อ่านข่าวนี้แบบสั้น: แม้ทีมชาติสเปนจะเป็นฝ่ายชูถ้วยฟุตบอลโลก 2026 หลังเฉือนอาร์เจนตินา 1-0 แต่เมื่อวัดผลงานตามต้นสังกัด เรอัล มาดริด คือผู้ชนะตัวจริงในสมรภูมิดาวยิง หลัง 4 แข้งของทีมช่วยกันถล่มถึง 22 ประตู มากที่สุดเหนือทุกสโมสร นำโดย คีลิยัน เอ็มบัปเป้ 10 ลูก และ จู๊ด เบลลิงแฮม 7 ลูก ส่วนรายละเอียดทั้งหมดติดตามต่อได้ในบทความด้านล่างนี้
สเปนชูถ้วย แต่ราชันชุดขาวยึดบัลลังก์ดาวยิง
ทีมชาติสเปนคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 ด้วยชัยชนะเหนืออาร์เจนตินา 1-0 ในนัดชิงชนะเลิศที่รัฐนิวเจอร์ซีย์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม 2026 โดย เฟร์ราน ตอร์เรส กองหน้าจากบาร์เซโลนา สวมบทฮีโร่ซัดประตูตัดสินในช่วงต่อเวลาพิเศษ นาทีที่ 106 ส่งทัพกระทิงดุขึ้นครองโลกเป็นสมัยที่ 2
ประตูของตอร์เรสทำให้แฟนบอลย้อนนึกถึง อันเดรส อิเนียสต้า ตำนานแห่งคัมป์ นู ซึ่งเคยยิงประตูช่วงต่อเวลาพิเศษพาสเปนคว้าแชมป์โลกครั้งแรกเมื่อปี 2010
ก่อนเกม สปอตไลต์ทั้งหมดสาดไปยังการเผชิญหน้าระหว่าง ลิโอเนล เมสซี่ ตำนานหมายเลขหนึ่งของบาร์เซโลนา กับ ลามีน ยามาล ดาวรุ่งผู้ก้าวขึ้นมาเป็นความหวังคนใหม่ แต่เมื่อแยกผลงานตามต้นสังกัด กลับเป็นคู่ปรับตลอดกาลอย่างเรอัล มาดริดที่กวาดตำแหน่งสโมสรผลิตประตูสูงสุดของทัวร์นาเมนต์ไปครอง
จากไร้แข้งติดทัพสเปน สู่ยอดรวมโหด 22 ประตู
จุดเริ่มต้นของเรอัล มาดริดในฟุตบอลโลกครั้งนี้แทบไม่มีอะไรน่าจดจำ หลังพลาดแชมป์ลีกเป็นฤดูกาลที่ 2 ติดต่อกัน ก่อนที่ทีมชาติสเปนจะประกาศรายชื่อชุดลุยฟุตบอลโลกโดยไม่มีนักเตะจากราชันชุดขาวแม้แต่คนเดียวเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
สถานการณ์เปลี่ยนไปเมื่อสโมสรยืนยันคว้าตัว มาร์ก กูกูเรย่า จากเชลซีระหว่างการแข่งขัน แต่พลังทำลายล้างที่แท้จริงมาจากผู้เล่นของเรอัล มาดริดซึ่งรับใช้ชาติอื่น โดย 4 ดาวดังช่วยกันยิงรวมถึง 22 ประตูในฟุตบอลโลก 2026
4 ขุนพลราชันยิงกระจายทั่วเวิลด์คัพ
- คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ยิง 10 ประตูให้ฝรั่งเศส พร้อมคว้ารางวัลรองเท้าทองคำเป็นสมัยที่ 2
- จู๊ด เบลลิงแฮม ยิง 7 ประตูให้ทีมชาติอังกฤษ
- วินิซิอุส จูเนียร์ ยิง 4 ประตูให้ทีมชาติบราซิล
- อาร์ดา กูแลร์ ยิง 1 ประตูให้ทีมชาติตุรกี
ก่อนเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย ผู้เล่นเรอัล มาดริดสร้างสถิติยิงรวม 19 ประตู แซงสถิติเดิม 18 ลูกที่ฮอนเวดในปี 1954 บาเยิร์น มิวนิคในปี 2014 และปารีส แซงต์ แชร์กแมงในปี 2022 เคยทำไว้ ก่อนขยับยอดสุดท้ายขึ้นไปถึง 22 ประตู

อันดับสโมสรที่นักเตะยิงมากที่สุดในฟุตบอลโลก 2026
- เรอัล มาดริด 22 ประตู
- ปารีส แซงต์ แชร์กแมง 15 ประตู
- อาร์เซน่อล 13 ประตู
- บาเยิร์น มิวนิค 12 ประตู
- คริสตัล พาเลซ อินเตอร์ ไมอามี่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และซันเดอร์แลนด์ 8 ประตูเท่ากัน
เปแอสเชตามมาอันดับ 2 ด้วยขุมกำลังหลากหลายชาติ
ปารีส แซงต์ แชร์กแมง แชมป์ยุโรป จบอันดับ 2 ด้วยผลงานรวม 15 ประตูจาก อุสมาน เดมเบเล่ 6 ประตู แบรดลีย์ บาร์โคล่า 3 ประตู อิบราฮิม เอ็มบาย 2 ประตู รวมถึง ชูเอา เนเวส นูโน่ เมนเดส อัชราฟ ฮาคิมี่ และฟาเบียน รุยซ์ คนละ 1 ประตู
อาร์เซน่อลนำทัพพรีเมียร์ลีกจบอันดับ 3
อาร์เซน่อล เป็นสโมสรพรีเมียร์ลีกที่ทำอันดับได้ดีที่สุด โดยผู้เล่นปืนใหญ่ยิงรวม 13 ประตู ประกอบด้วย ไค ฮาแวร์ตซ์ และบูกาโย่ ซาก้า คนละ 3 ประตู มิเกล เมริโน่ กับเลอันโดร ทรอสซาร์ คนละ 2 ประตู ส่วน วิคเตอร์ โยเคเรส กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ และเดแคลน ไรซ์ ยิงคนละ 1 ประตู
บาเยิร์นได้เคนแบกแนวรุก
บาเยิร์น มิวนิค ตามมาเป็นอันดับ 4 ด้วยยอดรวม 12 ประตู โดย แฮร์รี่ เคน ซัดให้ทีมชาติอังกฤษถึง 6 ลูก อิสมาเอล ไซบารี่ ยิงให้โมร็อกโก 3 ลูก ขณะที่ หลุยส์ ดิอาซ นาธาเนียล บราวน์ และจามาล มูเซียล่า ทำได้คนละ 1 ประตู
ยอดรวมของแชมป์บุนเดสลีกาเพิ่มขึ้นหลังคว้าไซบารี่จากพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม เพียง 9 วันก่อนโมร็อกโกพ่ายฝรั่งเศสในรอบก่อนรองชนะเลิศ
เมสซี่คนเดียวพาอินเตอร์ ไมอามี่ติดท็อปไฟว์
ลิโอเนล เมสซี่ แบกอินเตอร์ ไมอามี่ขึ้นมารั้งอันดับ 5 ร่วมด้วยผลงาน 8 ประตูของเขาเพียงคนเดียว แบ่งเป็น 3 ประตูกับแอลจีเรีย 2 ประตูกับออสเตรีย และอีกอย่างละ 1 ประตูในเกมพบจอร์แดน เคปเวิร์ด และอียิปต์
ผลงานระดับระเบิดเถิดเทิงของกัปตันทีมชาติอาร์เจนตินาทำให้อินเตอร์ ไมอามี่มีตัวเลขเท่ากับ 3 สโมสรพรีเมียร์ลีก ได้แก่ คริสตัล พาเลซ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และซันเดอร์แลนด์
แอตเลติโก มาดริดยึดนัดชิงด้วยกองทัพ 10 คน
ความร้อนแรงของเรอัล มาดริดยิ่งน่าทึ่ง เพราะมีเพียงกูกูเรย่าคนเดียวที่ไปถึงนัดชิง ขณะที่บาร์เซโลนามีนักเตะทีมชาติสเปนในเกมตัดสินถึง 8 คน แต่ยังไม่มากเท่า แอตเลติโก มาดริด ซึ่งมีผู้เล่นลงทะเบียนในทีมคู่ชิงรวม 10 ราย
ข้อมูลก่อนเกมบางชุดระบุจำนวนไว้ 9 ราย แต่รายชื่ออัปเดตจากแอตเลติโก มาดริดยืนยันว่ามี 10 คน แบ่งเป็นฝั่งสเปน 4 คน และฝั่งอาร์เจนตินา 6 คน พร้อมทำให้ทัพตราหมีเป็นสโมสรที่มีตัวแทนในนัดชิงฟุตบอลโลกมากที่สุดเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน
ผู้เล่นแอตเลติโกในนัดชิงปี 2026
- ทีมชาติสเปน ได้แก่ อเล็กซ์ บาเอน่า มาร์กอส ยอเรนเต้ มาร์ก ปูบิล และอเลฆานโดร กรีมัลโด้
- ทีมชาติอาร์เจนตินา ได้แก่ ฮวน มุสโซ นาอวล โมลิน่า นิโก้ กอนซาเลซ ฮูเลียน อัลวาเรซ ติอาโก้ อัลมาด้า และจูเลียโน่ ซิเมโอเน่
ตราหมีครองนัดชิงสามสมัยติดต่อกัน
- ฟุตบอลโลก 2018 จำนวน 4 คน ได้แก่ ซิเม เวอร์ซัลจ์โก้ อองตวน กรีซมันน์ ลูกัส แอร์กน็องเดซ และโตมาส์ เลอมาร์
- ฟุตบอลโลก 2022 จำนวน 4 คน ได้แก่ อองตวน กรีซมันน์ โรดริโก้ เด ปอล นาอวล โมลิน่า และอังเคล กอร์เรอา
- ฟุตบอลโลก 2026 จำนวน 10 คน แบ่งเป็นผู้เล่นสเปน 4 คน และอาร์เจนตินา 6 คน
ไม่ได้แชมป์ในสนาม แต่ชื่อราชันดังที่สุดบนสกอร์บอร์ด
ฟุตบอลโลก 2026 ปิดฉากด้วยภาพสเปนชูถ้วยเหนืออาร์เจนตินา แต่ในมุมของสโมสร ไม่มีทีมใดสร้างอิทธิพลด้านการทำประตูได้หนักหน่วงเท่าเรอัล มาดริด ตัวเลข 22 ประตูจากผู้เล่นเพียง 4 คนสะท้อนชัดถึงคุณภาพเกมรุกระดับโลก โดยเฉพาะเอ็มบัปเป้และเบลลิงแฮมที่ร่วมกันกดไปถึง 17 ลูก
ติดตามข่าวฟุตบอลโลก 2026 ล่าสุด ผลการแข่งขัน และบทวิเคราะห์ฟุตบอลต่างประเทศ พร้อมทุกความเคลื่อนไหวของเรอัล มาดริด ทีมชาติสเปน และดาวดังระดับโลกได้ที่ ข่าวฟุตบอลโลกบ้านกีฬา

