บิคเกอร์สตาฟฟ์เดือดจัด! จวกเปานกหวีดเปลี่ยนเกม พิสตันส์โดนแคฟส์ไล่ตีซีรี่ส์สุดแสบ

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

บิคเกอร์สตาฟฟ์ไม่ทน หลังพิสตันส์พ่ายแคฟส์เกมเดือด

เจบี บิคเกอร์สตาฟฟ์ เฮดโค้ชของ ดีทรอยต์ พิสตันส์ ออกอาการเดือดหลังจบเกมเพลย์ออฟ รอบสอง ฝั่งตะวันออก นัดที่ 4 ซึ่งทีมบุกพ่าย คลีฟแลนด์ แควาเลียร์ส 103-112 คะแนน ทำให้ซีรี่ส์กลับมาเสมอกัน 2-2 เกม ท่ามกลางประเด็นร้อนเรื่องมาตรฐานการเป่าฟาวล์ของผู้ตัดสินที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเกมนี้

แม้ พิสตันส์ จะทำผลงานด้านฟิลด์โกลได้ดีกว่า ทั้งการจบสกอร์ใกล้ห่วงและการยิงระยะไกล แต่สิ่งที่ทำให้รูปเกมพลิกชัดเจนคือจำนวนฟรีโทรว์ที่ต่างกันแบบเห็นภาพ โดย แควาเลียร์ส ได้โอกาสยิงลูกโทษถึง 34 ครั้ง และลงไป 30 ครั้ง ขณะที่ พิสตันส์ ได้ยิงเพียง 12 ครั้ง และทำได้ 9 คะแนนเท่านั้น

ฟรีโทรว์ต่างกันลิบ จุดเดือดหลังเกมที่คลีฟแลนด์

หลังเกมที่ ร็อคเก็ต อารีน่า บิคเกอร์สตาฟฟ์ ไม่เก็บอารมณ์ พร้อมระบายชัดเจนว่าการตัดสินในเกมนี้ยากจะยอมรับ โดยเฉพาะเมื่อทีมของเขาต้องเจอกับเสียงนกหวีดที่ดูเปลี่ยนไปตั้งแต่ซีรี่ส์ย้ายมาเล่นที่คลีฟแลนด์

“มันรับไม่ได้”

“เห็นได้ชัดว่าเราไม่ได้ทำอะไรมากพอที่จะช่วยตัวเอง และผมจะเริ่มจากตรงนั้น แต่ตั้งแต่เรามาที่ คลีฟแลนด์ เสียงนกหวีดก็เปลี่ยนไปแล้ว ไม่มีทางที่ผู้เล่นคนใดคนหนึ่งในทีมของพวกเขาจะยิงลูกโทษมากกว่าทีมของเรา”

ประโยคดังกล่าวพุ่งเป้าไปที่ โดโนแวน มิตเชลล์ การ์ดตัวแบกของ คลีฟแลนด์ แควาเลียร์ส ที่ได้ยิงฟรีโทรว์คนเดียว 15 ครั้ง และทำลงไป 13 ครั้ง โดยเฉพาะในช่วงควอเตอร์สามและสี่ ซึ่งเป็นช่วงที่เกมเริ่มไหลเข้าทางเจ้าบ้านอย่างชัดเจน

มิตเชลล์ระเบิดฟอร์มครึ่งหลัง แคฟส์รอดตายแบบสุดคม

เกมนี้ โดโนแวน มิตเชลล์ เริ่มต้นไม่ร้อนแรงนัก หลังทำได้เพียง 4 แต้มในครึ่งแรก แต่กลับมาระเบิดฟอร์มแบบดุดันในครึ่งหลัง กดไปถึง 39 แต้ม เทียบเท่าสถิติส่วนตัวในรอบเพลย์ออฟ และกลายเป็นคนที่ลาก แควาเลียร์ส กลับมาเอาชนะในเกมสำคัญได้สำเร็จ

สำหรับแฟน ข่าว NBA เกมนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องสกอร์ แต่ยังเต็มไปด้วยรายละเอียดเชิงจิตวิทยาและแรงกดดันของเพลย์ออฟ เพราะทุกเสียงนกหวีด ทุกจังหวะปะทะ และทุกฟรีโทรว์ ล้วนส่งผลต่อโมเมนตัมของทั้งซีรี่ส์โดยตรง

พิสตันส์ยืนยันไม่ได้เล่นตั้งรับ แต่บุกใส่ในเขตโทษ

บิคเกอร์สตาฟฟ์ย้ำว่า พิสตันส์ ไม่ใช่ทีมที่เอาแต่ตั้งรับหรือยืนยิงไกลจากวงนอก แต่เป็นทีมที่พยายามเลี้ยงทะลุเข้าไปโจมตีในพื้นที่ใต้แป้น ซึ่งยิ่งทำให้เขามองว่าความต่างของจำนวนฟาวล์ในเกมนี้น่าหงุดหงิดเป็นพิเศษ

“เราไม่ใช่ทีมที่เล่นแบบตั้งรับ”

“ไม่ใช่ทีมที่เน้นยิงไกล เราเลี้ยงบอลบุกเข้าไปในเขตโทษ ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนี้มันน่าหงุดหงิด แต่เราไม่สามารถปล่อยให้มันเป็นข้ออ้าง เพราะเราเล่นไม่ดีพอและเล่นได้ไม่เต็มศักยภาพของตัวเอง”

“แต่ถ้าดูจากจำนวนฟาวล์ ดูจากความแตกต่าง มันยากที่จะเอาชนะ และคุณก็สงสัยว่าทำไม”

ดราม่าต่อเนื่อง หลังแอตกินสันเคยพูดถึงเกมรับพิสตันส์

อีกหนึ่งปมที่ทำให้ประเด็นนี้ร้อนแรงขึ้น คือก่อนหน้านี้ เคนนี่ แอตกินสัน เฮดโค้ช แควาเลียร์ส เคยออกมาพูดถึงเกมรับที่ดุดันของ ดีทรอยต์ หลังสองเกมแรกของซีรี่ส์ ซึ่งตอนนั้น พิสตันส์ ได้ลูกโทษรวม 55 ครั้ง ส่วน คลีฟแลนด์ ได้ 43 ครั้ง

บิคเกอร์สตาฟฟ์จึงมองว่าหลังจากคำพูดของ แอตกินสัน ถูกพูดออกสู่สาธารณะ ทิศทางของเสียงนกหวีดในซีรี่ส์นี้เหมือนจะเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในเกมที่ 3 และเกมที่ 4 ที่กลับมาเล่นในบ้านของ คลีฟแลนด์

“มันน่าสนใจที่ตั้งแต่ เคนนี่ แอตกินสัน เฮดโค้ช แควาเลียร์ส ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเราต่อสาธารณะ เสียงนกหวีดก็เปลี่ยนไปในซีรี่ส์นี้”

สรุปภาพรวมเกมนี้

ชัยชนะของ แควาเลียร์ส ทำให้ซีรี่ส์กลับมาเดือดเต็มพิกัดที่ 2-2 เกม แต่หลังเสียงไซเรนสุดท้าย ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดกลับไม่ใช่แค่ฟอร์มสุดโหดของ มิตเชลล์ หากเป็นเรื่องมาตรฐานการตัดสินที่ บิคเกอร์สตาฟฟ์ มองว่าไม่สมดุล และอาจเป็นตัวแปรใหญ่ของซีรี่ส์นี้

จากนี้ พิสตันส์ ต้องรีบตั้งหลักทั้งเรื่องเกมรับ การคุมอารมณ์ และการรับมือกับแรงกดดันนอกสนาม เพราะในเวที เพลย์ออฟ NBA รายละเอียดเล็กน้อยอาจเปลี่ยนเส้นทางทั้งซีรี่ส์ได้ทันที แฟนบาสที่อยากตามข่าวเดือด วิเคราะห์เกมลึก และความเคลื่อนไหวกีฬารอบโลกแบบเข้มข้น อย่าลืมติดตาม ข่าวกีฬา ข่าวเด่นวันนี้ ได้ที่ บาสสดบ้านกีฬา

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา