
จาก : ผลบอลสด เอฟเอ คัพ อังกฤษ ระหว่าง แมนซิตี้ 2-0 ซัลฟอร์ด ซิตี้ วันนี้ 14/2/69 – บ้านกีฬา
ศึกบอลถ้วย เอฟเอ คัพ อังกฤษ รอบ 4 ที่เอติฮัด สเตเดียม เป็นการเจอกันของทีมต่างดิวิชั่น แต่ความเดือดไม่ต่างกัน เมื่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านรับการมาเยือนของเพื่อนร่วมเมืองจากลีกทูอย่าง ซอลฟอร์ด ซิตี้ เกมนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ปรับทัพหลายตำแหน่ง แต่ยังคุมจังหวะเกมไว้ได้ทั้งหมดตามสไตล์ ทีมงาน บ้านกีฬา ตามเก็บจังหวะสดแบบเกาะขอบสนามผ่านสัญญาณ ผลบอลสด เห็นชัดเลยว่าคุณภาพและความนิ่งของเรือใบสีฟ้ายังเหนือกว่าหลายขุม
แมตช์นี้จบด้วยสกอร์ 2-0 จากการทำเข้าประตูตัวเองของ อัลฟี ดอร์ริงตัน ตั้งแต่ต้นเกม ก่อนที่ มาร์ค เกฮี จะซัดปิดงานช่วงท้าย ทำให้ซิตี้ผ่านเข้าสู่รอบถัดไปอย่างไม่เคยรู้สึกว่าถูกกดดันจริงๆ แม้ฝั่งทีมเยือนจะมีนายด่านอย่าง แมตธิว ยัง โชว์ฟอร์มเซฟระดับพระกาฬจนได้คะแนนสูงสุดในสนามก็ตาม
🕐 เกมครึ่งแรก: ดอร์ริงตัน OG เปิดทางเรือใบคุมเกม
เสียงนกหวีดเริ่มเกมดังขึ้น ซิตี้เดินหน้าเปิดเกมบุกใส่ทันที ใช้การต่อบอลสั้นกดดันแนวรับซอลฟอร์ดจนถอยลงไปตั้งรับลึก นาที 3 เคลลี เอ็นไม ของทีมเยือนต้องตัดฟาวล์เร็วเพื่อหยุดเกมสวนกลับ รับใบเหลืองตั้งแต่ไก่โห่ เป็นสัญญาณชัดว่าซอลฟอร์ดต้องเหนื่อยทั้งเกมแน่
นาที 6 ความกดดันเปลี่ยนเป็นประตูนำ เมื่อแนวรับซอลฟอร์ดเคลียร์บอลไม่ดี บอลเด้งไปโดน อัลฟี ดอร์ริงตัน เปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเอง กลายเป็นสกอร์ 1-0 ให้เจ้าถิ่นแบบไม่ต้องออกแรงยิงด้วยซ้ำ หลังขึ้นนำ ซิตี้ครองบอลเหนือกว่าอย่างชัดเจน ใช้เกมด้านข้างจาก ฟิล โฟเดน และ รายาน แชร์กี เจาะแนวรับทีมเยือนต่อเนื่อง
ช่วงกลางครึ่งแรก แมนฯ ซิตี้ได้ทั้งฟรีคิกและเตะมุมหลายครั้ง ลูกไกลของ นิโก กอนซาเลซ และ แชร์กี ได้ลุ้นแต่ยังไม่ตรงกรอบ ขณะที่นาที 19 มีจังหวะปะทะทำให้เกมหยุดชั่วคราว จากนั้น เป๊ปตัดสินใจส่ง ไรอัน แม็คเอดู ลงมาแทน แม็กซ์ อัลเลย์น เสริมความสดทางริมเส้น
ท้ายครึ่งแรก ซอลฟอร์ดเริ่มตอบโต้ได้บ้าง นาที 42 จากลูกเตะมุม เบน วูดเบิร์น ได้ยิงในเขตโทษ แต่ เจมส์ ทราฟฟอร์ด นายด่านดาวรุ่งเรือใบพุ่งเซฟสุดตัวช่วยทีมไว้ได้ จบ 45 นาทีแรก ซิตี้นำ 1-0 แต่รูปเกมบอกชัดว่าถ้าเจ้าถิ่นเร่งเครื่องจริงๆ สกอร์อาจไม่หยุดแค่ลูกเดียว
🕑 เกมครึ่งหลัง: ยังเซฟได้ แต่เกฮีปิดจ็อบให้ซิตี้
เริ่มครึ่งหลัง แมนฯ ซิตี้ยิ่งโหมบุกหนัก นาที 49-50 ทั้ง ไทจ์ เรย์นเดอร์ส และ แม็คเอดู ได้โอกาสส่องเหน่งๆ แต่ แมตธิว ยัง อ่านทางบอลดีเซฟไว้ได้ทั้งหมด กลายเป็นโชว์ส่วนตัวของนายทวารซอลฟอร์ดที่ไม่ยอมให้ทีมโดนยิงขาดง่ายๆ
นาที 51 จอห์น สโตนส์ เติมเกมขึ้นมายิงในกรอบแต่บอลเหินข้ามคานไปนิดเดียว ซอลฟอร์ดมีจังหวะสวนกลับนาที 60 เมื่อ เคลลี เอ็นไม หลุดไปยิงมุมแคบ แต่ ทราฟฟอร์ดยืนปิดเสาแรกเหนียวหนึบ ไม่ให้เกมหักมุม
นาที 65 เป๊ปเปลี่ยนสามคนรวด ส่ง อองตวน เซเมนโย, มาร์ค เกฮี และ นิโก โอ’รีลลี ลงมาเสริมทั้งความสดและความแข็งแรงในแนวรับ-แนวรุก จากนั้นนาที 70 ฝั่งทีมเยือนก็ปรับแท็กติก เปลี่ยนตัวส่ง ออสซามา แอชลีย์ กับ ดาเนียล อูโดห์ ลงมาไล่เพรสสูง หวังทวงประตูตีเสมอ
นาที 77 โอ’รีลลี ได้ยิงจ่อๆ จากลูกเตะมุม แต่ แมตธิว ยัง ยังปฏิกิริยาไวปัดทิ้งได้อีก ทำเอาแฟนเจ้าถิ่นถึงกับกุมหัว นาที 80 ซอลฟอร์ดโดนอีกใบเหลืองเมื่อ โรแซร์ ลองเกโล เข้าบอลหนักเกินเหตุ
แต่แล้วนาที 81 แนวรับทีมเยือนก็ยืนไม่ดีจากลูกตั้งเตะ บอลถูกเปิดเข้ากรอบ มาร์ค เกฮี ขึ้นโหม่งชงต่อก่อนตามซ้ำด้วยขวา ส่งบอลพุ่งเสียบมุมล่างขวาอย่างเด็ดขาด เป็นประตู 2-0 ที่ทำให้เกมแทบจบลงตรงนั้น ช่วงท้าย เซเมนโย ยังมีจังหวะยิงชนเสา น่าเป็นลูกที่สามสุดๆ ก่อนผู้ตัดสินเป่าจบเกมในนาที 90+2 จบงานแบบสบายๆ ของซิตี้ แต่ทิ้งภาพจำถึงฟอร์มเซฟโหดของนายด่านทีมเยือน

📋 รายชื่อนักเตะตัวจริงและการเปลี่ยนตัว
🔵 แมนเชสเตอร์ ซิตี้
แผนการเล่น 4-2-3-1
ผู้รักษาประตู: เจมส์ ทราฟฟอร์ด (7.6)
กองหลัง: แม็กซ์ อัลเลย์น (6.8), จอห์น สโตนส์ กัปตันทีม (7.6), อับดุลลาห์ คูซานอฟ (7.2), รามี เอ. นูรี (6.9)
กองกลางตัวรับ: ริโก ลูอิส (7.1), นิโก กอนซาเลซ (7.5)
กองกลางตัวรุก: ฟิล โฟเดน (6.6), ไทจ์ เรย์นเดอร์ส (6.5), รายาน แชร์กี (7.3)
กองหน้า: โอมาร์ มาร์มูช (7.2)
ตัวสำรองที่ลงสนาม:
– ไรอัน แม็คเอดู (7.0) แทน อัลเลย์น นาที 22
– นิโก โอ’รีลลี (6.5) แทน นูรี นาที 64
– มาร์ค เกฮี (7.9) แทน สโตนส์ นาที 65 และเป็นคนยิงประตูตอกฝาโลง
– อองตวน เซเมนโย (6.6) แทน โฟเดน นาที 65 มีจังหวะยิงชนเสา
– โรดรี (6.9) แทน กอนซาเลซ นาที 75 ช่วยปิดเกมกลางสนาม
ตัวสำรองที่ไม่ได้ลง: จานลุยจิ ดอนนารุมมา, มาเธอุส นูเนส, รูเบน ดิอาส, ฟลอยด์ ซัมบา
🔴 ซอลฟอร์ด ซิตี้
แผนการเล่น 3-5-2 เน้นรับลึก
ผู้รักษาประตู: แมตธิว ยัง (8.0) – เซฟเป็นพัลวัน ได้คะแนนสูงสุดของทีม
กองหลัง: แซ็ค ออว์ (6.7), ลุค การ์บัตต์ กัปตันทีม (7.6), อัลฟี ดอร์ริงตัน (6.2) – โชคร้ายทำเข้าประตูตัวเอง
กองกลางวิงแบ็ก: โรแซร์ ลองเกโล (6.6), เบน คูเปอร์ (6.4)
กองกลางตัวกลาง: รีอาน เกรย์ดอน (6.2), เบน วูดเบิร์น (7.0), เจสัน แกรนต์ (6.6), จอช ออสเตอร์ฟิลด์ (6.1)
กองหน้า: เคลลี เอ็นไม (6.5)
ตัวสำรองที่ลงสนาม:
– ออสซามา แอชลีย์ (6.4) แทน แกรนต์ นาที 70
– ดาเนียล อูโดห์ (6.5) แทน เอ็นไม นาที 70
– โอลิเวอร์ เทอร์ตัน (6.2) แทน ออว์ นาที 79
– แมตต์ บุตเชอร์ (6.4) แทน วูดเบิร์น นาที 79
– พรินซ์วิลล์ อีฮิบาติออมฮาน (ประมาณ 6.4) แทน เกรย์ดอน นาที 86
ตัวสำรองที่ไม่ได้ลง: มาร์ก ฮาวเวิร์ด, ฟาบิโอ บอรินี, โคล สต็อกตัน, นิโกลัส ซิรี
นักเตะโดดเด่นของเกมนอกจาก เกฮี ที่ยิงประตูสำคัญแล้ว ต้องยกให้ ทราฟฟอร์ด ที่เซฟจังหวะสำคัญช่วงท้ายครึ่งแรก และ แมตธิว ยัง ที่แบกทีมเยือนทั้งแมตช์
📊 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
ในมุมมองการ วิเคราะห์บอล แท็กติกของเกมนี้ชัดเจนว่า เป๊ป วาง 4-2-3-1 เพื่อคุมบอลกลางสนาม ริโก ลูอิส กับ นิโก กอนซาเลซ ยืนต่ำเป็นคู่มิดฟิลด์ตัวรับ รับหน้าที่คุมโซนตรงกลางและตัดเกมสวนกลับ ขณะที่แถวสองอย่าง โฟเดน, แชร์กี และ เรย์นเดอร์ส เคลื่อนที่สลับตำแหน่งตลอดเวลา ทำให้แนวรับซอลฟอร์ดอ่านเกมยาก
การบุกของซิตี้เน้นเคลื่อนบอลจากหลังขึ้นหน้าผ่าน สโตนส์ และ คูซานอฟ ที่สามารถพาบอลขึ้นกลางสนามเองได้ เมื่อทะลุไลน์แรกได้แล้ว บอลจะถูกกระจายออกริมเส้นให้ตัวรุกดวลหนึ่งต่อหนึ่ง จากนั้นตัดเข้ากลางหาช่องยิงหรือเปิดตัดหลังแนวรับ หลายจังหวะทำให้ซอลฟอร์ดต้องถอยลงไปยืนในกรอบเขตโทษถึง 8-9 คน
ฝั่งซอลฟอร์ดในรูปแบบ 3-5-2 เล่นเกมรับลึกมาก เน้นบีบพื้นที่ในกรอบเขตโทษ ปล่อยให้ซิตี้ต่อบอลนอกกรอบแล้วรอจังหวะตัดบอลเปิดสวนกลับผ่าน เอ็นไม และการสอดขึ้นของ ลองเกโล กับ คูเปอร์ แต่ปัญหาคือเมื่อแย่งบอลได้มักโดนเพรสซ้อนทันที ทำให้ตัดสินใจเล่นบอลยาวทิ้งเสียส่วนใหญ่ การขึ้นเกมจึงไม่ต่อเนื่อง
เกมรับของซิตี้ค่อนข้างนิ่ง แม้จะดันไลน์สูง แต่เมื่อเสียบอล ทราฟฟอร์ดออกมาช่วยเคลียร์หลังแนวรับได้ดี ขณะที่คู่เซ็นเตอร์อย่าง สโตนส์ กับ คูซานอฟ อ่านจังหวะบอลยาวของซอลฟอร์ดได้หมด ทำให้ทีมเยือนไม่ค่อยได้โอกาสยิงแบบเหน่งๆ นอกจากจังหวะของ วูดเบิร์น กับ เอ็นไม เพียงไม่กี่ครั้ง
สรุปแท็กติกคือ ซิตี้คุมทุกมิติทั้งเกมรุกและเกมรับ ใช้ความหลากหลายในการเข้าทำจนบีบให้คู่แข่งผิดพลาด ส่วนซอลฟอร์ดแม้จะวางหมากมาดีในแง่การแพ็กเกมรับ แต่คุณภาพของผู้เล่นและความกดดันต่อเนื่องสุดท้ายก็เอาไม่อยู่

📈 สถิติการแข่งขันบอกทุกอย่าง
ตัวเลขหลังเกมสะท้อนภาพชัดเจน ซิตี้กดดันด้วยการยิงรวม 12 ครั้ง เข้ากรอบ 3 ครั้ง ขณะที่ทีมเยือนมีโอกาสเพียง 3 ครั้ง เข้ากรอบแค่ 1 ครั้งเท่านั้น สัดส่วนการครองบอลฝั่งเจ้าถิ่นสูงถึง 80% เทียบกับซอลฟอร์ดที่มีเพียง 20% ทำให้รูปเกมเป็นการบุกวันเวย์เกือบตลอดทั้ง 90 นาที
แม้จะครองบอลเยอะ แต่ซิตี้เล่นกันอย่างมีวินัย แทบไม่มีการฟาวล์เกินจำเป็นจึงจบเกมด้วยฟาวล์ 7 ครั้ง ไม่มีใบเหลืองหรือใบแดง ส่วนซอลฟอร์ดต้องไล่ตามบอลเยอะ ฟาวล์ไป 5 ครั้ง และโดนใบเหลือง 2 ใบจาก เอ็นไม และ ลองเกโล การล้ำหน้าก็ชัดว่าเจ้าถิ่นกล้าเล่นไลน์สูง ล้ำหน้าถึง 5 ครั้ง ขณะที่ทีมเยือนเพียงครั้งเดียว ลูกเตะมุม ซิตี้ได้ 7 ครั้ง ซอลฟอร์ดได้ 6 ครั้ง แม้จะใกล้เคียงกัน แต่คุณภาพการจัดระเบียบเกมรุกจากลูกตั้งเตะของซิตี้ชัดเจนกว่าจนกลายเป็นประตูที่สองของเกม
⏱️ เหตุการณ์สำคัญของเกม
- ⚠️ นาที 3 เคลลี เอ็นไม ทำฟาวล์ทางริมเส้นขวา โดนใบเหลืองเร็วตั้งแต่เปิดเกม
- ⚽ นาที 6 แมนฯ ซิตี้ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากการทำเข้าประตูตัวเองของ อัลฟี ดอร์ริงตัน หลังแนวรับสกัดพลาดบอลเปลี่ยนทางเข้าประตู
- 🎯 นาที 16 รายาน แชร์กี ได้ลองส่องจากฝั่งซ้าย บอลหลุดกรอบไปนิดเดียว
- ⛑️ นาที 19 เกมหยุดชั่วคราวเพราะ จอช ออสเตอร์ฟิลด์ และ แม็กซ์ อัลเลย์น มีอาการบาดเจ็บจากการปะทะ
- 🔁 นาที 22 เป๊ปเปลี่ยน ไรอัน แม็คเอดู ลงแทน อัลเลย์น เสริมความสดทางริมเส้น
- 🔁 ช่วงนาที 28-35 แมนฯ ซิตี้ได้เตะมุมต่อเนื่อง หลายจังหวะมีโอกาสลุ้นจาก กอนซาเลซ แต่ยังไม่ผ่านมือ แมตธิว ยัง
- 🧤 นาที 42 ซอลฟอร์ดได้ลูกเตะมุม ก่อนที่ เบน วูดเบิร์น จะยิงในเขตโทษ แต่ ทราฟฟอร์ดเซฟเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม
- ⏱️ นาที 45+2 ผู้ตัดสินให้ทดเวลาครึ่งแรก 2 นาที ก่อนจบด้วยสกอร์ 1-0
- 🧱 นาที 49-50 เรย์นเดอร์ส และ แม็คเอดู ได้ยิงติดๆ กัน แต่ แมตธิว ยัง เซฟทั้งสองจังหวะ
- 🎯 นาที 51 จอห์น สโตนส์ เติมขึ้นมายิงในกรอบเขตโทษ บอลเหินข้ามคานอย่างได้ลุ้น
- 🧤 นาที 60 เคลลี เอ็นไม ยิงมุมแคบให้ซอลฟอร์ด แต่ ทราฟฟอร์ดปิดเสาแรกเซฟไว้
- 🔁 นาที 65 แมนฯ ซิตี้เปลี่ยนสามคนรวด ส่ง เซเมนโย, เกฮี และ โอ’รีลลี ลงสนาม เปลี่ยนจังหวะเกมรุกทันที
- 🔁 นาที 70 ซอลฟอร์ดตอบโต้ด้วยการส่ง แอชลีย์ และ อูโดห์ ลงมาไล่เพรสสูง
- 🧤 นาที 77 โอ’รีลลี ได้ยิงระยะประชิดจากลูกเตะมุม แต่ แมตธิว ยัง เซฟสุดยอดอีกครั้ง
- 🟨 นาที 80 โรแซร์ ลองเกโล โดนใบเหลืองจากจังหวะเสียบหนัก
- ⚽ นาที 81 มาร์ค เกฮี ยิงด้วยขวาในกรอบเขตโทษ บอลเสียบมุมล่างขวาเป็นประตู 2-0 ให้แมนฯ ซิตี้
- 🎯 นาที 85 เซเมนโย ได้ส่องเหน่งๆ บอลไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย
- ⏱️ นาที 90+2 ทดเวลาเพิ่ม 2 นาที ก่อนผู้ตัดสินเป่าจบเกม ซิตี้ชนะ 2-0 ผ่านเข้ารอบอย่างสวยงาม
⭐ Player of the match: Matthew Young ฮีโร่เสาหลักของซอลฟอร์ด
แม้ทีมจะเป็นฝ่ายแพ้ แต่รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของเกมนี้ต้องยกให้ แมตธิว ยัง นายทวารของซอลฟอร์ดแบบไร้ข้อโต้แย้ง เซฟไปหลายครั้งทั้งลูกยิงไกลจาก แชร์กี, โฟเดน, กอนซาเลซ รวมถึงจังหวะจ่อๆ ของ โอ’รีลลี ถ้าไม่มีเขา สกอร์อาจไหลเกินสามสี่ลูกแน่นอน
การยืนตำแหน่งนิ่ง อ่านจังหวะบอลโด่งได้ดี ออกมาตัดลูกเปิดและลูกเตะมุมหลายครั้งแบบมั่นใจ ทำให้เพื่อนร่วมทีมเชื่อใจ แม้สุดท้ายจะต้านคุณภาพของซิตี้ไม่ไหว แต่ฟอร์มระดับ 8.0 ในเกมบอลถ้วยกับทีมยักษ์ใหญ่แบบนี้ น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นให้ชื่อของเขาถูกพูดถึงมากขึ้นในวงการลูกหนังอังกฤษ
📌 สถานการณ์ในถ้วยเอฟเอ คัพ และความมั่นใจสองทีม
ชัยชนะนัดนี้ส่งให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทะยานเข้าสู่รอบต่อไปของเอฟเอ คัพ พร้อมรักษาความมั่นใจของชุดหมุนเวียน ที่ได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถยืนระยะได้ทั้งเกมรุกเกมรับ นักเตะอย่าง ทราฟฟอร์ด, กอนซาเลซ, แชร์กี และ เกฮี แสดงให้เห็นว่าพร้อมเป็นตัวเลือกจริงจังของทีมในช่วงโปรแกรมถี่ยิบช่วงปลายฤดูกาล
ด้าน ซอลฟอร์ด ซิตี้ แม้จะตกรอบ แต่ฟอร์มการเล่นโดยเฉพาะวินัยเกมรับและผลงานของนายทวารอย่าง ยัง ทำให้กองเชียร์มีเรื่องให้ภูมิใจ การบุกมาแพ้เพียง 0-2 ที่เอติฮัด โดยเสียประตูหนึ่งจากการทำเข้าประตูตัวเอง ถือว่าไม่เลวเลยสำหรับทีมจากลีกทู และประสบการณ์ดวลกับทีมระดับแชมป์ลีกแบบนี้จะช่วยยกระดับทีมในเส้นทางลีกยาวๆ ได้แน่นอน
📅 ตารางบอลและโปรแกรมนัดถัดไป
ในแง่ โปรแกรมบอล ช่วงต่อจากนี้ แมนฯ ซิตี้ยังมีภารกิจหนักในพรีเมียร์ลีก เริ่มจากการเปิดบ้านรับ นิวคาสเซิล ในเกมสำคัญก่อนจะบุกไปเยือน ลีดส์ ซึ่งทั้งสองนัดอาจต้องใช้การโรเตชันผสมตัวจริงชุดใหญ่กับดาวรุ่งที่โชว์ฟอร์มดีในเกมนี้ เพื่อรักษาความสดของขุมกำลังหลักในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล
ฝั่งซอลฟอร์ดต้องรีบหันสมาธิกลับไปที่ลีกทูทันที โดยมีคิวบุกเยือน เชลท์แนม และเปิดบ้านรับ นิวพอร์ต สองเกมนี้สำคัญกับการลุ้นหนีโซนล่างและไล่เก็บแต้มไต่อันดับกลางตาราง หากนำบทเรียนจากเกมกับซิตี้ไปปรับใช้ เกมลีกต่อๆ ไปน่าจะเหนียวแน่นและมีโอกาสเก็บแต้มมากขึ้น
🏟️ ติดตาม บ้านผลบอล ที่ บ้านกีฬา
ใครที่อยากตามทุกช็อตเด็ดจากถ้วยเอฟเอ คัพ รวมถึงลีกใหญ่ยุโรป บ้านกีฬา ขอชวนเกาะจอไปพร้อมกัน ทั้งสกอร์สด สถิติเกม และอัปเดตตารางคะแนนแบบเรียลไทม์ในสไตล์ บ้านผลบอล แทรกสีสันการเล่าเรื่องแบบนักข่าวภาคสนาม อ่านสนุกแต่ได้ข้อมูลครบ ใครไม่อยากพลาดดราม่าลูกหนังแมตช์ต่อไป เข้ามาเช็กสกอร์และข่าวร้อนวงการบอลกับ บ้านกีฬา ได้ทุกวัน

