อ่านข่าวนี้แบบสั้น: คีลิยัน เอ็มบัปเป้ กัปตันทีมชาติฝรั่งเศส ระเบิดฟอร์มยิง 10 ประตู ผงาดคว้ารองเท้าทองคำ ฟุตบอลโลก 2026 แม้ทัพตราไก่จบเพียงอันดับ 4 พร้อมสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเตะคนแรกที่ครองตำแหน่งดาวซัลโวฟุตบอลโลก 2 สมัยติดต่อกัน และขยับยอดรวมเป็น 22 ประตู แซง ลิโอเนล เมสซี่ ขึ้นแท่นดาวยิงสูงสุดตลอดกาล ส่วนรายละเอียดทั้งหมด ติดตามต่อได้ในบทความด้านล่างนี้
เอ็มบัปเป้ซัดกระจาย 10 ประตู ยึดรองเท้าทองคำแบบไร้ข้อกังขา
ศึกฟุตบอลโลก 2026 ปิดฉากลงพร้อมบทสรุปของตำแหน่งดาวยิงสูงสุด โดยรางวัลตกเป็นของ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้ากัปตันทีมชาติฝรั่งเศส หลังถล่มตาข่ายรวม 10 ประตูตลอดทัวร์นาเมนต์ ทิ้งห่าง ลิโอเนล เมสซี่ คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุด 2 ประตู
แม้ฝรั่งเศสจะไปไม่ถึงเกมชิงชนะเลิศ และต้องจบการแข่งขันเพียงอันดับ 4 หลังพ่ายอังกฤษ 4-6 ในเกมชิงอันดับ 3 แต่ความเฉียบคมของดาวยิงวัย 27 ปียังเหนือกว่าทุกคนบนเวทีโลก โดยเจ้าตัวซัดสองประตูในเกมดังกล่าว ปิดบัญชีผลงานส่วนตัวอย่างดุดัน
คนแรกในประวัติศาสตร์ คว้าดาวซัลโวฟุตบอลโลก 2 สมัยติด
ความยิ่งใหญ่ครั้งนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการเป็นดาวซัลโวฟุตบอลโลก 2026 เพราะเอ็มบัปเป้ยังกลายเป็นนักเตะคนแรกที่คว้ารางวัลรองเท้าทองคำฟุตบอลโลกได้ 2 สมัยติดต่อกัน
- ฟุตบอลโลก 2022 ยิง 8 ประตู
- ฟุตบอลโลก 2026 ยิง 10 ประตู
- รวมสองทัวร์นาเมนต์ล่าสุด 18 ประตู
ผลงาน 10 ประตูในครั้งนี้ยังเป็นจำนวนประตูสูงสุดของนักเตะคนเดียวในฟุตบอลโลกหนึ่งสมัยนับตั้งแต่ แกร์ด มุลเลอร์ ทำไว้ 10 ประตูเมื่อปี 1970 ขณะที่มีเพียง ชุสต์ ฟงแตน 13 ประตูในปี 1958 และ ซานดอร์ ค็อกซิส 11 ประตูในปี 1954 ที่เคยยิงได้มากกว่าในทัวร์นาเมนต์เดียว
เส้นทาง 10 ประตูของเอ็มบัปเป้ในฟุตบอลโลก 2026
เอ็มบัปเป้เปิดฉากทัวร์นาเมนต์อย่างร้อนแรง ก่อนเดินหน้าฉีกแนวรับคู่แข่งแทบทุกด่าน โดยจำนวน 10 ประตูของเขามาจากการแข่งขันดังต่อไปนี้
- ยิง 2 ประตูในเกมพบเซเนกัล
- ยิง 2 ประตูในเกมพบอิรัก
- ยิง 2 ประตูในรอบ 32 ทีมที่พบสวีเดน
- ยิงจุดโทษ 1 ประตูในรอบ 16 ทีมที่พบปารากวัย
- ยิง 1 ประตูในรอบก่อนรองชนะเลิศที่พบโมร็อกโก
- ยิง 2 ประตูในเกมชิงอันดับ 3 ที่พบอังกฤษ
แม้เจ้าตัวจะหยุดไม่อยู่ในเกมรอบรองชนะเลิศกับสเปน แต่สองประตูในเกมส่งท้ายกับอังกฤษก็เพียงพอให้เขาขึ้นไปยืนบนจุดสูงสุดของตารางดาวซัลโวอย่างเด็ดขาด

ทุบสถิติโลก 22 ประตู แซงเมสซี่ขึ้นครองบัลลังก์
อีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ถูกเขียนขึ้นเมื่อเอ็มบัปเป้ขยับยอดยิงในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็น22 ประตู จากการลงเล่น 3 สมัย แบ่งเป็น 4 ประตูในปี 2018, 8 ประตูในปี 2022 และ 10 ประตูในปี 2026
ตัวเลขดังกล่าวส่งให้เขากลายเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของฟุตบอลโลก แซงหน้า ลิโอเนล เมสซี่ ซึ่งจบทัวร์นาเมนต์ด้วยยอดรวม 21 ประตู หลังไม่สามารถยิงเพิ่มได้ในนัดชิงชนะเลิศที่อาร์เจนตินาพบสเปน
ก่อนเกมชิงดำ เมสซี่ยังมีโอกาสไล่ล่ารางวัล หากยิงได้อย่างน้อย 2 ประตู แต่สุดท้ายแนวรับสเปนปิดพื้นที่ได้อย่างเหนียวแน่น ทำให้กัปตันทีมชาติอาร์เจนตินาจบทัวร์นาเมนต์ด้วย 8 ประตู และส่งเอ็มบัปเป้ขึ้นรับรองเท้าทองคำอย่างเป็นทางการ
อันดับดาวซัลโวฟุตบอลโลก 2026
- คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ทีมชาติฝรั่งเศส 10 ประตู
- ลิโอเนล เมสซี่ ทีมชาติอาร์เจนตินา 8 ประตู
- จู๊ด เบลลิงแฮม ทีมชาติอังกฤษ 7 ประตู
- เออร์ลิง ฮาลันด์ ทีมชาตินอร์เวย์ 7 ประตู
- แฮร์รี่ เคน ทีมชาติอังกฤษ 6 ประตู
สถิติสำคัญของคีลิยัน เอ็มบัปเป้
- คว้ารางวัลรองเท้าทองคำฟุตบอลโลก 2026 ด้วยผลงาน 10 ประตู
- เป็นนักเตะคนแรกที่คว้าดาวซัลโวฟุตบอลโลก 2 สมัยติดต่อกันในปี 2022 และ 2026
- ยิงในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายรวม 22 ประตู
- ขึ้นแท่นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก
- ทำสถิติ 10 ประตูในฟุตบอลโลกสมัยเดียว สูงที่สุดในรอบ 56 ปี
บัลลังก์ใหม่ที่อาจยืนยาวอีกหลายปี
ในวัยเพียง 27 ปี เอ็มบัปเป้ยังมีโอกาสลงเล่นฟุตบอลโลกได้อีกอย่างน้อยหนึ่งสมัย นั่นหมายความว่าสถิติ 22 ประตูอาจยังไม่ใช่ตัวเลขสุดท้าย เมื่อพิจารณาจากความเร็ว ความเฉียบขาด และมาตรฐานการถล่มประตูที่แทบไม่เคยตกลง
ฟุตบอลโลก 2026 อาจจบลงด้วยความผิดหวังของทีมชาติฝรั่งเศส แต่สำหรับเอ็มบัปเป้ นี่คือทัวร์นาเมนต์ที่ตอกย้ำว่าเขากำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในเพชฌฆาตที่อันตรายที่สุดเท่าที่เวทีลูกหนังโลกเคยมีมา
เกาะติดข่าวฟุตบอลโลกและผลงานดาวยิงระดับโลก
ติดตามข่าวฟุตบอลโลก 2026 ล่าสุด สรุปผลการแข่งขัน ตารางคะแนนดาวซัลโว ผลงานทีมชาติฝรั่งเศส และความเคลื่อนไหวของคีลิยัน เอ็มบัปเป้ ได้ทุกวันที่ ข่าวฟุตบอลโลกบ้านกีฬา

