ตำนาน ‘Robbery’ และภาคต่อริมเส้นเวอร์ชัน 2025/26
เกือบสิบปีเต็มที่คู่หูริมเส้นอย่าง Arjen Robben และ Franck Ribéry หรือที่แฟนบอลเรียกรวมกันว่า Robbery ไล่ฉีกแนวรับทั้ง บุนเดสลีกา จนคู่แข่งผวา สร้างยุคทองให้กับ บาเยิร์น มิวนิค คว้าแชมป์เป็นว่าเล่นทั้งในประเทศและเวทียุโรป จนกลายเป็นต้นแบบปีกอินเวอร์ตที่หลายทีมใช้เป็น “แพทเทิร์น” มาจนทุกวันนี้
ผ่านมาเกือบ 7 ปีหลังการอำลาของทั้งคู่ ตอนนี้แฟนเสือใต้เริ่มมีรอยยิ้มแบบเดิมกลับมาอีกครั้ง เมื่อคู่หูริมเส้นชุดใหม่อย่าง Luis Díaz และ Michael Olise โผล่มาในยุคของ แว็งซ็องต์ กอมปานี พร้อมฟอร์มร้อนแรงจนโดนเปรียบเทียบว่าเป็น “ภาคต่อ Robbery” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ด้วยสไตล์เลี้ยงกินตัวแบบไม่กลัวชน ความเร็วระเบิด ความคิดสร้างสรรค์ในการจ่ายบอล และทีเด็ดจบสกอร์ ทั้งสองคนเล่นแล้วให้ภาพเหมือนย้อนเวลากลับไปยุคที่ ร็อบเบน–ริเบรี ยืนคนละฝั่ง สร้างฝันร้ายให้ฟูลแบ็กฝั่งตรงข้ามแทบทุกสัปดาห์
ตัวเลขสุดโหดในบุนเดสลีกา: ปีกสองข้าง + เคน พาเสือใต้ยิงถล่มลีก
แค่ดูตัวเลขก็รู้ว่าไม่ใช่ของเล่น ฤดูกาลนี้ในลีกสูงสุดเยอรมนี Olise และ Díaz ช่วยกันกดไปแล้ว 18 ประตู กับ 17 แอสซิสต์ ขณะที่ตรงกลางมี Harry Kane ซัดคนเดียว 20 ประตู
สามประสานแนวรุกชุดนี้ คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ บาเยิร์น มิวนิค ขยับหนี โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ออกไปถึง 11 แต้ม พร้อมยิงรวมในลีกทะลุ 63 ประตูจากแค่ 16 นัด มากกว่าสถิติเดิมที่ครึ่งฤดูกาลเคยทำไว้ 56 ประตู เรียกได้ว่าระบบเกมรุกของกอมปานีกำลังวิ่งด้วยสปีดระดับมอนสเตอร์
ผลงานระดับนี้ทำให้หลายสื่อในยุโรปยกให้ ดิอาซ–โอลีเซ่ เป็นหนึ่งในคู่หูริมเส้นที่อันตรายที่สุดของโลก ณ เวลานี้ ทั้งความนิ่งยามกดดัน ความเด็ดขาดหน้าเป้า และการสร้างสรรค์โอกาสที่ทำให้แนวรับคู่แข่งไม่กล้าเติมเกมสูงแบบใจกล้าอีกต่อไป
เกมถล่มโวล์ฟสบวร์ก: เวทีโชว์คลาสคู่หูริมเส้น
หนึ่งในนัดที่ปลุกกระแสเปรียบเทียบกับ Robbery ให้ดังขึ้น คือเกมที่เสือใต้เปิดบ้านถล่มโวล์ฟสบวร์กแบบขาดลอย 8-1 ในแมตช์เดย์ที่ 16 ซึ่งคู่หูริมเส้นเล่นกันเหมือน “โหมดโกง”
Olise จัดการเปิดให้ Díaz ยิงประตูที่สองของทีมในช่วงครึ่งชั่วโมงแรก ก่อนที่ตัวเขาเองจะโชว์ทักษะเดี่ยว ลากเลื้อยเข้าไปยิงเป็น 3-1 จากนั้นยังมากดลูกที่สองของตัวเอง โดยครั้งนี้เป็นทีของดิอาซที่จ่ายให้เพื่อนบ้าง
เกมเดียวได้ทั้งยิงทั้งจ่าย สลับกันสร้างอันตรายทั้งสองฝั่ง ทำให้แนวรับโวล์ฟสบวร์กแทบไม่รู้ว่าจะปิดใครก่อน และตอกย้ำว่าคู่หูริมเส้นชุดนี้ไม่ได้มีดีแค่ชื่อ แต่มีของจริงในสนามแบบจับต้องได้
เปรียบเทียบตรง ๆ: Olise = Robben, Díaz = Ribéry
ฟอร์มระดับนี้ทำให้เสียงเปรียบเทียบกับตำนานดังสนั่นไปทั้งสโมสร จนผู้บริหารเองยังเอ่ยปาก เหมือนจะคอนเฟิร์มให้แฟนบอลหายสงสัย
แม็กซ์ เอแบร์ล บอร์ดบริหารฝ่ายกีฬาของสโมสร ยอมรับหลังเกมว่า
เมื่อผมเห็นตำแหน่งและการเคลื่อนที่ของไมเคิล เขาทำให้ผมนึกถึง อาร์เยน ร็อบเบน ขึ้นมาทันที
ก่อนจะเสริมต่อแบบชัดเจนในห้องแต่งตัวว่า
พวกเราเพิ่งคุยกันในห้องแต่งตัว เขาเหมือนร็อบเบนคนใหม่ของเรา – ละเมียด เนียนกริบ และเมื่อมี ‘ลูโช่’ อีกฝั่งหนึ่ง เราก็ได้คนที่สไตล์คล้าย ฟร้องค์ ริเบรี ตัวปั่นป่วนเกมรับคู่แข่ง คู่หูริมเส้นของเราชุดนี้พิเศษจริง ๆ
ฝั่ง Olise ถูกมองว่าเป็นเวอร์ชันใหม่ของร็อบเบน ด้วยสไตล์ยืนริมเส้นขวา เลี้ยงหักเข้าในแล้วกดด้วยเท้าซ้าย ส่วน Díaz รับบทฝั่งซ้ายสาย “ครีเอตความวุ่นวาย” แบบเดียวกับริเบรี ทั้งเลี้ยงกินตัว ล็อกหลบ ฉีกเข้าใน หรือเปิดกดดันใส่แนวรับได้หมด
Michael Olise: ปีกขวาสายเพลย์เมคเกอร์แห่งยุคใหม่
บนฝั่งขวา Michael Olise คือฝันร้ายของหลายทีมใน บุนเดสลีกา ด้วยการวิ่งเติมตลอด 90 นาที เท้าซ้ายที่คมทั้งยิงและจ่าย และการอ่านเกมที่เหนือกว่าปีกทั่วไป
สไตล์ถนัดของเขาคือเลี้ยงตัดเข้าในแล้วปั่นโค้ง เหมือนที่แฟนบอลเคยเห็นจากร็อบเบนมาตลอดหลายปี แต่ Olise เพิ่มมิติการจ่ายบอลทะลุช่อง และการเชื่อมเกมระหว่างแผงมิดฟิลด์กับกองหน้าเข้าไปด้วย ทำให้เขาไม่ได้เป็นแค่ “ปีกหักเข้าในยิง” แต่เป็นเพลย์เมคเกอร์ริมเส้นเต็มตัว
ตัวเลขในลีกชัดเจนมาก – ช่วงครึ่งซีซัน 2025/26 เขากดไปแล้ว 9 แอสซิสต์ ต่อจากฤดูกาลที่แล้วที่ทำไว้ 15 ครั้ง ซึ่งหมายความว่าหากยังเดินหน้าแบบนี้ต่อไป มีโอกาสสูงที่จะทำลายสถิติแอสซิสต์สูงสุดตลอดกาลในหนึ่งซีซันของ โธมัส มุลเลอร์ ที่ 21 ครั้งได้เลย
Olise เริ่มซีซันด้วยสองประตูในเกมถล่ม แอร์เบ ไลป์ซิก 6-0 ในนัดเปิดฤดูกาล และยังกลายเป็นตัวแสบของทีมใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเกมเอาชนะดอร์ทมุนด์ หรือเกมไล่ยำไฟร์บวร์ก ที่เขามีส่วนร่วมถึง 5 จาก 6 ประตูของทีม
หลังผ่านแมตช์เดย์ที่ 16 เจ้าตัวขยับตัวเลขส่วนตัวขึ้นมาอยู่ที่ 9 ประตู และ 9 แอสซิสต์ มีลุ้นจบซีซันด้วยสถิติที่ดีขึ้นจากปีก่อนที่ทำไว้ 12 ประตู 15 แอสซิสต์อย่างชัดเจน
Luis Díaz: ปีกซ้ายสาย ‘ความโกลาหลสร้างสรรค์’
อีกฝั่งคือ Luis Díaz ที่ย้ายมาจากลิเวอร์พูลและใช้เวลาไม่นานในการปรับตัวเข้ากับชีวิตในบาวาเรีย แทนที่ Kingsley Coman และ Mathys Tel ในฝั่งซ้าย พร้อมยกระดับเกมรุกของทีมให้มีมิติที่กล้าบวกกว่าเดิม
ดิอาซเริ่มต้นใน บุนเดสลีกา ได้อย่างร้อนแรง ซัด 5 ประตูจากแค่ 6 นัดแรก ในลีก ก่อนจะเดินหน้าทำผลงานต่อเนื่อง และตอนนี้มีส่วนร่วมกับประตูรวม 17 ครั้ง (9 ประตู 8 แอสซิสต์) จาก 15 เกม ตัวเลขแบบนี้สำหรับปีกซ้ายคือระดับท็อปของยุโรป
สิ่งที่ทำให้กอมปานีหลงรักดิอาซ ไม่ใช่แค่จำนวนประตู แต่คือสไตล์การเล่นแบบ “ทำให้คู่แข่งเดาไม่ออก” เขายิงประตูสำคัญใส่ทั้ง ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต, ซังต์ เพาลี และโวล์ฟสบวร์ก ในจังหวะที่ทีมต้องการประตูขึ้นนำหรือตอกย้ำชัยชนะ
กอมปานีเคยอธิบายลูกทีมคนนี้ไว้ชัดเจนว่า
ลูโช่มีความเป็น “ความคิดสร้างสรรค์ในความโกลาหล” อยู่ในตัว เขาทำอะไรบางอย่างออกมาได้เสมอในจังหวะที่ทุกอย่างดูวุ่นวาย สำหรับกองหลังแล้ว นักเตะแบบนี้รับมือยากมาก เพราะคุณไม่มีทางรู้เลยว่าจังหวะนั้นบอลอยู่ในกำมือคุณ หรืออยู่ในกำมือเขากันแน่
นี่คือภาพชัด ๆ ว่าทำไมดิอาซถึงถูกมองว่าเป็นเวอร์ชันใหม่ของริเบรี – ปีกที่พร้อมสร้างความวุ่นวายให้แนวรับคู่แข่งทุกครั้งที่ได้บอล
มรดก Robbery กับภารกิจเขียนหน้าประวัติศาสตร์ใหม่
แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงการเปรียบเทียบกับ Robben–Ribéry ตัวเลขความสำเร็จยังห่างกันเยอะ ตลอดวัยทองร่วมกันกว่าทศวรรษ ทั้งคู่พา บาเยิร์น มิวนิค กวาด แชมป์บุนเดสลีกา 7 สมัย, เดเอฟเบ โพคาล 4 สมัย และ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 1 สมัย ทิ้งมรดกระดับตำนานเอาไว้ให้คนรุ่นหลังเทียบ
ด้วยช่องว่างอายุราวสี่ปีระหว่าง Olise และ Díaz โอกาสจะอยู่เล่นร่วมกันยาวระดับเดียวกับ Robbery อาจเป็นเรื่องยาก แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ คู่หูชุดนี้คือ “แพ็กเกจริมเส้น” ที่ใกล้เคียงตำนานที่สุดเท่าที่เสือใต้เคยมีมา ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้
ปีกอินเวอร์ตทั้งสองฝั่งที่เลี้ยงตัดเข้ายิง ขยับเข้าในมาเป็นเพลย์เมคเกอร์ และยังวิ่งประสานกับฟูลแบ็กได้ตลอด 90 นาที คือภาพที่แฟนบอลเสือใต้คุ้นเคยในยุค Robbery และตอนนี้กำลังหวนกลับมาอีกครั้งในยุค Luis Díaz – Michael Olise
บอลยุคใหม่กับความสำคัญของปีกอินเวอร์ต
หากมองในมุมแท็กติกฟุตบอลยุคปัจจุบัน ทีมใหญ่ระดับท็อปของยุโรปแทบทุกทีมต่างต้องมีปีกแบบ “อินเวอร์ต” อย่างน้อยหนึ่งฝั่ง เพราะไม่เพียงสร้างพื้นที่ให้ฟูลแบ็กเติม แต่ยังดึงเซ็นเตอร์แบ็กออกจากตำแหน่ง เปิดช่องให้กองหน้าอย่าง Harry Kane ได้เล่นงานตรงกลางง่ายขึ้น
คู่หูริมเส้นที่มีทั้งความเร็ว เทคนิค การจบสกอร์ และสายตาในการจ่ายบอลแบบ Díaz–Olise จึงกลายเป็น “ของหายาก” ในตลาดนักเตะ ยิ่งทั้งคู่กำลังทำผลงานสุดโหดในฤดูกาลแรกที่เล่นร่วมกันแบบเต็ม ๆ ยิ่งทำให้แฟนบอลทั่วโลกจับตามองว่าพวกเขาจะพาเสือใต้ไปไกลแค่ไหน
สำหรับแฟนบอลไทยที่ติดตาม ผลบอลสด เช็ก บ้านผลบอล แทบทุกคืน การได้เห็นบาเยิร์นกลับมามีปีกริมเส้นสไตล์จัดจ้านอีกครั้ง เป็นสีสันที่ช่วยให้เกมลีกเยอรมนีกลับมาคึกคักในสายตาคนดูบ้านเราไม่น้อย
เส้นทางข้างหน้าของเสือใต้และความคาดหวังจากแฟนบอล
ด้วยผลงานที่ยังไม่แพ้ใครในลีก และการทำประตูทะลุสถิติเดิมไปแล้วทั้งที่เพิ่งครึ่งซีซัน 2025/26 หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า นี่อาจเป็นอีกหนึ่งฤดูกาลพิเศษของ บาเยิร์น มิวนิค หรือไม่ หากคู่หูริมเส้นชุดนี้ยังยืนระยะ และสามประสานในแนวรุกยังสุขภาพดีตลอดซีซัน
แม้จะยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่า Díaz–Olise จะไต่ไปถึงระดับเดียวกับ Robbery แต่สิ่งที่พิสูจน์ได้แล้วในวันนี้คือ พวกเขาทำให้แฟนเสือใต้ “ตื่นเต้นเวลาเห็นรายชื่อ 11 ตัวจริง” อีกครั้ง ทุกครั้งที่บอลถูกโยนออกริมเส้น ความคาดหวังต่อการดวลหนึ่งต่อหนึ่ง หรือจังหวะพลิกเกมในพริบตา กำลังกลับมาเป็นภาพคุ้นตาที่อัลลิอันซ์ อารีนาอีกครั้ง
ใครที่รักเกมรุกริมเส้นดุดัน ชอบดูปีกเลี้ยงลุยใส่ฟูลแบ็กแบบไม่กลัวเจ็บ บอกเลยว่าห้ามพลาดติดตามฟอร์มของ Luis Díaz และ Michael Olise ในช่วงที่เหลือของซีซัน เพราะนี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานริมเส้นบทใหม่ของเสือใต้ก็เป็นได้
แฟนบอลที่อยากเกาะทุกจังหวะของโลกฟุตบอล เยอรมัน อังกฤษ ไทย หรือบอลถ้วยใหญ่เล็ก ไม่อยากพลาดข่าวเด็ดมุมมองจัดจ้านแบบนี้ ฝากติดตามทุกความเคลื่อนไหวมันส์ ๆ ได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา

