การแข่งขันแบดมินตันประเภททีมชาย รายการ เอเชีย ทีม แชมเปี้ยนชิพ 2026 (Badminton Asia Team Championships 2026) ที่เมืองชิงเต่า สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อช่วงเย็นวันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เดินทางถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ หรือรอบ 8 ทีมสุดท้าย โดย ทีมชาติไทย ต้องดวลกับ ทีมชาติอินโดนีเซีย เกมนี้บอกเลยว่าเดือดทุกไม้ ทุกแต้ม แฟนๆ ลุ้นกันจนคอแห้ง ก่อนสุดท้ายไทยจะพ่ายแบบหวุดหวิด 2-3 คู่ ยุติเส้นทางรายการใหญ่ระดับทวีปไว้ที่รอบนี้อย่างน่าเสียดาย แม้ภาพรวมจะสู้ได้สมศักดิ์ศรีทุกคู่
คู่แรกเปิดเกมไม่เป็นใจ “อิคคิว” สู้สุดกำลังแต่พ่าย 0-2 อินโดฯ ขึ้นนำก่อน
เปิดฉากประเภทชายเดี่ยว มือ 1 “อิคคิว” พณิชพล ธีระรัตน์สกุล ลงสนามชนกับ โม ซากี้ อุไบดิลลาห์ เกมแรกโดนคุมจังหวะจนเสียเกมไปก่อน 13-21
แต่ไฮไลต์มันอยู่เกมสอง เมื่อ “อิคคิว” ฮึดกลับมาเล่นด้วยความนิ่งขึ้น บีบแต้มจนถึงช่วงปลายเกมแบบหายใจรดต้นคอ ทว่าดันหลุดจังหวะสำคัญ ทำให้พ่ายไป 20-22 จบแมตช์ไทยแพ้ 0-2 เกม ส่งให้อินโดนีเซียออกนำก่อน 1-0 คู่ 🏸
เกมนี้คือภาพชัดว่า “แต้มสำคัญ” ในแบดทีมมันไม่ใช่แค่คะแนน แต่มันคือแรงกระเพื่อมต่อทั้งทีมทันที

ชายคู่มือ 1 ไทยปล่อยของ! “พี-โอโม่” พลิกจากแพ้เกมแรก แซงชนะสุดมันตีเสมอ 1-1
จากนั้นประเภทชายคู่ มือ 1 “พี” พีรัชชัย สุขพันธ์ กับ “โอโม่” พรรคพล ธีระรัตน์สกุล ระเบิดฟอร์มแบบกดรีเฟรชอารมณ์แฟนไทยทันที
แม้จะเสียเกมแรกไปก่อน 14-21 แต่สองหนุ่มไทยปรับเกมเร็วมาก ทั้งการยืนตำแหน่งและการคุมหน้าเน็ต ก่อนค่อยๆ แซงเอาชนะคู่มืออันดับ 16 ของโลกอย่าง ลีโอ โรลลี่ คานานโด้ กับ บาร์กัส มัวลาน่า ไปแบบสุดมัน 2-1 เกม 14-21, 21-15, 21-17 ทำให้ไทยตามตีเสมอเป็น 1-1 คู่ 🇹🇭
นี่แหละเสน่ห์ของเกมทีม แต้มเดียวมันเปลี่ยนโมเมนตัมทั้งสนามได้จริง


คู่สามเดี่ยวมือ 2 “ภูริ” บู๊ถึงเกมตัดสิน ก่อนพลาดช่วงท้าย อินโดฯ กลับมานำ 2-1
คู่ที่สาม ชายเดี่ยว มือ 2 “ภูริ” ภูริธัช อารีย์ พบกับ ปราห์ดิสกา บากัส ชูจิโว เกมแรกไทยโดนเร่งสปีดจนเสียไปหนัก 7-21
แต่ “ภูริ” ไม่ยอมง่ายๆ งัดหัวใจนักสู้กลับมาทวงเกมสอง 21-17 จนต้องไปตัดสินในเกมที่สามแบบวัดกันแต้มต่อแต้ม
อย่างไรก็ตาม ช่วงท้ายเกมตัดสินไทยพลาดจังหวะสำคัญ ทำให้พ่ายไป 18-21 จบแมตช์แพ้ 1-2 เกม (7-21, 21-17, 18-21) ส่งให้อินโดนีเซียกลับมานำอีกครั้ง 2-1 คู่
เกมนี้มันเจ็บตรงที่เราเห็นชัดว่าไทย “มีของ” แต่จังหวะสุดท้ายมันตัดสินกันที่ความละเอียดล้วนๆ
คู่สี่ชายคู่มือ 2 “ภีม-ทีม” โชว์ความแข็งแกร่งชนะ 2-0 ดันเกมไปถึงคู่ตัดสิน 2-2
เข้าสู่คู่ที่สี่ประเภทชายคู่ มือ 2 “ภีม” ภรัณยู ขาวสำอางค์ กับ “ทีม” วรพล ทองสง่า เจอกับ เรย์มอนด์ อินดา และ นิโคลัส โจอาควิน
คู่นี้ไทยเล่นด้วยความมั่นใจ ตบคุมเกมได้ดีในแต้มสำคัญ ก่อนเอาชนะไป 2-0 เกม 21-19 และ 21-18 พาไทยกลับมาตีเสมอเป็น 2-2 คู่ แบบปลุกอารมณ์แฟนไทยให้ลุกขึ้นปรบมือทั้งจอ ✌️
ได้เห็นชัดว่าเมื่อไทยเล่นด้วยความกล้าและไม่กลัวชื่อชั้น ผลลัพธ์มันออกมาเป็นรูปธรรมทันที
คู่ตัดสินเดี่ยวมือ 3 “คิมหันต์” สู้เต็มที่ก่อนพ่าย 0-2 ไทยจบเส้นทางแบบเฉียดฉิว
มาถึงคู่สุดท้ายประเภทชายเดี่ยว มือ 3 “คิมหันต์” ธนวัฒน์ ยิ้มจิตต์ ลงตัดสินกับ ริชี่ ดูต้า ริชาร์โด้
เกมแรกโดนบีบหนักจนตามหลังเยอะ พ่ายไป 5-21 ก่อนเกมสองจะกลับมาสู้ได้ดีขึ้นมาก ไล่แต้มแบบพยายามดึงเกมให้ยาวที่สุด แต่สุดท้ายยังไม่พอ พ่ายไป 17-21 จบแมตช์แพ้ 0-2 เกม (5-21, 17-21)
สรุปผลการแข่งขัน: ไทยพ่ายอินโดฯ 2-3 คู่ สู้ได้สมศักดิ์ศรีแต่จบที่รอบ 8 ทีม
สรุปแล้ว ทีมชาติไทย แพ้ ทีมชาติอินโดนีเซีย แบบเฉียดฉิว 2-3 คู่ ยุติเส้นทางศึกชิงแชมป์เอเชียปีนี้ไว้ที่รอบ 8 ทีมสุดท้าย แม้ผลจะน่าเสียดาย แต่สิ่งที่แฟนกีฬาเห็นชัดคือไทย “สู้จริง” และ “ไม่ถอย” ในทุกคู่ที่ลงสนาม 👏
เกมทีมคือบททดสอบของความนิ่ง และแต้มเล็กๆ ที่ใหญ่เกินกว่าคะแนน
แบดมินตันประเภททีมต่างจากประเภทบุคคลตรงที่มันคือการแข่งของ “โมเมนตัม” และ “ความต่อเนื่อง” แพ้หรือชนะ 1 คู่ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่มันกระทบสภาพจิตใจและแท็กติกของทีมทันที
หลายครั้งเกมแพ้ชนะไม่ได้วัดกันที่ลูกหวือหวา แต่วัดกันที่การคุมความผิดพลาดในแต้มปลายเกม การจัดการความกดดัน และการยืนระยะให้ได้ตลอดทั้งแมตช์ ซึ่งแมตช์นี้ไทยได้ประสบการณ์เต็มกระเป๋า เพื่อนำไปต่อยอดในรายการใหญ่ครั้งต่อไป
ฝากเสียงปรบมือให้ทัพชายไทย แล้วไปกันต่อที่ “บ้านกีฬา”
แฟนกีฬาชาวไทยร่วมส่งกำลังใจให้กับทัพนักกีฬาไทยที่สู้ได้อย่างสมศักดิ์ศรีในทุกคู่ที่ลงสนาม และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหววงการกีฬาแบบเข้มข้นทันทุกจังหวะได้ที่ แบดมินตันสดบ้านกีฬา

