จังหวะดังก์ที่แฟนซิกเซอร์สรอกันทั้งซีซั่น
จังหวะที่แฟน ฟิลาเดลเฟีย เซเว่นตี้ซิกเซอร์ส รอคอยมาทั้งซีซั่นท้ายที่สุดก็มา เมื่อ โจเอล เอ็มบีด เซนเตอร์เบอร์หนึ่งของทีม ขึ้นดังก์สุดหนักใต้แป้นในช่วงท้ายเกม ปิดกล่องพาทีมเปิดบ้านทุบ นิวยอร์ค นิคส์ 130-119 เมื่อคืนวันเสาร์ เกมนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนสกอร์บอร์ด แต่คือสัญญาณว่าเอ็มบีดกำลังกลับมามีความมั่นใจเต็มถังอีกครั้งในเวที NBA
ดังก์ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของเอ็มบีดในฤดูกาลปัจจุบัน ทำเอาทั้งเพื่อนร่วมทีม แฟนในสนาม และสตาฟฟ์โค้ชลุกฮือขึ้นฉลองกันสุดเสียง ภาพเซนเตอร์วัย 31 ปีระเบิดพลังใส่ห่วงเหมือนปลดล็อกบางอย่างในหัว ทำให้โมเมนตัมทั้งหมดเทไปอยู่ฝั่งซิกเซอร์สแบบชัดเจน
ฟอร์มเอ็มบีด: ตัวเลขโหด สมชื่อซูเปอร์สตาร์
ตลอดทั้งเกม เอ็มบีดคือหัวใจเกมรุกของซิกเซอร์ส เขาชู้ตลง 9 จาก 15 ครั้ง กดไป 26 คะแนน เก็บ 10 รีบาวด์ และแจกอีก 5 แอสซิสต์ เรียกได้ว่าแบกทั้งสกอร์ ทั้งรีบาวด์ ทั้งการปั้นเกมในคืนเดียว สถิติระดับนี้สะท้อนชัดเจนว่าตัวเขายังเป็นบิ๊กแมนที่ครบเครื่องที่สุดคนหนึ่งในลีก
มันก็แล้วแต่’ เอ็มบีด กล่าวหลังการชู้ตลง 9 จาก 15 ครั้ง ทำ 26 คะแนน, 10 รีบาวด์, 5 แอสซิสต์ ‘มันง่ายมาก ผมหวังว่ามันจะเป็นลูกที่กระดอนจากแป้นมากกว่า นั่นคือก้าวต่อไป’
จากคำพูดนั้น จะเห็นได้ว่าเอ็มบีดไม่ได้ดีใจแค่เพราะได้ดังก์ แต่เขายังมองไปข้างหน้าว่าตัวเองยังพัฒนาได้มากกว่านี้อีก จังหวะที่อยากให้บอลกระดอนจากแป้นแล้วตามไปใส่เพิ่ม คือความโหดในแบบที่แฟนๆรู้กันดีว่าเอ็มบีดทำได้สบาย ถ้าเขาเรียกฟอร์มและความมั่นใจระดับนั้นกลับมาครบ ซิกเซอร์สจะยิ่งน่ากลัวขึ้นไปอีก
จังหวะปิดเกม: ดังก์แรกของซีซั่นที่กลายเป็นหมุดหมายสำคัญ
ในช่วงท้ายเกม เมื่อเกมเริ่มจะเข้าทางซิกเซอร์ส เอ็มบีดได้บอลใต้แป้นในจังหวะที่มีพื้นที่พอ เขาไม่ลังเล ไม่เล่นลีลา ยิงตรงเข้าใส่ห่วงด้วยดังก์เต็มแรง กลายเป็นคะแนนปิดท้ายของทีมในแมตช์นี้พอดี ภาพหลังบอลทะลุห่วง คือเอ็มบีดและเพื่อนร่วมทีมที่ยิ้มกว้าง ฉลองกันอย่างสนุกสุดเหวี่ยง
สำหรับเซนเตอร์วัย 31 ปี นี่ไม่ใช่แค่ลูกดังก์ธรรมดา แต่มันคือจังหวะที่ยืนยันให้ทุกคนเห็นว่า สภาพร่างกายและสภาพจิตใจของเขากำลังเดินมาถูกทาง และพร้อมจะเป็นผู้นำให้ซิกเซอร์สไล่ล่าชัยชนะต่อเนื่องในสายตาแฟนบาสทั่วโลก
แม็กซี่ย์ยิ้มรับ ชี้จังหวะดังก์เปลี่ยนหน้าหนังเกมรุกซิกเซอร์ส
เกมนี้อีกหนึ่งคีย์แมนคือ ไทรีส แม็กซี่ย์ การ์ดตัวความหวังที่ระเบิด 36 คะแนนช่วยแบ่งเบาภาระเอ็มบีด และเป็นคนโยนบอลป้อนให้เกิดจังหวะดังก์สุดเดือดในช่วงท้าย เขาออกมาเล่าด้วยรอยยิ้มถึงโมเมนต์สำคัญนี้ว่า
ผมดีใจมาก’ ไทรีส แม็กซี่ย์ การ์ดร่วมทีมกล่าวหลังการทำ 36 คะแนน ‘ตอนนี้มันเป็นความผิดของผมแล้ว เพราะจังหวะก่อนหน้านั้น ผมส่งบอลให้เขาโดยคิดว่าเขาจะไม่ดังก์ แต่ตอนนี้เขาบอกให้ผมโยนบอลให้เขา ผมก็จะโยนบอลให้เขา แล้วเรามาดูกันว่าจะเป็นอย่างไร’
คำพูดของแม็กซี่ย์สะท้อนบรรยากาศในทีมได้ดี ว่าทุกคนเริ่มสนุกกับการเล่นมากขึ้น เชื่อมั่นในร่างกายของเอ็มบีดมากขึ้น และพร้อมจะเสี่ยงโยนบอลให้บิ๊กแมนตัวหลักระเบิดพลังใส่ห่วงแทนการเล่นเซฟๆแบบเดิมๆ เมื่อการ์ดและเซนเตอร์เริ่มเข้าใจกันแบบนี้ เกมรุกของซิกเซอร์สจะยิ่งไหลลื่นและหลากหลายกว่าเดิม
มุมมองจาก นิค เนิร์ส: ดังก์เดียว แต่ราคาแพงในเชิงจิตวิทยา
ด้าน นิค เนิร์ส เฮดโค้ชของซิกเซอร์ส ก็พูดถึงจังหวะดังกล่าวด้วยรอยยิ้มและความสบายใจมากขึ้นกับสภาพโดยรวมของลูกทีมคนสำคัญ
ส่วน นิค เนิร์ส เฮดโค้ช ซิกเซอร์ส กล่าวว่า ‘คุณเห็นแล้วว่าเขาอยากได้สักครั้ง ผมว่ามันเป็นวิธีที่ได้คะแนนมาแบบไม่ค่อยยุติธรรมนัก แต่อย่างน้อยเราก็รู้ว่าเขาสามารถดังก์ได้ และเขาสามารถทำเครื่องหมายว่าทำสำเร็จแล้ว’
แม้เนิร์สจะพูดติดตลกว่าเป็นวิธีทำคะแนนที่ดู “ไม่ค่อยยุติธรรม” แต่ในมุมมองโค้ชระดับแชมป์ เขารู้ดีว่าดังก์ลูกเดียวแบบนี้มีผลต่อสภาพจิตใจของทั้งทีมมากแค่ไหน ทั้งเรื่องความมั่นใจของเอ็มบีดเอง รวมถึงสัญญาณให้คู่แข่งในสายเดียวกันเห็นว่า ซูเปอร์สตาร์ของซิกเซอร์สยังพร้อมชนใต้แป้นทุกเมื่อ
มองไกลกว่าหนึ่งเกม: ทำไมจังหวะนี้สำคัญกับเส้นทางซิกเซอร์ส
สำหรับแฟนบาสไทยที่ติดตาม NBA มาอย่างยาวนาน จะรู้ดีว่าดีกรีของโจเอล เอ็มบีด คือหนึ่งในเซนเตอร์ระดับท็อปของยุค จุดแข็งของเขาคือการเล่นได้ทั้งโพสต์ต่ำ ชู้ตกลาง ชู้ตสาม และยังอ่านเกมได้ดี ลูกดังก์ครั้งแรกของซีซั่นจึงไม่ใช่แค่ช็อตสวยในไฮไลต์ แต่เป็นการยืนยันว่าร่างกายยังตอบสนองไหว ไม่ได้กลายเป็นบิ๊กแมนที่ต้องหลบชนตลอดเวลา
เมื่อซูเปอร์สตาร์ตัวหลักกลับมามีจังหวะขึ้นห่วงแบบมั่นใจ เกมการเล่นโดยรวมของซิกเซอร์สจะยืดหยุ่นขึ้นทั้งเกมโพสต์อัพ การเล่นพิคแอนด์โรลกับการ์ด การดึงตัวประกบออกจากเพื่อนร่วมทีมอื่น เปิดโอกาสให้แม็กซี่ย์และเพื่อนๆ มีพื้นที่โจมตีมากขึ้น และนี่คือพื้นฐานสำคัญในการลุ้นยืนระยะยาวในฤดูกาลที่โหดหินของลีกนี้
มุมมองสำหรับแฟนบาส: บิ๊กแมนยุคใหม่กับบทบาทที่มากกว่าการยืนใต้แป้น
หากมองในภาพกว้าง จังหวะของเอ็มบีดคือภาพสะท้อนของ “เซนเตอร์ยุคใหม่” ที่ไม่ได้ยืนรอแต่ใต้แป้นอย่างเดียวอีกต่อไป เขาต้องครองบอลเองได้ เลี้ยง ลาก ดึงตัวประกบออกมาด้านนอก และยังต้องคืนสภาพเป็นคนปิดจบเพลย์ด้วยการดังก์แบบทรงพลังเมื่อต้องการเปลี่ยนจังหวะเกม
สำหรับแฟนบาสชาวไทย การดูเกมแบบนี้ไม่ใช่แค่เชียร์ทีมโปรด แต่ยังเป็นโอกาสเรียนรู้แท็คติกสมัยใหม่ ว่าทีมระดับท็อปของ NBA ใช้บิ๊กแมนอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งในมิติของเกมรุก การสร้างจิตวิทยาใส่คู่แข่ง และการปลุกความฮึกเหิมของเพื่อนร่วมทีมในสนาม จังหวะดังก์ของเอ็มบีดในเกมกับนิคส์ จึงเป็นเหมือน “คลิปสอนหนังสือ” ชั้นดีสำหรับคนที่อยากเข้าใจบาสระดับสูงมากขึ้น
สรุปค่ำคืนที่เอ็มบีดปลุกไฟซิกเซอร์ส และชวนตามเชียร์ไปยาวๆ
ค่ำคืนที่ ฟิลาเดลเฟีย เซเว่นตี้ซิกเซอร์ส เปิดบ้านชนะ นิวยอร์ค นิคส์ 130-119 ไม่ได้จบลงแค่ตัวเลขบนสกอร์บอร์ด แต่ถูกจดจำว่าเป็นวันที่ โจเอล เอ็มบีด ปลดล็อก ดังก์ครั้งแรกของซีซั่น ต่อหน้ากองเชียร์ตัวเอง พร้อมโชว์ฟอร์มระดับ 26 แต้ม 10 รีบาวด์ 5 แอสซิสต์ ประกบคู่กับฟอร์มร้อนแรง 36 แต้มของไทรีส แม็กซี่ย์ และการบริหารเกมที่นิ่งของนิค เนิร์ส บรรยากาศทั้งหมดทำให้เห็นชัดว่า ซิกเซอร์สยังไม่ยอมถอยจากการเป็นทีมลุ้นพื้นที่บนตารางของ NBA
จากนี้สิ่งที่น่าจับตาคือความต่อเนื่องของเอ็มบีด เขาจะรักษาสภาพร่างกายและความมั่นใจแบบนี้ได้ยาวแค่ไหน ถ้าบิ๊กแมนเบอร์หนึ่งยังคงดุดันทั้งเกมใต้แป้นและเกมด้านนอก ซิกเซอร์สจะยังเป็นทีมที่ไม่มีใครอยากเจอในเพลย์ออฟอย่างแน่นอน แฟนบาสชาวไทยเตรียมรอดูไฮไลต์ดังก์ลูกต่อไปได้เลย ว่าจะโหดกว่าครั้งแรกแค่ไหน
แฟนกีฬาและคอบาสที่ไม่อยากพลาดทุกจังหวะมันส์ๆ ของโลกกีฬา อย่าลืมติดตามข่าวเด็ด เรื่องร้อน และเรื่องน่ารู้แบบจัดเต็มได้ที่ บาสสดบ้านกีฬา ทุกวัน

