
จาก : ผลบอลสด บุนเดสลีกา ระหว่าง ไมนซ์ 05 2-1 ไฮน์เดนไฮม์ วันนี้ 14/1/69 – บ้านกีฬา
บุนเดสลีกา เกมหนีตายบนเวที ผลบอลสด เยอรมนีที่เมวา อารีนา ไมนซ์ 05 เปิดรังรับไฮเดนไฮม์ กลายเป็นแมตช์ดราม่าที่แฟนเจ้าบ้านต้องลุ้นกันจนวินาทีท้าย แม้รูปเกมโดยรวมทีมเยือนจะครองบอลมากกว่า แต่ความเฉียบคมและจังหวะเข้าทำของแนวรุกเจ้าถิ่นชัดเจนกว่า ก่อนจะเฉือนชัย 2-1 เก็บสามแต้มโคตรสำคัญในศึกหนีตกชั้น
🔥 ครึ่งแรก: ไมนซ์เร่งเครื่อง วิดเมอร์ปลดล็อก
เสียงนกหวีดเริ่มเกมดังขึ้น ไมนซ์เขี่ยบอลเปิดฉากบุกก่อน พยายามต่อบอลจากแนวหลังขึ้นมาที่แดนกลางให้ คิโนะชิตะ ซาโนะ กับ ยาแซง ลี ช่วยกันคุมจังหวะ ขณะที่ไฮเดนไฮม์ถอยลงมาตั้งโซนรับค่อนข้างลึก รอจังหวะโต้กลับ
นาที 7 เจ้าถิ่นได้เตะมุมฝั่งขวา บอลเปิดเข้าไปลุ้นในเขตโทษแต่ยังถูกแนวรับทีมเยือนโหม่งเคลียร์ออกมา เกมค่อยๆ ดุเดือดขึ้น มีจังหวะตัดฟาวล์กลางสนามสลับกันไปมา
ไฮเดนไฮม์มีโอกาสสวนกลับน่ากลัวในนาที 12 จากจังหวะลองส่องไกลของ สเตฟาน ชิมเมอร์ บอลพุ่งแรงแต่หลุดกรอบไปนิดเดียว ทำเอาแฟนเจ้าบ้านเสียววาบกันทั้งสนาม ก่อนที่ไมนซ์จะตั้งหลักกลับมาเร่งเกมต่อเนื่อง
นาที 24 ไมนซ์ได้ฟรีคิกระยะไกล บอลโยนยาวเข้าเขตโทษแต่ยังไม่มีคนเข้าชาร์จเต็มๆ จนกระทั่งนาที 30 แรงกดดันก็แตกเป็นประตู เมื่อ ซิลวาน วิดเมอร์ กัปตันจอมบุกเติมขึ้นมาทางขวา รับบอลต่อจาก ยาแซง ลี ก่อนกดด้วยขวาในกรอบเขตโทษ บอลพุ่งเสียบมุมอย่างสวยงาม เจ้าถิ่นขึ้นนำ 1-0 สนามแทบแตก
หลังขึ้นนำไมนซ์เล่นง่ายขึ้น คุมจังหวะและบีบพื้นที่กลางสนามไม่ให้ไฮเดนไฮม์เซ็ตเกมถนัด ช่วงท้ายครึ่งแรกทีมเยือนพยายามลุ้นจากเตะมุมและยิงไกล แต่ยังไม่ผ่านมือ ดาเนียล บัทซ์ นายด่านเจ้าถิ่น จบ 45 นาทีแรก ไมนซ์นำ 1-0
🔁 ครึ่งหลัง: อามิรีโชว์คลาส แต่ไมนซ์เกือบงานเข้า
เริ่มครึ่งหลัง ไฮเดนไฮม์แก้เกมทันที ส่ง เซอร์ลอร์ด คอนเตห์ ลงมาเพิ่มความเร็วด้านข้างแทน โยฮันเนส เชิอปป์เนอร์ แต่ยังไม่ทันได้ใช้ความเปลี่ยนแปลง เกมกลับเข้าทางเจ้าบ้านอีกครั้ง
นาที 48 ไมนซ์หนีเป็น 2-0 จากจังหวะที่ พาทริค ทิทซ์ ลากไปถึงริมเส้นก่อนหักเข้ากลางให้ นาดีม อามิรี แตะหลบแนวรับหนึ่งจังหวะแล้วซัดด้วยขวาเต็มข้อ บอลพุ่งเสียบมุมสุดคม เรียกเสียงเฮลั่นเมวา อารีนา และตอกย้ำฟอร์มสุดโหดของเพลย์เมกเกอร์เบอร์ 10 รายนี้
โดนยิงเพิ่มสองลูก ไฮเดนไฮม์ไม่มีอะไรจะเสีย นาที 54 มักซ์ พีเยริงเงอร์ รับใบเหลืองจากจังหวะฟาวล์ แต่ก็เป็นสัญญาณว่าทีมเยือนเริ่มไล่บีบหนักขึ้น จากนั้นนาที 58 ฟรังก์ ชมิดท์ เปลี่ยนคู่หน้าทีเดียว ส่ง อาเดรียน เบ็ค กับ ชิมเมอร์ ลงมาแทน พีเยริงเงอร์ และ โซเรนเซน แล้วก็เห็นผลทันตา
นาที 60 ไฮเดนไฮม์ไล่มา 2-1 จากจังหวะชุลมุนในเขตโทษ บอลกระดอนเข้าทาง ชิมเมอร์ ยิงจ่อๆ ไม่พลาด เกมกลับมาสนุกทันที ขณะเดียวกันไมนซ์ก็แก้ด้วยการถอด อาเดรียน ซีบ ออก ส่ง พอล เนเบล ลงไปวิ่งกดดันแดนบน
ช่วง 20 นาทีสุดท้าย รูปเกมเป็นของทีมเยือนมากขึ้น ทั้งการครองบอลและการต่อเกมริมเส้น โดยเฉพาะฝั่งขวาที่ คอนเตห์ กับ เบ็ค ประสานกันได้ดี นาที 75 ส่ง มัทเทียส ฮอนซัค เติมความดุดันในแนวรุกอีกคน ไมนซ์จึงต้องถอยลงมาตั้งโซนต่ำ เน้นอุดแล้วสวนกลับ
ท้ายเกม ไฮเดนไฮม์พยายามรุกเต็มกำลัง มีลุ้นจากลูกยิงไกลและลูกครอสหลายครั้ง แต่ยังขาดจังหวะสุดท้ายที่เฉียบคม ขณะที่ไมนซ์เปลี่ยนเอา อาร์โนด์ นอร์ดิน กับ เลนนาร์ด มาโลนีย์ ลงมาช่วยวิ่งไล่ ปิดเกมรับให้แน่นยิ่งขึ้น
ช่วงทดเจ็บ วิดเมอร์โดนใบเหลืองจากการถ่วงเวลา แต่สุดท้ายเจ้าบ้านก็ยันสกอร์ไว้ได้ เมื่อเสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้น ไมนซ์เฉือนชนะไฮเดนไฮม์ 2-1 เก็บสามแต้มโคตรสำคัญในเกมหกแต้มของโซนแดง

📋 รายชื่อนักเตะตัวจริง การจัดทัพ และการเปลี่ยนตัว
🔴 ไมนซ์ 05
กุนซือ อูร์ส ฟิสเชอร์ วางหมาก 3-5-2 เน้นเกมริมเส้นและการสอดขึ้นของวิดเมอร์
- ผู้รักษาประตู: ดาเนียล บัทซ์ (33) – เรต 6.4 เซฟจังหวะสำคัญหลายครั้ง
- กองหลัง: สเตฟาน เบลล์ (16, 6.8), โดมินิค โคห์ร (31, 7.7), ดีเอโก้ คอสตา (21, 7.3) รับหน้าที่พักบอลจากแนวหลังและดวลลูกกลางอากาศ
- วิงแบ็ก: ซิลวาน วิดเมอร์ กัปตันทีม (30, 7.7) ทางขวา เจ้าของประตูขึ้นนำ, นิโคลัส เวรัชชนิก (22, 6.8) ทางซ้าย ก่อนถูกถอดออกเพราะเจ็บ
- กองกลาง: คิโนะชิตะ ซाโนะ (6, 7.1), ยาแซง ลี (7, 7.2) ช่วยกันเชื่อมเกม ส่วน นาดีม อามิรี (10, 9.1) เป็นเพลย์เมกเกอร์ตัวอิสระ ขับเคลื่อนเกมรุกตลอดทั้งแมตช์
- กองหน้า: อาเดรียน ซีบ (11, 6.1), พาทริค ทิทซ์ (20, 5.9) คอยวิ่งดึงกองหลัง เปิดพื้นที่ให้กลางสอดขึ้นยิง
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- กัชแปร์ โปทุลสกี (48, 6.6) ลงนาที 34 แทน เวรัชชนิก รับผิดชอบเกมรับฝั่งซ้าย
- พอล เนเบล (8, 6.1) ลงนาที 59 แทน ซีบ เพิ่มความสดในแดนหน้า
- อาร์โนด์ นอร์ดิน (9) ลงนาที 90 แทน ทิทซ์ ช่วยเก็บบอลโต้กลับ
- เลนนาร์ด มาโลนีย์ (15) ลงนาที 90 แทน อามิรี ปิดเกมรับช่วงทดเจ็บ
ตัวสำรองไม่ได้ใช้: ลาสเซ รีสส์ (1), โซตะ คาวาซากิ (24), วิลเลียม เบิฟวิง (14), ฟาบิโอ โมเรโน เฟลล์ (36), เบน ยุสตัส บ็อบเซียน (37)
ผู้เล่นบาดเจ็บสำคัญที่หายไป: อันเดรียส ฮันเช-โอลเซน, ฟิลลิปป์ มเวเน, แอนโทนี คาซี, โรบิน เซนท์เนอร์ ฯลฯ ทำให้ฟิสเชอร์ต้องโรเตชันแนวรับพอสมควร
🔵 ไฮเดนไฮม์
แฟรงค์ ชมิดท์ เลือกจัด 4-3-1-2 เน้นการครองบอลกลางสนามและเจาะตรงกลางแนวรับเจ้าถิ่น
- ผู้รักษาประตู: เดยัน รามาย (41, 6.2) มีจังหวะเซฟหลายครั้ง แต่เสียสองประตูแบบยากป้องกัน
- กองหลัง: นิโค เดิร์ช (30, 6.7) แบ็กขวา, เบเนดิคท์ กิมเบอร์ (5, 6.1), กัปตันทีม แพทริค ไมนคา (6, 7.7) คู่เซ็นเตอร์, โยนาส เฟอเรินบัค (19, 6.0) แบ็กซ้าย
- กองกลาง: ยาน นิอุส (16, 6.2) ตัวตัดเกม, อาริจอน อิบราฮิโมวิช (22, 7.1) เชื่อมบอลและพยายามยิงไกล, โยฮันเนส เชิอปป์เนอร์ (3, 6.5) เติมเกมรุกจากแถวสอง
- ตัวรุกหลังหน้าเป้า: โอมาร์ ตราโอเร (23, 6.3) รับบทฟรีโรลคอยลุยใส่แนวรับไมนซ์
- กองหน้า: มักซ์ พีเยริงเงอร์ (18, 6.2), มักซ์ เค. โซเรนเซน (29, 6.3) พยายามดึงตัวประกบแต่ยังหาช่องยิงจังๆ ได้น้อย
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- เซอร์ลอร์ด คอนเตห์ (31, 6.3) ลงนาที 46 แทน เชิอปป์เนอร์ เติมสปีดทางริมเส้น
- อาเดรียน เบ็ค (21, 7.5) ลงนาที 58 แทน พีเยริงเงอร์ ช่วยสร้างสรรค์เกมรุกและเปิดบอลอันตราย
- สเตฟาน ชิมเมอร์ (9, 6.7) ลงนาที 58 แทน โซเรนเซน และเป็นคนยิงตีไข่แตก 2-1
- มัทเทียส ฮอนซัค (17, 6.5) ลงนาที 75 แทน นิอุส เสริมมิติในแดนบน
- ยานนิค วากเนอร์ (38, 6.5) ลงนาที 81 แทน เฟอเรินบัค เติมความสดทางฝั่งซ้าย
ตัวสำรองไม่ได้ใช้: แฟรงก์ เฟลเลอร์ (40), ทิม เซียร์เลสเลเบิน (4), มาร์นอน บุช (2), ลูคา เคอร์เบอร์ (20)
ผู้เล่นที่หายไปเพราะเจ็บ/ไม่พร้อม เช่น อดัม เคิลเลอ, บูดู ซิฟซิวัดเซ, เฮนเนส เบห์เรนส์, เลียร์ต ปาคาราดา, นิก โรธไวเลอร์ ทำให้ชมิดท์ต้องปรับทีมพอสมควรเช่นกัน
🧠 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
ในมุมมองการ วิเคราะห์บอล ของบ้านกีฬา เกมนี้เป็นตัวอย่างชัดเจนของคำว่า “ครองบอลเยอะไม่ได้แปลว่าชนะ” ไมนซ์ใช้ระบบ 3-5-2 ที่วางแนวรับสามตัวคอยดันขึ้นกลางสนาม ขณะที่วิดเมอร์กับเวรัชชนิก/โปทุลสกีวิ่งขึ้นลงริมเส้นแบบไม่มีหมด จุดเปลี่ยนคือการให้ อามิรี เล่นอิสระระหว่างไลน์กองกลางกับกองหลังคู่แข่ง เขาลงต่ำมารับบอล เชื่อมไปที่ลีและซาโนะ ก่อนจะแทงทะลุช่องให้กองหน้าหรือออกริมเส้นให้วิดเมอร์เติมยิงเอง
แม้ไมนซ์จะครองบอลเพียง 45% แต่ทุกครั้งที่ได้หลุดขึ้นมาพื้นที่สุดท้ายจะเน้นจบให้ได้ ยิงตรงกรอบถึง 8 ครั้งจากโอกาส 12 ครั้ง ตัวเลขนี้สะท้อนว่าพวกเขาเลือกจังหวะบุกได้มีคุณภาพมากกว่า ไม่ได้เปิดเกมแลกแบบไร้แบบแผน
ฝั่งไฮเดนไฮม์ ใช้ 4-3-1-2 ที่เน้นการต่อบอลจากแผงกลาง อิบราฮิโมวิชเป็นจุดหมุนหลัก ขณะที่นิอุสคอยตัดเกม แต่ปัญหาอยู่ที่แดนหน้าซึ่งพีเยริงเงอร์กับโซเรนเซนไม่ค่อยได้บอลในพื้นที่อันตราย เมื่อเสียสองประตู ชมิดท์เลยต้องเปลี่ยนชุดใหญ่ ส่งเบ็คกับชิมเมอร์ลงมาทำให้เกมรุกคึกคักขึ้นทันตา การเคลื่อนที่ของชิมเมอร์ก่อปัญหาให้กองหลังไมนซ์อย่างชัดเจน และนำไปสู่ประตูตีตื้น
อย่างไรก็ดี เมื่อไมนซ์ถอยมาเล่นเกมรับลึก ใส่ตัวรับสดๆ อย่างมาโลนีย์ลงมาเติมอีกชั้น ไฮเดนไฮม์เริ่มตัน เจอการบีบพื้นที่กลางและการโหม่งสกัดลูกครอสครั้งแล้วครั้งเล่า แม้จะครองบอลได้มากกว่าแต่โอกาสจะแจ้งกลับน้อยกว่าชัดเจน

📊 สถิติการแข่งขัน
ตัวเลขหลังเกมบอกเรื่องราวได้ดี ไมนซ์มีโอกาสยิงรวม 12 ครั้ง เข้ากรอบถึง 8 ส่วนไฮเดนไฮม์กดไป 14 ครั้ง แต่ตรงกรอบเพียง 4 นั่นหมายความว่าทีมเยือนใช้พลังไปกับการลุ้นไกลและยิงแบบไม่เต็มโอกาสพอสมควร
การครองบอล ไฮเดนไฮม์เหนือกว่า 55% ต่อ 45% พร้อมจำนวนการจ่ายบอล 498 ต่อ 337 และความแม่นยำ 79% ต่อ 71% ยืนยันว่าพวกเขาเน้นต่อบอลคุมจังหวะ แต่เมื่อเข้าพื้นที่สุดท้ายแล้วขาดความเฉียบคม ขณะที่ไมนซ์แม้จะออกบอลพลาดมากกว่า แต่ทุกครั้งที่ตัดบอลได้จะเปลี่ยนโหมดเป็นเกมรุกทันที โดยเฉพาะการสลับบอลออกริมเส้นให้วิดเมอร์หรือคอสตาเติมขึ้นมา
เกมนี้มีฟาวล์รวม 17 ครั้ง (ไมนซ์ 10, ไฮเดนไฮม์ 7) ใบเหลืองฝั่งละ 2 ใบ ไม่มีใบแดง ความดุเดือดอยู่ในระดับสูงแต่ยังไม่ถึงขั้นเดือดแตกหัก ลูกล้ำหน้าเกิดขึ้นเพียงฝั่งทีมเยือนหนึ่งครั้ง ขณะที่ลูกเตะมุม ไมนซ์ได้ 4 ต่อ 1 บ่งบอกว่าจังหวะบุกลึกถึงเส้นหลังของเจ้าถิ่นมีมากกว่า
⏱️ เหตุการณ์สำคัญของเกม
- ⚽ นาที 30: ไมนซ์ขึ้นนำ 1-0 จาก ซิลวาน วิดเมอร์ เติมขึ้นมารับบอลต่อจาก ยาแซง ลี ก่อนซัดเสียบมุม
- 🔁 นาที 34: ไมนซ์เปลี่ยนตัวแรก ส่ง กัชแปร์ โปทุลสกี ลงแทน นิโคลัส เวรัชชนิก ที่มีอาการเจ็บ
- 🟨 นาที 45: โดมินิค โคห์ร รับใบเหลืองจากการตัดฟาวล์กลางสนาม
- 🔁 นาที 46: ไฮเดนไฮม์แก้เกม ส่ง เซอร์ลอร์ด คอนเตห์ ลงแทน โยฮันเนส เชิอปป์เนอร์
- ⚽ นาที 48: ไมนซ์ทิ้งห่าง 2-0 นาดีม อามิรี ยิงในเขตโทษหลังทำชิ่งกับ พาทริค ทิทซ์
- 🟨 นาที 54: มักซ์ พีเยริงเงอร์ โดนใบเหลืองจากจังหวะเข้าบอลแรงใส่แนวรับเจ้าถิ่น
- 🔁 นาที 58: ไฮเดนไฮม์ส่งสองตัวรุก อาเดรียน เบ็ค กับ สเตฟาน ชิมเมอร์ ลงแทน พีเยริงเงอร์ และ โซเรนเซน
- 🔁 นาที 59: ไมนซ์ส่ง พอล เนเบล ลงแทน อาเดรียน ซีบ เพิ่มสปีดแนวรุก
- ⚽ นาที 60: ไฮเดนไฮม์ไล่มา 2-1 จากจังหวะชุลมุนหน้าปากประตู ชิมเมอร์ซัดจ่อๆ ไม่เหลือ
- 🔁 นาที 75: มัทเทียส ฮอนซัค ลงแทน ยาน นิอุส เพื่อเติมเกมบุก
- 🟨 นาที 77: เบเนดิคท์ กิมเบอร์ รับใบเหลืองจากการฟาวล์ตัดเกม
- 🔁 นาที 81: ยานนิค วากเนอร์ ลงแทน โยนาส เฟอเรินบัค ทางฝั่งซ้าย
- 🔁 นาที 90: ไมนซ์ส่ง อาร์โนด์ นอร์ดิน กับ เลนนาร์ด มาโลนีย์ ลงสนามแทน ทิทซ์ และ อามิรี เพื่อแพ็กเกมรับ
- 🟨 นาที 90+4: วิดเมอร์ถูกใบเหลืองจากการถ่วงเวลา แต่สุดท้ายไมนซ์ยังคุมเกมจนจบคว้าชัย
🏅 Player of the Match
คนที่โดดเด่นที่สุดแบบไม่ต้องเถียงคือ นาดีม อามิรี เพลย์เมกเกอร์เบอร์ 10 ของไมนซ์ เจ้าของเรตติ้งสูงถึง 9.1 ไม่ใช่แค่ประตูสุดคมในครึ่งหลัง แต่เขาคือหัวใจของเกมรุกเจ้าบ้านตลอด 90 นาที การหาพื้นที่ระหว่างไลน์ การเปิดคัทแบ็ก และการจ่ายบอลทะลุช่องหลายครั้งทำให้แนวรับไฮเดนไฮม์ปั่นป่วนไม่หยุด
อามิรีลงต่ำมารับบอลจากโคห์รและซาโนะอยู่ตลอด ก่อนจะเร่งสปีดพาบอลขึ้นหน้าให้วิดเมอร์หรือกองหน้าหลุดไปลุ้นประตู จังหวะที่เขายิงเองก็เกิดจากการอ่านขาจังหวะสองเข้าไปในกรอบอย่างเฉียบแหลม เป็นฟอร์มระดับแบกทีมที่ทำให้แฟนไมนซ์ต้องลุกปรบมือทั้งสนามตอนถูกเปลี่ยนออกช่วงท้ายเกม

📈 สถานการณ์ในตารางคะแนนบุนเดสลีกา
ชัยชนะนัดนี้ทำให้ไมนซ์มี 12 คะแนนจาก 17 นัด ยังอยู่ที่อันดับ 16 แต่สำคัญตรงที่ขยับหนีการเป็นบ๊วยของลีกและเกาะกลุ่มหนีตายได้เหนียวแน่น ตอนนี้โซนท้ายตารางมี 3 ทีมแต้มเท่ากันที่ 12 ได้แก่ ไมนซ์, ซังต์ เพาลี และไฮเดนไฮม์ แต่ไมนซ์มีผลต่างประตูได้เสียดีกว่าเล็กน้อย ทำให้ยังยืนอยู่ในพื้นที่เพลย์ออฟตกชั้นแทนที่จะหล่นไปอันดับสุดท้าย
ฝั่งไฮเดนไฮม์ ความพ่ายแพ้ทำให้พวกเขายังจมอันดับ 18 มี 12 คะแนนเท่าเดิม ประตูได้เสีย -22 หนักที่สุดในลีก สถานการณ์บีบให้ต้องเร่งเก็บแต้มให้ได้โดยด่วน เพราะระยะห่างจากโซนปลอดภัย (อันดับ 15 เอาก์สบวร์ก 14 คะแนน) ยังสามารถไล่ทัน แต่ถ้าฟอร์มแบบนี้ยืดเยื้อออกไป โอกาสรอดตกชั้นจะเลือนลางเร็วมาก
📅 ตารางบอลบุนเดสลีกานัดถัดไป
มองไปข้างหน้าในเชิง โปรแกรมบอล ไมนซ์ต้องออกไปเยือน โคโลญจน์ ในวันที่ 17 มกราคม ต่อด้วยการกลับมาเปิดบ้านรับโวล์ฟสบวร์กวันที่ 24 มกราคม ซึ่งทั้งสองเกมถือว่าเป็นโอกาสทองในการเก็บแต้มเพิ่ม ถ้าเล่นได้เข้มข้นแบบแมตช์นี้ ความมั่นใจของทีมมีลุ้นต่อยอดยาวๆ
ด้านไฮเดนไฮม์ ภารกิจไม่เบากว่าใคร เพราะต้องบุกเยือนโวล์ฟสบวร์กในวันที่ 17 มกราคม ก่อนจะกลับไปเล่นในบ้านเจอไลป์ซิก ทีมแกร่งหัวตารางวันที่ 24 มกราคม ถ้าเก็บแต้มไม่ได้จากสองเกมนี้ สถานการณ์หนีตกชั้นของพวกเขาอาจหนักกว่านี้หลายเท่า
📣 เช็กบ้านผลบอลและตามทุกจังหวะที่ บ้านกีฬา
แฟนบอลสายลุ้นสกอร์สด ถ้าอยากอัปเดตผลแข่งครบทุกคู่ เช็กสรุป บ้านผลบอล พร้อมบทวิเคราะห์สไตล์ดุดันแบบนี้ บ้านกีฬา ขอเป็นเพื่อนคู่จอของคุณ ติดตามเราไว้ให้ดี จะสกอร์ลีกใหญ่ยุโรปหรือลีกหนีตายในเยอรมนี บ้านกีฬาพร้อมเก็บทุกช็อตเดือดมาเล่าให้ฟังกันแบบถึงใจ

