บ้านผลบอล สรุปหลังเกม ยูโรปา ลีก กลิ่นเลือดในริเวนโญ่ ชูเอา มาริโอ ยิงดับบรานน์ 1-0 พาโบโลญญ่าลิ่วรอบถัดไปสกอร์รวม 2-0

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

จาก : ผลบอลสด ยูโรปา ลีก ระหว่าง โบโลญญ่า 1-0 บรานน์ วันนี้ 27/2/69 – บ้านกีฬา

ค่ำคืนยุโรปที่เมืองโบโลญญ่า สนามแทบลุกเป็นไฟเมื่อเจ้าถิ่นลงเล่นนัดสองรอบเพลย์ออฟ ผลบอลสด รายงานสดตลอดว่าเจ้าบ้านกุมความได้เปรียบจากสกอร์รวม 1-0 แต่ต้องเจอกับบรานน์ที่วิ่งสู้ฟัดไม่กลัวเสียงโห่จากอัฒจันทร์ บ้านกีฬาเห็นชัดตั้งแต่นาทีแรกว่าเกมนี้ไม่ใช่บอลกระชับมิตร แต่เป็นศึกที่มีตั๋ว ยูโรปา ลีก รอบถัดไปเป็นเดิมพัน

ครึ่งแรก ดราม่าใบแดงเปลี่ยนหน้าเกม

เสียงนกหวีดเริ่มเกม โบโลญญ่าตั้งจังหวะบุกทันที ใช้ความได้เปรียบจากการเล่นในบ้านถาโถมใส่ ทั้งลูกครอสและเตะมุมติดๆ กัน นาทีที่ 6 โยน ดากูร์ ธอร์สไตน์สสัน สอดเข้ายิงในเขตโทษให้บรานน์ได้เสียว แต่ ลูคาช สโกรุปสกี้ ล้มตัวรับเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

เกมช่วงกลางครึ่งแรกเจ้าถิ่นเร่งจังหวะผ่านทางเตะมุมหลายครั้ง มาร์ติน วีติก ได้โขกจ่อๆ จากลูกเซตพีซบอลเฉียดคานไปแบบได้ลุ้น ขณะที่บรานน์ไม่ยอมถอย โนอาห์ โฮล์ม มีจังหวะยิงระยะเผาขนแต่แนวรับโบโลญญ่าบล็อกขวางเอาไว้

นาทีที่ 28 มาร์ติน วีติก ไปตัดฟาวล์กลางสนามโดนใบเหลืองใบแรกของเกม แต่ไคลแมกซ์จริงๆ มาระเบิดในนาทีที่ 37 เมื่อยาโคบ เซอเรนเซน เข้าปะทะหนักกลางสนาม ผู้ตัดสินเบอนัวต์ บาสเตียง วิ่งมาแจกใบแดงตรงไม่ลังเล บรานน์เหลือสิบคนตั้งแต่ยังไม่ถึงพักครึ่ง แต่ยังมีจังหวะยิงไกลกดดันสโกรุปสกี้ให้ต้องออกแรงปัดอยู่เรื่อยๆ

ท้ายครึ่งแรก เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ ก็มาโดนใบเหลืองจากจังหวะฟาวล์อีกใบ ทำให้เกมเริ่มเดือดทั้งสองฝั่ง ก่อนจะจบ 45 นาทีแรกด้วยสกอร์ 0-0 แม้โบโลญญ่าจะครองเกมมากกว่า แต่ยังเจาะทีมเยือนที่เหลือสิบคนไม่เข้า

ครึ่งหลัง โบโลญญ่าบดขยี้ก่อนมาริโอปลดล็อก

เริ่มครึ่งหลัง บ้านกีฬาเห็นโบโลญญ่าเร่งสปีดทันที เปิดเกมบุกเต็มสูบ ใช้จังหวะต่อเนื่องจากเตะมุมและการวนบอลหน้ากรอบเขตโทษบีบให้บรานน์ถอยทั้งแผง นาทีที่ 51 นิโคลา โมโร ได้ลองส่องไกลแต่ยังติดบล็อก ก่อนที่รูปเกมจะยิ่งไหลไปทางเจ้าบ้าน

นาทีที่ 54 เกมต้องหยุดให้แพทย์ลงมาดูอาการของโจนาธาน โรว์ แต่พอกลับมาเล่นต่อ โบโลญญ่าก็ยิ่งเดินหน้าหนักกว่าเดิม และแล้วนาทีที่ 56 ประตูที่แฟนเจ้าถิ่นรอคอยก็มาถึง จากจังหวะบุกต่อเนื่องหลังเตะมุม บอลไหลมาถึง ชูเอา มาริโอ ที่เติมจากด้านซ้ายเข้ามาในเขตโทษ กดด้วยขวาเน้นๆ บอลพุ่งเสียบมุมล่างซ้ายอย่างเฉียบคม โบโลญญ่านำ 1-0 และสกอร์รวมขยับเป็น 2-0

หลังเสียประตู บรานน์ที่เหลือสิบคนพยายามตั้งสติ ครองบอลให้มากขึ้นและหาจังหวะสวนกลับ ขณะที่โบโลญญ่าก็ไม่ผ่อน นาที 61-62 เจ้าถิ่นเสริมความสดด้วยการส่ง ริคคาร์โด้ ออร์โซลินี่ และ นิโคโล คาซาเล่ ลงมา เกมริมเส้นฝั่งขวาอันตรายขึ้นทันตา ออร์โซลินี่ได้ทั้งฟรีคิกและโอกาสยิงไกลให้ผู้รักษาประตูไดน์เกลันด์ต้องออกแรงเซฟหลายครั้ง

ช่วงท้ายเกมความเดือดกลับมาอีกครั้ง นาที 78 ราสมุส โฮลเตน ของบรานน์โดนใบเหลืองจากการตัดเกม ก่อนที่ออร์โซลินี่จะโดนใบเหลืองตามในนาที 80 จากจังหวะเข้าบอลหนักเช่นกัน

ช่วงทดเวลา โบโลญญ่ามีโอกาสฝังเกมจากจังหวะของเบนยา โดมิงเกซ ที่ซัดชนเสาเต็มๆ และจังหวะซ้ำของโรว์ที่โดนบล็อกอีกครั้ง แต่สุดท้ายก็ไม่สำคัญ เมื่อสิ้นเสียงนกหวีด โบโลญญ่าเฉือนชนะ 1-0 เก็บชัยทั้งสองนัด สกอร์รวม 2-0 ผ่านเข้าสู่รอบถัดไปของฟุตบอลยุโรปอย่างสง่างาม

รายชื่อ 11 ตัวจริง คะแนน และการเปลี่ยนตัว

โบโลญญ่า (4-3-3)

ผู้รักษาประตู

  • ลูคาช สโกรุปสกี้ – 7.8 เซฟสำคัญหลายครั้งโดยเฉพาะช่วงต้นเกม ช่วยให้เจ้าบ้านไม่เสียประตู

กองหลัง

  • นูโน โซร์เตอา – 6.6 เติมเกมขวาแต่ยังไม่หวือหวา
  • มาร์ติน วีติก – 6.6 มีจังหวะโหม่งลุ้นประตู แต่เสียใบเหลืองต้นเกม
  • ฆวน เดวิด ลูคูมี่ – 7.5 คุมพื้นที่กลางรับแน่น อ่านจังหวะบอลโด่งได้ดี
  • ชูเอา มาริโอ – 9.1 เติมเกมรุกซ้ายตลอดเกม ซัดประตูชัยสุดคม งัดฟอร์มระดับพระเอกสนาม

กองกลาง

  • เรโม ฟรอยเลอร์ – 8.2 ห้องเครื่องประสานบอลจากหลังสู่หน้า คุมจังหวะให้ทีมได้เนียน
  • เซร์คิโอ กัสโตร – 6.7 ช่วยเชื่อมเกมแต่จังหวะตัดสินใจยังไม่เฉียบ
  • นิโคลา โมโร – 7.2 ยิงไกลได้ลุ้นหลายครั้ง ทำหน้าที่บ็อกซ์ทูบ็อกซ์ได้ดี

กองหน้า

  • โจนาธาน โรว์ – 6.5 มีจังหวะลากเลื้อยแต่จบสกอร์ยังไม่คม
  • ลูอิส เฟอร์กูสัน (กัปตัน) – 6.8 เคลื่อนที่หาพื้นที่ได้ตลอดแม้ไม่มีชื่อบนสกอร์บอร์ด
  • เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ – 6.8 พยายามสร้างสรรค์เกมจากฝั่งขวา ก่อนถูกถอดออกช่วงต้นครึ่งหลัง

ตัวสำรองที่ถูกส่งลงสนาม

  • ริคคาร์โด้ ออร์โซลินี่ – 6.3 ลงมานาที 61 เติมความดุดันริมเส้น สร้างโอกาสยิงและฟรีคิกหลายครั้ง
  • นิโคโล คาซาเล่ – 6.8 นาที 62 ลงมายืนเซ็นเตอร์แทนวีติก เกมรับแน่นขึ้น
  • เยนส์ อ็อดการ์ด – 7.4 นาที 73 เพิ่มมิติการเล่นบอลยาวและพักบอลแดนหน้า
  • ไซม่อน โซห์ม – 6.7 นาที 79 ลงมาเติมกำลังกลางสนาม ช่วยปิดเกม
  • เบนยา โดมิงเกซ – 6.2 นาที 79 ยิงชนเสาช่วงทดเวลา เกือบปิดจ็อบให้ขาดลอย

ตัวเจ็บและไม่มีชื่อ
ชาราลัมปอส ไลโคยานนิส, ฮวน มิรันด้า ลงสนามไม่ได้จากอาการบาดเจ็บ

บรานน์ (4-3-3)

ผู้รักษาประตู

  • มาธิอัส ไดน์เกลันด์ – 7.0 เซฟจังหวะยากหลายครั้ง โดยเฉพาะลูกยิงไกลของออร์โซลินี่

กองหลัง

  • ยาค็อบ โซล์ทเวดท์ – 6.8 พยายามดันสูงช่วยเกมรุก ก่อนโดนเปลี่ยนออกช่วงท้าย
  • นานา ควาเม โบอัคเย – 7.3 ยืนเซ็นเตอร์ฝั่งซ้ายแข็งแกร่ง สกัดบอลสำคัญหลายครั้ง
  • เฟรเดริก ปัลเลเซน คนุดเซน (กัปตัน) – 6.0 คุมแผงหลังได้ระดับหนึ่งแต่ต้องเจอแรงกดดันหนัก
  • เดเนน เดอ โรเว – 7.5 แบ็กซ้ายที่รับมือกับเกมบุกของโบโลญญ่าได้ดีที่สุดในทีมเยือน

กองกลาง

  • โยน ดากูร์ ธอร์สไตน์สสัน – 7.2 สร้างปัญหาจากการวิ่งสอดในครึ่งแรก ก่อนโดนถอดออกนาที 73
  • เฟลิกซ์ ฮอร์น มูห์เร – 7.3 คอยเชื่อมเกมและเปิดบอลยาว หาจังหวะวางบอลสวนกลับ
  • อูลริก มาธิเซน – 6.4 มีจังหวะยิงเฉียดเสา แต่โดนเปลี่ยนออกเพราะทีมต้องปรับแท็กติกหลังเหลือสิบคน

กองหน้า

  • โนอาห์ โฮล์ม – 6.3 ได้โอกาสยิงระยะเผาขนแต่โดนบล็อก ยังขาดความเฉียบคม
  • คาดรี มัทธีอัส อิงกาสัน – 6.6 สลับลงมาล้วงบอลต่ำ พยายามสร้างจังหวะให้เพื่อน
  • ยาโคบ เซอเรนเซน – 5.8 ใช้พละกำลังไล่เพรสแต่ไปพลาดเสียฟาวล์หนักจนโดนใบแดง นาที 37 กลายเป็นจุดเปลี่ยนใหญ่ของเกม

ตัวสำรองที่ถูกส่งลงสนาม

  • ธอเร บาร์ดเซน พีเดอร์เซน – 6.7 นาที 60 ลงมายืนแดนกลางช่วยปิดพื้นที่
  • ราสมุส โฮลเตน – 6.5 นาที 73 ลงมาแล้วโดนใบเหลืองเร็วจากการตัดเกม
  • มาร์คุส ฮาอาลันด์ – 6.7 นาที 73 เสริมความสดในแดนกลาง
  • เว็ตเต วิงเงอร์ ดรากส์เนส – 6.7 นาที 85 ลงมายืนฟูลแบ็กฝั่งซ้าย
  • แบร์ด ฟินเน – 6.4 นาที 86 เพิ่มอาวุธแนวรุกช่วงท้ายแต่แทบไม่มีบอลให้เล่น

ตัวเจ็บและไม่มีชื่อ
นิกลาส คาสโตร, แซวาร์ อัตลี่ แม็กนุสสัน, เอ็กเกิร์ต อารอน กุ้มมุนด์สสัน, โยนาส ทอร์สวิก, ซาคาเรียส อ็อปซาล์ ไม่พร้อมลงสนาม

วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ

ในเชิงแผนการเล่น โบโลญญ่าใช้ระบบ 4-3-3 ที่เน้นความแน่นกลางสนาม ฟรอยเลอร์คุมจังหวะต่ำ ส่วนโมโรกับกัสโตรวิ่งสอดเติมขึ้นหน้า ทำให้เจ้าถิ่นต่อบอลจากแนวรับขึ้นสู่สามแนวรุกได้ลื่นไหล ตลอดเกมการบุกของโบโลญญ่ามาจากฝั่งซ้ายเป็นหลัก ชูเอา มาริโอ เติมสูงแทบตลอดเวลา แลกกับการปล่อยให้ลูคูมี่คุมโซนลึกมากขึ้น

ฝั่งขวา แบร์นาร์เดสคี่ และต่อมาคือออร์โซลินี่ สร้างความอันตรายจากการล็อกตัดเข้าในยิงไกลและเปิดบอลเข้ากรอบเขตโทษ โบโลญญ่าเน้นโจมตีด้วยการขึ้นเกมด้านข้างแล้วโยนหรือไหลตัดเข้ากลาง ทำให้ได้เตะมุมมากถึง 13 ครั้ง การดันฟูลแบ็กสองฝั่งสูงทำให้บีบให้บรานน์ต้องถอยลงมาตั้งโซนรับลึกเกือบทั้งครึ่งหลัง

เกมรับของโบโลญญ่าแม้จะเจอแรงเสียดทานช่วงต้น แต่คู่เซ็นเตอร์ วีติก กับลูคูมี่ อ่านจังหวะบอลยาวของบรานน์ได้ดี ใช้การดักล้ำหน้าและเข้าปะทะตรงเวลา ขณะที่สโกรุปสกี้รับมือกับลูกยิงไกลได้อย่างนิ่ง จึงไม่เปิดช่องให้ทีมเยือนปล่อยทีเด็ดสวนกลับ

ส่วนบรานน์ในช่วง 11 คนแรกมาในระบบ 4-3-3 ที่พยายามเล่นบอลเร็วจากหลังสู่หน้า ใช้ธอร์สไตน์สสันกับอิงกาสันพยายามดึงแนวรับเจ้าถิ่นให้เสียตำแหน่ง แต่พอโดนใบแดงตั้งแต่นาที 37 แผนทั้งหมดต้องปรับทันที เหลือเพียงการตั้งบล็อกสองชั้นแล้วหวังพึ่งจังหวะสวนกลับและลูกตั้งเตะเท่านั้น เกมรุกจึงเปลี่ยนจากการเพรสสูงมาเป็นการเก็บบอลแล้ววางยาวให้โฮล์มและตัวริมเส้นวิ่งแข่ง แต่ด้วยจำนวนผู้เล่นที่น้อยกว่าจึงแทบไม่ได้โอกาสในครึ่งหลัง

ในแง่ของการรับ บรานน์ทำได้ดีระดับหนึ่งจากการเล่นโซนแคบและบีบช่องในกรอบเขตโทษ ไดน์เกลันด์เซฟช่วยทีมหลายครั้ง แต่เมื่อโดนถล่มทั้งจากริมเส้นและลูกเตะมุมต่อเนื่อง สุดท้ายก็เปราะแตกจากลูกตามซ้ำของชูเอา มาริโอ จึงถือว่าในมุมมองการ วิเคราะห์บอล เกมนี้ โบโลญญ่ามีแท็กติกและแรงขับเคลื่อนครบทุกมิติ ส่วนบรานน์แพ้ทั้งเรื่องตัวผู้เล่น แรงกดดัน และความคมหน้าประตู

สถิติการแข่งขัน

ตัวเลขหลังเกมสะท้อนชัดว่าโบโลญญ่าเป็นฝ่ายครองเกมตั้งแต่ต้นจนจบ เจ้าถิ่นยิงทั้งหมด 13 ครั้ง เข้ากรอบ 5 ครั้ง ขณะที่บรานน์ยิงเพียง 5 ครั้ง เข้ากรอบ 3 ครั้งเท่านั้น การครองบอลอยู่ที่ 60 ต่อ 40 เปอร์เซ็นต์ โบโลญญ่าจ่ายบอลสำเร็จถึง 445 ครั้ง ด้วยความแม่นยำ 87 เปอร์เซ็นต์ ส่วนบรานน์จ่ายเพียง 277 ครั้ง ความแม่นยำ 73 เปอร์เซ็นต์ แสดงให้เห็นว่าทีมเยือนต้องวิ่งไล่และใช้พละกำลังในการป้องกันมากกว่ามีบอลในเท้า

ด้านเกมปะทะ โบโลญญ่าทำฟาวล์ 13 ครั้ง ได้ใบเหลือง 3 ใบ ขณะที่บรานน์ทำฟาวล์ 9 ครั้ง มีใบเหลือง 1 ใบ แต่โดนใบแดงสำคัญของเซอเรนเซนที่เปลี่ยนรูปเกมทั้งหมด ลูกล้ำหน้า โบโลญญ่าถูกจับได้ 3 ครั้ง ส่วนบรานน์ไม่มีเลย เพราะแทบไม่ค่อยได้เติมสูงจนสุดเส้นหลัง จุดที่ชัดที่สุดคือเตะมุม เจ้าถิ่นกวาดไป 13 ลูก ส่วนทีมเยือนได้เพียง 1 ลูกเท่านั้น ตัวเลขทุกอย่างชี้ไปทางเดียวกันว่าเกมนี้โบโลญญ่าทั้งดุดันและหลากหลายกว่าอย่างชัดเจน

เหตุการณ์สำคัญของเกม

  • ⚽ นาที 6: โยน ดากูร์ ธอร์สไตน์สสัน ได้ยิงในกรอบเขตโทษ แต่สโกรุปสกี้รับเอาไว้ได้
  • ⚽ นาที 16: มาร์ติน วีติก โหม่งจ่อๆ จากลูกเตะมุม บอลหลุดคานแบบได้ลุ้น
  • ⚠️ นาที 28: มาร์ติน วีติก ทำฟาวล์กลางสนาม โดนใบเหลืองใบแรกของเกม
  • ⚽ นาที 34: อูลริก มาธิเซน ส่องไกลเฉียดเสา บรานน์เกือบนำในจังหวะนี้
  • 🟥 นาที 37: ยาโคบ เซอเรนเซน เข้าปะทะหนักกลางสนาม ผู้ตัดสินควักใบแดงตรง บรานน์เหลือ 10 คน
  • 🟨 นาที 41: เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ ทำฟาวล์ โดนใบเหลืองเพิ่มให้โบโลญญ่า
  • ⚽ นาที 56: ชูเอา มาริโอ ซัดด้วยขวาในเขตโทษ ส่งบอลเสียบมุมล่างซ้าย ให้โบโลญญ่านำ 1-0 และกลายเป็นประตูชัย
  • 🔁 นาที 61: โบโลญญ่าถอดแบร์นาร์เดสคี่ ส่งริคคาร์โด้ ออร์โซลินี่ลงเพิ่มความสดเกมรุก
  • 🔁 นาที 62: นิโคโล คาซาเล่ ลงแทนมาร์ติน วีติก ปรับเกมรับเจ้าถิ่น
  • 🔁 นาที 60: บรานน์ส่งธอเร พีเดอร์เซน ลงช่วยแดนกลาง
  • 🔁 นาที 73: บรานน์เปลี่ยนคู่กลาง ส่งราสมุส โฮลเตน และมาร์คุส ฮาอาลันด์ ลงสนาม
  • 🟨 นาที 78: ราสมุส โฮลเตน ทำฟาวล์ โดนใบเหลือง
  • 🟨 นาที 80: ริคคาร์โด้ ออร์โซลินี่ โดนใบเหลืองจากการเข้าปะทะหนัก
  • 🔁 นาที 79: โบโลญญ่าส่งไซม่อน โซห์ม และเบนยา โดมิงเกซ ลงมาช่วยปิดเกม
  • 🔁 นาที 85: เว็ตเต ดรากส์เนส ลงแทนโซล์ทเวดท์ ทางฝั่งบรานน์
  • 🔁 นาที 86: แบร์ด ฟินเน ลงมาเติมแนวรุกแทนโฮล์ม
  • ⚽ นาที 92: เบนยา โดมิงเกซ ซัดชนเสาเต็มๆ พลาดประตูปิดกล่องแบบเส้นยาแดง
  • ⏱ นาที 90+4: จบเกม โบโลญญ่าชนะ 1-0 สกอร์รวม 2-0 ผ่านเข้าสู่รอบถัดไปของยูโรปา ลีก

Player of the Match

รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแบบไร้ข้อโต้เถียงตกเป็นของ ชูเอา มาริโอ แบ็กซ้ายจอมบุกของโบโลญญ่า เจ้าตัวได้คะแนนสูงถึง 9.1 ไม่ใช่แค่เพราะประตูชัยที่ยิงได้อย่างเด็ดขาด แต่ยังมาจากบทบาทตลอด 90 นาทีที่วิ่งเติมเกมรุกไม่หยุด ทั้งครอส ทั้งลากตัดเข้าในสร้างความปั่นป่วนให้แนวรับบรานน์จนหัวหมุน

ในเกมรับ มาริโอช่วยถอยลงมาปิดพื้นที่ริมเส้นได้ดี อ่านจังหวะบุกของทีมเยือนได้แม่นยำ ทำให้ฝั่งซ้ายของโบโลญญ่าแทบไม่มีรูรั่ว เมื่อรวมกับการตัดสินใจยิงในจังหวะสำคัญนาที 56 จึงไม่แปลกที่เขาจะถูกจดชื่อเป็นพระเอกของค่ำคืนยุโรปครั้งนี้

สถานการณ์ยูโรปา ลีก หลังจบเกม

ชัยชนะ 1-0 ในบ้านทำให้โบโลญญ่าคว้าชัยทั้งสองนัด เหนือบรานน์ด้วยสกอร์รวม 2-0 ผ่านเข้าสู่รอบถัดไปของศึก บ้านผลบอล ถ้วยยุโรปใบรองอย่างมั่นใจ เส้นทางของทีมจากอิตาลียังเปิดกว้าง ทั้งเรื่องชื่อชั้นและโมเมนตัมจากฟอร์มที่กำลังร้อนแรงในลีก ทัพแฟนบอลเริ่มฝันไกลถึงการไปไกลในรอบลึกๆ ของทัวร์นาเมนต์นี้

ส่วนบรานน์แม้จะต้องหยุดเส้นทางในยูโรปา ลีก ไว้แค่รอบเพลย์ออฟ แต่ภาพรวมผลงานถือว่าแสดงให้เห็นถึงสปิริตของทีมจากนอร์เวย์ที่ไม่กลัวบรรยากาศในอิตาลี เพียงแต่ข้อผิดพลาดเรื่องวินัยเกมรับ โดยเฉพาะใบแดงในครึ่งแรก คือบทเรียนราคาแพงที่ต้องกลับไปแก้ไข

ตารางบอลนัดถัดไปและโปรแกรมบอลของทั้งสองทีม

เมื่อภารกิจในยุโรปของรอบนี้จบลง สายตาของโบโลญญ่าจะกลับไปโฟกัสที่เซเรีย อา โดยใน ตารางบอล ช่วงเดือนมีนาคม ทีมจากริเวนโญ่มีคิวบุกเยือนปิซ่า ต่อด้วยเปิดบ้านรับเวโรน่า และออกไปเยือนซัสซูโอโล โปรแกรมถี่ยิบแบบนี้ทำให้โค้ชต้องโรเตชั่นอย่างรอบคอบ หากอยากให้ฟอร์มแรงในยุโรปต่อเนื่องไปถึงผลงานในลีก

ฝั่งบรานน์จะหันไปลุยศึกในประเทศเต็มตัว โปรแกรมถัดไปตาม โปรแกรมบอล ของพวกเขาคือเกมบอลถ้วยนอร์เวย์พบทรอมสดาเล่น จากนั้นเปิดหัวเอลีเตเซเรียนด้วยการดวลคริสเตียนซุนด์ การจัดการสภาพร่างกายและการเสริมทีมให้ลึกขึ้นจะเป็นโจทย์ใหญ่ หากต้องการกลับมาเล่นถ้วยยุโรปอีกในอนาคต

ติดตามบ้านผลบอลกับบ้านกีฬา

แฟนบอลที่อยากเกาะติดทุกจังหวะของโบโลญญ่าและบรานน์ รวมถึงผลเกมเดือดจากลีกใหญ่ทั่วยุโรป สามารถตามอัปเดตสกอร์สด ข่าวสารก่อนเกม และบทวิเคราะห์สไตล์จัดจ้านได้ที่ บ้านผลบอล จากทีมงาน บ้านกีฬา ที่จะพาไปเจาะลึกตั้งแต่รายชื่อ 11 ตัวจริงจนถึงเสียงนกหวีดสุดท้าย

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา