เฟร์ราน ตอร์เรส 106
ไม่มีผู้ทำประตู
จาก : ผลบอลสด ฟุตบอลโลก 2026 ระหว่าง สเปน 1-0 อาร์เจนตินา วันนี้ 20/7/69 – บ้านกีฬา
สเปนประกาศศักดาคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 หลังเอาชนะอาร์เจนตินา 1-0 ในรอบชิงชนะเลิศที่เม็ตไลฟ์ สเตเดียม เมืองอีสต์รัทเธอร์ฟอร์ด รัฐนิวเจอร์ซีย์ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ตามเวลาประเทศไทย โดยต้องต่อสู้กันถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ ก่อน เฟร์ราน ตอร์เรส ตัวสำรองจะยิงประตูตัดสินเกมในนาทีที่ 106
แม้ ผลบอลสด จะจบด้วยสกอร์เพียงประตูเดียว แต่รูปเกมเป็นสเปนที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน ทั้งการครองบอล จำนวนครั้งที่ยิง และคุณภาพของโอกาส อาร์เจนตินารอดพ้นการเสียประตูหลายครั้งจากผลงานของ เอมิเลียโน มาร์ติเนซ ก่อนต้องเล่นสิบคนหลัง เอ็นโซ เฟร์นานเดซ ถูกไล่ออกช่วงทดเวลาครึ่งหลัง สเปนจึงคว้าแชมป์โลกชายสมัยที่สอง ต่อจากปี 2010 ได้สำเร็จ
ครึ่งแรก สเปนขึงเกมแต่เจาะมาร์ติเนซไม่ผ่าน
สเปนของ หลุยส์ เด ลา ฟวนเต ใช้ระบบ 4-2-3-1 ให้ โรดรี คุมจังหวะร่วมกับ ฟาเบียน รุยซ์ พร้อมวาง ลามีน ยามาล, ดานี โอลโม และอเล็กซ์ บาเอนา สนับสนุน มิเกล โอยาร์ซาบัล
อาร์เจนตินาของ ลิโอเนล สกาโลนี มาในระบบ 4-4-2 ใช้ ลิโอเนล เมสซี จับคู่ ฮูเลียน อัลบาเรซ แต่ต้องถอยต่ำตั้งรับตั้งแต่ต้น เพราะสเปนหมุนบอลกดดันต่อเนื่อง
นาทีที่ 5 ลามีน ยามาลตัดจากขวาเข้าไปยิง แต่เอมิเลียโน มาร์ติเนซรับไว้ได้ สเปนครองบอล 65 เปอร์เซ็นต์ ใช้ฟูลแบ็กดันสูงและให้โรดรีเปลี่ยนแกนโจมตี ขณะที่อาร์เจนตินาแทบต่อบอลไปถึงแดนหน้าไม่ได้
โอยาร์ซาบัลได้ยิงในนาทีที่ 39 แต่ยังติดเซฟ ก่อนลิซานโดร มาร์ติเนซรับใบเหลืองและบาดเจ็บจนต้องออกในนาทีที่ 44 นิโกลัส โอตาเมนดีถูกส่งลงมาแทน ก่อนจบครึ่งแรก 0-0
ครึ่งหลัง มาร์ติเนซเซฟกระหน่ำ เอ็นโซถูกไล่ออก
สเปนเร่งเครื่องทันที อเล็กซ์ บาเอนาได้ยิงตั้งแต่นาทีแรกของครึ่งหลัง แต่อาร์เจนตินายังมีมาร์ติเนซยืนขวาง เด ลา ฟวนเตจึงส่ง เปดรี และเฟร์ราน ตอร์เรส ลงมาในนาทีที่ 62 เพื่อเพิ่มความเร็วในการหมุนบอลและการวิ่งโจมตีหลังแนวรับ
ดานี โอลโม, เฟร์ราน, เปดรี, เปา กูบาร์ซี และอายเมริก ลาปอร์ต ผลัดกันยิงเข้ากรอบ แต่ผู้รักษาประตูอาร์เจนตินาป้องกันได้ทั้งหมด จากนั้นสเปนเติม นิโก วิลเลียมส์ กับมิเกล เมรีโนลงมา ทำให้เกมริมเส้นอันตรายขึ้นอีกระดับ
อาร์เจนตินาต้องเปลี่ยนแนวรับหลายตำแหน่งจากอาการบาดเจ็บ และยิ่งตกอยู่ใต้แรงกดดันเมื่อเอ็นโซรับใบเหลืองแรก ก่อนเข้าสกัดกูบาร์ซีในนาทีที่ 90+3 จนโดนใบเหลืองที่สอง ครบเวลาปกติยังเสมอ 0-0 แต่ทัพฟ้าขาวต้องต่อเวลาด้วยผู้เล่นสิบคน
ต่อเวลาพิเศษ เฟร์รานยิงประตูแชมป์โลก
สเปนยังบุกต่อเนื่อง ก่อนจังหวะตัดสินเกมมาถึงหลังเริ่มครึ่งหลังของการต่อเวลาพิเศษเพียงไม่กี่วินาที เปโดร ปอร์โรเปิดจากด้านขวา นิโก วิลเลียมส์โหม่งชงกลับเข้ากลาง และเฟร์ราน ตอร์เรสตวัดยิงด้วยเท้าซ้ายเสียบประตูในนาทีที่ 106
ประตูดังกล่าวเป็นการยิงครั้งที่ 20 ของสเปนในเกมนี้ อาร์เจนตินาพยายามตอบโต้ช่วงท้าย แต่ทำได้เพียงลูกยิงข้ามคานของจูเลียโน ซิเมโอเน ก่อนสเปนรักษาสกอร์ 1-0 และขึ้นครองแชมป์โลกอย่างสมศักดิ์ศรี
สเปน 1 – 0 อาร์เจนตินา
รายชื่อนักเตะตัวจริงและคะแนน
ทีมชาติสเปน ระบบ 4-2-3-1
หัวหน้าผู้ฝึกสอน : หลุยส์ เด ลา ฟวนเต
- ผู้รักษาประตู : อูไน ซิมอน 6.4
- กองหลัง : เปโดร ปอร์โร 7.1, เปา กูบาร์ซี 8.2, อายเมริก ลาปอร์ต 7.0, มาร์ก กูกูเรยา 6.9
- กองกลาง : โรดรี 8.5, ฟาเบียน รุยซ์ 6.6, ลามีน ยามาล 7.3, ดานี โอลโม 7.0, อเล็กซ์ บาเอนา 6.6
- กองหน้า : มิเกล โอยาร์ซาบัล 6.7
- นักเตะเด่น : โรดรี 8.5, เปา กูบาร์ซี 8.2, เปดรี 7.4, ลามีน ยามาล 7.3
- เปลี่ยนตัว : เปดรี 7.4, เฟร์ราน ตอร์เรส 7.3, มิเกล เมรีโน 7.1, นิโก วิลเลียมส์ 6.7, เอริก การ์เซีย 6.6, มาร์ติน ซูบีเมนดี 7.0
- สำรองไม่ได้ลงสนาม : ดาบิด รายา, โจน การ์เซีย, มาร์ก ปูบิล, มาร์กอส ยอเรนเต, อเลฆานโดร กรีมัลโด, กาบี, บอร์ฆา อิเกลเซียส, บิกตอร์ มูนญอซ
ทีมชาติอาร์เจนตินา ระบบ 4-4-2
หัวหน้าผู้ฝึกสอน : ลิโอเนล สกาโลนี
- ผู้รักษาประตู : เอมิเลียโน มาร์ติเนซ 9.6
- กองหลัง : กอนซาโล มอนติเอล 6.7, คริสเตียน โรเมโร 6.9, ลิซานโดร มาร์ติเนซ 6.7, นิโกลัส ตาเกลียฟิโก 6.7
- กองกลาง : โรดริโก เด ปอล 6.4, เอ็นโซ เฟร์นานเดซ 5.9, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ 6.6, นิโกลัส กอนซาเลซ 6.6
- กองหน้า : ลิโอเนล เมสซี 7.2, ฮูเลียน อัลบาเรซ 6.4
- นักเตะเด่น : เอมิเลียโน มาร์ติเนซ 9.6, ลิโอเนล เมสซี 7.2, คริสเตียน โรเมโร 6.9
- เปลี่ยนตัว : นิโกลัส โอตาเมนดี 6.5, เลอันโดร ปาเรเดส 6.1, นาอวล โมลินา 6.7, ฟากุนโด เมดินา 6.5, จูเลียโน ซิเมโอเน 6.3, มาร์กอส เซเนซี 6.3
- สำรองไม่ได้ลงสนาม : เคโรนิโม รุลลี, ฮวน มุสโซ, เอเซเกียล ปาลาซิออส, ติอาโก อัลมาดา, บาเลนติน บาร์โก, นิโก ปาซ, โจวานี โล เซลโซ, โฮเซ มานูเอล โลเปซ
วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
เมื่อเจาะลึกเชิง วิเคราะห์บอล สกอร์ 1-0 ไม่ได้สะท้อนความแตกต่างของรูปเกมทั้งหมด สเปนควบคุมพื้นที่ ครองบอล และผลิตโอกาสได้เหนือกว่า ส่วนอาร์เจนตินาใช้เกมรับกับฟอร์มของผู้รักษาประตูประคองตัวจนถึงช่วงต่อเวลา
เกมรุกของสเปน
ระบบ 4-2-3-1 ของสเปนปรับเป็นโครงสร้างคล้าย 3-2-5 ระหว่างครองบอล โรดรีถอยมารับบอลจากเซ็นเตอร์ ขณะที่เปโดร ปอร์โรและมาร์ก กูกูเรยาดันสูงเพื่อขยายสนาม การยืนกว้างบังคับให้กองกลางอาร์เจนตินาต้องกระจายตัว จนเกิดช่องระหว่างแนวมากขึ้นเรื่อย ๆ
โรดรีเป็นผู้กำหนดทิศทาง เขาสลับบอลจากข้างหนึ่งไปอีกข้างและคุมจังหวะไม่ให้เกมกลายเป็นการปะทะแบบที่อาร์เจนตินาต้องการ ส่วนลามีน ยามาลดึงผู้เล่นทางฝั่งซ้ายของอาร์เจนตินาเข้าหาตัวอย่างน้อยสองคน เปิดทางให้ปอร์โรเติมขึ้นมาสร้างสถานการณ์สองต่อหนึ่ง
ช่วงแรกสเปนมีปัญหาตรงกองหน้าตัวเป้ายังเชื่อมเกมไม่ได้มากนัก การส่งเฟร์รานลงแทนโอยาร์ซาบัลจึงเปลี่ยนรูปแบบการโจมตี เฟร์รานขยับออกข้าง สลับถอยรับบอล และวิ่งทะลุหลังเซ็นเตอร์ ทำให้แนวรับจับตำแหน่งยากกว่าเดิม
เปดรีเพิ่มความแม่นยำในพื้นที่ระหว่างกองกลางกับกองหลัง ส่วนนิโก วิลเลียมส์ทำให้อาร์เจนตินาไม่สามารถเทกำลังปิดลามีนเพียงฝั่งเดียว การมีปีกความเร็วสูงสองด้านทำให้แนวรับต้องถอยลึกและเสียพื้นที่หน้าเขตโทษ
ประตูชัยสะท้อนคุณค่าของตัวสำรองอย่างชัดเจน ปอร์โรเปิดไปเสาไกล นิโกโหม่งชงกลับเข้าพื้นที่อันตราย ก่อนเฟร์รานเคลื่อนตัวหนีแนวรับและจบสกอร์ การเข้าทำใช้ทั้งความกว้าง การวิ่งดึงตัวประกบ และการโจมตีพื้นที่ว่างในจังหวะเดียวกัน
เกมรับของสเปน
สเปนป้องกันด้วยการเพรสทันทีเมื่อเสียบอล ผู้เล่นใกล้จุดเกิดเหตุจะบีบคู่แข่ง ส่วนโรดรีคอยปิดช่องจ่ายถึงเมสซี ทำให้อาร์เจนตินาไม่สามารถเปลี่ยนจากรับเป็นรุกได้อย่างรวดเร็ว
เปา กูบาร์ซีอ่านจังหวะของฮูเลียน อัลบาเรซได้ยอดเยี่ยม เขากล้าดันขึ้นตัดบอลและไม่ปล่อยให้กองหน้าอาร์เจนตินาหันหน้าเล่นง่าย อายเมริก ลาปอร์ตคอยคุมพื้นที่ด้านหลัง ส่วนฟูลแบ็กรีบหุบเข้าในเมื่อบอลอยู่ฝั่งตรงข้าม
เมสซีจึงต้องถอยมารับบอลไกลจากประตู และเมื่อพยายามเลี้ยงขึ้นหน้า เขามักพบผู้เล่นสเปนซ้อนกันหลายชั้น ผลลัพธ์คืออาร์เจนตินายิงเพียงสองครั้ง ไม่มีลูกตรงกรอบ และมีค่าประตูที่คาดหวังเพียง 0.17
เกมรุกของอาร์เจนตินา
ปัญหาหลักคือระยะห่างระหว่างเมสซีและฮูเลียนกับผู้เล่นแดนกลาง อาร์เจนตินาถอยรับลึกจนเมื่อแย่งบอลได้ ตัวรุกต้องเล่นโดยขาดแรงสนับสนุน เด ปอลกับแม็ค อัลลิสเตอร์ต้องใช้พลังไปกับการปิดริมเส้น ขณะที่เอ็นโซไม่สามารถพาบอลผ่านการเพรสของสเปน
ฟูลแบ็กไม่กล้าเติมสูงเพราะต้องรับมือกับปีกสเปน เกมสวนกลับจึงแคบและคาดเดาง่าย เมสซีแทบไม่มีโอกาสรับบอลในพื้นที่ถนัด ส่วนฮูเลียนถูกกูบาร์ซีกับลาปอร์ตควบคุมจนไม่มีจังหวะยิงที่ชัดเจน สำนักข่าวรอยเตอร์สสรุปตรงกันว่า เมสซีมีอิทธิพลต่อเกมน้อยและอาร์เจนตินาขาดความอันตรายในแดนหน้า
เกมรับของอาร์เจนตินา
อาร์เจนตินาตั้งบล็อก 4-4-2 ปิดพื้นที่กลางสนามและบังคับให้สเปนออกบอลด้านข้าง แต่การวิ่งสลับตำแหน่งของลามีน, โอลโม และฟูลแบ็กทำให้แนวรับต้องเคลื่อนตามตลอดเวลา
การเสียลิซานโดรและโรเมโรจากอาการบาดเจ็บกระทบการสื่อสารของคู่เซ็นเตอร์ ขณะที่ใบแดงของเอ็นโซทำให้ทีมต้องถอยลงไปตั้งรับเต็มรูปแบบ สกาโลนีส่งมาร์กอส เซเนซีแทนฮูเลียน หวังลากเกมไปยิงจุดโทษ แต่สุดท้ายแนวรับถูกการเคลื่อนที่ของสเปนดึงจนเปิดพื้นที่ให้เฟร์ราน
คนที่ทำให้อาร์เจนตินาอยู่ในเกมคือเอมิเลียโน มาร์ติเนซ เขาเซฟ 11 ครั้งและหยุดโอกาสสำคัญหลายหน หากไม่มีผลงานระดับนี้ เกมอาจถูกตัดสินตั้งแต่เวลาปกติ
สถิติการแข่งขัน
สเปนครองบอล 65 เปอร์เซ็นต์ ยิง 20 ครั้ง เข้ากรอบ 12 ครั้ง และสร้างโอกาสสำคัญสี่ครั้ง ส่วนอาร์เจนตินาครองบอล 35 เปอร์เซ็นต์ ยิงสองครั้งและไม่ตรงกรอบเลย ค่าประตูที่คาดหวังอยู่ที่ 1.94 ต่อ 0.17
สเปนผ่านบอลสำเร็จ 762 จาก 852 ครั้ง เข้าสู่พื้นที่สุดท้าย 88 ครั้ง และสัมผัสบอลในกรอบเขตโทษ 31 ครั้ง ขณะที่อาร์เจนตินาผ่านบอลสำเร็จ 358 จาก 464 ครั้ง เข้าสู่พื้นที่สุดท้าย 54 ครั้ง และสัมผัสบอลในเขตโทษเพียงแปดครั้ง
สเปนได้เตะมุมเก้าครั้ง อาร์เจนตินาได้สี่ครั้ง ทั้งสองทีมดวลกันใกล้เคียงที่ 51 ต่อ 49 เปอร์เซ็นต์ แต่ทัพฟ้าขาวเสียฟาวล์ 25 ครั้ง ได้รับใบเหลืองหกใบและใบแดงหนึ่งใบ จุดแตกต่างสำคัญคือมาร์ติเนซเซฟ 11 ครั้ง ขณะที่อูไน ซิมอนไม่ต้องเซฟเลย
เหตุการณ์สำคัญ
- 🟨 ก่อนเริ่มเกม : ลิโอเนล สกาโลนีรับใบเหลืองจากการโต้เถียง
- 🟨 ก่อนเริ่มเกม : คริสเตียน โรเมโรถูกบันทึกใบเหลืองจากการโต้เถียง
- 🟨 นาทีที่ 41 : ลิซานโดร มาร์ติเนซทำฟาวล์โอยาร์ซาบัล
- 🔄 นาทีที่ 44 : โอตาเมนดีแทนลิซานโดรที่บาดเจ็บ
- ⏱️ นาทีที่ 45 : ทดเวลาครึ่งแรกสี่นาที
- ⏸️ จบครึ่งแรก : เสมอ 0-0
- 🔄 นาทีที่ 46 : ปาเรเดสแทนนิโกลัส กอนซาเลซ
- 🟨 นาทีที่ 52 : ปาเรเดสทำฟาวล์โรดรี
- 🔄 นาทีที่ 58 : โมลินาแทนมอนติเอล
- 🔄 นาทีที่ 62 : เปดรีแทนฟาเบียน รุยซ์
- 🔄 นาทีที่ 62 : เฟร์รานแทนโอยาร์ซาบัล
- 🔄 นาทีที่ 70 : จูเลียโน ซิเมโอเนแทนเด ปอล
- 🔄 นาทีที่ 70 : เมดินาแทนโรเมโรที่บาดเจ็บ
- 🔄 นาทีที่ 75 : นิโก วิลเลียมส์แทนบาเอนา
- 🔄 นาทีที่ 75 : เมรีโนแทนดานี โอลโม
- 🟨 นาทีที่ 83 : เอ็นโซรับใบเหลืองแรก
- ⏱️ นาทีที่ 90 : ทดเวลาครึ่งหลังสี่นาที
- 🟥 นาทีที่ 90+3 : เอ็นโซรับเหลืองที่สองและถูกไล่ออก
- ⏸️ จบเวลาปกติ : เสมอ 0-0
- 🔄 นาทีที่ 99 : เอริก การ์เซียแทนลาปอร์ต
- 🔄 นาทีที่ 99 : ซูบีเมนดีแทนโรดรี
- 🔄 นาทีที่ 102 : เซเนซีแทนฮูเลียน อัลบาเรซ
- ⏱️ นาทีที่ 105 : ทดเวลาครึ่งแรกของช่วงต่อเวลาสามนาที
- ⚽ นาทีที่ 106 : เฟร์รานยิงจากลูกโหม่งชงของนิโก สเปนนำ 1-0
- 🟨 นาทีที่ 111 : แม็ค อัลลิสเตอร์ทำฟาวล์มาร์ก กูกูเรยา
- ⏱️ นาทีที่ 120 : ทดเวลาห้านาที
- 🏁 จบเกม : สเปนชนะอาร์เจนตินา 1-0
Player of the Match เฟร์ราน ตอร์เรส
เฟร์ราน ตอร์เรสได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำการแข่งขันจากฟีฟ่า หลังลงเป็นตัวสำรองและยิงประตูแชมป์โลกในนาทีที่ 106 การเคลื่อนที่ของเขาทำให้แนวรับอาร์เจนตินารับมือยาก ก่อนจบสกอร์ด้วยเท้าซ้ายอย่างเด็ดขาด
ส่วนผู้เล่นที่ได้คะแนนสูงสุดจาก SofaScore คือเอมิเลียโน มาร์ติเนซ 9.6 จากการเซฟ 11 ครั้งและช่วยป้องกันประตูเหนือค่าคาดการณ์ 1.76 ลูก แม้อาร์เจนตินาจะไม่สามารถรักษาสกอร์ไว้ได้จนถึงการยิงจุดโทษ
สถานการณ์หลังจบรอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลก 2026
เกมนี้เป็นรอบชิงชนะเลิศจึงไม่มีผลต่อตารางคะแนน สเปนคว้าแชมป์โลกชายสมัยที่สอง และเป็นชาติแรกที่ครองแชมป์ฟุตบอลโลกชายกับหญิงในเวลาเดียวกัน หลังทีมฟุตบอลหญิงคว้าแชมป์เมื่อปี 2023
กระทิงดุจบทัวร์นาเมนต์ด้วยการเสียเพียงหนึ่งประตูตลอดแปดนัด ส่วนอาร์เจนตินาหยุดเส้นทางป้องกันแชมป์ในฐานะรองแชมป์โลก
ตารางบอลนัดถัดไปของทีมชาติสเปน
| ลีก | ทีมพบทีม | วันที่ |
|---|---|---|
| ยูฟ่า เนชันส์ ลีก ลีกเอ กลุ่ม 3 | อังกฤษ พบ สเปน | 27 กันยายน 2569 เวลา 01.45 น. |
| ยูฟ่า เนชันส์ ลีก ลีกเอ กลุ่ม 3 | สเปน พบ โครเอเชีย | 30 กันยายน 2569 เวลา 01.45 น. |
| ยูฟ่า เนชันส์ ลีก ลีกเอ กลุ่ม 3 | สเปน พบ เช็กเกีย | 4 ตุลาคม 2569 เวลา 01.45 น. |
สเปนจะพักฉลองแชมป์ก่อนกลับมาลุย โปรแกรมบอล ยูฟ่า เนชันส์ ลีก โดยเริ่มจากเกมเยือนอังกฤษ
ตารางบอลนัดถัดไปของทีมชาติอาร์เจนตินา
| ลีก | ทีมพบทีม | วันที่ |
| โปรแกรมทีมชาติ | ยังไม่มีการยืนยัน | รอประกาศอย่างเป็นทางการ |
อาร์เจนตินายังไม่มีข้อมูลนัดถัดไปที่ยืนยันวัน เวลา และคู่แข่งขันอย่างครบถ้วน จึงต้องรอประกาศจากสมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินา
ติดตามบ้านผลบอลที่บ้านกีฬา
แฟนบอลติดตาม บ้านผลบอล ได้ที่บ้านกีฬา ครบทั้งผลการแข่งขัน รายชื่อนักเตะ สถิติหลังเกม ข่าวฟุตบอล และบทวิเคราะห์ทุกจังหวะสำคัญ พร้อมอัปเดต ตารางบอล และโปรแกรมนัดต่อไปของฟุตบอลทีมชาติและลีกชั้นนำ

