⚽ ภารกิจเกมที่ 400 ของกินเทอร์ เกมนี้ไม่ใช่แค่นัดธรรมดา
มัทเธียส กินเทอร์ กำลังจะขีดเส้นใต้ชื่อของตัวเองในหน้าประวัติศาสตร์ บุนเดสลีกา อีกครั้ง เมื่อเขามีลุ้นลงสนามเป็นนัดที่ 400 ในเกมที่ ไฟรบวร์ก เปิดบ้านรับมือ เวร์เดอร์ เบรเมน ในแมตช์เดย์ 21 ฤดูกาล 2025/26
ในบรรดาผู้เล่นนอกสนามที่ยังค้าแข้งอยู่บนลีกสูงสุดตอนนี้ กินเทอร์คือคนที่ลงเล่นมากที่สุด แต่ถ้าวัดรวมทุกตำแหน่ง เขายืนอยู่ตรงไหนของ “แรงค์กิ้งตัวตึง” กันแน่ บทความนี้สรุปให้ครบ จบ และชัด
🧱 สถิติ 400 เกมในลีกสูงสุด มาตรวัดของความสม่ำเสมอ
หากกินเทอร์ได้ลงสนามสุดสัปดาห์นี้ เขาจะกลายเป็นผู้เล่นคนที่ 73 ที่แตะหลัก 400 เกมในลีกสูงสุดเยอรมนี แม้ตัวเลขนี้ยังห่างจากสถิติสูงสุดตลอดกาลของชาร์ลี โคเบิล ที่เคยลงเล่น 602 นัดอยู่พอสมควร แต่นี่คือ “หลักไมล์” ที่บอกตรง ๆ ว่า คุณไม่ได้เก่งแค่วันเดียว คุณอยู่รอดได้ในเกมโหด ๆ เป็นสิบปี และยืนระยะให้โค้ชไว้ใจได้จริง
ด้านล่างคือ “ท็อป 10 ผู้เล่นที่ยังแอคทีฟ” ที่ลงเล่นมากที่สุดในลีกตอนนี้ พร้อมเรื่องราวที่ทำให้ตัวเลขพวกนี้มีความหมายมากกว่าคำว่า “ลงสนามเยอะ”
🥇 อันดับ 1-3 คนละทาง แต่ปลายทางคือความยิ่งใหญ่
🧤 อันดับ 1: มานูเอล นอยเออร์ (539 นัด)
ถ้าจะพูดถึงคนที่โผล่ในลิสต์สถิติของลีกเยอรมันบ่อยที่สุด ชื่อนี้แทบจะ “การันตี” คุณภาพ นอยเออร์เริ่มต้นกับชาลเก้ ก่อนย้ายสู่ บาเยิร์น มิวนิค ในปี 2011 และกลายเป็นหนึ่งในผู้รักษาประตูที่ถูกยกให้ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคสมัย
สถิติคลีนชีต 243 เกมของเขาคือหลักฐานความเหนียวระดับตำนาน แถมยังเป็นเจ้าของสถิติชนะในลีกมากที่สุด 369 นัดอีกด้วย และถ้าบาเยิร์นคว้าแชมป์ฤดูกาลนี้ นอยเออร์จะมีลุ้นทำสถิติแชมป์ลีก 13 สมัยเท่ากับโธมัส มึลเลอร์ด้วย ทั้งที่อายุใกล้ 40 แต่ยังคุมพื้นที่เขตโทษได้เหมือนคนไม่เคยแก่
🧤 อันดับ 2: โอลิเวอร์ เบามันน์ (509 นัด)
เบามันน์คือภาพแทนของคำว่า “อึด ทน และคงเส้นคงวา” เขาคือมือหนึ่งทีมชาติเยอรมนีในปัจจุบัน และเพิ่งผ่านหลัก 500 นัดในลีกฤดูกาลนี้ โดยฉลองแบบถึงใจแฟน ๆ ด้วยการมอบเบียร์ 500 ลิตรให้กองเชียร์ฮอฟเฟนไฮม์
ย้ายจากไฟรบวร์กไปซินส์ไฮม์ตั้งแต่ปี 2014 แล้วพลาดเกมลีกไปแค่ 16 นัดเท่านั้น นี่ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่มันคือการดูแลร่างกาย การเล่นแบบฉลาด และความน่าเชื่อถือที่ทำให้เขาได้ปลอกแขนกัปตันตั้งแต่ปี 2022 พร้อมยืนเป็นหนึ่งใน “เสาหลัก” ของสโมสรในรอบทศวรรษที่ผ่านมา
🛡️ อันดับ 3: มัทเธียส กินเทอร์ (399 นัด)
กินเทอร์เดบิวต์ในลีกกับไฟรบวร์กตั้งแต่อายุ 18 ปีในปี 2012 และเปิดตัวแบบฝันหวานทันทีด้วยการยิงประตูชัยพาทีมเฉือนเอาก์สบวร์ก 1-0 จากนั้นเส้นทางของเขาก็พุ่งแรงแบบไม่พัก
เขาย้ายไปดอร์ทมุนด์ในช่วงเดียวกับที่เป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติเยอรมนีชุดแชมป์โลก 2014 ก่อนย้ายไปกลัดบัคในปี 2017 และกลับมา “บ้านเกิดลูกหนัง” อย่างไฟรบวร์กก่อนฤดูกาล 2022/23 พร้อมช่วยทีมยกระดับจนยืนครึ่งบนของตารางได้อย่างมั่นคง
ที่สำคัญคือเขาเพิ่งต่อสัญญาใหม่ก่อนแมตช์เดย์ 21 ฤดูกาลนี้ นั่นหมายความว่าแฟนบอลอาจได้เห็นเขาไต่ตัวเลขต่อไปอีกหลายปี และโอกาสที่จะขยับอันดับบนลิสต์นี้ก็ไม่ได้ไกลเกินเอื้อม
🧠 อันดับ 4-6 กัปตันตัวจริง กับคำว่า “อยู่กับทีมเดียว” ที่หาโคตรยาก
🎯 อันดับ 4: มักซิมิเลียน อาร์โนลด์ (393 นัด)
นักเตะประเภท “วันคลับแมน” ในยุคนี้ถือว่าแรร์ไอเทม แต่อาร์โนลด์คือหนึ่งในนั้น เขาเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดของโวล์ฟสบวร์กตอนเดบิวต์ปี 2011 ด้วยอายุ 17 ปี 5 เดือน 30 วัน และหลังจากนั้นก็เล่นอย่างน้อย 27 นัดในลีกถึง 12 ฤดูกาล
เท้าซ้ายอันตราย ลูกนิ่งคมเป็นมีด และถูกแต่งตั้งเป็นกัปตันทีมในปี 2022 แม้ยังไม่เคยได้แชมป์ลีก แต่เขาคือแกนหลักชุดแชมป์เดเอฟเบ โพคาล 2014/15 แบบไม่ต้องเถียง
🪄 อันดับ 5: ยูเลียน บรันด์ท (369 นัด)
บรันด์ทโตจากระบบเยาวชนโวล์ฟสบวร์ก แต่ไปแจ้งเกิดจริงกับเลเวอร์คูเซ่นในปี 2014 ก่อนย้ายสู่ดอร์ทมุนด์ในปี 2019 และกลายเป็นตัวทำเกมที่ลีกต้องจับตา
ความน่าทึ่งคือเขาลงเล่นอย่างน้อย 30 นัดในลีกตลอด 9 ฤดูกาลเต็มหลังสุด นี่คือมาตรฐานของนักเตะที่ “พร้อมใช้งานเสมอ” ทั้งเรื่องสภาพร่างกายและความสม่ำเสมอในการผลิตประตูและแอสซิสต์
🟦 อันดับ 6: คริสเตียน กึนเทอร์ (359 นัด)
กึนเทอร์คือกัปตันไฟรบวร์ก และเป็นหนึ่งในสองคนในลิสต์นี้ที่เล่นให้สโมสรเดียวตลอดอาชีพ เขารับปลอกแขนตั้งแต่ปี 2021 ผ่านทั้งช่วงขึ้น ๆ ลง ๆ ตั้งแต่บุนเดสลีกา 2 จนถึงลุยยูโรปาลีก
จุดเด่นของคนที่ลงสนามเยอะขนาดนี้คือ “หนีอาการเจ็บ” และกึนเทอร์ทำได้โหดมาก เขาเคยลงเล่นในลีกติดต่อกัน 134 นัด ระหว่างแมตช์เดย์ 24 ฤดูกาล 2018/19 ถึงแมตช์เดย์ 21 ฤดูกาล 2022/23 นี่คือความฟิตที่โค้ชรัก แฟนบอลไว้ใจ
🔥 อันดับ 7-10 แชมป์โลก ตัวโหดใบเหลือง และคนที่ล่าแชมป์สมัยที่ 8
🏆 อันดับ 7: มาริโอ เกิทเซ่ (331 นัด)
ฮีโร่ผู้ยิงประตูชัยนัดชิงบอลโลก 2014 ผ่านเวทีใหญ่อย่างดอร์ทมุนด์ บาเยิร์น และแฟร้งค์เฟิร์ตในลีกเยอรมัน กวาดแชมป์ลีก 5 สมัย และช่วงพีคสุดคือการพาดอร์ทมุนด์แชมป์ติดกันปี 2011 และ 2012
ถ้าเขาไม่ออกไปเล่นให้พีเอสวีสองฤดูกาลก่อนย้ายมาแฟร้งค์เฟิร์ตในปี 2022 อันดับของเขาในลิสต์นี้อาจสูงกว่านี้อีก
🧱 อันดับ 8: โจนาธาน ทาห์ (324 นัด)
ทาห์เริ่มต้นเกมลีกกับฮัมบวร์กปี 2013 ก่อนสร้างชื่อยาว ๆ กับเลเวอร์คูเซ่นหลังย้ายในปี 2015 และฤดูกาล 2023/24 คือปีที่เขา “อัปเกรดเป็นระดับท็อป” ด้วยการลงเล่นเกือบครบทุกนัด พาทีมคว้าแชมป์ลีกแบบไร้พ่าย
จากนั้นเขาย้ายไปบาเยิร์นในซัมเมอร์ 2025 และดูทรงแล้วโอกาสเพิ่มเหรียญแชมป์สมัยที่สองก็กำลังมา เพราะทีมที่เขาอยู่คือเครื่องจักรล่าแชมป์อยู่แล้ว
🟥 อันดับ 9: โดมินิค โคห์ร (321 นัด)
โคห์รเป็นเคสที่แฟนบอลจำได้ทั้ง “ความสารพัดประโยชน์” และ “สายเดือดทางวินัย” เขามีใบเหลืองในลีกถึง 110 ใบ เป็นรองแค่สเตฟเฟ่น เอฟเฟนแบร์กในประวัติศาสตร์ และยังครองสถิติใบแดงมากที่สุดในบุนเดสลีกาที่ 9 ใบด้วย
แต่ถึงจะดุ โคห์รก็เป็นนักเตะที่โค้ชหลายทีมใช้งานต่อเนื่อง ทั้งเลเวอร์คูเซ่น เอาก์สบวร์ก แฟร้งค์เฟิร์ต และไมนซ์ เพราะเล่นได้หลายตำแหน่ง แก้ปัญหาได้ และใส่สุดทุกเกม
🏅 อันดับ 10: เลออน โกเร็ตซ์ก้า (314 นัด)
โกเร็ตซ์ก้าผ่านการลงเล่นเต็มฤดูกาลในลีกา 2 กับโบคุ่ม ก่อนเดบิวต์ลีกสูงสุดกับชาลเก้ในปี 2013 แล้วเติบโตเป็นแกนหลักอย่างรวดเร็ว ประสานงานกับเลรอย ซาเน่ จนชาลเก้ขึ้นไปลุ้นหัวตารางอยู่ช่วงหนึ่ง
หลังฤดูกาล 2017/18 ที่ชาลเก้จบรองแชมป์ เขาย้ายสู่บาเยิร์น และนับตั้งแต่นั้นชาลเก้ก็ไม่เคยจบสูงกว่าอันดับ 12 ในลีกอีกเลยเหมือนเรื่องมันบังเอิญเกินไป
เขาคว้าแชมป์ลีกไปแล้ว 7 สมัย และลงเล่นให้บาเยิร์นเกิน 290 นัด ตอนนี้เป้าหมายชัดมาก คืออยากเติมแชมป์ลีกสมัยที่ 8 ให้ก่อนอำลาสโมสรในซัมเมอร์นี้
📌 สรุปโผ “ตัวตึงลงสนาม” ผู้เล่นแอคทีฟในบุนเดสลีกา
- นอยเออร์ 539
- เบามันน์ 509
- กินเทอร์ 399
- อาร์โนลด์ 393
- บรันด์ท 369
- กึนเทอร์ 359
- เกิทเซ่ 331
- ทาห์ 324
- โคห์ร 321
- โกเร็ตซ์ก้า 314
🌍 ทำไมสถิติลงสนามถึงสำคัญกับแฟนบอลไทย
ในโลกฟุตบอล ตัวเลขการลงเล่นไม่ได้แปลว่าใคร “เก่งกว่า” เสมอไป แต่มันสะท้อนอีกด้านที่แฟนบอลมักมองข้าม นั่นคือความมืออาชีพ การดูแลร่างกาย การยืนระยะท่ามกลางโปรแกรมเตะถี่ยิบ และการเป็นคนที่โค้ชพร้อมส่งลงไป “รับผิดชอบเกม” ทุกสัปดาห์ และสำหรับแฟนบอลที่ตามเช็กโปรแกรม เช็กฟอร์ม เช็กตัวจริงก่อนเกม สถิติแบบนี้คือข้อมูลชั้นดีไว้ประกอบการติดตามเกม รวมถึงใช้วิเคราะห์แนวโน้มก่อนดู ผลบอลสด และเช็ก บ้านผลบอล หลังจบ 90 นาทีได้คมขึ้นกว่าเดิม
🗣️ จังหวะต่อไปที่ต้องจับตา
เกมที่กินเทอร์ลุ้นแตะนัดที่ 400 ไม่ใช่แค่เรื่องสถิติ แต่มันคือสัญญาณว่าไฟรบวร์กยังมี “เสาหลัก” ที่พร้อมพาทีมยืนระยะในซีซันยาว ๆ และถ้าเขายังรักษามาตรฐานความฟิตกับความนิ่งได้แบบนี้ โอกาสขยับอันดับขึ้นไปท้าชนกลุ่มหัวตารางของลิสต์นี้ ก็ไม่ใช่แค่ฝันลม ๆ แล้ง ๆ
แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอล อย่าลืมติดตามข่าวเดือด ๆ อ่านง่าย อัปเดตไว ได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา

