ภาพรวมสถานการณ์เดือดในถ้ำหมาป่า
สถานการณ์ของ โวล์ฟสบวร์ก กำลังเข้าขั้นวิกฤตในช่วงโค้งสุดท้ายของ ตลาดซื้อขายนักเตะ เดือน มกราคม 2026 เมื่อข่าวร้ายจากแนวรับถาโถมใส่ทีมแบบไม่พัก ล่าสุดสโมสรออกแถลงยืนยันว่า เจนสัน ซีลท์ กองหลังตัวยืมจากซันเดอร์แลนด์ ต้องพักยาวไม่มีกำหนดเพราะอาการบาดเจ็บหัวเข่า ขณะที่คลีตัน แนวรับตัวใหม่ที่เพิ่งเสริมเข้ามาในช่วงหน้าหนาว ก็ยังไม่พร้อมลงสนามจากปัญหาข้อเท้า ทำให้เกมรับของหมาป่าเมืองเบียร์แทบไม่เหลือข่าวดีให้พูดถึง
ทั้งหมดนี้กลายเป็นแรงกดดันโดยตรงต่อทีมบริหารของสโมสร ที่ต้องหาวิธีเสริมแนวรับแบบเร่งด่วนในช่วงเดดไลน์ บุนเดสลีกา หากพลาดอีกครั้ง ฤดูกาลนี้อาจกลายเป็นปีที่ต้องหนีตกชั้นจริงจังมากกว่าที่ใครคาดไว้
แนวรับระส่ำ จนต้องพึ่งเซ็นเตอร์ที่อยากย้ายทีม
เดิมที โวล์ฟสบวร์กก็มีปัญหาอาการบาดเจ็บของ คอนสแตนตินอส คูลิเยรากิส อยู่แล้ว ทำให้กุนซือ ดาเนียล เบาเออร์ จำเป็นต้องหาทางแก้ไขเฉพาะหน้า ด้วยการเรียกใช้บริการจากสองเซ็นเตอร์แบ็กที่สถานะในทีมไม่มั่นคงและต่างก็ “อยากย้ายออก” ทั้งคู่
มอริตซ์ เยนซ์ เป็นที่รู้กันดีว่าต้องการหาความท้าทายใหม่ ส่วนเดนิส วาฟโร ก็เหมือนจะนับถอยหลังวันสุดท้ายกับทีม หลังมีเหตุการณ์ดราม่าช่วงพักเบรกคริสต์มาสที่บ้านเกิดสโลวาเกีย จนภาพรวมห้องแต่งตัวไม่สงบเท่าที่ควร นี่ยังไม่นับผลงานในสนามที่แนวรับเสียประตูง่าย และเคยทำ “สถิติยิงเข้าประตูตัวเอง” จนกลายเป็นประเด็นในลีกมาแล้ว
ล่าสุด โวล์ฟสบวร์กเพิ่งพ่ายให้กับไมนซ์ ซึ่งเป็นคู่แข่งหนีตกชั้นโดยตรง ส่งสัญญาณเตือนชัดเจนว่าถ้าไม่รีบจัดการปัญหาแนวรับ เดี๋ยวเรื่องใหญ่จะตามมาอีกเป็นขบวน
ตลาดหน้าหนาวผิดแผน บอร์ดย้ำเกมรุก ลืมเติมแผงหลัง
ย้อนกลับไปก่อนเปิดตลาดหน้าหนาว สื่อเยอรมันอย่าง Get German Football News วิเคราะห์ไว้แล้วว่า เปเตอร์ คริสเตียนเซ่น กรรมการผู้จัดการ และเพียร์มิน ชเวกลอร์ ผู้อำนวยการกีฬาคนใหม่ จะต้องทำงานภายใต้เงื่อนไข “งบจำกัด” สโมสรยังมีตัวเลขบาลานซ์การซื้อขายติดลบประมาณ -20 ล้านยูโร ทำให้ดีลใหญ่ ๆ ต้องคิดหลายรอบ
ทีมบริหารเลือกให้ความสำคัญกับการเสริมเกมรุกก่อนในเดือนนี้ หวังเพิ่มอาวุธในพื้นที่สุดท้ายเพื่อยกระดับการทำประตู แต่ผลลัพธ์คือพวกเขาเหลือพื้นที่และงบประมาณน้อยเกินไปสำหรับการล่าตัวกองหลังตัวกลางเป้าหมายหลักอย่าง ชาร์ลี เครสส์เวลล์ จากอังกฤษ
ด้วยข้อจำกัดนี้ โวล์ฟสบวร์กจึงแทบไม่สามารถทุ่มข้อเสนอเกิน 15 ล้านยูโรได้อีกในเดือนนี้ แม้จะมีข่าวโยงกับเซ็นเตอร์แบ็กหลายราย แต่ทุกดีลเหมือนต้องปีนเขาสูง บอร์ดบริหารต้องพยายามเจรจาแบบแทบไม่มีพื้นที่พลาด ขณะที่เวลาใน ตลาดซื้อขายนักเตะ ก็นับถอยหลังเข้าเดดไลน์ทุกวินาที
ข่าวลือ “โค อิตาคุระ” ความจริงแล้วไกลกว่าที่คิด
ชื่อของ โค อิตาคุระ อดีตกองหลังโบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ที่ปัจจุบันเล่นให้กับอาแจ็กซ์ ถูกโยงเข้ากับโวล์ฟสบวร์กอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อเจาะลึกตามรายงานจากสื่อดัตช์ กลับพบว่าดีลนี้ “โอกาสสำเร็จน้อยมาก” เพราะอาแจ็กซ์ไม่ได้มีท่าทีอยากปล่อยตัวนักเตะออกจากทีมในตอนนี้
ถึงแม้จะมีความเป็นไปได้ในมุมที่ตัวนักเตะอยากย้ายกลับ บุนเดสลีกา แต่สถานการณ์ที่สโมสรแม่ไม่อยากขาย ก็ทำให้ดีลแทบไม่ขยับ เหมือนกับเคสก่อนหน้านี้ของคริสตอฟเฟอร์ อาเยอร์ จากเบรนท์ฟอร์ด ที่ดูแล้วนักเตะก็ไม่ปิดโอกาสย้าย แต่สุดท้ายดีลก็ถูกเบรกตั้งแต่ระดับสโมสร
มีรายงานจากบางสื่อในเยอรมนีระบุว่า อาแจ็กซ์อาจเสนอชื่อ โยซิป ซูตาโล เพื่อนร่วมทีมของอิตาคุระ เป็นตัวเลือกทางเลือกให้โวล์ฟสบวร์กแทน ทว่าค่าตัวโดยประเมินของซูตาโลอยู่ราว 17 ล้านยูโร สูงกว่าอิตาคุระที่ประเมินไว้ราว 10 ล้านยูโรมากพอสมควร เมื่อรวมกับข้อจำกัดด้านการเงินของโวล์ฟสบวร์ก ดีลนี้จึงแทบไม่มีความเป็นไปได้ตั้งแต่ต้น
ทั้งหมดสะท้อนภาพชัดว่า ชเวกลอร์และคริสเตียนเซ่นกำลังถูก “ล็อกมือ” ด้วยเพดานการเงินอย่างแท้จริง แม้รู้ว่าต้องเสริมแนวรับ แต่กลับทำอะไรได้ไม่เต็มที่
หนีตกชั้นหรือไม่? ตัวเลขบนตารางไม่โกหกใคร
เมื่อมองไปที่ ตารางคะแนนบุนเดสลีกา ตอนนี้ โวล์ฟสบวร์กอยู่ในอันดับ 12 มีเพียง 19 คะแนนจาก 19 นัด ตัวเลขนี้ถือเป็นสถิติเลวร้ายที่สุดของสโมสรในประวัติศาสตร์ลีกสูงสุดเยอรมัน โดยครั้งล่าสุดที่พวกเขามี 19 คะแนนหลังผ่าน 19 เกม คือฤดูกาล 2016/17 ตอนนั้นอย่างน้อยผลต่างประตูได้เสียยังดีกว่าเล็กน้อยที่ -10 ขณะที่ซีซั่นปัจจุบันหล่นไปที่ -13 แล้ว
ที่น่ากังวลคือ ทีมดันไปทำแต้มหล่นในเกมกับคู่แข่งหนีตกชั้นโดยตรง ทั้งไมนซ์และไฮเดนไฮม์ แม้จะมีช่วงตอบสนองได้ดีด้วยการเก็บสามคะแนนจากเกมกับซังต์ เพาลีหลังโดนบาเยิร์น มิวนิคถล่มมาก่อน แต่ภาพรวมตลอดซีซั่นยังถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานอย่างชัดเจน
แฟนบอลหมาป่าเมืองเบียร์ย่อมจำได้ดีว่าฤดูกาล 2016/17 พวกเขารอดตกชั้นได้ก็จริง แต่ต้องไปเหนื่อยลากเลือดในรอบเพลย์ออฟกับไอน์ทรัค บราวน์ชไวก์ มาก่อน หลายคนไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำสอง โดยเฉพาะในปีที่ทีมเจอปัญหารุมเร้าทั้งในสนามและนอกสนามแบบนี้
ปัญหาแท้จริงคือ “หัวใจแนวรับ”
ตัวเลขการเสียประตูมาก สถิติการทำเข้าประตูตัวเอง และฟอร์มหลุดง่ายของแนวรับ ล้วนสะท้อนปัญหาใน “โครงสร้างเกมรับ” ของโวล์ฟสบวร์กอย่างชัดเจน ไม่ใช่แค่เรื่องตัวผู้เล่นบาดเจ็บ แต่คือการขาดผู้นำในแผงหลัง ขาดคนคุมไลน์ คุมสมาธิ และยืนระยะได้ตลอด 90 นาที
การที่สโมสรต้องกลับไปใช้คู่เซ็นเตอร์ที่อยากย้ายทีม หรือไม่อยู่ในจุดพีคของความมั่นใจ เป็นสัญญาณที่ไม่ดีสำหรับทีมที่กำลังลุ้นหนีโซนล่างของตาราง ยิ่งตลาดหน้าหนาวกำลังจะปิด หากไม่มีการเสริมตัวระดับใช้งานได้ทันทีเข้ามา ปัญหาเดิม ๆ มีโอกาสถูกฉายซ้ำในครึ่งหลังของฤดูกาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เสียงจากชเวกลอร์หลังพ่ายไมนซ์
ในเกมล่าสุดที่พ่ายไมนซ์ ผู้อำนวยการกีฬาอย่างเพียร์มิน ชเวกลอร์ พูดตรง ๆ แบบไม่อ้อมค้อมหลังเกม ซึ่งสะท้อนความจริงที่ทุกคนในสโมสรต้องยอมรับ
“คู่แข่งดีกว่าเราทุกด้าน” ชเวกลอร์ให้สัมภาษณ์ในโซนมิกซ์โซนของสนาม MEWA อารีนา “ผมรู้ดีว่าตัวเองกำลังก้าวเข้ามาเจออะไร เราจำเป็นต้องตื่นและเผชิญหน้ากับความจริง โชคดีที่ตอนนี้ยังไม่สายเกินไป ผมอยากเปลี่ยนวัฒนธรรมของทีม เราจะเดินหน้าลุยไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้ากับคนที่พร้อมสู้ไปกับเรา”
คำพูดนี้ไม่ใช่แค่การส่องกระจกมองตัวเอง แต่เป็นการส่งสัญญาณไปทั้งห้องแต่งตัว ว่าใครไม่พร้อมสู้ก็อาจไม่มีที่ยืนในโปรเจ็กต์ใหม่ของโวล์ฟสบวร์ก
บทเรียนสำหรับทีมกลางตารางที่เสี่ยงหล่นโซนแดง
สิ่งที่เกิดขึ้นกับโวล์ฟสบวร์กในซีซั่นนี้ เป็นตัวอย่างชัดเจนให้ทุกทีมในลีกใหญ่ทั่วยุโรปเห็นว่า การประเมินขุมกำลังผิดเพียงเล็กน้อยในช่วงซัมเมอร์ หรือวางแผน ตลาดซื้อขายนักเตะ หน้าหนาวแบบเน้นรุกแต่ละเลยเกมรับ อาจพาทีมจาก “กลางตาราง” ไถลลงไปสู่โซนหนีตกชั้นได้ไม่ยาก
ในเชิงแท็กติก ทีมที่เกมรับไม่แน่น ต่อให้เสริมแนวรุกดีแค่ไหน ก็ยากจะเก็บแต้มอย่างสม่ำเสมอในระยะยาว เพราะทุกเกมที่เสียประตูง่าย ความกดดันจะตกไปอยู่ที่แนวรุกให้ต้องยิงให้ได้มากกว่าเสมอ สุดท้ายเมื่อความมั่นใจเริ่มหาย เสียงวิจารณ์เพิ่มขึ้น ความผิดพลาดยิ่งถี่ขึ้นเป็นวงจรอันตราย
แฟนบอลชาวไทยที่ติดตาม บุนเดสลีกา มานานจะคุ้นเคยดีว่า หลายทีมเคยตกหลุมแบบเดียวกันมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นฮัมบูร์ก ชาลเก้ หรือแม้แต่สโมสรใหญ่บางทีมที่เคยต้องหนีตายแบบไม่สมศักดิ์ศรี ดังนั้นการวางโครงสร้างทีมให้สมดุลทั้งรุกและรับ จึงเป็น “กฎเหล็ก” ที่ละเลยไม่ได้เลยในฟุตบอลยุคนี้
มองไปข้างหน้า แฟนหมาป่าต้องภาวนาอะไรบ้าง
จากนี้จนตลาดหน้าหนาวปิดตัว สิ่งที่แฟนโวล์ฟสบวร์กและคอลูกหนังต้องจับตาคือ ทีมจะสามารถดึงเซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่ “พร้อมใช้งานทันที” เข้ามาอุดรูรั่วได้หรือไม่ ถ้าบอร์ดบริหารปิดดีลไม่ได้จริง ๆ ภาระทั้งหมดจะตกอยู่ที่ดาเนียล เบาเออร์และทีมงานสตาฟฟ์โค้ชในการปรับระบบ ลดความเสี่ยง รับมือกับเกมสำคัญแบบไม่มีตัวเลือกมากนัก
ไม่ว่าผลสุดท้ายของซีซั่นนี้จะลงเอยอย่างไร เคสของโวล์ฟสบวร์กคือบทเรียนสำคัญของทีมที่เคยเป็นขาประจำโซนกลางตาราง ว่าถ้าเผลอประมาท ตลาดซื้อขายสะดุดไม่เข้าเป้า เพียงครึ่งซีซั่นก็อาจต้องหันกลับมามองโซนตกชั้นแบบเต็มตา
แฟนบอลที่อยากตามทุกมุมมองลูกหนังยุโรป ทั้งข่าวซื้อขาย การลุ้นหนีตกชั้น และอัปเดต ผลบอลสด แบบเข้มข้นดุดัน อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ ๆ ได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา เพราะเราจะพาไปเกาะทุกประเด็นร้อนแบบไม่หลุดสักช็อต

