
จาก : ผลบอลสด บุนเดสลีกา ระหว่าง โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค 1-1 ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น วันนี้ 8/2/69 – บ้านกีฬา
ศึกบุนเดสลีกาที่โบรุสเซีย พาร์ก กลายเป็นเกมที่ตึงเครียดตั้งแต่นาทีแรก กลัดบัคของ ยูจีน โปลันสกี เปิดบ้านรับการมาเยือนของเลเวอร์คูเซ่นภายใต้การคุมทีมของ แคสเปอร์ ฮูลมานด์ เกมนี้ทั้งสองทีมต้องการแต้มกันคนละแบบ เจ้าถิ่นหนีโซนล่าง ส่วนทีมเยือนลุ้นไล่จี้หัวตาราง ทำให้บรรยากาศเข้มข้นในสไตล์ ผลบอลสด ตั้งแต่นกหวีดแรกของผู้ตัดสิน คริสเตียน ดิงเกิร์ต
⏱ ครึ่งแรก: กลัดบัคคมกว่า นำก่อนแต่โดนไล่ทัน
เริ่มเกมมา กลัดบัคใช้จังหวะโต้กลับเล่นงานเลเวอร์คูเซ่นตั้งแต่ต้น นาที 7 เควิน ชโตเกอร์ ได้ลองซัดไกลทักทาย แต่ ยานนิส บลาสวิช ยังล้มตัวรับไว้ได้
นาที 10 แผงกลางเจ้าถิ่นดันขึ้นสูง กดดันจนแผงรับทีมเยือนหลุดตำแหน่ง ยานนิค เอ็งเกลฮาร์ดท์ เติมมารับบอลด้านขวาในกรอบเขตโทษ ก่อนกดด้วยขวาเสียบเสาแบบไม่เหลือ ส่งเสียงเฮกระหึ่มทั่วสนาม ให้กลัดบัคออกนำ 1-0 อย่างเฉียบขาด
เลเวอร์คูเซ่นพยายามตั้งเกมบุกเน้นครองบอล นาที 14 ปาทริค ชิค ได้หลุดเข้าไปซัดด้วยซ้ายในเขตโทษ แต่บอลหลุดเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย ก่อนที่นาที 22 ทีมเยือนจะลุ้นจากลูกเตะมุมหลายจังหวะ ทว่ากองหลังเจ้าบ้านช่วยกันเคลียร์ได้หมด
นาที 27 เควิน ดิกส์ ต้องรับใบเหลืองจากจังหวะเสียฟาวล์หยุดเกมรุกของเลเวอร์คูเซ่น กลัดบัคเริ่มถอยลงต่ำเน้นรัดกุม แล้วใช้จังหวะสวนกลับเล่นงาน นาที 35 เยนส์ คาสทรอป ลองส่องไกลอีกครั้ง แต่บลาสวิชยังเหนียวเซฟเอาไว้
เกมต้องหยุดในนาที 37 จากอาการบาดเจ็บของคาสทรอปและอาเล็กซ์ การ์เซีย ก่อนที่ดราม่าจะมาในท้ายครึ่งแรก นาที 44 เลเวอร์คูเซ่นต่อบอลกดดันในพื้นที่สุดท้าย บอลถูกเปิดเข้ากรอบเขตโทษและโดน ฟิลิปป์ ซานเดอร์ แบ็กซ้ายเจ้าถิ่นสกัดพลาดเปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเอง เป็นสกอร์ 1-1 แบบเจ็บใจแฟนกลัดบัคสุด ๆ
ทดเวลาบาดเจ็บ 3 นาที ไม่มีประตูเพิ่ม จบครึ่งแรก ทั้งสองทีมเสมอกัน 1-1 แต่โมเมนตัมเริ่มเทไปฝั่งทีมเยือนที่ครองบอลเหนือกว่า
🔁 ครึ่งหลัง: เลเวอร์คูเซ่นบุกยับ แต่จบไม่ได้
เริ่มครึ่งหลัง เลเวอร์คูเซ่นปรับหมากทันที ส่ง เออร์เนสต์ โปกู ลงมาเติมความเร็วตั้งแต่นาที 46 เพื่อกดดันแนวรับเจ้าถิ่น ด้านกลัดบัคยังยืนแผนเดิม เน้นรับแน่นแล้วรอสวน
นาที 48 ชิกเกือบเปลี่ยนเกมให้ทีมเยือนนำ เมื่อได้ช่องสับไกนอกเขตโทษ บอลพุ่งไปชนเสาซ้ายสนั่น เหล่าแฟนทีมเยือนถึงกับกุมหัวกันทั้งแถบ
หลังจากนั้นเลเวอร์คูเซ่นขึงเกมรุกต่อเนื่อง นาที 54 การ์เซียได้โอกาสลองยิงไกล แต่บอลหลุดกรอบออกไป กลัดบัคตอบโต้ด้วยลูกตั้งเตะ นาที 59 ชโตเกอร์เปิดเตะมุมไปให้เพื่อนโหม่ง แต่บลาสวิชยังเซฟได้อีกครั้ง ขณะที่นาที 60 ร็อคโค ไรซ์ ขึ้นโหม่งจากลูกเตะมุม ทว่าเฉี่ยวเสาออกไปแบบได้เสียว
เกมเริ่มดุเดือดขึ้นนาที 68 เมื่อชโตเกอร์โดนใบเหลืองจากจังหวะเข้าปะทะหนัก ก่อนที่ เอเซเกล ปาลาซิออส มิดฟิลด์ตัวสำรองของเลเวอร์คูเซ่นจะโดนเหลืองตามจากจังหวะฟาวล์เช่นกัน
ท้ายเกมเลเวอร์คูเซ่นบุกเป็นพายุ นาที 76 อเลฆันโดร กริมาลโด ลองซัดไกลให้ นิโคลัส ต้องออกแรงเซฟอีกครั้ง นาที 80 ทีมเยือนขยับอีกสองครั้ง ส่ง มาร์ติน เตริเยร์ กับ คริสเตียน โคฟาเน ลงมาช่วยขันเกมรุก ทำให้แนวรับกลัดบัคต้องยืนอัดในกรอบเขตโทษแทบทั้งทีม
นาที 85 ชิคโดนใบเหลืองจากจังหวะเล่นต่อเนื่องแล้วมีปากเสียงกับผู้ตัดสิน เลเวอร์คูเซ่นยังได้ลุ้นจากฟรีคิกของกริมาลโด นาที 89 แต่บอลก็ยังเหินข้ามคานไป ทดเวลาบาดเจ็บ 5 นาที ทีมเยือนบุกเต็มกำลังได้เตะมุมหลายจังหวะ แต่จังหวะจบสกอร์ยังไม่คมพอ
หมดเวลา กลัดบัคเสมอเลเวอร์คูเซ่น 1-1 แบ่งกันไปทีมละแต้มในเกมที่อึดอัดและลุ้นกันจนวินาทีสุดท้าย

🧾 รายชื่อนักเตะตัวจริง การจัดทัพ และการเปลี่ยนตัว
🏰 โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค (ระบบ 3-5-2)
- ผู้รักษาประตู
- มอริทซ์ นิโคลัส (33) เรตติ้ง 6.4
- กองหลังสามคน
- เควิน ดิกส์ (4) เรตติ้ง 6.3
- นิโค เอลเวดี (30) เรตติ้ง 7.2
- ปิลิปป์ ซานเดอร์ (16) เรตติ้ง 6.2 – มีจังหวะทำเข้าประตูตัวเองต้นเหตุประตูตีเสมอ
- กองกลางและวิงแบ็ก
- ลูคัส อุลริช (26) เรตติ้ง 6.4
- ยานนิค เอ็งเกลฮาร์ดท์ (6) เรตติ้ง 7.2 – ผู้ทำประตูขึ้นนำ
- เควิน ชโตเกอร์ (7) เรตติ้ง 7.1
- ร็อคโค ไรซ์ (27, กัปตัน) เรตติ้ง 6.6
- เยนส์ คาสทรอป (17) เรตติ้ง 7.0
- กองหน้า
- ฟร้องค์ โอโนราต์ (9) เรตติ้ง 6.4
- ฮาริส ทาบาโควิช (15) เรตติ้ง 6.3
- ตัวสำรองที่ถูกใช้
- อาเลโฆ ซาร์โก (8) ลงนาที 68 แทน ทาบาโควิช (เรตติ้ง 6.7)
- โจเซฟ สกัลลี (29) ลงนาที 78 แทน คาสทรอป (เรตติ้ง 6.7)
- ฮูโก โบลิน (38) ลงนาที 79 แทน ชโตเกอร์ (เรตติ้ง 6.6)
- ฟาบิโอ เคียโรเดีย (2) ลงนาที 88 แทน อุลริช
- ชูโตะ มาชิโน (18) ลงนาที 88 แทน โอโนราต์
- ตัวสำรองไม่ได้ใช้
- ยาน ออลส์ชอฟสกี (ผู้รักษาประตู)
- โคตะ ทาไค
- ฟลอเรียน นอยเฮาส์
- เวล โมฮยา
- ผู้เล่นบาดเจ็บ/หมดสิทธิ์
- นาธาน เอ็นกูมู (Out)
- จิโอวานนี เรย์นา (Doubtful)
- โรบิน ฮัก (Out)
- ทิม ไคลน์ดีนสต์ (Out)
🔴 ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น (ระบบ 3-4-2-1)
- ผู้รักษาประตู
- ยานนิส บลาสวิช (28) เรตติ้ง 6.7
- กองหลังสามคน
- จาร์เรลล์ กวานซาห์ (4) เรตติ้ง 6.4
- ลอยค์ บาเด (5) เรตติ้ง 6.7
- เอ็ดมอนด์ แทปโซบา (12) เรตติ้ง 7.0
- วิงแบ็กและมิดฟิลด์ตัวกลาง
- อาร์ตูร์ (13) เรตติ้ง 6.2
- อาเลฆันโดร กริมาลโด (20, กัปตัน) เรตติ้ง 6.7
- เอเซเกล เฟร์นานเดซ (6) เรตติ้ง 6.8
- อาเล็กซ์ การ์เซีย (24) เรตติ้ง 7.4
- ตัวรุกและหน้าเป้า
- โยนาส โฮฟมันน์ (7) เรตติ้ง 6.6
- มาลิก ทิลล์มันน์ (10) เรตติ้ง 6.5
- ปาทริค ชิค (14) เรตติ้ง 6.5
- ตัวสำรองที่ถูกใช้
- เออร์เนสต์ โปกู (19) ลงนาที 46 แทน บาเด (เรตติ้ง 6.4)
- เอเซเกล ปาลาซิออส (25) ลงนาที 65 แทน เฟร์นานเดซ (เรตติ้ง 6.6)
- คริสเตียน โคฟาเน (35) ลงนาที 80 แทน ชิค (เรตติ้ง 6.3)
- มาร์ติน เตริเยร์ (11) ลงนาที 80 แทน โฮฟมันน์ (เรตติ้ง 6.5)
- โรเบิร์ต อันดริช (8) ลงนาที 88 แทน การ์เซีย
- ตัวสำรองไม่ได้ใช้
- โยนาส ออมลิน (ผู้รักษาประตู)
- นีคลาส ลอมบ์
- อักแซล ตาเป
- ลูกัส บาซเกซ
- ผู้เล่นบาดเจ็บ/หมดสิทธิ์
- นาธาน เทลลา (Out)
- มาร์ค เฟล็กเคน (Out)
- อิบราฮิม มาโซ (Doubtful)
- เอลีสเซ แบ็ง เซกีร์ (Out)
- คริสเตียน โคฟาเน (Doubtful แต่ถูกส่งลงสนามช่วงท้ายเกม)
📊 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
ถ้ามองในเชิง วิเคราะห์บอล แท็คติกจะเห็นชัดว่า กลัดบัคเลือกเล่นในระบบ 3-5-2 ที่เน้นความแน่นของโซนกลางและการถอยริมเส้นลงมาช่วยเกมรับ เมื่อไม่มีบอลกองกลางอย่างเอ็งเกลฮาร์ดท์–ชโตเกอร์–ไรซ์ จะยืนบีบช่องกลางตัดจังหวะต่อบอลของเลเวอร์คูเซ่น แล้วเปลี่ยนเป็นเกมสวนกลับเร็วผ่านคาสทรอปและโอโนราต์ ใช้ความขยันและวิ่งไล่บีบเพื่อชิงจังหวะสอง ผลคือทีมเจ้าบ้านแม้จะครองบอลน้อย แต่ทุกครั้งที่ได้ออกบอลขึ้นหน้า มักสร้างโอกาสยิงจัง ๆ ได้ทันที
ฝั่งเลเวอร์คูเซ่นภายใต้ระบบ 3-4-2-1 เน้นคุมเกมด้วยการครองบอลจากคู่กลาง เฟร์นานเดซกับการ์เซีย คอยถ่ายบอลซ้าย–ขวาให้กริมาลโดและอาร์ตูร์เติมขึ้นสูง แล้วเปิดพื้นที่ด้านในให้ทิลล์มันน์กับโฮฟมันน์สอดเข้าไปเล่นระหว่างไลน์กองหลังของกลัดบัค เมื่อครึ่งแรกยังเจาะไม่ได้ก็ยิ่งเร่งสปีดการต่อบอลในครึ่งหลัง แต่จุดอ่อนอยู่ที่จังหวะสุดท้าย ทั้งชิคและตัวสำรองอย่างเตริเยร์ยังหาจังหวะจบคม ๆ ไม่ได้
ในเกมรับ เลเวอร์คูเซ่นเลือกดันไลน์ค่อนข้างสูง กองหลังสามคนต้องดวลหนึ่งต่อหนึ่งกับกองหน้ากลัดบัคอยู่บ่อยครั้ง ทำให้มีช่วงที่ถูกโต้กลับจนต้องฟาวล์ตัดเกม ส่วนกลัดบัคเองเมื่อถอยรับลึก ก็เสี่ยงโดนบอมบ์ใส่หน้ากรอบเขตโทษตลอดเวลา แต่ต้องยกเครดิตให้เอลเวดีกับนิโคลัสที่ช่วยกันเคลียร์บอลอันตรายได้แทบทุกจังหวะ

📈 สถิติการแข่งขันโดยรวม
รูปเกมทั้ง 90 นาทีสะท้อนชัดว่าเลเวอร์คูเซ่นเป็นฝ่ายคุมจังหวะมากกว่า ทีมเยือนครองบอลราว 60% ต่อ 40% ของกลัดบัค ส่งบอลได้ถึง 639 ครั้ง และมีความแม่นยำสูงถึง 90% ขณะที่เจ้าบ้านจ่ายบอล 324 ครั้ง ความแม่นยำประมาณ 84% แสดงให้เห็นว่าเลเวอร์คูเซ่นขึงเกมอยู่กับแดนคู่แข่งเกินครึ่งเวลา
จำนวนโอกาสยิง เลเวอร์คูเซ่นยิงทั้งหมด 8 ครั้ง เข้ากรอบ 2 ส่วนกลัดบัคยิง 7 ครั้ง แต่เข้ากรอบถึง 5 ซึ่งบอกได้ว่าจังหวะลุ้นของเจ้าบ้านมีความคมและตรงเป้ามากกว่า เพียงแต่โดนบลาสวิชเซฟช่วยเอาไว้หลายหน เกมยังมีความดุเดือดพอสมควร ฟาวล์รวมกัน 18 ครั้ง แบ่งเป็นกลัดบัค 8 เลเวอร์คูเซ่น 10 ใบเหลืองฝั่งเจ้าบ้าน 2 ใบ ฝั่งทีมเยือน 3 ใบ ไม่มีใบแดงให้ลุ้น
ลูกเตะมุมทีมละ 2 ครั้ง แสดงให้เห็นว่าสองทีมพยายามปิดพื้นที่ริมเส้นกันดี ทำให้เกมส่วนใหญ่ต้องหาทางเจาะจากหน้ากรอบเขตโทษ และสุดท้ายต้องยอมรับว่าสกอร์ 1-1 สะท้อนสมดุลของเกมได้ค่อนข้างตรง มีทั้งช่วงที่กลัดบัคกด และช่วงที่เลเวอร์คูเซ่นบุกใส่ไม่ยั้ง
📝 เหตุการณ์สำคัญของเกม
- ⚽ นาที 10 ยานนิค เอ็งเกลฮาร์ดท์ ซัดด้วยขวาในกรอบเขตโทษ ส่งกลัดบัคขึ้นนำ 1-0
- ⚠️ นาที 27 เควิน ดิกส์ รับใบเหลืองจากจังหวะฟาวล์ตัดเกมริมเส้น
- ⚽ นาที 44 ฟิลิปป์ ซานเดอร์ สกัดบอลพลาดเข้าประตูตัวเอง เลเวอร์คูเซ่นตีเสมอ 1-1
- 🔁 ทดเวลาครึ่งแรก 3 นาที ไม่มีประตูเพิ่ม จบครึ่งแรกสกอร์ 1-1
- 🔁 นาที 46 เลเวอร์คูเซ่นเปลี่ยนตัว ส่ง เออร์เนสต์ โปกู ลงแทน ลอยค์ บาเด
- 🎯 นาที 48 ปาทริค ชิค ได้ยิงไกลเต็มข้อ บอลพุ่งชนเสาซ้ายอย่างน่าเสียดาย
- 🎯 นาที 54 อาเล็กซ์ การ์เซีย ลองยิงไกลนอกกรอบ บอลหลุดเสาออกไป
- 🎯 นาที 59 กลัดบัคได้เตะมุม ชโตเกอร์ซัดจังหวะสวน แต่บลาสวิชเซฟได้
- 🎯 นาที 60 ร็อคโค ไรซ์ ได้โหม่งจากลูกเตะมุม บอลเฉียดเสาไปนิดเดียว
- ⚠️ นาที 68 เควิน ชโตเกอร์ โดนใบเหลืองจากจังหวะปะทะกลางสนาม
- ⚠️ นาที 68 เอเซเกล ปาลาซิออส ถูกจดชื่อเช่นกันหลังฟาวล์หยาบ
- 🔁 นาที 68 กลัดบัคส่ง อาเลโฆ ซาร์โก แทน ฮาริส ทาบาโควิช เติมความสดเกมรุก
- 🔁 นาที 78 โจเซฟ สกัลลี ลงมาแทน เยนส์ คาสทรอป
- 🔁 นาที 79 ฮูโก โบลิน ลงแทน เควิน ชโตเกอร์
- 🎯 นาที 76 อาเลฆันโดร กริมาลโด ซัดไกลให้ นิโคลัส ต้องพุ่งปัดออกหลัง
- 🔁 นาที 80 เลเวอร์คูเซ่นส่ง มาร์ติน เตริเยร์ และ คริสเตียน โคฟาเน ลงมาแทน โฮฟมันน์ กับ ชิค
- ⚠️ นาที 85 ชิคโดนใบเหลืองจากจังหวะมีปากเสียงและเล่นหนักก่อนถูกเปลี่ยนตัวออก
- 🎯 นาที 89 กริมาลโดได้ยิงฟรีคิกระยะหวังผล แต่บอลลอยข้ามคาน
- 🔁 นาที 88 กลัดบัคเปลี่ยน 2 ตัวรวด ส่ง ฟาบิโอ เคียโรเดีย กับ ชูโตะ มาชิโน แทน อุลริช และ โอโนราต์
- 🔁 นาที 88 เลเวอร์คูเซ่นส่ง โรเบิร์ต อันดริช ลงแทน อาเล็กซ์ การ์เซีย
- ⏱ นาที 90+1 ทดเวลาบาดเจ็บ 5 นาที เลเวอร์คูเซ่นได้เตะมุมเพิ่ม แต่ยังเจาะประตูชัยไม่ได้
- ⏱ หมดเวลาแข่งขัน สกอร์จบที่ กลัดบัค 1-1 เลเวอร์คูเซ่น แบ่งแต้มกันไปทีมละหนึ่งคะแนน
🌟 Player of the Match – อาเล็กซ์ การ์เซีย
ดาวเด่นของเกมนี้ต้องยกให้ อาเล็กซ์ การ์เซีย มิดฟิลด์เลเวอร์คูเซ่นที่ได้คะแนนสูงสุด 7.4 เขาเป็นหัวใจของการเซ็ตเกมรุกจากแดนกลาง คุมจังหวะการต่อบอลและเปลี่ยนแกนสนามได้อย่างเนียนตา หลายครั้งที่การ์เซียถอยลงมารับบอลจากกองหลังแล้วแทงทะลุช่องขึ้นหน้าให้ตัวรุกวิ่งทำทาง ทำให้แนวรับกลัดบัคต้องตามปิดทั้งเกม
นอกจากการจ่ายบอลแม่นยำแล้ว การ์เซียยังมีจังหวะส่องไกลสร้างความหวาดเสียวให้ นิโคลัส อยู่ตลอด และเป็นคนที่อ่านเกมก่อน–หลังเสียบอลได้ดี คอยไล่แย่งคืนจนเลเวอร์คูเซ่นสามารถกดกลัดบัคให้อยู่แดนตัวเองในช่วงยาว ๆ ได้ ไม่แปลกที่หลังจบเกมเขาจะถูกยกให้เป็น Player of the Match อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง

📌 สถานการณ์ในตารางคะแนนบุนเดสลีกา
ผลเสมอในเกมนี้ทำให้เลเวอร์คูเซ่นเก็บเพิ่มเป็น 36 คะแนน รั้งโซนหัวตารางในอันดับ 5 ของบุนเดสลีกา ยังมีลุ้นบี้กลุ่มท็อปโฟร์ต่อไป แม้จะพลาดโอกาสคว้า 3 แต้มที่อาจพาไล่จี้ทีมอย่างฮอฟเฟนไฮม์และสตุ๊ตการ์ตให้ใกล้กว่านี้ แต่เมื่อมองในภาพรวม การบุกมาแบ่งแต้มจากเกมเยือนที่ไม่ง่ายก็ถือว่าไม่น่าเสียหายมากนัก
ด้านกลัดบัค เก็บแต้มเพิ่มเป็น 22 คะแนน อยู่ราวโซนกลาง–ล่างของตาราง ห่างจากโซนตกชั้นพอสมควร แต่ยังไม่มีพื้นที่ให้พลาดบ่อย เพราะทีมด้านล่างอย่างเอาก์สบวร์ก ไมนซ์ หรือโวล์ฟสบวร์กกำลังดิ้นรนเต็มที่ หากหลุดฟอร์มในช่วงโปรแกรมถัดไปอาจโดนดูดลงไปลุ้นหนีตกชั้นได้ทุกเมื่อ
📅 ตารางบอลและโปรแกรมนัดถัดไป
เมื่อมองไปที่ ตารางบอล และ โปรแกรมบอล ในช่วงต่อไป กลัดบัคต้องเจองานหนักต่อเนื่อง เริ่มจากการออกไปเยือน ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต ก่อนจะมีเกมเยือนไฟแรงอย่าง ไฟรบวร์ก รออยู่ หากเก็บคะแนนไม่ได้มากพอ สถานการณ์ในตารางอาจตึงมือทันที
ฝั่งเลเวอร์คูเซ่นเองก็ไม่เบา พวกเขามีคิวเปิดบ้านดวล ซังต์ เพาลี ในบุนเดสลีกา ซึ่งเป็นเกมสำคัญในการยึดพื้นที่หัวตาราง ก่อนจะต้องโฟกัสไปที่ศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก กับการบุกเยือน โอลิมเปียกอส ที่กรีซ โปรแกรมถี่และหนักแบบนี้ทำให้การโรเตชันตัวผู้เล่นและการจัดการสภาพร่างกายคือโจทย์สำคัญของฮูลมานด์ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า
📣 ติดตามบ้านผลบอลได้ที่บ้านกีฬา
เกมนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของฟุตบอลเยอรมันที่เข้มข้น ดุดัน และพลิกผันได้ตลอดเวลา แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะทั้งสกอร์สด สถิติละเอียด และบทสรุปหลังเกมแบบเจาะลึก อย่าลืมติดตาม บ้านผลบอล และคอนเทนต์ฟุตบอลครบเครื่องได้ที่ บ้านกีฬา บ้านของคนรักลูกหนังตัวจริง ที่จะคอยอัปเดตทุกข่าวทุกแมตช์ให้ทันใจตลอดทั้งฤดูกาล

