อ่านข่าวนี้แบบสั้น: ฟีฟ่า ยืนยันว่า เลอันโดร ปาเรเดส ยังไม่ถูกลงโทษทางวินัยจากเหตุชุลมุนหลังเกมนัดชิงฟุตบอลโลก 2026 ระหว่าง สเปน กับ อาร์เจนตินา แม้จะถูกกล่าวหาว่ามีส่วนในเหตุปะทะกับ เอริก การ์เซีย และ กาบี ขณะเดียวกันมีการแต่งตั้งอัยการด้านวินัยและจริยธรรมเพื่อสอบสวนอย่างเป็นทางการแล้ว ส่วนรายละเอียดทั้งหมด ติดตามต่อได้ในบทความด้านล่างนี้
ปาเรเดสยังไม่โดนฟันโทษจากเหตุเดือดนัดชิง
เลอันโดร ปาเรเดส กองกลางทีมชาติอาร์เจนตินา ยังไม่ถูกฟีฟ่าลงโทษทางวินัยจากเหตุการณ์ชุลมุนหลังจบเกมฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศ ซึ่งทัพฟ้าขาวพ่ายให้กับสเปน 0-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ
เกมชิงดำที่ควรจบด้วยภาพแห่งชัยชนะของสเปนกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดหลังเสียงนกหวีดสุดท้าย เมื่อผู้เล่นและทีมงานจากทั้งสองฝั่งเข้าปะทะกันกลางสนาม โดยปาเรเดสถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสมระหว่างเผชิญหน้ากับ เอริก การ์เซีย และ กาบี
เหตุการณ์เดือดปะทุหลังสเปนคว้าแชมป์โลก
ศึกนัดชิงถูกตัดสินด้วยประตูเดียวของ เฟร์ราน ตอร์เรส ตัวสำรองทีมชาติสเปนในช่วงต่อเวลาพิเศษ ก่อนที่สถานการณ์จะระเบิดทันทีหลังจบการแข่งขัน เมื่อผู้เล่นหลายคนเข้าร่วมวงชุลมุนระหว่างการฉลองแชมป์ของทัพกระทิงดุ
รายงานเหตุการณ์ระบุว่า ปาเรเดสเข้าไปมีปัญหากับการ์เซีย ก่อนที่กาบีจะเข้ามาเกี่ยวข้องและถูกผลักล้มลง ขณะที่ผู้เล่นสำรองและทีมงานของอาร์เจนตินาบางส่วนก็ถูกระบุว่ามีส่วนอยู่ในเหตุวุ่นวายครั้งนี้ด้วย

BBC เผยยังไม่มีคำสั่งแบนในเวลานี้
รายงานจาก BBC ระบุว่า จนถึงขณะนี้ ฟีฟ่า ยังไม่ได้ดำเนินมาตรการทางวินัยต่อกองกลางทีมชาติอาร์เจนตินา ส่งผลให้เจ้าตัวยังไม่ถูกแบนโดยอัตโนมัติ และยังมีสิทธิ์ลงสนามรับใช้ชาติได้ตามปกติ
หากยังไม่มีคำตัดสินเพิ่มเติม ปาเรเดสจะสามารถถูกเรียกตัวกลับมาช่วยอาร์เจนตินาในโปรแกรมฟีฟ่า เดย์ เดือนกันยายนได้ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ทันที หากผลสอบพบการกระทำที่เข้าข่ายละเมิดระเบียบวินัย
ฟีฟ่าตั้งอัยการด้านวินัยสอบข้อเท็จจริง
แม้ยังไม่ประกาศบทลงโทษ แต่คดีนี้ไม่ได้ถูกปล่อยผ่าน เพราะคณะกรรมการวินัยของฟีฟ่าได้แต่งตั้งอัยการด้านวินัยและจริยธรรมเข้ามาตรวจสอบรายงานการแข่งขัน ภาพเหตุการณ์ และพฤติกรรมของบุคคลที่เกี่ยวข้องตามมาตรา 36 ของระเบียบวินัยฟีฟ่า
“หลังจากมีการประเมินรายงานการแข่งขันที่เกี่ยวข้องของศึกฟุตบอลโลก รอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง สเปน กับ อาร์เจนตินา และเป็นไปตามมาตรา 36 ของระเบียบวินัยของฟีฟ่า คณะกรรมการวินัยของฟีฟ่าได้แต่งตั้งอัยการด้านวินัยและจริยธรรม เพื่อดำเนินการสอบสวนถึงความเป็นไปได้ในการละเมิดกฎระเบียบวินัยของฟีฟ่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจบการแข่งขัน”
ใครบ้างที่อาจถูกพิจารณาบทลงโทษ
ขอบเขตการสอบสวนไม่ได้จำกัดอยู่ที่ปาเรเดสเพียงคนเดียว แต่ครอบคลุมถึงผู้เล่น ทีมงานผู้ฝึกสอน และสมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินา หากหลักฐานชี้ว่ามีบุคคลใดฝ่าฝืนข้อบังคับ คณะกรรมการวินัยสามารถตั้งข้อกล่าวหาและกำหนดบทลงโทษเพิ่มเติมได้
กระบวนการนี้จะต้องตรวจสอบรายงานของผู้ตัดสิน เจ้าหน้าที่การแข่งขัน และหลักฐานภาพเคลื่อนไหวอย่างละเอียด ก่อนสรุปว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายความผิดระดับใด และควรมีโทษแบนหรือมาตรการอื่นตามมาหรือไม่
อาร์เจนตินายังมีอีกคดีให้ฟีฟ่าตรวจสอบ
นอกจากความวุ่นวายในนัดชิงแล้ว ฟีฟ่ายังอยู่ระหว่างตรวจสอบอีกเหตุการณ์ หลังนักเตะอาร์เจนตินานำป้ายข้อความเกี่ยวกับหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ออกมาแสดงระหว่างการฉลองชัยเหนืออังกฤษในรอบรองชนะเลิศ ซึ่งอาจเข้าข่ายละเมิดข้อห้ามเรื่องการแสดงข้อความทางการเมืองในสนามแข่งขัน
คำตัดสินยังไม่ออก ปาเรเดสลงสนามได้ตามปกติ
สถานะล่าสุดของปาเรเดสจึงยังเป็นเพียงผู้ถูกสอบสวน ไม่ใช่ผู้ถูกลงโทษ ตราบใดที่คณะกรรมการวินัยยังไม่ประกาศผลอย่างเป็นทางการ เจ้าตัวยังคงมีสิทธิ์รับใช้ทีมชาติอาร์เจนตินาตามปกติ
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์หลังนัดชิงครั้งนี้กลายเป็นรอยด่างของฟุตบอลโลก 2026 และผลสอบจากฟีฟ่าจะถูกจับตามองอย่างหนัก เพราะคำตัดสินอาจส่งผลต่อทั้งตัวนักเตะ ทีมงาน และสมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินาในโปรแกรมระดับนานาชาติหลังจากนี้
ติดตาม ข่าวฟุตบอลโลก 2026 ล่าสุด ผลสอบเหตุเดือดในสนาม ข่าวทีมชาติอาร์เจนตินา และความเคลื่อนไหววงการลูกหนังต่างประเทศได้ที่ ข่าวฟุตบอลโลกบ้านกีฬา

