🔥 กีราสซี่คืนเส้นทางสังหาร ดอร์ทมุนด์เริ่มเห็นแวว “ไล่ล่าแชมป์”
Serhou Guirassy กลับมาอยู่บนเส้นทางของคนยิงประตูอีกครั้ง หลังซัดไป 3 ประตูจาก 2 เกมหลังสุด จนแฟนบอลเริ่มตั้งคำถามแบบมีความหวังว่า โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จะได้ตัวจุดชนวนสำคัญสำหรับการเดินหน้าลุ้นแชมป์บุนเดสลีกาหรือไม่ เพราะสำหรับทีมที่ต้องการไล่บี้ บาเยิร์น มิวนิค ทุกประตูมีความหมาย และทุกความมั่นใจของดาวยิงคือเชื้อเพลิงชั้นดี
🎯 เคห์ลจับสัญญาณชัด “เขาคิดมากไป” ก่อนพลาดโอกาสทอง UCL
หลังเกมยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ที่ดอร์ทมุนด์พ่ายให้กับอินเตอร์ มิลาน ในเกมสุดท้ายของรอบลีกเฟส เซบาสเตียน เคห์ล ผอ.กีฬาของทีมออกมาพูดถึงจังหวะสำคัญตั้งแต่ต้นเกมที่กีราสซี่หลุดโอกาสทองไปแบบน่าเสียดาย โดยกล่าวว่า
“คุณเห็นได้ชัดเลยว่าเขากำลังคิดมากกับมันอยู่”
เคห์ลที่ผ่านประสบการณ์กับทีมชุดลุ้นแชมป์บุนเดสลีกามาแล้ว และเคยร่วมงานกับกองหน้าระดับ “ยิงเป็นว่าเล่น” อย่างโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ และลูคัส บาร์ริออส มองว่าตัวเลขของกองหน้าระดับท็อปไม่ได้มาจากการคิดเยอะ แต่มาจาก “สัญชาตญาณ” ล้วน ๆ การยิงที่คมจริงต้องเกิดในเสี้ยววินาที ไม่ใช่หยุดคิดให้โอกาสหายไป
⚠️ ปมจุดโทษยังหลอน แต่ปลดล็อกได้แล้ว…แต่อาการเดิมยังโผล่
ประเด็นที่เหมือนเงาตามตัวกีราสซี่คือปัญหาในจังหวะยิงจุดโทษ เขาพลาดมา 2 ครั้งติด ก่อนจะกลับมายิงเข้าจนได้ในเกมกับไฮเดนไฮม์ (Matchday 20) แม้ผู้รักษาประตูดินัต รามาย จะปัดโดนบอลได้ก็ตาม แต่สิ่งที่ตามมาคือ “ความไม่นิ่ง” ยังแอบหลุดให้เห็นภายหลังในเกมเดียวกัน
นิโก้ โควัช กุนซือดอร์ทมุนด์พูดตรงแบบไม่อ้อมค้อมหลังเห็นกีราสซี่พยายามทำบางอย่างเพื่อหวังแฮตทริกแล้วออกมาดูไม่ดีเอาเสียเลยว่า
“เขาอยากลองทำอะไรแบบนั้นอีก ซึ่งผมไม่ชอบเลย”
อย่างไรก็ตาม ก่อนจะมีภาพชวนขัดใจนั้น ดาวยิงทีมชาติกินีทำหน้าที่ตัวเองได้ยอดเยี่ยม ยิง 2 ประตูแบบติด ๆ กัน โดยลูกที่สองเกิดขึ้นหลังลูกแรกเพียง 84 วินาที พลิกสถานการณ์จากตามหลังทีมบ๊วย 1-2 ให้กลับมานำ 3-2 อย่างรวดเร็ว เกมรุกดอร์ทมุนด์เหมือนถูกปลุกให้ตื่นด้วยความดุดันของหมายเลข 9 คนนี้
✅ เคห์ลชี้ “ทุกอย่างจะช่วยเขา” หลังฟอร์มเริ่มกลับมาเป็นรูปเป็นร่าง
เคห์ลวิเคราะห์ฟอร์มกีราสซี่ในเกมนั้นแบบละเอียดและมองบวกสุด ๆ ว่า
“วันนี้เขายิงได้สองประตู ชนคานด้วย และมีส่วนร่วมกับหลายจังหวะที่ดีมาก”
“ทั้งหมดนี้จะช่วยเขาได้แน่นอน”
มุมมองนี้สำคัญ เพราะสำหรับกองหน้าที่กำลังเรียกความมั่นใจ “จังหวะได้ยิง” สำคัญพอ ๆ กับ “จังหวะยิงเข้า” ยิ่งมีส่วนร่วมมากเท่าไร สัญชาตญาณยิ่งกลับมาไวเท่านั้น
⏱️ เกมวูล์ฟสบวร์กคือคำตอบ! จังหวะเดียวก็พอ…พาดอร์ทมุนด์บี้บาเยิร์น
ในเกม Matchday 21 กับวูล์ฟสบวร์ก กีราสซี่มีโอกาสโหม่งช่วงครึ่งแรกแต่เฉียดเสาออกไป ทว่าจังหวะสำคัญจริง ๆ มาในช่วงท้ายเกม เมื่อเหลือเวลาเพียง 3 นาทีจากจบการแข่งขัน จากการประสานงานสวย ๆ ของเฟลิกซ์ เอ็นเมชา กับฟาบิโอ ซิลวา ก่อนที่กีราสซี่จะปาดบอลเข้าประตูจากการจ่ายของซิลวา พาดอร์ทมุนด์ชนะ 2-1
ชัยชนะนัดนี้ทำให้ดอร์ทมุนด์ลดช่องว่างกับจ่าฝูงบาเยิร์นเหลือเพียง 3 คะแนน ก่อนที่ทีมของแว็งซ็องต์ กอมปานี จะมีคิวพบฮอฟเฟ่นไฮม์ในวันอาทิตย์ นี่คือช่วงเวลาที่แรงกดดันเริ่มส่งไปถึงหัวตาราง และแฟนบอลเริ่มได้กลิ่น “ลุ้นแชมป์” แบบจริงจังขึ้นทีละนิด
📈 คนแย้งก็มี…แต่ความมั่นใจคืออาวุธของเพชฌฆาต
แน่นอนว่าจะมีเสียงค้านว่า “ยิงใส่ทีมหนีตกชั้น ไม่ได้แปลว่าคมขึ้นจริง” แต่โลกของกองหน้ามันโหดและตรงไปตรงมา—ความมั่นใจคือทุกอย่าง และเมื่อความมั่นใจกลับมา สัญชาตญาณจะทำงานเอง กีราสซี่พิสูจน์มาหมดแล้วว่าเขาเป็นกองหน้าประเภท “ขอแค่จังหวะเดียวก็ลงโทษคุณได้”
ตลอด 3 ปีหลัง ผลงานของเขาถูกกลบเสียงไปบ้างเพราะตัวเลขสุดเวอร์ของแฮร์รี่ เคน ที่บาเยิร์นทำไว้ แต่ถ้าวัดในฐานะกองหน้าที่สม่ำเสมอและสร้างผลกระทบให้ทีม กีราสซี่ก็อยู่ในกลุ่มแนวหน้าของยุโรปไม่แพ้กัน
🧬 เส้นทางสู่ความโหด: จากโคโลญจน์สู่สตุ๊ตการ์ท แล้วพุ่งชนระดับท็อป
หลังเคยมีช่วงเวลาที่ไม่โดดเด่นนักกับโคโลญจน์ กีราสซี่กลับมาเยอรมนีอีกครั้งเพื่อร่วมทีมสตุ๊ตการ์ทช่วงต้นฤดูกาล 2022/23 แล้วเริ่มยิงแบบ “ติดเครื่อง” ทันที
ก่อนหน้านั้นสถิติที่ดีที่สุดของเขาคือ 10 ประตูจาก 27 นัดในลีกเอิงกับแรนส์ (2020/21) แต่กับสตุ๊ตการ์ท เขายิง 11 ประตูจาก 22 เกมบุนเดสลีกาในช่วงแรก และพัฒนาไปไกลกว่าคำว่า “กองหน้ามีประโยชน์” จนกลายเป็นหนึ่งในดาวยิงที่โหดที่สุดของยุโรป โดยฤดูกาลต่อมายิง 28 ประตูจาก 28 เกมบุนเดสลีกา และฤดูกาลที่แล้วกดอีก 21 ประตูจาก 30 นัด ซึ่งเป็นปีแรกของเขากับดอร์ทมุนด์
ฤดูกาลนี้เขาทำได้ 9 ประตูจาก 20 นัดในลีก ถือว่า “ดี” แต่สำหรับคนที่เคยตั้งมาตรฐานไว้สูงลิ่ว มันเลยถูกมองว่าไม่พีกเท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม จุดที่ทำให้กีราสซี่น่ากลัวคือความมั่นใจที่ไม่สั่นคลอน
🗣️ คำพูดของกีราสซี่: มองความจริงแบบนิ่ง ๆ ไม่หวั่นไหวกับฟอร์มตก
“ปีที่แล้วผมยิงได้เยอะ ปีนี้มันน้อยลง”
“นี่แหละฟุตบอล คุณต้องอยู่กับความจริงและไม่หลงตัวเอง มันไม่ได้กระทบผมมากนัก”
คำพูดนี้สะท้อนชัดว่าเขาไม่ปล่อยให้กระแสหรือเสียงวิจารณ์มากระทบสมาธิ และนั่นคือคุณสมบัติสำคัญของกองหน้าระดับท็อป
🏆 จุดชี้ชะตาอยู่ข้างหน้า: ถ้ายิงต่อเนื่อง ดอร์ทมุนด์มีลุ้นไล่บี้จริง
อย่าคาดหวังกีราสซี่จะหลงกับคำว่า “ลุ้นแชมป์” ง่าย ๆ แต่ถ้าเขายิงต่อเนื่อง ดอร์ทมุนด์ย่อมมีโอกาสลดช่องว่างกับบาเยิร์นลงไปอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบาเยิร์นต้องบุกมาเยือนดอร์ทมุนด์ใน Matchday 24 เกมแบบนี้แหละคือเวทีที่ทีมลุ้นแชมป์ต้อง “วัดของจริง”
อีกจุดที่น่าสนใจคือเรื่องจุดโทษ เพราะจากท่าทีล่าสุด โอกาสที่กีราสซี่จะได้สังหารในเร็ว ๆ นี้ดูจะน้อยมาก หลังเจ้าตัวพูดชัดว่า
“ช่วงนี้ผมพอแล้วกับการยิงจุดโทษ”
“แต่เราชนะอีกครั้ง และนั่นคือสิ่งสำคัญที่สุด”
🌱 มุมมองแฟนบอล: ดาวยิงที่ “คมด้วยสัญชาตญาณ” คือหัวใจของทีมลุ้นแชมป์
ในบุนเดสลีกา หากทีมไหนอยากยืนระยะลุ้นแชมป์จริง ต้องมีคนที่เปลี่ยนโอกาสครึ่งเดียวให้เป็นประตูได้ และกีราสซี่คือประเภทนั้นพอดี ไม่จำเป็นต้องยิงทุกเกมแบบถล่มทลาย แต่ขอแค่ยิงในเกมที่ทีมต้องการแต้ม—นั่นแหละคือค่าของ “เพชฌฆาต” ตัวจริง และถ้าโมเมนตัมนี้เดินต่อไป ดอร์ทมุนด์อาจทำให้การลุ้นแชมป์ฤดูกาลนี้ไม่ใช่เรื่องของบาเยิร์นทีมเดียวอีกแล้ว
ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของบุนเดสลีกาและข่าวฟุตบอลเข้ม ๆ แบบถึงอารมณ์ได้ที่ ข่าวกีฬาฟุตบอลบ้านกีฬา

