กีราสซี่กลับมาเดินหน้าล่าตาข่ายให้เสือเหลืองอีกครั้ง
เซอร์ฮู กีราสซี่ กลับมาอยู่ในโหมด “เครื่องร้อน” อีกครั้ง หลังซัดสองประตูใส่ไฮเดนไฮม์ พา โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ พลิกนรกจากตามหลัง 1-2 กลับมานำ 3-2 จุดกระแสคำถามทันทีว่า ดาวยิงกินีรายนี้พร้อมหรือยังที่จะเป็นหัวหอกตัวหลักในการไล่ล่าแชมป์ บุนเดสลีกา ไล่บี้ บาเยิร์น มิวนิค แบบจริงจัง
บ้านกีฬา มองว่าช่วงหลังแฟนบอลเสือเหลืองอาจมีแอบกังวลกับฟอร์มของกีราสซี่ โดยเฉพาะจังหวะจุดโทษที่เหมือนเจ้าตัวเริ่มคิดเยอะเกินไป แต่เกมกับไฮเดนไฮม์คือคำตอบชัดเจนว่า เมื่อเขาได้เล่นบนพื้นฐานของ “สัญชาตญาณ” ดาวยิงรายนี้ยังคมกริบและอันตรายสุดๆ สำหรับแนวรับคู่แข่ง
จากยูซีแอลถึงบุนเดสฯ: เมื่อกีราสซี่เริ่มคิดเยอะเกินไป
หลังเกม ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ที่ดอร์ทมุนด์พ่ายอินเตอร์ มิลาน ในนัดสุดท้ายของรอบลีก เซบาสเตียน เคห์ล ผู้อำนวยการกีฬาของสโมสร อธิบายความรู้สึกต่อกีราสซี่เอาไว้ชัดเจน
“เห็นได้ชัดเลยว่าเขากำลังคิดมากกับมันอยู่”
เคห์ลไม่ใช่คนธรรมดา เขาคืออดีตกองกลางที่เคยเล่นในทีมชุดลุ้นแชมป์ร่วมกับดาวยิงระดับพระกาฬอย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ และ ลูคัส บาร์ริออส บ้านกีฬา มองว่าคนแบบนี้รู้ดีว่าดาวยิงระดับท็อปส่วนใหญ่ไม่ใช่พวกคิดนาน แต่คือคนที่ปล่อยให้ “สัญชาตญาณเบอร์ 9” ทำงานมากกว่าสมอง
และนั่นอาจเป็นจุดอ่อนเดียวที่กำลังกัดกินกีราสซี่ในช่วงหลัง เพราะทุกครั้งที่เขาเริ่มคิดเยอะ โดยเฉพาะเรื่องจุดโทษ ผลลัพธ์มักไม่เป็นใจเท่าไหร่
ดราม่าจุดโทษ เกมสุดบ้าคลั่งกับไฮเดนไฮม์
ก่อนเกมนี้ กีราสซี่เพิ่งพลาดจุดโทษมา 2 ครั้งติด ทำให้แรงกดดันถาโถมเต็มๆ แต่เจ้าตัวก็ยังถือบอลมายิงจากระยะ 12 หลาอีกครั้ง และคราวนี้ก็ส่งบอลผ่านมือ ดินาต รามาย นายด่านไฮเดนไฮม์เข้าไป แม้ผู้รักษาประตูจะพุ่งแตะบอลได้ก็ตาม ถือเป็นการปลดล็อกสำเร็จ
อย่างไรก็ตาม ความดราม่ายังไม่จบ เมื่อกีราสซี่พยายามยิงจุดโทษอีกครั้งเพื่อทำแฮตทริก แต่คราวนี้ออกทะเลจน นิโก้ โควัช นายใหญ่ดอร์ทมุนด์ถึงกับควันขึ้น
“เขาอยากลองอะไรบางอย่างอีกครั้ง ซึ่งผมไม่ชอบเลย”
ก่อนหน้าจังหวะพลาดจุดโทษนั้น กีราสซี่ใช้เวลาไม่ถึงสองนาทีระหว่างสองประตู เปลี่ยนสกอร์จาก 1-2 ที่ดอร์ทมุนด์กำลังเสียท่าให้ทีมบ๊วยของลีก กลับมานำ 3-2 แบบสุดเดือด แถมยังมีจังหวะซัดชนคาน และพัวพันกับจังหวะลุ้นประตูอยู่ตลอด
เซบาสเตียน เคห์ล สรุปฟอร์มของกีราสซี่ในเกมนี้ไว้ว่า
“วันนี้เขายิงสองลูก ชนคานอีกหนึ่ง และมีส่วนร่วมในหลายจังหวะอันตราย” ก่อนจะตามด้วยประโยคสำคัญ
“ทั้งหมดนี้จะช่วยให้เขากลับมาได้”
แม้หลายคนจะเถียงว่า ยิงสองลูกใส่ทีมหนีตกชั้นยังพิสูจน์อะไรไม่ได้มาก แต่สำหรับบ้านกีฬาแล้ว สิ่งสำคัญคือ “ความมั่นใจ” ที่กำลังไหลกลับเข้าร่างดาวยิงเบอร์หนึ่งของดอร์ทมุนด์มากกว่า
สถิติคมกริบ ไล่บี้เคนในเวทีบุนเดสลีกา
ตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ชื่อของกีราสซี่อาจถูกกลบด้วยตัวเลขระดับหลุดโลกของ แฮร์รี เคน หัวหอกตัวเก่งของ บาเยิร์น มิวนิค แต่ถ้าดูสถิติแบบเน้นๆ เขาก็ถือเป็นหนึ่งในกองหน้าที่อันตรายที่สุดของ บุนเดสลีกา เหมือนกัน
ชีวิตในเยอรมนีรอบแรกกับโคโลญจน์อาจไม่เปรี้ยงอย่างที่หวัง แต่พอเจ้าตัวกลับมาอีกครั้งกับสตุ๊ตการ์ตในช่วงต้นฤดูกาล 2022/23 ทุกอย่างก็เปลี่ยนทันที กีราสซี่ “ลงมาวิ่งแลกหมัด” กับแนวรับทั้งลีกแบบไม่เกรงใจใคร
ก่อนหน้านั้นเขาเคยยิงสูงสุด 10 ประตูจาก 27 เกมลีก เอิง กับแรนส์ในซีซั่น 2020/21 แต่พอย้ายมาเล่นในเยอรมนีกับ VfB สตุ๊ตการ์ต เขายิง 11 ลูกจาก 22 เกมบุนเดสลีกาทันทีในฤดูกาลแรก เปิดตัวด้วยสถิติที่บอกชัดว่าไม่ได้มาเที่ยว
ฤดูกาลถัดมา เขายกระดับตัวเองขึ้นอีกขั้น กดไป 28 ประตูจาก 28 นัดในลีก ก่อนจะย้ายมาเป็นกองหน้าตัวเป้าของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และยังรักษามาตรฐานได้อย่างยอดเยี่ยม ยิงไป 21 ลูกจาก 30 เกมลีกในปีแรกกับเสือเหลือง
ซีซั่นปัจจุบัน กีราสซี่ยิงไปแล้ว 8 ประตูจาก 19 นัดในลีก ตัวเลขอาจดูไม่หวือหวาเมื่อเทียบกับมาตรฐานสุดโหดของเจ้าตัวในช่วง 3-4 ปีหลัง แต่ก็ยังถือว่าเป็นผลงานที่ “ดีมาก” สำหรับกองหน้าตัวจริงทีมลุ้นพื้นที่ยุโรป และถ้าเครื่องติดเมื่อไหร่ เส้นทางลุ้นแชมป์ก็พร้อมเปิดกว้างทันที
ใจต้องนิ่งก่อนบอลจะคม: ความมั่นใจแบบเหล็กกล้าของกีราสซี่
สิ่งที่ทำให้บ้านกีฬาประทับใจในตัวกีราสซี่ ไม่ได้มีแค่ตัวเลขประตูเท่านั้น แต่คือทัศนคติที่ไม่ยอมให้ความกดดันมาทำลายเกมของเขา
หลังโดนถามเรื่องจำนวนประตูที่ยิงได้น้อยลง เจ้าตัวตอบแบบไม่ลังเลว่า
“ปีที่แล้ว ผมยิงได้เยอะ ปีนี้น้อยลงหน่อย”
“นี่แหละฟุตบอล คุณต้องมีสติและยืนให้นิ่ง มันไม่ได้กระทบผมมากขนาดนั้น”
คำตอบนี้สะท้อนชัดว่า กีราสซี่ไม่ได้หมกมุ่นกับตัวเลขบนสกอร์บอร์ดจนเกินไป เขารู้ดีว่าฟุตบอลมีขึ้นมีลง และหน้าที่ของกองหน้าคือการพร้อมเสมอในจังหวะสำคัญต่อไป
ดังนั้นต่อให้ใครจะพูดถึงเรื่องการลุ้นแชมป์บุนเดสลีกาของดอร์ทมุนด์มากแค่ไหน ดาวยิงวัย 29 รายนี้ก็ไม่น่าจะเสียสมาธิ เขาน่าจะโฟกัสเพียงอย่างเดียวคือ “ยิงให้ได้ในเกมถัดไป” ซึ่งหากเขาทำได้อย่างต่อเนื่อง ช่องว่างคะแนนระหว่างดอร์ทมุนด์กับบาเยิร์นย่อมถูกบีบให้แคบลงโดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะเมื่อทีมของวินเซนต์ กอมปานี ต้องยกพลมาเยือนซิกนัล อิดูนา พาร์ค ในเกมใหญ่แมตช์เดย์ที่ 24
ดราม่าจุดโทษที่อาจเป็นจุดจบในฐานะเพชฌฆาต 12 หลา
แม้กีราสซี่จะยังอันตรายในเกมโอเพนเพลย์ แต่ประเด็นเรื่องจุดโทษคงทำให้แฟนเสือเหลืองหลายคนเริ่มไม่สบายใจ และดูเหมือนตัวนักเตะเองก็คิดคล้ายกัน เพราะต่อให้เขากลับมายิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำ โอกาสจะได้กลับไปยืนที่จุด 12 หลาอีกครั้งอาจยากขึ้นกว่าเดิม
สถานการณ์ตอนนี้คือ ดอร์ทมุนด์มีมือสังหารจุดโทษหลักอยู่แล้วทั้ง เอ็มเร ชาน และ รามี่ เบนเซไบนี่ แต่ในเกมล่าสุดทั้งคู่หายไปจากสนาม ทำให้กีราสซี่ขึ้นมารับหน้าที่แทน และเกิดดราม่าตามมาแบบที่เห็น
จากน้ำเสียงของโควัชและบรรยากาศโดยรวมในทีม มีแนวโน้มสูงว่ากีราสซี่น่าจะถอยออกมาจากบทบาทนี้ไปพักใหญ่ ซึ่งเจ้าตัวเองก็ยืนยันในภายหลังว่า
“ผมเล่นฟุตบอลเพื่อความสนุก สำหรับผม เกมนี้มันบ้ามาก เพราะอีกด้านหนึ่งผมยิงได้สองประตู แต่อีกด้านหนึ่งผมกลับพลาดจุดโทษ แต่เราชนะอีกครั้ง นั่นคือสิ่งสำคัญที่สุด” ก่อนปิดท้ายชัดๆ ว่า “สำหรับตอนนี้ ผมขอพอเรื่องยิงจุดโทษไว้แค่นี้ก่อน”
นั่นหมายความว่า ต่อให้ดอร์ทมุนด์ได้จุดโทษ และสองมือสังหารหลักไม่อยู่ในสนาม แฟนๆ ก็คงไม่ได้เห็นกีราสซี่ยืนประจำการที่จุดโทษในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน
บทเรียนระยะยาวจากกองหน้าตัวเป้าในเกมสมัยใหม่
ในมุมมองของ บ้านกีฬา เรื่องราวของกีราสซี่ในซีซั่นนี้สะท้อนภาพใหญ่ของฟุตบอลยุคใหม่ได้ชัดเจน กองหน้าตัวเป้าไม่ได้มีหน้าที่แค่จบสกอร์ แต่ต้องรับมือกับแรงกดดันมหาศาล ตั้งแต่สถิติการยิงประตูที่ถูกจับจ้องไปจนถึงการรับหน้าที่สังหารจุดโทษที่มีผลต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของทีม
กรณีของกีราสซี่จึงกลายเป็นตัวอย่างที่ดีว่า บางครั้งการถอยจากจุดโทษอาจไม่ใช่ความล้มเหลว แต่คือการจัดการภาระทางจิตใจให้เหมาะสม ปล่อยให้ตัวเองได้กลับไปเล่นในบทบาทที่ถนัดที่สุด นั่นคือการหาพื้นที่ในกรอบเขตโทษ วิ่งตัดไลน์แนวรับ และจบสกอร์จากจังหวะโอเพนเพลย์ ซึ่งคือสิ่งที่ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในกองหน้าที่อันตรายที่สุดของบุนเดสลีกาในช่วงหลายปีหลัง
ดอร์ทมุนด์พร้อมไล่ล่าบาเยิร์น ถ้ากีราสซี่ยังร้อนแรงแบบนี้
มองไปข้างหน้า หากกีราสซี่ยังรักษาฟอร์มการจบสกอร์แบบเกมกับไฮเดนไฮม์ต่อไปเรื่อยๆ โอกาสที่ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จะไล่บี้ บาเยิร์น มิวนิค จนลุ้นแชมป์บุนเดสลีกาแบบยาวๆ ก็ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน โดยเฉพาะในเกมใหญ่ที่ต้องเจอกับทีมของวินเซนต์ กอมปานี การมีดาวยิงที่พร้อมเปลี่ยนโอกาสเล็กๆ ให้กลายเป็นประตูคือสิ่งที่ทีมลุ้นแชมป์ทุกทีมต้องมี
สุดท้ายแล้ว ดอร์ทมุนด์จะเบียดบาเยิร์นขึ้นไปยืนบนหัวตารางได้หรือไม่ อาจไม่ได้อยู่ที่แท็กติกเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่ากีราสซี่จะสามารถปล่อยให้ “สัญชาตญาณดาวยิง” ของตัวเองนำทางมากกว่าความคิดที่ฟุ้งซ่านในหัวได้แค่ไหน
แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอล ข่าวเด่นจากยุโรป ไปจนถึงเรื่องร้อนวงการลูกหนัง ติดตามได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา เราจะพาคุณเกาะขอบสนามแบบเข้มข้นทุกวัน

