
จาก : ผลบอลสด บุนเดสลีกา ระหว่าง ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต 3-3 โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ วันนี้ 10/1/69 – บ้านกีฬา
ศึกฟุตบอล บุนเดสลีกา ที่ดอยซ์แบงก์ พาร์ค กลายเป็นหนึ่งในเกมมันส์ประจำสัปดาห์ เมื่อไอน์ทรัค แฟรงก์เฟิร์ต เปิดบ้านเสมอ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แบบสุดเดือด 3-3 เกมนี้บอลไหลไปมาทั้งสองฝั่ง สกอร์พลิกถึงสามรอบ และต้องรอถึงช่วงทดเจ็บถึงรู้ผล แฟนบอลที่ตามเช็ก ผลบอลสด อยู่มีหัวใจหล่นไปกองกับพื้นแน่นอน
⏱️ ครึ่งแรก: เสือเหลืองออกนำ แต่แฟรงก์เฟิร์ตตีเสมอจากจุดโทษ
เริ่มเกม ดอร์ทมุนด์ของนิโก้ โควัชบุกเข้าใส่ทันที ใช้เพรสซิ่งสูงบีบแนวรับเจ้าถิ่นให้จ่ายพลาด และมาได้ประตูนำเร็วในนาทีที่ 10 จากจังหวะขึ้นเกมฝั่งขวา ยูลิยาน ไรเยอร์สัน เติมสูงเปิดโค้งเข้าในให้ มักซิมิเลียน ไบเออร์ หลุดมาชาร์จจ่อๆ ไม่พลาด ทีมเยือนขึ้นนำ 1-0 และควบคุมจังหวะเกมไว้ได้ช่วงหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม แฟรงก์เฟิร์ตไม่ยอมให้แฟนเจ้าบ้านเงียบ ขยับไลน์ขึ้นสูงกว่าเดิม ใช้การโจมตีด้านกว้างผ่าน นาธาน บราวน์ กับริทซึ โดอัน ก่อนจะมาถึงจุดเปลี่ยนในนาที 20 เมื่อ เซอร์ฮู กึยราสซี ทำฟาวล์ คาน อูซุน ในเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้จุดโทษทันที
นาทีที่ 22 อูซุนรับหน้าที่สังหารด้วยความมั่นใจ ยิงเสียบเสาเข้าไปอย่างเฉียบขาด ตีเสมอให้แฟรงก์เฟิร์ต 1-1 หลังจากนั้นรูปเกมเปิดแลกกันสนุก เจ้าบ้านได้ลุ้นจากลูกเตะมุมหลายครั้ง ส่วนดอร์ทมุนด์ก็มีโอกาสลุ้นจากกึยราสซี แต่ยังไม่คมพอ ช่วงท้ายครึ่งแรกบรรยากาศเริ่มดุเดือด ใบเหลืองทยอยมา ทั้งวัลเดมาร์ อันตอน, นิกลาส ซือเล และอาร์เธอร์ ธีอาเต้ แต่สกอร์ยังคง 1-1 เมื่อจบ 45 นาทีแรก
🔥 ครึ่งหลัง: ยิงสวนกันยับ ก่อนดราม่าทดเจ็บสองฝั่ง
ครึ่งหลัง ดอร์ทมุนด์กลับมาด้วยความมุ่งมั่น เปิดเกมรุกเร็ว ใช้การขึ้นเกมจากคู่กลาง มาร์เซล ซาบิตเซอร์ กับ เฟลิกซ์ เอ็นเมชา คุมจังหวะ ขณะที่เจ้าถิ่นอาศัยเกมสวนกลับจากยูนุส เอบนูตาลิบ คอยกดดันแนวรับทีมเยือน
เกมทำท่าจะเป็นของเสือเหลืองเมื่อ เอ็นเมชารับบอลระยะ 25 หลาในนาทีที่ 68 ก่อนกดเต็มข้อ บอลพุ่งเสียบมุมสุดสวยให้ดอร์ทมุนด์นำ 2-1 ช็อตนี้ทั้งสนามต้องยืนขึ้นปรบมือให้ เพราะเป็นลูกยิงระดับไฮไลท์แท้ๆ
แต่ความเขี้ยวของแฟรงก์เฟิร์ตยังไม่หมด นาทีที่ 71 อาร์โนด์ คาลิมูเอนโด้ ที่เพิ่งถูกเปลี่ยนลงมา แหวกแนวรับริมเส้นแล้วเปิดตัดเข้าใน ยูนุส เอบนูตาลิบ ชาร์จจ่อๆ กลางประตู ตีเสมอ 2-2 และทำให้เกมเดือดกว่าเดิม
ช่วงท้ายเกม เจ้าบ้านเริ่มได้ใจ ดิโน ท็อปเมลเลอร์ส่ง มาห์มูด ดาอูด และมาริโอ เกิทเซ่ ลงมาเสริมแดนกลางและเกมรุก จนถึงนาที 90+2 แฟรงก์เฟิร์ตได้เฮลั่นสนาม เมื่อบอลเด้งออกมาแถวสองหน้ากรอบเขตโทษ ดาอูดวิ่งมาซัดเสียบสามเหลี่ยมอย่างงดงาม แฟรงก์เฟิร์ตแซงนำ 3-2 ทำท่าจะเก็บสามแต้มแบบดราม่า
แต่ดอร์ทมุนด์ไม่ยอมแพ้ โควัชส่ง คาร์นีย์ ชุคเวเมก้า ลงมาลุ้นประตูช่วงท้าย และได้ผลในนาที 90+5 เมื่อบอลครอสจากด้านขวาหลุดมาถึงชุคเวเมก้าในเขตโทษ ซัดจ่อๆ เข้าไป กลายเป็นประตูตีเสมอ 3-3 แบบโคตรเจ็บใจฝั่งเจ้าบ้าน ก่อนผู้ตัดสินจะเป่านกหวีดหมดเวลา เป็นหนึ่งในแมตช์ที่แฟนบอลดูแล้วหายใจไม่ทั่วท้องจริงๆ

🧩 รายชื่อนักเตะตัวจริง นักเตะโดดเด่น และการเปลี่ยนตัว
🦅 ไอน์ทรัค แฟรงก์เฟิร์ต (ระบบ 3-4-2-1)
ผู้รักษาประตู
- เคาร์ ซานโตส (หมายเลข 40) – เรตติ้ง 7.5 เซฟจังหวะสำคัญหลายครั้ง แม้เสียสามประตูแต่ภาพรวมยังไว้ใจได้
กองหลังสามคน
- ราสมุส คริสเตนเซ่น (13) – 6.4 เติมเกมบ้างแต่ยังมีหลุดตำแหน่ง
- โรบิน โคช (กัปตันทีม, 4) – 6.4 คุมแนวรับตรงกลาง เจองานหนักตลอดเกม
- อาร์เธอร์ ธีอาเต้ (3) – 7.0 เกมรับแข็งแรง ตัดบอลหลายครั้ง แต่มีจังหวะโดนใบเหลืองท้ายครึ่งแรก
วิงแบ็กและมิดฟิลด์สี่คน
- ริทซึ โดอัน (20) – 6.8 เติมเกมรุกด้านขวาได้อันตราย ครอสบอลให้เพื่อนลุ้นหลายครั้ง
- ฮูโก้ ลาร์สสัน (16) – 6.6 ทำหน้าที่เชื่อมเกมแดนกลาง วิ่งไม่มีหมด
- ออสการ์ เฮอยลุนด์ (6) – 6.4 คอยบดบี้กลางสนาม ก่อนถูกเปลี่ยนออกให้ดาอูดเพิ่มมิติเกมรุก
- นาธาน บราวน์ (21) – 6.5 เกมริมเส้นฝั่งซ้ายจัดจ้าน เข้าบอลดุ มีจังหวะฟาวล์หนักจนโดนใบเหลือง
ตัวรุกสองคนหลังหน้าเป้า
- อันส์การ์ เคานาฟฟ์ (7) – 6.4 โชว์สปีดลากเลื้อยแต่จังหวะสุดท้ายยังไม่คม
- คาน อูซุน (42) – 6.7 สร้างปัญหาให้แนวรับเสือเหลืองตั้งแต่ต้นเกม กดจุดโทษตีเสมอ 1-1 ก่อนออกช่วงครึ่งหลัง
กองหน้าตัวเป้า
- ยูนุส เอบนูตาลิบ (11) – 7.1 แข็งแกร่ง เล่นบอลกับพื้นดี ทำ 1 ประตูสำคัญในครึ่งหลัง
ตัวสำรองที่ถูกส่งลงสนาม
- อาร์โนด์ คาลิมูเอนโด้ (25, 6.8) ลงนาที 63 แทนอูซุน มีส่วนร่วมกับประตู 2-2 และโดนใบเหลืองตอนท้าย
- มาห์มูด ดาอูด (18, 7.6) ลงนาที 71 แทนเฮอยลุนด์ ซัดประตูสุดสวยช่วงทดเจ็บให้ทีมขึ้นนำชั่วคราว
- มาริโอ เกิทเซ่ (27, 6.4) ลงนาที 77 แทนเคานาฟฟ์ เพิ่มประสบการณ์ในแดนรุก
- นัมดี้ คอลลินส์ (34, 6.3) ลงนาที 83 แทนธีอาเต้ เสริมความสดแนวรับช่วงท้ายเกม
ตัวสำรองไม่ได้ใช้งาน
ไมเคิล เซ็ตเทอเรอร์, เคย์ตะ โคซุกิ, ออเรล อาเมนดา, ออเรลิโอ บูตา, อายูบ อาไมมูนี-เอกฮ์ฮูยับ
🟡⚫ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (ระบบ 3-4-2-1)
ผู้รักษาประตู
- เกรกอร์ โคเบล (1) – 6.3 แม้มีสถานะกึ่งฟิตแต่ยังยืนเฝ้าเสา เซฟหลายครั้ง แต่ก็หนีไม่พ้นโดนสามเม็ด
กองหลังสามคน
- วัลเดมาร์ อันตอน (3) – 7.2 อ่านเกมดี ตัดบอลได้บ่อย แต่มีจังหวะฟาวล์จนโดนเหลืองเร็ว
- นีโค ชลอตเตอร์เบ็ค (กัปตัน, 4) – 7.1 คุมแนวรับด้านซ้าย ช่วยบล็อกลูกยิงสำคัญ
- นิกลาส ซือเล (25) – 7.4 เล่นแน่นอนลูกกลางอากาศ ก่อนถูกเปลี่ยนออกพักช่วงครึ่งหลัง
วิงแบ็กและมิดฟิลด์สี่คน
- ยูลิยาน ไรเยอร์สัน (26) – 6.3 เติมเกมฝั่งขวา และเป็นคนเปิดทางให้ประตูแรกของทีม
- เดนนิส สเวนส์สัน (24) – 6.3 ยืนวิงแบ็กซ้าย รับมือเกมริมเส้นฝั่งโดอันได้พอใช้
- มาร์เซล ซาบิตเซอร์ (20) – 6.9 กองกลางเบอร์ 8 เชื่อมการขึ้นเกม ตัดฟาวล์จำเป็นหลายครั้ง
- เฟลิกซ์ เอ็นเมชา (8) – 8.0 หัวใจแดนกลาง ยิงไกลสุดสวยให้ทีมขึ้นนำ 2-1 และคุมจังหวะเกมตลอดเวลา
ตัวรุกสองคนหลังหน้าเป้า
- ยูเลียน บรันด์ท (10) – 6.6 สร้างสรรค์โอกาสได้ดี แต่โดนตามบี้หนัก ก่อนถูกถอดช่วงท้าย
- มักซิมิเลียน ไบเออร์ (14) – 7.3 ทำประตูเปิดหัว ตั้งโทนเกมรุกให้ทีม
กองหน้าตัวเป้า
- เซอร์ฮู กึยราสซี (9) – 5.5 เกมนี้เงียบกว่าที่ควร แถมเสียจุดโทษสำคัญให้เจ้าบ้าน
ตัวสำรองที่ถูกส่งลงสนาม
- ฟาบิโอ ซิลวา (21, 6.4) ลงนาที 66 แทนกึยราสซี พยายามวิ่งหาช่องแต่ยังไม่เฉียบคม
- คาริม อเดเยมี่ (27, 6.7) ลงนาที 75 แทนไบเออร์ เติมสปีดแนวรุกด้านข้าง
- เอ็มเร่ ชาน (23, 6.6) ลงนาที 76 แทนซือเล ช่วยอุดเกมกลางและโดนใบเหลืองจากจังหวะปะทะ
- คาร์นีย์ ชุคเวเมก้า (17, 6.8) ลงนาที 87 แทนบรันด์ท กลายเป็นฮีโร่ซัดตีเสมอ 3-3 ตอนทดเจ็บ
ตัวสำรองไม่ได้ใช้งาน
อเล็กซานเดอร์ เมเยอร์, ฟิลิปโป มาเน่, ยาน คูโต้, ซาลิห์ ออซชาน, มุสซา คาบา
นักเตะโดดเด่นประจำทีม
ฝั่งแฟรงก์เฟิร์ต ต้องยกให้ มาห์มูด ดาอูด กับ ยูนุส เอบนูตาลิบ ที่ทำประตูสำคัญและสร้างอันตรายตลอด ขณะที่ดอร์ทมุนด์มี เฟลิกซ์ เอ็นเมชา, นิกลาส ซือเล และมักซิมิเลียน ไบเออร์ ที่รักษามาตรฐานสูงทั้งเกม
📊 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
ในมุมของการ วิเคราะห์บอล เกมนี้ถือเป็นตัวอย่างชัดเจนของการดวลกันระหว่างทีมที่เน้นโครงสร้างหลังสามเหมือนกัน แต่รายละเอียดการบุกและการรับต่างกันพอสมควร
แฟรงก์เฟิร์ตใช้ระบบ 3-4-2-1 ที่เน้นวิงแบ็กดันสูง ทั้งโดอันและบราวน์คอยยืดเกมออกด้านกว้าง แล้วเปิดหรือไดร์ฟบอลเข้าในให้สามตัวรุกเล่นกันในพื้นที่ระหว่างไลน์ จุดเด่นคือการสลับตำแหน่งของอูซุน–เอบนูตาลิบ ทำให้แนวรับดอร์ทมุนด์ตามตัวประกบยาก เวลาเสียบอล เจ้าบ้านจะถอยบีบเป็นบล็อก 5-4-1 เปิดให้ดอร์ทมุนด์เล่นนอกกรอบมากกว่าในกรอบ
ด้านดอร์ทมุนด์ แม้ใช้ 3-4-2-1 เช่นกัน แต่ขึ้นเกมคนละสไตล์ โควัชสั่งให้เอ็นเมชากับซาบิตเซอร์เป็นแกนหลักในแดนกลาง ขึ้นเกมจากการต่อบอลเท้าสู่เท้า แล้วปล่อยให้บรันด์ท–ไบเออร์หาพื้นที่ระหว่างแนวกลางกับแนวรับเจ้าบ้าน เมื่อได้พื้นที่พอ จะมีการสอดของวิงแบ็กเข้ามาเพิ่มตัวในกรอบเขตโทษ ทำให้แฟรงก์เฟิร์ตต้องวิ่งไล่ปิดพื้นที่ตลอด
เกมรับของดอร์ทมุนด์ช่วงแรกดูแน่น แต่พอแฟรงก์เฟิร์ตเพิ่มความดุในครึ่งหลัง การยืนโซนเริ่มหลวม โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนผ่านจากรุกเป็นรับที่ปล่อยให้คู่แข่งเก็บบอลจังหวะสองบ่อยครั้ง ประตู 2-2 และ 3-2 ของเจ้าบ้านก็มาจากการเคลียร์ไม่ขาดและยืนปิดช่องไม่ดี ขณะที่เกมรับของแฟรงก์เฟิร์ตเองก็มีช่องโหว่ให้เห็น โดยเฉพาะเมื่อต้องรับมือการยิงไกลของเอ็นเมชาและการเคลื่อนที่ของตัวรุกดอร์ทมุนด์ที่เปลี่ยนตัวลงมา
โดยรวมแล้ว ทั้งสองทีมแสดงให้เห็นแนวทางการเล่นที่ชัดเจน แต่จุดอ่อนในเรื่องสมาธิท้ายเกมและการปิดจังหวะสุดท้าย ทำให้ต้องแบ่งแต้มกันไปแบบสุดระทึก

📈 สถิติการแข่งขันสะท้อนรูปเกม
ตัวเลขหลังเกมยืนยันว่าแมตช์นี้สูสีและเปิดหน้าแลกกันสนุก แฟรงก์เฟิร์ตยิงทั้งหมด 11 ครั้ง เข้ากรอบ 6 ครั้ง ส่วนดอร์ทมุนด์ได้โอกาสมากกว่า 15 ครั้ง เข้ากรอบ 6 ครั้งเช่นกัน ทีมเยือนครองบอลเหนือกว่า 58% ต่อ 42% ส่งบอล 490 ต่อ 351 ครั้ง และมีความแม่นยำการจ่ายที่ 87% เหนือกว่าเจ้าบ้านที่ 80%
อย่างไรก็ตาม แฟรงก์เฟิร์ตสร้างความกดดันได้ดีจากการเล่นหนักแน่นในแดนกลาง ฟาวล์ไปถึง 14 ครั้ง เทียบกับดอร์ทมุนด์แค่ 7 ครั้ง ใบเหลืองออกเท่ากันฝั่งละ 3 ใบ ไม่มีใบแดงให้เห็น ลูกตั้งเตะก็เป็นอีกจุดสำคัญ เจ้าบ้านได้เตะมุม 2 ครั้ง ขณะที่ดอร์ทมุนด์ได้ถึง 5 ครั้ง และมีจังหวะล้ำหน้า 2 ครั้งของทีมเยือน แสดงให้เห็นว่าทั้งสองทีมกล้าเล่น กล้าเสี่ยง เพื่อแลกประตูตลอด 90 กว่านาที
📝 เหตุการณ์สำคัญของเกม
- ⚽ 10′ ดอร์ทมุนด์นำ 0-1 – ยูลิยาน ไรเยอร์สัน เปิดจากฝั่งขวาให้ มักซิมิเลียน ไบเออร์ ชาร์จจ่อๆ เข้าไป
- ⚽ 22′ แฟรงก์เฟิร์ตตีเสมอ 1-1 – คาน อูซุน ยิงจุดโทษหลัง เซอร์ฮู กึยราสซี ทำฟาวล์ในเขตโทษ
- 🟨 29′ วัลเดมาร์ อันตอน โดนใบเหลืองจากการเข้าสกัดหนักกลางสนาม
- 🟨 41′ นิกลาส ซือเล รับใบเหลืองจากจังหวะฟาวล์ตัดเกม
- 🟨 43′ อาร์เธอร์ ธีอาเต้ โดนเหลืองหลังเข้าบอลล่าช้าใส่แนวรุกดอร์ทมุนด์
- ⏱️ HT – จบครึ่งแรกสกอร์ 1-1 เกมเปิดแลกดุเดือด
- 🔁 63′ แฟรงก์เฟิร์ตเปลี่ยนตัว – อาร์โนด์ คาลิมูเอนโด้ ลงแทน คาน อูซุน
- 🔁 66′ ดอร์ทมุนด์เปลี่ยนหน้าเป้า – ฟาบิโอ ซิลวา ลงแทน เซอร์ฮู กึยราสซี
- ⚽ 68′ ดอร์ทมุนด์นำ 1-2 – เฟลิกซ์ เอ็นเมชา ซัดไกลสุดสวยเสียบมุมล่าง
- ⚽ 71′ แฟรงก์เฟิร์ตตีเสมอ 2-2 – อาร์โนด์ คาลิมูเอนโด้ เปิดให้ ยูนุส เอบนูตาลิบ ชาร์จไม่เหลือ
- 🔁 71′ แฟรงก์เฟิร์ตส่ง มาห์มูด ดาอูด ลงแทน ออสการ์ เฮอยลุนด์ เสริมเกมรุก
- 🔁 75′ ดอร์ทมุนด์ส่ง คาริม อเดเยมี่ ลงแทน มักซิมิเลียน ไบเออร์ เพิ่มความเร็วแนวรุก
- 🔁 76′ ดอร์ทมุนด์เปลี่ยน เอ็มเร่ ชาน ลงแทน นิกลาส ซือเล ขยับระบบรับ
- 🔁 77′ แฟรงก์เฟิร์ตส่ง มาริโอ เกิทเซ่ ลงแทน อันส์การ์ เคานาฟฟ์
- 🟨 82′ อาร์โนด์ คาลิมูเอนโด้ โดนใบเหลืองจากการฟาวล์ตัดเกม
- 🔁 83′ แฟรงก์เฟิร์ตส่ง นัมดี้ คอลลินส์ ลงแทน อาร์เธอร์ ธีอาเต้
- 🔁 87′ ดอร์ทมุนด์ส่ง คาร์นีย์ ชุคเวเมก้า ลงแทน ยูเลียน บรันด์ท เพื่อเร่งเกมรุก
- 🟨 87′ เอ็มเร่ ชาน โดนใบเหลืองจากจังหวะปะทะกลางสนาม
- ⚽ 90+2′ แฟรงก์เฟิร์ตแซงนำ 3-2 – มาห์มูด ดาอูด เก็บบอลแถวสองก่อนปั่นโค้งเสียบสามเหลี่ยมงามหยด
- ⚽ 90+5′ ดอร์ทมุนด์ตีเสมอ 3-3 – คาร์นีย์ ชุคเวเมก้า ซัดจ่อๆ ในเขตโทษ ช่วยทีมเยือนแบ่งแต้มกลับบ้านได้สำเร็จ
⭐ Player of the match – เฟลิกซ์ เอ็นเมชา
รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของเกมนี้ต้องยกให้ เฟลิกซ์ เอ็นเมชา กองกลางดีกรีทีมชาติเยอรมนีของดอร์ทมุนด์ เจ้าของเรตติ้ง 8.0 เขาคือจุดสมดุลของทีมเยือนทั้งในเกมรุกและเกมรับ
ตลอดทั้งเกม เอ็นเมชามีส่วนร่วมกับการจ่ายบอลเกือบทุกจังหวะสำคัญในแดนกลาง ช่วยเคลื่อนบอลจากแนวรับขึ้นสู่พื้นที่สุดท้ายด้วยความมั่นใจ ประตู 2-1 ที่เจ้าตัวซัดไกลเสียบเสาไม่เพียงเรียกเสียงฮือฮา แต่ยังสะท้อนถึงความมั่นใจและคุณภาพของการตัดสินใจในจังหวะสุดท้าย นอกจากนี้ยังช่วยตัดเกมและแย่งบอลคืนให้ทีมหลายครั้ง ถือเป็นผลงานระดับผู้นำที่ทำให้เสือเหลืองไม่กลับบ้านมือเปล่า

🏆 สถานการณ์ในตารางคะแนนบุนเดสลีกา
ผลเสมอ 3-3 นัดนี้ทำให้ดอร์ทมุนด์หลังลงเตะ 16 นัด มี 33 คะแนน รั้งอันดับ 2 ของตาราง ตามหลังจ่าฝูงบาเยิร์น มิวนิค ที่โกยไป 41 แต้ม ช่องว่างยังห่างแต่ยังอยู่ในระยะที่พอไล่ได้ หากรักษาฟอร์มและเก็บชัยชนะต่อเนื่องในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง
ด้านแฟรงก์เฟิร์ตเก็บเพิ่มเป็น 26 คะแนนจาก 16 เกม อยู่ในอันดับ 7 ยังเกาะกลุ่มบนของตารางและมีลุ้นพื้นที่ฟุตบอลยุโรปเต็มตัว การแบ่งแต้มจากทีมระดับลุ้นแชมป์อย่างดอร์ทมุนด์ถือเป็นสัญญาณดี ว่าทีมของท็อปเมลเลอร์พร้อมจะต่อกรกับทุกสโมสรในลีก
🗓️ ตารางบอลบุนเดสลีกานัดถัดไป
เมื่อลองมองไปที่ โปรแกรมบอล นัดถัดไป แฟรงก์เฟิร์ตยังมีงานหนักรออยู่ พวกเขาต้องออกไปเยือนสตุ๊ตการ์ต ก่อนจะบุกไปเจอแวร์เดอร์ เบรเมนต่อเนื่อง เกมเยือนสองนัดติดแบบนี้จะเป็นบททดสอบสำคัญว่าฟอร์มดุจากเกมนี้จะต่อยอดได้แค่ไหน
ส่วนดอร์ทมุนด์กลับไปเล่นในซิกนัล อิดูนา พาร์ค พบแวร์เดอร์ เบรเมน จากนั้นเปิดบ้านต้อนรับซังต์ เพาลี โปรแกรมสองนัดในรังเหย้าคือโอกาสทองที่เสือเหลืองต้องกอบโกยแต้มให้ได้เต็มมือ หากยังคิดถึงการไล่ล่าจ่าฝูงและทิ้งห่างคู่แข่งลุ้นพื้นที่ยุโรป
📺 ติดตามบ้านผลบอล และทุกจังหวะเดือดกับบ้านกีฬา
แฟนบอลที่อยากตามทุกสกอร์แบบสดๆ ไม่พลาดจังหวะสำคัญของลีกเมืองเบียร์และลีกดังทั่วโลก ตามเช็ก บ้านผลบอล ทั้งสรุปผล, สถิติหลังเกม, ไฮไลท์ และบทวิเคราะห์สไตล์ดุดันได้ที่ บ้านกีฬา เราจะคัดทุกคู่เดือด ทุกแมตช์มันส์ มาเล่าให้ฟังแบบเข้มข้นเหมือนนั่งเชียร์ข้างคุณขอบสนาม

