เมย์ รัชนก เจอฉายา “ป้า” ทั้งที่อายุแค่ 31
ประเด็นร้อนในวงการกีฬาไทยปะทุทันที เมื่อ เมย์ รัชนก หรือ รัชนก อินทนนท์ มืออันดับ 7 ของโลกในประเภทหญิงเดี่ยว ออกมาเคลื่อนไหวผ่านโซเชียลหลังถูก สมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย ตั้งฉายาแสบให้ว่า “ป้าเมย์ไฟแรงเฟร่อ” กลายเป็นดราม่าที่ทั้งแฟนกีฬาและคอกีฬาออนไลน์จับตามองกันทั้งประเทศ
เดิมทีการตั้งฉายาคนกีฬา ถือเป็นธรรมเนียมที่สื่อมวลชนสายกีฬาใช้ปิดท้ายปลายปีเพื่อเพิ่มสีสันในแวดวงกีฬาไทย แต่ปีนี้ชื่อของ นักแบดมินตันทีมชาติไทย อย่างเมย์กลับถูกพูดถึงในมุมที่ชวนตั้งคำถามมากกว่าความขำ เพราะคำว่า “ป้าเมย์” ถูกมองว่าแรงไปสำหรับนักกีฬาที่เพิ่งอายุเพียง 31 ปี และยังยืนระยะในระดับโลกได้อย่างยอดเยี่ยม
ฉายามาจากผลงานสุดโหดในซีเกมส์
สาเหตุที่สมาคมฯ มอบฉายานี้ให้เมย์ มาจากฟอร์มการเล่นสุดร้อนแรงในซีเกมส์ครั้งล่าสุดที่เธอประกาศเป็นทัวร์นาเมนต์ซีเกมส์หนสุดท้ายในชีวิต แต่กลับปิดฉากด้วยผลงานระดับมาสเตอร์พีซ กวาดไปถึง 2 เหรียญทอง ทั้งประเภททีมหญิงและประเภทหญิงเดี่ยว
ที่สำคัญ เหรียญทองหญิงเดี่ยวครั้งนี้ ยังเป็นเหรียญทองบุคคลในซีเกมส์ครั้งแรกของเมย์ในเส้นทางอาชีพ ทำให้หลายฝ่ายมองว่าฉายา “ไฟแรงเฟร่อ” สื่อถึงฟอร์มและแพสชันในสนาม แต่คำว่า “ป้า” ดันกลายเป็นจุดที่ทำให้คนจำนวนไม่น้อยรู้สึกสะดุด และตั้งคำถามว่าเกินไปหรือไม่
เมย์ สวนกลับเบาๆ แต่แทงใจ ด้วยโพสต์เดียว
ดราม่าเริ่มเดือดขึ้นจริงๆ เมื่อเมย์เลือกโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Ratchanok Intanon (รัชนก อินทนนท์) ด้วยน้ำเสียงติดขำแต่แฝงความรู้สึกชัดเจน โดยเธอเขียนข้อความว่า
“เขาตั้งฉายาให้เมย์ ป้าเมย์ไฟแรงเฟร่อ ผมอายุจะเข้า 31 เอง ใจเย็นหน่อยคนตั้ง คนที่อายุเยอะกว่าเมย์ต้องรู้สึกอย่างไรกันครับ เอามันส์แหละเนาะ..”
ประโยคสั้นๆ นี้ กลับสะท้อนหลายมิติ ทั้งการตั้งคำถามถึง “มาตรฐานการเล่นคำ” ของคนตั้งฉายา รวมถึงความรู้สึกของคนที่มีอายุมากกว่าเมย์ ว่าหากนักกีฬาวัย 31 ยังถูกเรียกว่า “ป้า” แล้วคนที่อายุเลยเลขสามไปไกลจะรู้สึกอย่างไร
แฟนกีฬาไทยเสียงแตก แต่ส่วนใหญ่เอียงข้างเมย์
หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป โลกโซเชียลของแฟนแบดมินตันและแฟนกีฬาเต็มไปด้วยคอมเมนต์ให้กำลังใจเมย์จำนวนมาก หลายคนมองว่าการใช้คำว่า “ป้า” กับนักกีฬาอาชีพที่ยังยืนอยู่แถวหน้าของโลก แถมยังเป็นมือ 7 โลกในประเภทเดี่ยวหญิง ดูจะไม่ให้เกียรติในเชิงภาพลักษณ์เท่าที่ควร
ขณะเดียวกัน ก็มีอีกมุมที่มองว่าฉายาเหล่านี้ถูกออกแบบให้มีสีสันและเรียกรอยยิ้ม แต่เสียงส่วนใหญ่ยังมองไปในทางเดียวกันว่า คำพูดที่ถูกเผยแพร่ผ่านสื่อหลัก ควรระมัดระวังเรื่องมุมมองต่ออายุ เพศ และสถานะของนักกีฬา โดยเฉพาะคนที่ยังทุ่มเททำผลงานเพื่อทีมชาติอย่างต่อเนื่อง
เมย์ รัชนก กับภาพจำของนักกีฬาสายสู้ไม่ถอย
หากมองข้ามดราม่าคำว่า “ป้า” ไป จะเห็นได้ชัดว่าเส้นทางของเมย์ในฐานะแชมป์โลกแบดมินตันหญิงเดี่ยวคนแรกของไทย คือหนึ่งในสตอรี่ที่สวยงามที่สุดของวงการกีฬาไทย เธอแบกรอยยิ้ม ความกดดัน และความหวังของแฟนกีฬามาแล้วนับไม่ถ้วน ผ่านทั้งช่วงพีกติดท็อปโลก และช่วงที่ฟอร์มแกว่งจากอาการบาดเจ็บ แต่ก็ยังยืนหยัดกลับมาแข่งขันในระดับสูงได้เสมอ
ในมุมของเยาวชนและนักกีฬาแบดมินตันรุ่นใหม่ ชื่อของเมย์ คือสัญลักษณ์ของคำว่า “สู้ใหม่ได้เสมอ” ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะในสนาม เพราะทุกแมตช์ เธอลงแข่งด้วยมาตรฐานของมืออาชีพเต็มร้อย และนี่คือภาพจำที่แฟนกีฬาเชื่อมโยงกับเธอ มากกว่าคำว่า “ป้า” ที่เป็นเพียงฉายาในข่าวช่วงสั้นๆ เท่านั้น
มองให้ลึกกว่าดราม่า วัฒนธรรมฉายากีฬาควรไปทางไหน
กรณีของ ป้าเมย์ไฟแรงเฟร่อ อาจกลายเป็นจุดตั้งต้นให้วงการ ข่าวกีฬา ต้องกลับมาทบทวนขอบเขตของ “ความมันส์” กับ “ความเหมาะสม” ในการตั้งฉายา นักกีฬาไม่ใช่แค่ตัวละครในข่าว แต่คือคนที่ทำงานหนักเพื่อธงชาติและแฟนกีฬา การล้อเล่นหรือแซวควรมีเส้นแบ่งที่ชัดเจนระหว่างความขำ กับการทำให้เจ้าตัวหรือคนอ่านบางกลุ่มรู้สึกไม่สบายใจ
ในระยะยาว การให้เกียรตินักกีฬา ทั้งในเชิงคำพูดและการนำเสนอข่าว จะช่วยสร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการกีฬาไทยแข็งแรงขึ้น ทั้งต่อภาพลักษณ์นักกีฬา และต่อเยาวชนที่มองพวกเขาเป็นต้นแบบ
ติดตามทุกดราม่าและทุกชัยชนะในวงการกีฬาไทยไปกับบ้านกีฬา
แม้ดราม่าฉายา “ป้าเมย์ไฟแรงเฟร่อ” จะทำให้แฟนกีฬาออกมาถกเถียงกันสนั่นโซเชียล แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นชัดคือ เมย์ยังคงเป็นหนึ่งในนักกีฬาที่แฟนชาวไทยรักและส่งกำลังใจให้เสมอ ไม่ว่าจะในสนามแข่งหรือบนโลกออนไลน์ และเรื่องนี้ก็สะท้อนพลังของเสียงแฟนกีฬา ที่พร้อมปกป้องคนที่พวกเขาภูมิใจ
ใครที่อยากตามทั้งเรื่องมุมมองนักกีฬา เบื้องหลังดราม่า และบรรยากาศการแข่งขันจริงจังมันส์ๆ ในทุกชนิดกีฬา แวะมารวมตัวกันได้ที่ แบดมินตันสดบ้านกีฬา เราจะพาไปเกาะทุกประเด็นฮอตและทุกเกมเดือดแบบไม่พลาดสักจังหวะเดียว

