แนวคิดโทเทิ่ลฟุตซอล จุดสตาร์ตความสำเร็จ
เส้นทางสู่แชมป์ของ ทีมชาติไทย U19 ไม่ได้เริ่มที่สนามนัดชิง แต่เริ่มตั้งแต่วันที่ “โค้ชบุญเลิศ เจริญวงศ์” รับภารกิจใหญ่ในชีวิต กับการคุมทัพเยาวชนชุดนี้ภายใต้แนวคิด โทเทิ่ลฟุตซอล ตามแนวทางที่ “บิ๊กป๋อม” กำชับไว้แต่แรก นั่นคือการสร้างทีมสมัยใหม่ที่ “เคลื่อนทั้งระบบ” ผู้เล่นทุกคนต้องเล่นได้ทั้งรุกและรับ ไม่ใช่แค่เด่นด้านใดด้านหนึ่ง เพราะสำหรับฟุตซอลระดับทัวร์นาเมนต์ การยืนให้ไหวตลอดทั้งเกมสำคัญพอๆ กับการยิงให้เข้า
คอนเซ็ปต์ชัดๆ ที่ถูกตีตราไว้ในหัวของทุกคนคือ “เกมรุกอาจจะทำให้คุณชนะ แต่เกมรับที่ดีจะทำให้คุณได้แชมป์” นี่คือประโยคที่ทั้งบอร์ดบริหาร สต๊าฟฟ์โค้ช และนักเตะยึดเป็นธงร่วมกัน ก่อนจะพาไปสู่โทรฟี่ประวัติศาสตร์รายการ ชิงแชมป์อาเซียน 2025
เริ่มจากศูนย์: ภารกิจคัดเด็กทั่วประเทศ
บุญเลิศเล่าย้อนว่า ตั้งแต่วินาทีที่ได้รับมอบหมายหน้าที่คุมทีมฟุตซอลชายทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี เขารู้ทันทีว่านี่คือภารกิจที่ใหญ่และหนักมาก เพราะต้องสร้างทีมขึ้นมาแทบจะจาก “ศูนย์”
นักเตะแต่ละคนเริ่มจาก “ไม่มีตัวตน” ในทีมชาติ ต้องอาศัยการคัดตัวอย่างละเอียด ใช้เวลากว่า 4 เดือนเต็ม เดินสายไปดูเด็กที่ ราชภัฏเพชรบุรี ไปดูทั้งเกมแข่งขัน ทั้งช่วงซ้อม เก็บข้อมูลทุกเม็ดจากทีมงาน โดยเฉพาะ อ.สมชาติ พิทักษ์วงศ์ ที่ช่วยสแกนฟอร์มให้แบบเข้มข้น รวมถึงตามเช็กเด็กจากทีม ชลบุรี บลูเวฟ ที่ต้องไปเก็บข้อมูลถึง 4 แมตช์ ทั้งนัดอุ่นเครื่องและการแข่งขันจริง
ไม่ใช่แค่ดูรายการเดียวแล้วจบ สต๊าฟฟ์ต้องลงพื้นที่ตามดูหลายน้ำ ทั้งฟุตซอลกรมศึกษา, ฟุตซอล ดิวิชั่น 1, ฟุตซอล ม.นอร์ทกรุงเทพ และอีกหลายทัวร์นาเมนต์ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มี “เพชรเม็ดงาม” คนไหนหลุดรอดสายตาไป
คัดตัวละเอียด 6 มิติ กลั่นกรองจนเหลือเฉพาะของจริง
หลังรวบรวมรายชื่อจากทุกสนาม ทุกทัวร์นาเมนต์ โค้ชบุญเลิศและสต๊าฟฟ์โค้ชก็ต้องนั่งคุยกันยาว เพื่อหาข้อสรุปว่าในโควต้า 40 คนแรก ควรจะมีใครบ้าง จากนั้นถึงจะค่อยๆ ตัดให้เหลือชุดสุดท้ายที่ดีที่สุด
จุดที่ทำให้ทุกอย่างยากขึ้นไปอีก คือช่วงนั้นบุญเลิศเพิ่งกลับมาจากการคุมทีมชาติเมียนมา แต่ก็ต้องเข้ามาคุมโปรเจกต์นี้ทันที พร้อมวางเกณฑ์การคัดเลือกที่ละเอียดถึง 6 ด้าน ได้แก่
- ทักษะการเล่นฟุตซอล
- ความเร็วและสภาพร่างกาย
- ความดุดันในการเล่น
- ความเข้าใจเกมฟุตซอลเชิงแท็คติก
- ปฏิกิริยาตอบสนองในสถานการณ์กดดัน
- ไอคิวเกมการเล่นและการตัดสินใจ
เขายอมรับว่าโชคดีที่ทีมงานโค้ชทุกคน “ให้สิทธิ์เต็มที่” ให้เขาเป็นคนตัดสินใจสุดท้าย ทำให้สามารถเลือกนักเตะที่ตอบโจทย์ทั้ง 6 ด้านออกมาเป็นชุดสุดท้ายได้อย่างเต็มที่ ผู้เล่นทุกคนที่ถูกคัดอยู่ในทีมนี้ คือคนที่ผ่านการกลั่นกรองมาหลายชั้นจริงๆ
วิสัยทัศน์จากผู้บริหาร สู่ทีมสมัยใหม่ของฟุตซอลไทย
โค้ชบุญเลิศย้ำชัดว่า แนวคิดการสร้างทีมครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่เป็นผลจากวิสัยทัศน์ของ อดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ อุปนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ที่กำหนดทิศทางใหม่ของ ฟุตซอลไทย ให้เดินไปในแนวทาง “ทีมสมัยใหม่”
หัวใจคือ โทเทิ่ลฟุตซอล การเคลื่อนที่ทั้งระบบ ผู้เล่นทุกคนต้องเติมเกมรุกได้ ถอยลงมาตั้งรับได้ ไม่ใช่รอแค่ตำแหน่งประจำพื้นที่ตัวเอง เขาจึงพูดกับลูกทีมเสมอว่า แต่ละคนต้องมีเทคนิคครบสองด้าน ทั้งรุกและรับ
ปัญหาที่ถูกชี้ให้เห็นชัดๆ คือที่ผ่านมา ฟุตซอลไทยมักเด่นเรื่องเกมรุก ยิงได้สวย ทำประตูได้เยอะ แต่หลุดเรื่องเกมรับ เสียประตูง่าย พอถึงรอบลึกของทัวร์นาเมนต์ก็กลายเป็นจุดที่ถูกลงโทษทันที
เกมรุกสำหรับชนะ เกมรับสำหรับแชมป์
ในทีมชุดแชมป์อาเซียนครั้งนี้ โค้ชบุญเลิศยอมรับว่า มีนักเตะหลายคนเก่งมากในเกมรุก ยิงคม เลี้ยงจัด แต่ถ้ายังไม่แข็งแรงพอในด้านเกมรับ เขาก็จำเป็นต้องตัดใจ เพราะคอนเซ็ปต์ทีมคือ ต้องเลือกผู้เล่นที่ดีทั้งรับและรุก
เขาใช้คอนเซ็ปต์ตรงไปตรงมาว่า “บางคนเกมรุกดีมาก แต่รับไม่ถึง เก็บไว้ไม่ได้” เพราะภาพใหญ่ของทีมคือการสร้างโครงสร้างเกมรับที่แน่นไว้ก่อน แล้วค่อยต่อยอดเกมรุกจากตรงนั้น
ประโยคที่เขาย้ำกับลูกทีมจนกลายเป็นเหมือนสโลแกนในทีมคือ
“เกมรับคือเกมรุกที่ดี และเกมรุกทำให้คุณชนะ แต่เกมรับที่ดีจะทำให้คุณได้แชมป์ครับ”
นี่คือคำที่เขาเชื่อ และใช้เป็นเข็มทิศนำทางทั้งการฝึกซ้อมและการวางแท็คติกในทุกแมตช์ของทัวร์นาเมนต์
บทเรียนระยะยาวของฟุตซอลเยาวชนไทย
เส้นทางของทีมยู19 ชุดนี้ ไม่ได้จบแค่การคว้าแชมป์ในบ้านที่โรงยิมเนเซียม อบจ.นนทบุรี แต่คือการวางฐานสำคัญให้ฟุตซอลเยาวชนไทยในระยะยาว การคัดเด็กจากหลายเวทีแข่งขัน การยึดแนวคิดโทเทิ่ลฟุตซอล การให้ความสำคัญกับเกมรับไม่แพ้เกมรุก ล้วนเป็นแม่แบบที่สามารถต่อยอดไปสู่รุ่นต่อๆ ไปได้
สำหรับวงการฟุตซอลบ้านเรา สิ่งที่ชุดนี้แสดงให้เห็นคือ ถ้าคุณกล้าลงรายละเอียดในการคัดเลือก กล้าปรับวิธีคิดจากเดิม ไม่ยึดติดกับแค่ชื่อทีมใหญ่ แต่มองที่ศักยภาพรอบด้านของเด็กจริงๆ ทีมชาติในอนาคตก็จะมีตัวเลือกคุณภาพมากขึ้น และพร้อมสู้ได้กับทุกชาติในระดับอาเซียนและเอเชีย
มองไปข้างหน้า กับฟุตซอลไทยและแฟนบอล
จาก “ทีมที่เริ่มจากศูนย์” สู่ “ทีมแชมป์อาเซียน” เส้นทางของโค้ชบุญเลิศและลูกทีมยู19 คือภาพสะท้อนว่า เมื่อโครงสร้างถูกคิดอย่างเป็นระบบ วิสัยทัศน์จากผู้บริหารชัดเจน โค้ชลงมืออย่างเข้มข้น และนักเตะตอบสนองเต็มร้อย ความสำเร็จก็ไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม
สำหรับแฟนฟุตซอลชาวไทย นี่คืออีกหนึ่งเรื่องราวที่บอกเราว่า ถ้าให้เวลา ให้ความไว้วางใจ และเชื่อในกระบวนการ ทีมเยาวชนไทยสามารถเดินไปได้ไกลกว่านี้อีกมาก และจะเป็นกำลังหลักของทีมชาติชุดใหญ่ในอนาคตอย่างแน่นอน
ใครที่อยากตามทุกพัฒนาการของวงการฟุตซอลและฟุตบอลไทย รวมถึงเรื่องราวมันส์ๆ จากโลกกีฬา อย่าลืมติดตามข่าวสดใหม่ทุกวันได้ที่ ฟุตซอลสดบ้านกีฬา

