ศึกคู่ผสมสุดเดือดที่อินเดีย โอเพ่น 2026
เรียกได้ว่าปลุกขวัญทั้งวงการ แบดมินตัน ไทยแบบสุดขีด เมื่อ “บาส” เดชาพล พัววรานุเคราะห์ จับคู่กับ “เฟม” ศุภิสรา เพียวสามพราน คู่ผสมมือแกร่งของทีมชาติไทย โชว์หัวใจนักสู้เต็มพิกัด พลิกสถานการณ์จากที่เป็นรองกลับมาแซงชนะ เฝิง หยางเจ๋อ กับ หวง ตงปิง คู่มือ 1 ของโลกจากจีน ในศึก ประเภทคู่ผสม รอบรองชนะเลิศ ศึก โยเน็กซ์ ซันไรท์ อินเดีย โอเพ่น 2026 เวิลด์ทัวร์ ซูเปอร์ 750 เมื่อวันเสาร์ที่ 17 มกราคม 2569


ผลการแข่งขันจบลงด้วยสกอร์ 2-1 เกม 16-21, 21-19 และ 21-16 ส่งให้คู่ผสมไทยทะยานผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศอย่างยิ่งใหญ่ สร้างความสะใจให้แฟนกีฬาชาวไทยที่ตามลุ้นอยู่หน้าจอและในสนามแบบหายใจไม่ทั่วท้อง
เกมแรกเป็นรอง แต่ไม่ยอมปล่อยเกมง่ายๆ
เริ่มเกมแรก คู่ผสมไทยออกสตาร์ตด้วยความมุ่งมั่น แต่ยังโดนจังหวะบุกที่หนักแน่นและแม่นยำของคู่มือหนึ่งโลกจากจีนกดดันอย่างต่อเนื่อง ทำให้ “บาส–เฟม” ต้องถอยตั้งรับบ่อยครั้ง และเสียคะแนนจากลูกโต้กลับเร็วของ เฝิง หยางเจ๋อ กับ หวง ตงปิง จนพ่ายในเกมแรกไป 16-21
อย่างไรก็ตาม แม้สกอร์จะตามหลังแต่รูปเกมไม่ได้ดูห่างจนไล่ไม่ทัน จุดนี้เองที่สะท้อนให้เห็นถึงความนิ่งและประสบการณ์ระดับท็อปของคู่ผสมไทย ที่ไม่ยอมให้ความกดดันกลืนเกมของตัวเองไปง่ายๆ
เกมสอง–สาม พลิกสไตล์สู้ เปลี่ยนแรงกดดันเป็นพลัง
เข้าสู่เกมที่สอง “บาส–เฟม” ปรับรูปแบบการเล่นให้รัดกุมมากขึ้น ทั้งจังหวะเสิร์ฟ การวางลูกเน้นมุม และการขึ้นหน้า–ลงหลังที่มีจังหวะชัดเจนกว่าเดิม เดชาพลใช้ประสบการณ์อ่านจังหวะหน้าเน็ตได้ดี ส่วนศุภิสราเร่งสปีดเกมท้ายคอร์ต ช่วยกันประคองคะแนนแบบแต้มต่อแต้ม
เกมสองจึงกลายเป็นช่วงเวลาสำคัญของแมตช์ เมื่อคู่ไทยไม่ยอมปล่อยให้คู่จีนฉีกหนีเหมือนเกมแรก ไล่กดดันจนแซงชนะไปแบบลุ้นเหนื่อย 21-19 ตีเสมอ 1-1 เกม และดึงโมเมนตัมกลับมาอยู่ฝั่งตัวเองได้สำเร็จ
เกมตัดสินยิ่งเดือดกว่าเดิม แต่คราวนี้เป็นฝั่งคู่ผสมทีมชาติไทยที่คุมจังหวะและความมั่นใจเหนือกว่า เล่นด้วยใบหน้ามุ่งมั่นแต่ไม่รีบร้อน วางลูกบุกได้หลากหลายและนิ่งในช่วงแต้มสำคัญ ก่อนปิดเกมสามด้วยชัยชนะ 21-16 แบบสุดมันส์ พร้อมปิดแมตช์ 2-1 เกม สมศักดิ์ศรีการล้มมือหนึ่งของโลก
ความหมายของการเข้าชิง อินเดีย โอเพ่น 2026 สำหรับแฟนแบดไทย
การผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศในทัวร์ระดับ ซูเปอร์ 750 อย่าง อินเดีย โอเพ่น 2026 ไม่ใช่แค่เรื่องของคะแนนสะสมเวิลด์ทัวร์หรือการไต่แรงกิงโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่าคู่ผสมไทยยังคงยืนอยู่ในแถวหน้าของโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ
ชัยชนะเหนือคู่มือหนึ่งโลกจากจีนในครั้งนี้ ส่งสัญญาณชัดเจนว่าหาก “บาส–เฟม” เล่นด้วยสมาธิและความมั่นใจเต็มร้อย พวกเขาสามารถสู้กับใครก็ได้บนโลกใบนี้ เป็นกำลังใจชั้นดีทั้งต่อโค้ช ทีมงาน และนักกีฬาแบดมินตันไทยชุดอื่นๆ ที่กำลังลุยศึกใหญ่ต่อเนื่องตลอดปี
บทเรียนจากแมตช์นี้ที่ใช้ได้ตลอดไปสำหรับคนดูและคนเล่นกีฬา
แมตช์นี้ไม่ได้ให้แค่ความมันส์ในฐานะเกมกีฬา แต่ยังเป็นตัวอย่างชั้นดีของคำว่า “ห้ามท้อกลางทาง” เกมแรกแพ้ไม่ได้แปลว่าแพ้ทั้งแมตช์ การปรับตัวทันสถานการณ์ การยอมรับว่าตัวเองพลาด และกล้าปรับสไตล์ให้เหมาะกับคู่แข่ง เป็นสิ่งที่เห็นชัดในการเล่นของคู่ผสมไทยในวันนี้
ไม่ว่าคุณจะเป็นนักกีฬา แฟนกีฬา หรือคนทำงานทั่วไป เรื่องราวของ “บาส–เฟม” ในเกมนี้สะท้อนให้เห็นว่า หากยังไม่หยุดสู้ ยังไม่ยอมแพ้ต่อแรงกดดัน โอกาสพลิกเกมชีวิตก็ยังมีเสมอ นี่แหละคือเสน่ห์ของกีฬา ที่ทำให้แฟนๆ อยากเชียร์ อยากลุ้น และอยากกลับมาดูใหม่ทุกครั้ง
บ้านกีฬา ชวนแฟนแบดไทยตามลุ้นต่อ
จากผลงานระดับหัวใจเกินร้อยในรอบรองชนะเลิศครั้งนี้ แฟนแบดมินตันชาวไทยเตรียมตัวลุ้นต่อในรอบชิงชนะเลิศได้เลย ว่าคู่ผสมไทยจะต่อยอดฟอร์มร้อนแรงคว้าแชมป์ อินเดีย โอเพ่น 2026 มาครองได้หรือไม่
บ้านกีฬา ขออยู่ข้างแฟนกีฬาชาวไทยทุกคนเหมือนเดิม ใครไม่อยากพลาดเรื่องราวมันส์ๆ ทั้งข่าวฟุตบอล ข่าวกีฬาอื่นๆ และไฮไลต์การแข่งขันระดับโลก อย่าลืมติดตามทุกจังหวะกีฬาเดือดได้ที่ แบดมินตันสดบ้านกีฬา

