อยให้คำปฏิเสธกำหนดเพดานชีวิต เมื่อเรดดิ้งเปิดประตู เขาก็ใช้ทุกนาทีเปลี่ยนโอกาสเล็กๆ ให้กลายเป็นเส้นทางสู่เวทีโลก
วันนี้เด็กหนุ่มผู้ไม่เคยฉลองประตูคนนั้น กลายเป็นตัวสร้างสรรค์เกมระดับแถวหน้า และกำลังเตรียมนำฝรั่งเศสดวลอังกฤษในเกมชิงเหรียญทองแดงที่ไมอามี สเตเดียม วันที่ 18 กรกฎาคม 2026 ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีเป้าหมายปิดฉากทัวร์นาเมนต์บนโพเดียมให้ได้
จากเด็กที่ถูกมองข้ามในลอนดอน สู่จอมแอสซิสต์แห่งฟุตบอลโลก เส้นทางของไมเคิล โอลิเซ่ยืนยันชัดว่า พรสวรรค์อาจเปิดประตูบานแรก แต่ความมุ่งมั่นและการได้รับโอกาสในเวลาที่เหมาะสมต่างหากที่พานักเตะคนหนึ่งไปถึงจุดสูงสุด ติดตามข่าวฟุตบอลโลก 2026 ข่าวทีมชาติฝรั่งเศส และความเคลื่อนไหวของนักเตะดังได้ที่ ข่าวฟุตบอลโลกบ้านกีฬา

