คดีโกงสอบท้องถิ่นสะเทือนระบบ จ่อเรียก 11 ข้าราชการ-พนักงานเอกชนรับทราบข้อกล่าวหา

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

คดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นเดินหน้าเข้าสู่ช่วงสำคัญ หลังตำรวจเตรียมพิจารณาเรียกผู้เกี่ยวข้องเพิ่มอีก 11 คน เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ขณะที่คณะตรวจสอบข้อเท็จจริงพบประเด็นน่าสงสัยหลายจุด และเร่งไล่ตรวจทั้งเอกสาร กระบวนการจัดสอบ บุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเส้นทางการเงิน เพื่อขยายผลไปถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด

จ่อเรียก 11 คน หลังพบตัวในบ้านพักนนทบุรี

ผู้ที่อาจถูกเรียกเข้ารับทราบข้อกล่าวหาทั้ง 11 คน เป็นบุคคลที่เจ้าหน้าที่พบอยู่ภายในบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี หรือย่านบางบัวทอง ระหว่างการเข้าตรวจค้น แบ่งเป็นข้าราชการในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 9 คน และพนักงานบริษัทเอกชน 2 คน

หนึ่งในกลุ่มดังกล่าวคือ นายฉัตรพิสุทธิ์ หรือ เต้ย ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบปากคำและพิจารณาดำเนินคดีหลายข้อหา อย่างไรก็ตาม รายละเอียดข้อกล่าวหาของแต่ละบุคคลยังต้องผ่านการตรวจสอบพยานหลักฐานอย่างรอบคอบก่อนออกหมายเรียกอย่างเป็นทางการ

นอกจากบุคคลทั้ง 11 คนแล้ว พนักงานสอบสวนยังเตรียมพิจารณาเชิญอาจารย์หรือผู้รับผิดชอบโครงการจัดสอบเข้ามาให้ข้อมูลหรือรับทราบข้อกล่าวหาตามพยานหลักฐาน เพื่อคลี่คลายว่าใครมีหน้าที่ควบคุมระบบ และใครอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการรั่วไหลหรือแก้ไขข้อมูลผลสอบ

ผลตรวจสอบคืบหน้า 70 เปอร์เซ็นต์ พบพิรุธหลังสอบเสร็จ

คณะตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเปิดเผยว่า การตรวจสอบภาพรวมมีความคืบหน้าแล้วมากกว่าร้อยละ 70 โดยตรวจพยานเอกสารและสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องแล้ว 7 ปาก ก่อนสรุปเป็นข้อเสนอให้ตรวจสอบเชิงลึกเพิ่มเติมอีก 30 ประเด็น

จุดที่ถูกจับตามากที่สุดคือ เบาะแสว่าความผิดปกติอาจเกิดขึ้นหลังการสอบแข่งขันเสร็จสิ้นแล้ว แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเกิดในขั้นตอนใด หรือมีบุคคลกลุ่มใดเป็นผู้ลงมือ เนื่องจากต้องตรวจสอบตั้งแต่การรับข้อมูลคำตอบ การประมวลผลคะแนน การจัดทำบัญชีผู้สอบผ่าน ไปจนถึงการประกาศผลอย่างเป็นทางการ

ก่อนหน้านี้มีการสุ่มตรวจข้อมูลผลคะแนนจากแฟลชไดรฟ์ที่เก็บไว้ในตู้นิรภัย และพบว่าคะแนนจากไฟล์ภาพกระดาษคำตอบไม่ตรงกับไฟล์ประมวลผลคะแนนสอบภาค ก และภาค ข ที่ถูกนำไปใช้ประกาศรายชื่อผู้สอบผ่าน ความผิดปกติดังกล่าวจึงกลายเป็นหลักฐานสำคัญในการตรวจหาว่าข้อมูลถูกเปลี่ยนแปลงในช่วงใด

ผบ.ตร.ตั้งโต๊ะตรวจหลักฐานและเส้นทางการเงิน

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานประชุมคณะทำงานร่วม ซึ่งมีหน่วยงานสำคัญเข้าร่วม ได้แก่ สำนักงาน ป.ป.ท. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อพิจารณาข้อกฎหมาย พยานหลักฐาน และความเชื่อมโยงของบุคคลในคดี

ตำรวจสอบสวนกลางรับผิดชอบรวบรวมพยานหลักฐานทางคดี ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหา หากพบว่าเงินหรือผลประโยชน์เชื่อมโยงไปถึงบุคคลใด เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าจะขยายผลและดำเนินคดีโดยไม่ละเว้น

ส่วนคณะตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายจะเน้นตรวจสอบโครงสร้างองค์กร ขั้นตอนดำเนินงาน และความรับผิดชอบของบุคคล ขณะที่การไต่สวนคดีทุจริตในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐจะอยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช.

จับตารายงานความคืบหน้า 24 กรกฎาคม

คณะตรวจสอบได้รับมอบหมายให้เร่งตรวจสอบเชิงลึกในประเด็นที่ยังมีข้อสงสัย ก่อนรายงานความคืบหน้าต่อนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 โดยข้อมูลจะถูกนำไปประกอบการพิจารณาคดีและแนวทางแก้ไขปัญหา

ขณะเดียวกัน มีกรอบจัดส่งข้อเท็จจริงและรายละเอียดของบุคคลที่เกี่ยวข้องภายในวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ก่อนนำข้อมูลจากฝ่ายตำรวจและ ป.ป.ช. มาประกอบการพิจารณาในภาพรวม

ผู้สอบและข้าราชการที่ได้รับการบรรจุจะได้รับผลกระทบอย่างไร

ผลของคดีนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะผู้ที่อาจร่วมทุจริต แต่ยังเกี่ยวพันกับผู้สอบจำนวนมากและผู้ที่ได้รับการบรรจุไปแล้ว ก่อนหน้านี้มีการพิจารณารายชื่อหลายพันคน หลังพบคะแนนสอบผิดปกติ โดยต้องคัดแยกให้ชัดเจนว่าใครสอบผ่านโดยสุจริต และใครได้รับประโยชน์จากการแก้ไขข้อมูล

การเพิกถอนรายชื่อหรือการยกเลิกการบรรจุไม่สามารถดำเนินการแบบเหมารวมได้ ทุกกรณีต้องอาศัยหลักฐานและผ่านการพิจารณาของหน่วยงานที่มีอำนาจ เพื่อไม่ให้ผู้เข้าสอบสุจริตได้รับผลกระทบจากการกระทำของคนบางกลุ่ม

สำหรับเจ้าหน้าที่รัฐ หากพบว่ามีส่วนร่วมกับการทุจริต อาจถูกดำเนินการทั้งทางวินัย ทางอาญา และตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ส่วนบุคคลที่เพียงถูกเรียกสอบหรือถูกระบุว่าเกี่ยวข้อง ยังต้องถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

ทำไมความโปร่งใสในการสอบท้องถิ่นจึงสำคัญ

การสอบแข่งขันข้าราชการท้องถิ่นเป็นประตูสำคัญในการคัดเลือกบุคลากรเข้าสู่หน่วยงานที่ดูแลบริการประชาชน ตั้งแต่งานทะเบียน การคลัง การศึกษา สาธารณสุข ไปจนถึงการพัฒนาพื้นที่ หากระบบสอบถูกแทรกแซง ผู้ที่มีความสามารถอาจเสียโอกาส ขณะที่ประชาชนอาจต้องรับผลจากการได้บุคลากรที่ไม่ได้ผ่านการแข่งขันอย่างเป็นธรรม

ระบบสอบที่น่าเชื่อถือควรตรวจสอบย้อนหลังได้ทุกขั้นตอน มีการกำหนดสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลอย่างรัดกุม เก็บบันทึกการแก้ไขไฟล์ ใช้ระบบเข้ารหัสข้อมูล แยกหน้าที่ระหว่างผู้จัดข้อสอบ ผู้ประมวลผล และผู้ประกาศผล พร้อมเปิดช่องให้มีการตรวจสอบจากหน่วยงานอิสระ

คดีนี้จึงเป็นบททดสอบสำคัญว่าหน่วยงานรัฐจะสามารถตามหาผู้กระทำผิด คุ้มครองผู้สอบสุจริต และปิดช่องโหว่ของระบบสอบได้มากน้อยเพียงใด โดยทุกขั้นตอนต้องตั้งอยู่บนพยานหลักฐาน ความโปร่งใส และความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา