สีหศักดิ์ชี้ไทย-กัมพูชาปิดประตูเจรจาฟื้นสัมพันธ์ ปมข้อพิพาทเข้าสู่กลไก UNCLOS

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชายังคงอยู่ในภาวะเปราะบาง หลัง สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า โอกาสพูดคุยเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์และแก้ปัญหาเขตแดนทางบกแทบไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ในเวลานี้ เนื่องจากฝ่ายกัมพูชาเลือกนำข้อพิพาททางทะเลเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS แทนการเปิดโต๊ะเจรจาโดยตรง

ท่าทีดังกล่าวสะท้อนว่า ความขัดแย้งไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะพื้นที่ทางทะเล แต่เริ่มส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ การหารือปัญหาชายแดนทางบก และแนวทางฟื้นความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศในภาพรวม

สีหศักดิ์ชี้การเจรจาอยู่ในภาวะปิดประตู

นายสีหศักดิ์ให้สัมภาษณ์ระหว่างร่วมคณะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ โดยเปิดเผยว่า ฝ่ายจีนแสดงความพร้อมช่วยอำนวยความสะดวกในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา

อย่างไรก็ตาม ไทยยืนยันว่าการแก้ไขปัญหาควรเริ่มต้นจากการเจรจาแบบทวิภาคี เพราะเป็นกลไกที่เปิดโอกาสให้ประเทศเพื่อนบ้านสามารถพูดคุย แลกเปลี่ยนข้อมูล และหาทางออกร่วมกันได้โดยตรง

แต่สถานการณ์ปัจจุบันยังไม่เปิดทางให้การหารือเดินหน้าต่อ เนื่องจากกัมพูชาเลือกใช้กระบวนการระงับข้อพิพาทภายใต้ UNCLOS ในประเด็นเขตแดนทางทะเล ส่งผลให้โอกาสพูดคุยเรื่องเขตแดนทางบกและปัญหาชายแดนด้านอื่นลดลงตามไปด้วย

นายสีหศักดิ์ยอมรับว่า ขณะนี้ถือว่าเป็นภาวะปิดประตู และการจะเดินหน้าพูดคุยเรื่องเขตแดนทางบกย่อมทำได้ยาก หากพื้นฐานความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างสองประเทศยังไม่สามารถฟื้นกลับมาได้

เหตุใดไทยจึงต้องการเจรจาทวิภาคี

จุดยืนของไทยคือ ต้องการให้ทั้งสองประเทศกลับมาเริ่มต้นเจรจาเรื่องเขตแดนทางทะเลภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ โดยใช้การพูดคุยโดยตรงเป็นขั้นตอนแรก หากเจรจาแล้วไม่เกิดความคืบหน้าจึงค่อยพิจารณากลไกอื่นตาม UNCLOS

การเจรจาทวิภาคีมีข้อได้เปรียบตรงที่คู่กรณีสามารถกำหนดหัวข้อ กรอบเวลา และเงื่อนไขในการพูดคุยได้ด้วยตนเอง อีกทั้งยังสามารถนำปัญหาที่เกี่ยวข้องกัน ทั้งเขตแดนทางทะเล เขตแดนทางบก การค้าชายแดน ความมั่นคง และผลกระทบต่อประชาชน มาพิจารณาร่วมกันได้อย่างยืดหยุ่น

ฝ่ายไทยเห็นว่า การนำข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการระหว่างประเทศทันที อาจทำให้การสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตรและความไว้เนื้อเชื่อใจทำได้ยากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อปัญหาชายแดนของสองประเทศมีหลายมิติและเกี่ยวข้องกับชีวิตประชาชนในพื้นที่โดยตรง

กระบวนการประนอมภาคบังคับตาม UNCLOS คืออะไร

UNCLOS เป็นกติกาสากลที่กำหนดสิทธิ หน้าที่ และหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากทะเล รวมถึงแนวทางระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐในเรื่องเขตแดนทางทะเล เขตเศรษฐกิจจำเพาะ และไหล่ทวีป

กระบวนการประนอมภาคบังคับมีหน้าที่ช่วยให้คู่กรณีค้นหาทางออกอย่างสันติ โดยจะมีการตั้งคณะผู้ประนอมเพื่อรับฟังข้อมูล ข้อเท็จจริง และเหตุผลทางกฎหมายจากแต่ละฝ่าย ก่อนจัดทำรายงานพร้อมข้อสรุปหรือข้อเสนอแนะ

แม้คู่กรณีมีหน้าที่เข้าร่วมกระบวนการตามเงื่อนไขที่กำหนด แต่รายงานและข้อเสนอแนะของคณะผู้ประนอมไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายเหมือนคำพิพากษาของศาล คู่กรณียังต้องนำข้อเสนอที่ได้รับกลับมาพิจารณาและเจรจาหาข้อตกลงร่วมกันอีกครั้ง

ด้วยเหตุนี้ การสื่อสารโดยตรงระหว่างไทยกับกัมพูชาจึงยังมีความสำคัญ เพราะไม่ว่ากระบวนการประนอมจะได้ข้อเสนออย่างไร การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนยังขึ้นอยู่กับความยินยอมและความร่วมมือจากทั้งสองประเทศ

ไทยไม่เห็นด้วยกับการขยายขอบเขตไปสู่การพัฒนาร่วม

ข้อกังวลสำคัญของฝ่ายไทยคือ ขอบเขตของกระบวนการที่กัมพูชาเสนออาจไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการกำหนดเขตแดนทางทะเลและไหล่ทวีป แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงแนวคิดการพัฒนาพื้นที่หรือใช้ทรัพยากรร่วมกันระหว่างที่ยังไม่สามารถตกลงเส้นเขตแดนได้

ไทยเห็นว่า ควรกำหนดเส้นเขตแดนทางทะเลให้มีความชัดเจนก่อน เพราะเมื่อได้ข้อยุติแล้วอาจพบว่าไม่มีพื้นที่ทับซ้อนตามที่เคยเข้าใจ หรือไม่จำเป็นต้องจัดตั้งพื้นที่พัฒนาร่วมก็ได้

ส่วนการแบ่งปันทรัพยากรหรือจัดตั้งพื้นที่พัฒนาร่วมเป็นอีกประเด็นหนึ่ง ซึ่งต้องเกิดจากการเจรจาและความยินยอมของทั้งสองฝ่าย ไม่ควรถูกนำไปรวมไว้ในกระบวนการประนอมโดยอัตโนมัติ

ไทยกังวลจีนส่งมอบรถถังให้กัมพูชา

อีกประเด็นที่นายสีหศักดิ์หยิบยกขึ้นหารือกับรัฐบาลจีน คือการส่งมอบรถถังและยุทโธปกรณ์ให้กัมพูชาในช่วงที่ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชายังมีความละเอียดอ่อน

ฝ่ายไทยขอให้จีนคำนึงถึงผลกระทบต่อบรรยากาศการลดความตึงเครียด เสถียรภาพในภูมิภาค และความรู้สึกของทุกฝ่าย เนื่องจากการเคลื่อนย้ายหรือส่งมอบยุทโธปกรณ์ในช่วงที่สถานการณ์ชายแดนยังเปราะบาง อาจถูกตีความในทางการเมืองและความมั่นคงได้

ท่าทีของไทยไม่ได้มุ่งก้าวก่ายความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับกัมพูชา แต่ต้องการให้ประเทศที่มีบทบาทสำคัญในภูมิภาคช่วยสนับสนุนสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจรจาและหลีกเลี่ยงปัจจัยที่อาจเพิ่มความระแวงระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน

จีนพร้อมช่วยแต่ไทยย้ำต้องคุยกันโดยตรง

แม้จีนจะแสดงความปรารถนาดีและพร้อมช่วยอำนวยความสะดวก แต่ไทยยังให้ความสำคัญกับหลักการที่ว่า ปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชาควรได้รับการแก้ไขผ่านการพูดคุยโดยตรงก่อน

บทบาทของประเทศที่สามอาจช่วยลดความตึงเครียด สร้างช่องทางการสื่อสาร หรือสนับสนุนให้ทั้งสองฝ่ายกลับมาเจรจากันได้ แต่ไม่สามารถทดแทนการตัดสินใจและความจริงใจของคู่กรณีได้

การฟื้นฟูความสัมพันธ์จึงขึ้นอยู่กับว่าทั้งไทยและกัมพูชาจะสามารถแยกการดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายออกจากความร่วมมือด้านอื่น และกลับมาสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจได้มากน้อยเพียงใด

ความสัมพันธ์ที่ชะงักกระทบมากกว่าเรื่องเขตแดน

ไทยและกัมพูชามีพรมแดนติดต่อกันและมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้าชายแดน การเดินทางของประชาชน แรงงาน การท่องเที่ยว และความมั่นคง

เมื่อความสัมพันธ์ทางการเมืองชะงักงัน ผลกระทบจึงอาจขยายไปถึงประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ชายแดน รวมถึงความร่วมมือปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การค้ามนุษย์ การฟอกเงิน ยาเสพติด และอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งต้องอาศัยการประสานงานระหว่างเจ้าหน้าที่ของหลายประเทศ

ระหว่างการเยือนจีนครั้งนี้ ไทยและจีนยังเห็นชอบจัดตั้งกรอบหารือด้านความมั่นคงแบบ 2+2 ระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐมนตรีกลาโหม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประสานนโยบายและยกระดับการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

แต่การจัดการเครือข่ายเหล่านี้ให้ได้ผลจำเป็นต้องมีความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงกัมพูชา ดังนั้นการรักษาช่องทางสื่อสารจึงยังเป็นเรื่องจำเป็น แม้ความขัดแย้งเรื่องเขตแดนจะยังไม่มีข้อยุติก็ตาม

จับตาทางออกความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา

แม้คำว่า ปิดประตู สะท้อนว่าการเจรจายังไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ในเวลานี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าความสัมพันธ์ทางการทูตจะไม่มีโอกาสฟื้นตัวอีกต่อไป

กระบวนการประนอมภายใต้ UNCLOS ยังเป็นกลไกสันติ และผลลัพธ์ไม่ได้ผูกมัดให้คู่กรณีต้องยอมรับทุกข้อเสนอ ขณะที่ช่องทางการทูตทั้งระดับผู้นำ รัฐมนตรี เจ้าหน้าที่ความมั่นคง และคณะกรรมการชายแดน ยังสามารถนำมาใช้เพื่อป้องกันเหตุเผชิญหน้าและรักษาความสัมพันธ์ในด้านที่จำเป็นได้

โจทย์สำคัญหลังจากนี้คือ การหาจุดสมดุลระหว่างการปกป้องผลประโยชน์และอธิปไตยของประเทศ กับการเปิดพื้นที่ให้เกิดการพูดคุยอย่างจริงใจ หากทั้งสองฝ่ายสามารถกลับมาสร้างความเชื่อมั่นและยอมรับว่าการเจรจาคือหนทางที่ลดความสูญเสียได้มากที่สุด ประตูความสัมพันธ์ที่ปิดอยู่ในวันนี้ก็ยังมีโอกาสเปิดขึ้นอีกครั้ง

ติดตาม ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ที่ ข่าวการค้นหาที่มาแรงบ้านกีฬา

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา