
จาก : ผลบอลสด บุนเดสลีกา ระหว่าง แวร์เดอร์ เบรเมน 0-3 บาเยิร์น มิวนิค วันนี้ 14/2/69 – บ้านกีฬา
ศึกบุนเดสลีกาคืนเดือดที่เวเซอร์สตาดิโอน แวร์เดอร์ เบรเมนเปิดบ้านรับการมาเยือนของยักษ์ใหญ่ บาเยิร์น มิวนิค เกมนี้แฟนบอลตามเช็ก ผลบอลสด กันตั้งแต่นาทีแรก เพราะคือแมตช์ชี้ชะตาจ่าฝูงและโซนหนีตกชั้นในเวลาเดียวกัน บ้านกีฬาเห็นตั้งแต่วิธีเดินเกมก็รู้เลยว่า “เสือใต้” มาเพื่อเก็บสามแต้มแบบไม่เปิดโอกาสให้เจ้าถิ่นหายใจ
⏱ ครึ่งแรก: จุดโทษเปิดไหล เคนรัวสองเม็ดเบรเมนมึนทั้งสนาม
เสียงนกหวีดเริ่มเกม บาเยิร์นเป็นฝ่ายเดินเครื่องทันที ไล่เพรสสูงตั้งแต่แดนหน้า ขณะที่เบรเมนเลือกถอยตั้งรับแล้วรอจังหวะสวนกลับจากความเร็วของ อักู กับ นจินมาห์ นาที 4 โอกาสแรกกลับเป็นของเจ้าบ้านเมื่อ โรมาโน ชมิด ซัดด้วยซ้ายจากฝั่งซ้ายแต่บอลหลุดกรอบไปไม่ไกล
นาที 6 บาเยิร์นตอบโต้จากจังหวะ คามารอน ปูเอร์ตาส ได้ส่องมุมแคบ ยังไม่ตรงกรอบ แต่เป็นสัญญาณชัดว่าแนวรับเบรเมนเริ่มตั้งตัวไม่ทัน นาที 9 เสือใต้ได้เตะมุมแล้วเป็น แฮร์รี เคน โหม่งในกรอบแต่โดนบล็อกออกหลัง
นาที 19 จุดเปลี่ยนเกมมาเร็ว เมื่อ เลนนาร์ต คาร์ล ถูกทำฟาวล์ในเขตโทษ ผู้ตัดสินเช็ก VAR ก่อนชี้เป็นจุดโทษ แนวรับเบรเมนประท้วงกันระนาวแต่ไม่เป็นผล นาที 22 เคน รับหน้าที่สังหาร ซัดเรียดมุมล่างซ้ายเข้าไปอย่างเยือกเย็น บาเยิร์นบุกนำ 0-1 ท่ามกลางเสียงโห่ของทั้งสนาม
ยังไม่ทันตั้งตัว นาที 25 เสือใต้บวกสกอร์ที่สองจากลูกยิงไกลนอกกรอบของ เคน อีกครั้ง คราวนี้ได้บอลจากการไหลให้ของ หลุยส์ ดิอาซ ก่อนสับไกเต็มข้อ บอลพุ่งเสียบมุมล่างขวาแบบนายทวารได้แต่พุ่งมอง สกอร์ไหลเป็น 0-2 อย่างโหดเหี้ยม
เบรเมนเริ่มเล่นหนักหวังตัดเกม นาที 28 เซนเน ไลเนน โดนใบเหลืองจากการเสียบสกัดกลางสนาม ตามมาด้วย นิกลาส ชตาร์ค รับใบเหลืองเพิ่มนาที 37 จากการฟาวล์รุนแรงอีกครั้ง ช่วงท้ายครึ่งแรก เฟลิกซ์ อักู ได้โอกาสยิงสวนแต่เฉียดเสาไปนิดเดียว
ทดเจ็บ 4 นาทีไม่มีสกอร์เพิ่ม จบครึ่งแรก บาเยิร์นบุกนำ 0-2 ด้วยความเฉียบขาด ขณะที่เจ้าถิ่นได้แต่หวังใช้เสียงเชียร์แฟนบอลพลิกสถานการณ์ในครึ่งหลัง
🔥 ครึ่งหลัง: เบรเมนเร่งไม่ขึ้น โกเรทซ์ก้ายิงปิดบัญชีเสือใต้
เริ่มครึ่งหลัง กุนซือทั้งสองทีมแก้เกมทันที เบรเมนส่ง ซามูเอล เอ็มบังกูลา ลงแทน ชตาร์ค เพื่อเติมความเร็วริมเส้น ส่วนบาเยิร์นถอด มานูเอล นอยเออร์ ให้ โยนาส เออร์บิก นายด่านดาวรุ่งลงมาเฝ้าเสา
นาที 47 เจ้าบ้านเกือบปลุกความหวัง เมื่อ มาร์โค กรึล โหม่งไปชนเสาเด้งออกมา บอลกระดอนเข้าทาง นจินมาห์ ยิงซ้ำแต่ เออร์บิก พุ่งเซฟสุดตัว รอดเสียประตูอย่างหวุดหวิด
หลังจากนั้นเสือใต้กลับมาคุมจังหวะเกมอีกครั้ง นาที 53 หลุยส์ ดิอาซ ได้หลุดเข้าไปยิงตรงกลางกรอบแต่ แบคเฮาส์ เซฟไว้ได้ บอลยังไม่ขาด นาที 63 แซร์ช นาบรี ลองส่องในเขตโทษแต่ยังติดเซฟมือกาวเบรเมน
เจ้าถิ่นพยายามเปลี่ยนเกมรุก ส่ง อีซัก ชมิดท์ กับ ปาทริก โควิช ลงมาในนาที 65 แล้วตามด้วย ยูกินาริ ซุงาวาระ นาที 79 เร่งเติมเกมริมเส้น แต่การจ่ายบอลในพื้นที่สุดท้ายยังขาดความคม ขณะที่แนวรับบาเยิร์นตั้งโซนได้แน่นหนา
จุดฝังกลบความหวังของเบรเมนมาในนาที 70 เมื่อบาเยิร์นเติมเกมรุกฝั่งซ้าย อัลฟอนโซ เดวิส ที่ลงมาเป็นตัวสำรองลากบอลทะลุแนวรับก่อนจ่ายย้อนให้ เลออน โกเรทซ์ก้า ยิงด้วยขวาเต็มข้อ บอลพุ่งเสียบมุมล่างซ้ายเป็นประตู 0-3 เสียงเชียร์ทีมเยือนดังสนั่น เวเซอร์สตาดิโอนเงียบกริบ
ท้ายเกมมีจังหวะสำคัญอีกเล็กน้อย นาที 80 จามาล มูเซียลา โดนใบเหลืองจากการฟาวล์ตรงกลางสนาม นาที 86 เคนถูกถอดออกให้ นิโกลาส แจ็กสัน ลงมาปิดเกม ส่วนเบรเมนยังพยายามลุ้นตีไข่แตกแต่ลูกยิงไกลของ กรึล นาที 83 ถูก เออร์บิก ปัดทิ้ง
ช่วงทดเจ็บ 90+ C. ปูเอร์ตาส โดนใบเหลืองจากการเข้าสกัดช้า ก่อนผู้ตัดสินเป่าจบเกมหลังทดเวลา 5 นาทีเต็ม จบ 90 นาที แวร์เดอร์ เบรเมน พ่ายคาบ้าน 0-3 ต่อบาเยิร์น มิวนิค เสือใต้เก็บสามแต้มแบบเหนือชั้น

📋 รายชื่อนักเตะตัวจริงและคะแนนความสามารถ
🟢 แวร์เดอร์ เบรเมน – ระบบ 3-4-1-2
ผู้รักษาประตู
- มิเชล แบคเฮาส์ (30) – 6.2 เซฟหลายครั้งแต่เสียไปสามประตูจากความคมของแนวรุกเสือใต้
กองหลัง 3 คน
- นิกลาส ชตาร์ค (4) – 5.9 เจองานหนักทั้งเกม แถมโดนใบเหลืองตั้งแต่ครึ่งแรก ก่อนถูกเปลี่ยนออก
- มาร์โค ฟรีดล (32, กัปตัน) – 6.8 พยายามสั่งเกมรับและดันสูง แต่รับมือเคนกับดิอาซได้ยาก
- คิม คาเลด คูลิบาลี (31) – 6.5 เติมเกมบ้างแต่สุดท้ายโดนความเร็วของบาเยิร์นเล่นงาน
กองกลางและวิงแบ็ก
- เฟลิกซ์ อักู (27) – 7.0 ตัวรุกเด่นสุดของเจ้าถิ่น มีจังหวะโต้กลับอันตรายหลายครั้ง
- เยนส์ สตาเก (6) – 6.6 ช่วยตัดเกมกลางสนาม แต่เมื่อตามหลังแล้วต้องถอยไปรับมากเกินไป
- เซนเน ไลเนน (14) – 5.8 เสียใบเหลืองเร็ว ทำให้เล่นยากและโดนไล่บี้ตลอด
- จัสติน นจินมาห์ (11) – 6.4 ใช้สปีดฉีกแนวรับบาเยิร์น แต่จังหวะจบสกอร์ยังไม่คม
ตัวรุก
- โรมาโน ชมิด (20) – 7.6 สูงสุดฝั่งเบรเมน เคลื่อนที่หาช่องและยิงได้ลุ้นตลอด
- มาร์โค กรึล (17) – 6.7 มีโอกาสโหม่งชนเสา ครึ่งหลังคือคนที่เกือบปลุกทีมให้ตื่น
- คาเมรอน ปูเอร์ตาส (18) – 7.1 ขยับหาพื้นที่ดี มีโอกาสยิงหลายครั้ง แต่ปิดบัญชีไม่ได้และโดนใบเหลืองท้ายเกม
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- ซามูเอล เอ็มบังกูลา (7) – 6.8 ลงมาครึ่งหลังเพิ่มความเร็วริมเส้น
- ยูเลียน มาลาตินี (22) – 6.3 ช่วยเกมรับฝั่งซ้ายแทนคูลิบาลี
- อีซัก ชมิดท์ (23) – 6.5 ลงมาช่วยเชื่อมเกมรุก
- ปาทริก โควิช (24) – 6.4 เติมพลังกลางสนาม
- ยูกินาริ ซุงาวาระ (3) – 6.4 เติมเกมรุกฝั่งขวาแต่ไม่สามารถเปลี่ยนสกอร์ได้
🔴 บาเยิร์น มิวนิค – ระบบ 4-2-3-1
ผู้รักษาประตู
- มานูเอล นอยเออร์ (1, กัปตัน) – 6.8 ลงครึ่งแรกคุมพื้นที่ดี ก่อนถูกถอดพักให้มือรองลงเล่น
- โยนาส เออร์บิก (40) – 7.6 ลงครึ่งหลัง เซฟสำคัญหลายครั้งโดยเฉพาะลูกซ้ำของนจินมาห์
กองหลัง 4 คน
- คอนราด ไลเมอร์ (27) – 6.7 แบ็กขวาคอยดันสูงและช่วยเพรสแดนบน
- คิม มิน-แจ (3) – 7.8 แนวรับตัวหลัก อ่านเกมดีและเก็บกวาดลูกกลางอากาศหมด
- โยนาธาน ทาห์ (4) – 7.7 เล่นนิ่ง ตัดบอลหลายครั้ง ไม่เสียฟาวล์ง่าย
- โยซิป สตานิซิช (44) – 6.7 เติมเกมซ้าย ก่อนถูกเปลี่ยนให้เดวิสลงมาปิดงาน
คู่กลาง
- โจชัว คิมมิช (6) – 7.2 คุมจังหวะเกม บรรจงวางบอลยาวเปิดแนวรุกตลอด
- เลออน โกเรทซ์ก้า (8) – 8.0 เติมจากแถวสองอันตราย และซัดประตูปิดกล่องสุดคม
แนวรุก 3 คนหลังหน้าเป้า
- ลูคัส คาร์ล (42) – 7.0 เรียกจุดโทษสำคัญในนาที 20 และสร้างปัญหาให้แนวรับเบรเมน
- แซร์ช นาบรี (7) – 6.2 มีจังหวะสับไกแต่วันนี้ยังไม่เฉียบเท่าที่ควร
- หลุยส์ ดิอาซ (14) – 6.5 แอสซิสต์ประตูที่สองให้เคน และขยี้แนวรับเจ้าบ้านด้วยการเลี้ยงกินตัว
กองหน้าตัวเป้า
- แฮร์รี เคน (9) – 8.3 พระเอกของเกม ซัดสองประตูตั้งแต่ครึ่งแรก ยิงจุดโทษเฉียบ ขึ้นแท่นหัวหอกที่แนวรับเบรเมนเอาไม่อยู่
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- อัลฟอนโซ เดวิส (19) – 6.8 ลงมานาที 69 แล้วจัดหนึ่งแอสซิสต์ให้โกเรทซ์ก้ายิง
- จามาล มูเซียลา (10) – 6.3 เพิ่มมิติในเกมเลี้ยง แต่มีใบเหลืองติดตัว
- ทอม บิชอฟ (20) – 7.2 ลงมาช่วยคุมจังหวะกลางสนามแทนคิมมิช
- นิโกลาส แจ็กสัน (11) – 6.5 ลงท้ายเกมคอยไล่บีบแนวรับเจ้าถิ่น
📊 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
หากมองในมุม วิเคราะห์บอล แท็คติกเกมนี้ชัดเจนว่า เบรเมนตั้งใจใช้ระบบ 3-4-1-2 ปิดพื้นที่กลางสนามและให้วิงแบ็กขึ้นลงเร็ว แต่เมื่อเจอการเพรสซ้อนของคู่กลางบาเยิร์นทั้งคิมมิช–โกเรทซ์ก้า การเชื่อมเกมของเจ้าบ้านแทบถูกตัดขาด บอลถูกบังคับให้โยนยาวไปข้างหน้าซึ่งเป็นงานถนัดของ คิม มิน-แจ กับ ทาห์ ที่คุมลูกกลางอากาศขาด
ในทางกลับกัน บาเยิร์นใช้ 4-2-3-1 แบบยืดหยุ่น เมื่อมีบอล คาร์ลและนาบรีหุบเข้ากลาง เปิดพื้นที่ให้ฟูลแบ็กเติมสูง ส่วนดิอาซคอยเชื่อมระหว่างเส้นกลางกับหน้าเป้า ทำให้แนวรับเบรเมนต้องวิ่งไล่สลับตำแหน่งตลอดเวลา เมื่อถูกบีบผิดพลาดเพียงเสี้ยววินาทีก็โดนลงโทษทันทีอย่างที่เห็นจากประตูที่หนึ่งและสอง
เกมรับเสือใต้ยังคงมาตรฐานสูง แดนกลางช่วยกันเพรสจนเบรเมนต้องยิงไกลเป็นส่วนใหญ่ แม้สถิติยิงรวมจะตามหลังเพียงเล็กน้อย แต่ความคมในพื้นที่สุดท้ายต่างกันชัดเจน บาเยิร์นใช้โอกาสไม่เปลือง ขณะที่เจ้าบ้านต้องพึ่งจังหวะผิดพลาดของคู่แข่งซึ่งแทบไม่เกิดขึ้น

📈 สถิติการแข่งขันสะท้อนรูปเกม
ตัวเลขหลังเกมบอกทุกอย่าง เบรเมนยิงรวม 13 ครั้ง เข้ากรอบเพียง 3 ขณะที่บาเยิร์นยิง 10 ครั้งแต่ตรงกรอบถึง 7 นั่นแปลว่าทุกครั้งที่เสือใต้บุกขึ้นไปคือความกดดันจริงจังต่อแนวรับเจ้าบ้าน การครองบอลก็ชัดเจน บาเยิร์นยึดบอลไว้ถึง 61% ต่อ 39% ส่งบอลมากถึง 729 ครั้งด้วยความแม่นยำ 90% ส่วนเบรเมนส่งได้ 342 ครั้ง แม่นยำ 77% ทำให้การเซ็ตเกมจากหลังขึ้นหน้าไม่ต่อเนื่องพอจะเจาะยักษ์ใหญ่จากมิวนิค
ด้านเกมปะทะ เบรเมนทำฟาวล์ถึง 9 ครั้ง มากกว่าเสือใต้ที่ทำเพียง 5 ครั้ง รวมถึงโดนใบเหลือง 3 ใบ ขณะที่บาเยิร์นมีใบเหลืองเดียว นี่สะท้อนว่าทีมเจ้าบ้านต้องหยุดเกมคู่แข่งด้วยวิธีรุนแรงหลายหนเพราะสู้สปีดบอลไม่ได้ แม้จะล้ำหน้ารวม 2 ครั้งและได้เตะมุมแค่ 2 ครั้ง ในขณะที่บาเยิร์นล้ำหน้า 3 ครั้งและได้เตะมุม 4 ครั้ง แต่ทุกสถิติก็ยังชี้ว่าเสือใต้เป็นฝ่ายคุมเกมได้ทั่วทั้งสนาม
📌 เหตุการณ์สำคัญของเกม
- ⚽ นาที 20 – ลูคัส คาร์ล เรียกจุดโทษให้บาเยิร์น หลังโดนทำฟาวล์ในเขตโทษ ผู้ตัดสินเช็ก VAR ก่อนยืนยันคำตัดสิน
- ⚽ นาที 22 – แฮร์รี เคน ยิงจุดโทษเข้าไป บาเยิร์นออกนำ 0-1
- ⚽ นาที 25 – เคนซัดไกลนอกกรอบเสียบเสา คราวนี้ได้บอลจากการไหลให้ของ หลุยส์ ดิอาซ สกอร์ไหลเป็น 0-2
- 🟨 นาที 28 – เซนเน ไลเนน รับใบเหลืองจากการฟาวล์กลางสนาม
- 🟨 นาที 37 – นิกลาส ชตาร์ค โดนใบเหลืองเพิ่มให้เบรเมน
- 🔁 นาที 46 – เบรเมนส่ง ซามูเอล เอ็มบังกูลา แทน ชตาร์ค ส่วนบาเยิร์นถอด นอยเออร์ ให้ โยนาส เออร์บิก ลงเฝ้าเสา
- 🔁 นาที 61 – ยูเลียน มาลาตินี ลงแทน คูลิบาลี เสริมเกมรับ
- 🔁 นาที 65 – อีซัก ชมิดท์ และ ปาทริก โควิช ลงแทน อักู กับ สตาเก เพื่อเร่งเกมรุก
- 🔁 นาที 69 – บาเยิร์นส่ง จามาล มูเซียลา แทน นาบรี และ อัลฟอนโซ เดวิส แทน สตานิซิช เติมความสดริมเส้น
- ⚽ นาที 70 – เดวิส ลากบอลฝั่งซ้ายก่อนจ่ายย้อนให้ เลออน โกเรทซ์ก้า ยิงเสียบมุม บาเยิร์นนำห่าง 0-3
- 🔁 นาที 76 – ทอม บิชอฟ ลงแทน คิมมิช คุมจังหวะช่วงท้ายเกม
- 🔁 นาที 79 – ยูกินาริ ซุงาวาระ ลงแทน นจินมาห์ เติมเกมริมเส้นให้เบรเมน
- 🟨 นาที 80 – จามาล มูเซียลา โดนใบเหลืองจากการฟาวล์ในแดนกลาง
- 🔁 นาที 86 – นิโกลาส แจ็กสัน ลงแทน แฮร์รี เคน หลังทำภารกิจยิงสองประตูเรียบร้อย
- 🟨 นาที 90 – คาเมรอน ปูเอร์ตาส รับใบเหลืองจากการฟาวล์ช่วงทดเวลา ก่อนผู้ตัดสินทดเพิ่ม 5 นาทีและเป่าจบเกม
⭐ Player of the Match – แฮร์รี เคน
บ้านกีฬายกให้ แฮร์รี เคน เป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์ แบบไร้ข้อกังขา กองหน้าทีมชาติอังกฤษโชว์มาตรฐานระดับเวิลด์คลาส ทั้งการยืนตำแหน่ง การพักบอลหันแจกเพื่อน และการจบสกอร์ที่โหดราวกับเครื่องจักร ประตูแรกจากจุดโทษไม่มีสั่น ประตูที่สองยิงไกลนอกกรอบชนิดนายทวารได้แต่มอง นอกจากสองประตู เคนยังดร็อปลึกลงมาช่วยเชื่อมเกมบ่อยครั้ง ทำให้แนวรับเบรเมนไม่รู้จะตามหรือปล่อย ผลงานระดับ 8.3 คะแนนในเกมใหญ่แบบนี้คือสัญญาณชัดว่าเสือใต้มีหัวหอกที่ไว้ใจได้ในช่วงลุ้นแชมป์โค้งสุดท้าย

📊 สถานการณ์ในตารางคะแนนบุนเดสลีกา
ชัยชนะนัดนี้ทำให้ บาเยิร์น มิวนิค เก็บเพิ่มเป็น 57 แต้มจาก 22 นัด สถิติชนะ 18 เสมอ 3 แพ้เพียงเกมเดียว ยิงไปถึง 82 ประตู เสีย 19 ประตู ลูกได้เสีย +63 นั่งจ่าฝูงบุนเดสลีกาอย่างสง่างาม ทิ้งอันดับสองอย่างดอร์ทมุนด์อยู่ 6 แต้ม กดดันให้เสือเหลืองต้องชนะต่อเนื่องหากยังอยากเกาะลุ้นแชมป์
ฝั่ง แวร์เดอร์ เบรเมน พ่ายเกมนี้ทำให้มีเพียง 19 แต้มจาก 22 นัด ชนะ 4 เสมอ 7 แพ้ถึง 11 ยิง 22 เสีย 42 ลูกได้เสีย -20 รั้งอันดับ 16 ของตาราง อยู่ในโซนเสี่ยงต้องดิ้นรนหนีตกชั้นเต็มตัว ทุกแต้มต่อจากนี้มีค่าระดับทองคำสำหรับทัพนกนางนวล
📅 ตารางบอลและโปรแกรมนัดถัดไป
เมื่อมองไปข้างหน้าใน โปรแกรมบอล บุนเดสลีกา แฟนบอลจะได้ดูเกมตึงมือกันต่อเนื่อง ฝั่งเบรเมนมีคิวบุกเยือน ซังต์ เพาลี ในวันที่ 22/02/26 เวลา 23.30 น. ก่อนจะกลับมาเล่นในบ้านพบ ไฮเดนไฮม์ วันที่ 28/02/26 เวลา 21.30 น. สองนัดนี้ถือเป็นแมตช์สำคัญในการโกยแต้มหนีโซนแดง ถ้าพลาดอีกสถานการณ์จะยิ่งกดดันแบบสุดขีด
ส่วนบาเยิร์น มิวนิค มีงานไม่ง่ายรออยู่เช่นกัน เริ่มจากเปิดอัลลิอันซ์ อารีนารับ ไอน์ทรัคท์ แฟร้งค์เฟิร์ต ในวันที่ 21/02/26 เวลา 21.30 น. ก่อนยกพลไปเยือน โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในวันที่ 01/03/26 เวลา 00.30 น. เกมหลังสุดนี่แหละคือศึกชี้ชะตาแชมป์ย่อมๆ ถ้าเสือใต้เก็บสามแต้มได้ ช่องว่างคะแนนอาจขาดลอยจนจับไม่ทัน
📺 ติดตามบ้านผลบอลและข่าวบอลมันส์ๆ ได้ที่บ้านกีฬา
คอบอลที่อยากตามทุกจังหวะของบุนเดสลีกา ตั้งแต่สกอร์สด ฟอร์มทีม ไปจนถึงมุมมองหลังเกมแบบจัดเต็ม บ้านกีฬาขอชวนให้ตามเช็ก บ้านผลบอล และบทความสรุปหลังเกมจากเราได้ทุกวัน บ้านกีฬาจะคัดเฉพาะเรื่องราวมันส์ๆ ตัวเลขสถิติเข้มๆ และมุมมองแบบแฟนบอลตัวจริงมาเล่าให้ฟังเหมือนนั่งดูกันข้างสนาม ไม่พลาดทุกดราม่า ไม่หลุดทุกไฮไลต์แน่นอน

