
จาก : ผลบอลสด ลาลิกา ระหว่าง โอซาซูน่า 1-1 แอธเลติก บิลเบา วันนี้ 3/1/69 – บ้านกีฬา
ศึก ลาลีกา ที่เอล ซาดาร์ จบลงด้วยผล 1-1 แบบชวนเหนื่อยทั้งสนาม แฟนบอลที่ตามเช็ก ผลบอลสด และส่องหน้าจอไปพร้อมกับ บ้านกีฬา เห็นภาพชัดเลยว่านี่คือเกมที่ความดุดันบดบี้กันตั้งแต่นาทีแรกไปจนสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้าย โอซาซูน่าใช้ความหนักหน่วงในบ้านดักสู้กับเกมเทคนิคและสปีดจัดของแนวรุกแอธเลติก บิลเบา ผลเสมอทำให้ทั้งสองทีมได้แค่แต้มเดียว แต่เรื่องอารมณ์ในสนามบอกเลยว่าไม่เสมอแน่นอน
⏱ ครึ่งแรก – เจ้าถิ่นคมกว่า แต่อาคันตุกะบุกเป็นพายุ
ต้นเกมทีมเยือนอย่างแอธเลติก บิลเบา เดินหน้าบีบสูงทันที ใช้สองพี่น้องวิลเลียมส์ไล่เพรสแนวรับโอซาซูน่า จนเจ้าบ้านต้องออกบอลยาวบ่อยครั้ง แม้จะครองบอลน้อยกว่าแต่โอซาซูน่าเล่นแบบรอจังหวะสอง แล้วสวนกลับด้วยความดุดัน เซร์คิโอ เอร์เรร่า ต้องช่วยเซฟลูกยิงไกลของโอฮาน ซานเซ็ต และจังหวะโหม่งของกอร์ก้า กูรูเซต้า ไม่ให้ทีมเสียประตูเร็ว
นาที 34 เกมเปลี่ยนเมื่อแนวรับทีมเยือนดันตั้งโซนหลวม ปล่อยให้รูเบน การ์เซีย หาพื้นที่ว่างระหว่างไลน์ได้ก่อนกดด้วยซ้ายในเขตโทษ บอลพุ่งเสียบตาข่ายให้โอซาซูน่านำ 1-0 ก่อนพักครึ่ง จบครึ่งแรกเจ้าบ้านแม้จะยิงน้อยกว่าแต่คมกว่าอย่างชัดเจน ขณะที่บิลเบาเหมือนยังจูนจังหวะสุดท้ายไม่ติด
🔁 ครึ่งหลัง – เปลี่ยนรวดเดียวสามตัวแล้วเกมไหล กลายเป็นของบิลเบา
ครึ่งหลังเริ่มมาแอธเลติกยังบุกต่อเนื่อง และความกดดันก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนแนวรับทีมเยือนต้องแลกใบเหลืองจากอเล็กซ์ บอยโร่ นาที 53 เพื่อหยุดเกมสวนกลับ เจ้าบ้านพยายามแพ็กกลางแน่นขึ้น แต่พอถึงนาที 60 เอร์เนสโต บัลเบร์เด้ตัดสินใจเปลี่ยนรวดเดียวสามคน ส่งโรเบิร์ต นาบาร์โร, อเล็กซ์ เบเรนเกร์ และอเลฆานโดร เรโก้ ลงมาเปลี่ยนรูปแบบการเล่นให้บิลเบาบุกหลากหลายกว่าเดิม
การเปลี่ยนตัวได้ผลทันตา นาที 71 นาบาร์โรครองบอลฝั่งซ้ายก่อนครอสเข้าเขตโทษให้กอร์ก้า กูรูเซต้า โฉบโหม่งไม่เหลือ ตีเสมอ 1-1 และกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเกม ช่วง 20 นาทีท้ายบิลเบาโหมบุกอย่างหนัก ใช้ลูกครอสจากสองฟูลแบ็กใส่กรอบเขตโทษรัว ๆ แต่โอซาซูน่าก็ไม่ถอดใจ ส่งคิเก้ บาร์ฆ่า, ราอูล การ์เซีย เด ฮาโร่ และมอย โกเมซ ลงมาช่วยสวนกลับ ทว่าจังหวะสุดท้ายของทั้งคู่ไม่เฉียบพอ จบเกมแบ่งกันไปทีมละแต้มในบรรยากาศสุดตึงเครียด มีทั้งใบเหลือง การโต้เถียง และแท็คเกิลหนัก ๆ ให้แฟนบอลบ้าน ๆ สาย บ้านผลบอล ดูกันเพลินตา

📋 รายชื่อนักเตะตัวจริงและการเปลี่ยนตัว
🔴 โอซาซูน่า (4-2-3-1)
ผู้รักษาประตู
- เซร์คิโอ เอร์เรร่า (7.7) เซฟหลายจังหวะสำคัญ โดยเฉพาะลูกโขกและยิงไกลของแนวรุกบิลเบา
กองหลัง
- วาเลนติน โรซิเยร์ (19) แบ็กขวา (6.4) ทำงานหนักทั้งเกมรับและเติมสูง ก่อนโดนเปลี่ยนช่วงท้าย
- อเลฆานโดร คาเตน่า (24) เซนเตอร์ฮาล์ฟ (7.7) อ่านเกมกลางอากาศได้ยอดเยี่ยม เป็นหนึ่งในคนที่หยุดกูรูเซต้าได้ดีที่สุด
- ฆอร์เค่ เอร์รันโด (5) เซนเตอร์ฮาล์ฟ (7.3) เข้าปะทะดุดัน บล็อกหลายลูก
- ฆวน กาลัน (20) แบ็กซ้าย (7.4) เติมเกมซ้ายได้ต่อเนื่องและช่วยกดดันแนวรับทีมเยือน
กองกลางตัวรับ
- ฆอน มอนกาโยล่า (7) (6.8) ตัววิ่งชนในแดนกลาง ไล่บี้คู่กลางบิลเบาไม่ให้เล่นง่าย
- ลูกัส ตอร์โร่ (6) (6.5) คุมจังหวะเกมต่ำ หน้าคู่เซนเตอร์ ช่วยตัดเกมกลางสนาม
กองกลางตัวรุก
- บิคตอร์ มูนโยซ (21) (6.6) ขยับหาช่องระหว่างไลน์แต่ยังจังหวะสุดท้ายไม่คม
- อาอิทอร์ โอรอซ (10) (6.9) เชื่อมบอลจากกลางไปหน้า ก่อนถูกถอดปลายเกม
- รูเบน การ์เซีย (กัปตันเบอร์ 14) (8.0) ตัวปั้นเกมคนสำคัญ ยิงประตูนำและคุมจังหวะเกมรุกทั้งหมดของทีม
กองหน้า
- อันเต้ บูดิมีร์ (17) (6.2) กองหน้าตัวเป้า รับบทชนกับคู่เซนเตอร์บิลเบา แม้ไม่ได้ยิงเยอะแต่ช่วยเปิดพื้นที่ให้คนตามขึ้นมา
ตัวสำรองที่ได้ลงสนาม
- คิเก้ บาร์ฆ่า (11) (6.4) ลงมานาที 76 เติมสปีดทางริมเส้นซ้าย
- ราอูล การ์เซีย เด ฮาโร่ (9) (6.8) ลงพร้อมกันนาที 76 เพิ่มพลังเกมบุกกลางอากาศ
- มอย โกเมซ (16) (6.4) ลงนาที 83 ช่วยพาบอลออกจากแดนตัวเอง
- อินญิโก้ อาร์กีบิเด้ (41) (6.7) ลงแทนโรซิเยร์นาที 86 ปิดเกมทางขวา
ตัวสำรองที่ไม่ได้ใช้: ดิมิทริออส สตามาตากิส, ไอตอร์ แฟร์นานเดซ, ฆวน ครูซ, อิเกร์ มูนโยซ, อาเซียร์ โอซัมเบลา, เชรัลโด้ เบ็คเกอร์
⚪ แอธเลติก บิลเบา (4-2-3-1)
ผู้รักษาประตู
- อูไน ซีม่อน (1) (6.7) แม้เสียหนึ่งประตูแต่มีจังหวะเซฟลูกยิงแฉลบช่วยทีมไว้หลายครั้ง
กองหลัง
- อัลวาโร่ โกโรซาเบล (2) แบ็กขวา (6.5) เจองานหนักจากฝั่งกาลัน ก่อนถูกเปลี่ยนออกนาที 69
- ดานี่ วิเวียน (3) เซนเตอร์ (6.6) เกมรับกลางอากาศแข็งแรง
- อายเนน ปาเรเดส (4) เซนเตอร์ (6.6) โดนใบเหลืองเร็วตั้งแต่นาที 9 จากจังหวะตัดเกมฟาวล์
- อเล็กซ์ บอยโร่ (19) แบ็กซ้าย (6.6) เติมเกมสูงจัดแต่ก็เสียใบเหลืองจากการเข้าบอลแรงช่วงต้นครึ่งหลัง
กองกลางตัวรับ
- มิเกล เฆาเรกีซาร์ (18) (7.0) ดักบอลหน้าเซนเตอร์ได้ดี ช่วยปะทะกับมอนกาโยล่าตลอดเกม
- อินญิโก้ รุยซ์ เด กาลาร์เรต้า (16) (7.0) คุมจังหวะเกมและจ่ายบอลสั้นแม่นยำ ก่อนถูกถอดนาที 60
กองกลางตัวรุก
- นิโก้ วิลเลียมส์ (10) ปีกซ้าย (6.6) โชว์สปีดลากกินตัวแต่จบสกอร์ไม่คม
- โอฮาน ซานเซ็ต (8) เพลย์เมกเกอร์ (6.6) มีพื้นที่สร้างสรรค์เกมกลางสนามแต่ถูกประกบติด
- อินญากี วิลเลียมส์ (กัปตันเบอร์ 9) ปีกขวา/กองหน้าล่อง (6.6) ได้บอลบ่อยแต่ถูกเบียดจนเล่นยาก ถูกเปลี่ยนออกตอนชั่วโมงแรก
กองหน้า
- กอร์ก้า กูรูเซต้า (11) (7.4) ตัวจบสกอร์ สร้างปัญหาให้แนวรับโอซาซูน่าตลอด และเป็นคนโหม่งตีเสมอสำคัญ
ตัวสำรองที่ได้ลงสนาม
- โรเบิร์ต นาบาร์โร (23) (6.4) ลงนาที 60 แล้วจ่ายแอสซิสต์ลูกตีเสมอให้กูรูเซต้า
- อเลฆานโดร เรโก้ โมร่า (30) (6.6) ลงคุมกลางแทนกาลาร์เรต้า เพิ่มพลังเกมรุก
- อเล็กซ์ เบเรนเกร์ (7) (6.2) ลงมาสร้างเกมริมเส้น แต่เกือบโดนเด้งเพราะใบเหลืองจากจังหวะโต้เถียง
- เฆซุส อาเรโซ (12) (6.9) ลงมาเป็นแบ็กขวา เติมเกมไลน์ข้างเน้นครอส
- นีโก้ เซร์ราโน่ (22) (ประมาณ 6.6) ลงช่วงทดเวลาเพื่อใส่สปีดด้านข้าง
ตัวสำรองที่ไม่ได้ใช้: อเล็กซ์ ปาดีย่า, อินญิโก เลกูเอ้, อิเกร์ มอนเรอัล, มีเกล เบสก้า, อูไน โกเมซ, เซลตอน ซานเชซ, อูร์โก้ อีเซต้า
ผู้เล่นบาดเจ็บ/ติดโทษแบนที่สำคัญ: ฝั่งโอซาซูน่าขาดอิเกร์ เบนีโต้, ฟลาวิเย็น โบโยโม และอาเบล เบรโตเนส (แบน) ส่วนบิลเบาขาดเบญญัต ปราดอส, มารวน ซานนาดี, อายเมริก ลาปอร์ต, ยูรี เบร์ชิเช่, เยราย อัลวาเรซ (แบน) และอูนาย เอกีลุซ
🧠 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
ทั้งสองทีมยืนระบบ 4-2-3-1 เหมือนกัน แต่รูปแบบการเล่นต่างกันอย่างชัดเจน โอซาซูน่าเลือกยืนบล็อกกลาง คุมโซนแน่นในแดนตัวเอง ปล่อยให้บิลเบาครองบอลมากกว่า แล้วคอยตัดบอลก่อนสวนกลับเร็วผ่านมูนโยซและโอรอซขึ้นสู่ รูเบน การ์เซีย ถือว่าเป็นแท็กติกที่ใช้พลังงานสูงแต่ได้ผลในครึ่งแรก เพราะทุกครั้งที่ชนะบอลกลางสนามได้ กองหน้าตัวเป้าอย่างบูดิมีร์ทำหน้าที่พักบอลและดึงตัวประกบก่อนให้มิดฟิลด์สอดขึ้นไปยิง
ฝั่งแอธเลติก บิลเบา ใช้การต่อบอลสั้นผสมโยนยาวจากสองฟูลแบ็ก โกโรซาเบลกับบอยโร่ เพื่อหาช่องให้วิลเลียมส์สองพี่น้องดวลหนึ่งต่อหนึ่งกับฟูลแบ็กเจ้าบ้าน แต่การจบสกอร์ช่วงแรกยังไม่คม เมื่อเข้าสู่ครึ่งหลัง บัลเบร์เด้ปรับจูนใหม่ด้วยการส่งนาบาร์โรและเบเรนเกร์ลงมาเล่นระหว่างไลน์ ขยับซานเซ็ตเลื่อนไปในพื้นที่ที่คู่กลางโอซาซูน่าต้องเลือกว่าไล่หรือยืน ทำให้เกมรุกบิลเบาไหลและมีมิติขึ้น แค่ช่วง 30 นาทีท้ายทีมเยือนบุกเป็นพายุ จนท้ายที่สุดก็มาตีเสมอได้
ในเกมรับ โอซาซูน่าแสดงให้เห็นว่าถ้าแพ็กแผงสี่หลังพร้อมมิดฟิลด์ตัวรับสองคนให้แน่น ทีมอย่างแอธเลติกก็ไม่ได้ทะลวงง่าย ๆ แต่ข้อเสียคือเมื่อต้องตั้งโซนลึกตลอดปลายเกม ความเหนื่อยล้าเริ่มสะสม ทำให้การสไลด์โซนช้าและโดนบอมบ์ใส่ไม่หยุด ส่วนเกมรับของบิลเบาเองโดนลงโทษจากการหลุดตำแหน่งครั้งเดียวตอน รูเบน การ์เซีย ได้ซัดโล่ง ๆ ถ้าเพิ่มสมาธิในจังหวะสุดท้ายได้มากกว่านี้ รูปเกมอาจเปลี่ยน
โดยรวมแล้วนี่คือเกมที่เหมาะกับสายชอบอ่าน วิเคราะห์บอล แท็คติก เพราะทั้งสองทีมปรับหมากตอบโต้กันตลอด 90 นาที

📊 สถิติการแข่งขัน
ตัวเลขในเกมนี้สะท้อนภาพชัดเจนว่าแอธเลติก บิลเบา บุกใส่เจ้าบ้านมากกว่า ทีมเยือนยิงทั้งหมด 12 ครั้ง เข้ากรอบถึง 9 ลูก ขณะที่โอซาซูน่ายิงเพียง 10 ครั้ง เข้ากรอบ 3 แต่ใช้โอกาสไม่เปลืองในจังหวะนำ 1-0 การครองบอลอยู่ที่ 55% ต่อ 45% ให้ฝั่งบิลเบา ทว่าจำนวนการส่งบอลกลับน้อยกว่าโอซาซูน่าเล็กน้อย (376 ต่อ 419) เพราะทีมเยือนเลือกเล่นบอลเร็วและเน้นจบสกอร์เร็วในแดนบน
ความแม่นยำการจ่ายบอลของทั้งสองทีมถือว่าดีมาก บิลเบาอยู่ที่ 82% ส่วนโอซาซูน่า 80% เกมนี้จึงไม่ค่อยเห็นภาพจ่ายเสียง่าย ๆ กลางสนาม ที่สะดุดตาคือจำนวนฟาวล์ แอธเลติกทำถึง 20 ครั้ง ส่วนเจ้าบ้าน 12 ครั้ง แสดงให้เห็นว่าทีมเยือนกล้าเสี่ยงตัดเกมสูงเพื่อไม่ให้โดนสวนกลับ ขณะที่จำนวนลูกเตะมุมทีมเยือนมากถึง 9 ครั้ง เทียบกับโอซาซูน่าเพียงครั้งเดียว บ่งบอกว่าเกมรุกทางริมเส้นของบิลเบาอันตรายตลอดทั้งคืน
🚨 เหตุการณ์สำคัญของเกม
- 🔔 9′ อายเนน ปาเรเดส ทำฟาวล์หนักกลางสนาม รับใบเหลืองใบแรกของเกม
- ⚽ 34′ รูเบน การ์เซีย ซัดเสียบตาข่ายให้โอซาซูน่านำ 1-0
- 🟨 53′ อเล็กซ์ บอยโร่ เข้าบอลแรงใส่ตัวรุกเจ้าบ้าน รับใบเหลือง
- 🔄 60′ แอธเลติก บิลเบา เปลี่ยนสามคนรวด – อินญากี วิลเลียมส์, ซานเซ็ต และกาลาร์เรต้า ถูกถอดออก ส่งอเล็กซ์ เบเรนเกร์, โรเบิร์ต นาบาร์โร และอเลฆานโดร เรโก้ ลงมา
- 🟨 67′ ฆอน มอนกาโยล่า ทำฟาวล์กลางสนาม โดนใบเหลืองเพิ่มให้โอซาซูน่า
- 🔄 69′ เฆซุส อาเรโซ ลงแทนโกโรซาเบล เสริมพลังริมเส้นขวาบิลเบา
- ⚽ 71′ โรเบิร์ต นาบาร์โร เปิดบอลให้กอร์ก้า กูรูเซต้า โขกเต็มหัว ตีเสมอ 1-1
- 🟨 73′ อเลฆานโดร คาเตน่า โต้เถียงผู้ตัดสินจนโดนใบเหลืองจากข้อหาอารมณ์ร้อน
- 🟨 73′ อเล็กซ์ เบเรนเกร์ จากฝั่งบิลเบาโดนใบเหลืองเช่นกันจากจังหวะโวยวาย
- 🔄 76′ โอซาซูน่าเปลี่ยนคู่หอก ส่งคิเก้ บาร์ฆ่า และราอูล การ์เซีย เด ฮาโร่ ลงแทนรูเบน การ์เซีย กับบูดิมีร์
- 🔄 83′ มอย โกเมซ ลงแทนอาอิทอร์ โอรอซ เพิ่มความสดแดนกลาง
- 🔄 86′ อินญิโก้ อาร์กีบิเด้ ลงสนามแทนโรซิเยร์ ปิดเกมริมเส้นขวา
- 🔄 90′ นีโก้ เซร์ราโน่ ได้ลงช่วงท้ายแทนนิโก้ วิลเลียมส์ เติมสปีดเกมรุก
- ⏱ ทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก 1 นาที และครึ่งหลัง 4 นาที ก่อนจบลงที่สกอร์ 1-1
⭐ Player of the Match – รูเบน การ์เซีย
รูเบน การ์เซีย คือหัวใจของโอซาซูน่าในค่ำคืนนี้ คะแนน 8.0 บนสกอร์บอร์ดสะท้อนทุกอย่าง เขาไม่เพียงเป็นคนยิงประตูนำอย่างเฉียบคม แต่ยังลงมาช่วยเชื่อมเกมต่ำ รับบอลจากคู่กลางแล้วพาทีมดันขึ้นแดนบนหลายครั้ง การเคลื่อนที่หาช่องระหว่างไลน์ทำให้แนวรับบิลเบาต้องถอยลึกอยู่ตลอด เมื่อเขาโดนเปลี่ยนออกช่วงท้าย เกมสวนกลับของเจ้าบ้านก็ลดความอันตรายลงทันที เรียกได้ว่าเป็นผู้นำทางจิตวิทยาและแท็คติกของโอซาซูน่าในเกมนี้อย่างแท้จริง

📌 สถานการณ์ในตารางคะแนนลาลีกา
หลังจบแมตช์นี้ แอธเลติก บิลเบา เก็บเพิ่มเป็น 24 คะแนนจาก 19 นัด ยึดอันดับ 8 ของตารางต่อไป โดยยังตามหลังโซนลุ้นตั๋วยุโรปอยู่หลายแต้ม ผลเสมอทำให้พวกเขาพลาดโอกาสไล่บี้กลุ่มหัวตารางที่นำโดยบาร์เซโลน่า, เรอัล มาดริด และบียาร์เรอัล
ด้านโอซาซูน่า เก็บได้ 19 คะแนนจาก 18 นัด ยืนอยู่กลางตารางที่อันดับ 12 แต้มเท่าราโย่ และห่างจากโซนตกชั้นพอสมควร ผลงานแบบนี้ถือว่าอยู่ในโซนปลอดภัย แต่ถ้าอยากขยับขึ้นครึ่งบนของตาราง ต้องเปลี่ยนผลเสมอในบ้านแบบนี้ให้เป็นชัยชนะให้ได้ในเกมต่อ ๆ ไป
📅 ตารางบอลลาลีกา นัดถัดไปและโปรแกรมสำคัญ
สำหรับโอซาซูน่า ตารางการแข่งขันข้างหน้าไม่ง่ายเลย พวกเขามีคิวออกไปเยือนกิโรน่าในเกมลีก ก่อนจะกลับมาเล่นในบ้านพบเรอัล โอเบียโด้ แฟนบอลที่อยากตามเช็ก โปรแกรมบอล และวัดศักยภาพว่าทีมรักจะขยับขึ้นครึ่งบนได้หรือไม่ ต้องจับตาสองเกมนี้แบบห้ามกระพริบตา
ส่วนแอธเลติก บิลเบา มีศึกใหญ่รออยู่เช่นกัน เริ่มจากเกมซูเปร์โกปา เด เอสปันญา ที่ต้องดวลกับบาร์เซโลน่า ต่อด้วยเกมลีกบุกไปเยือนมายอร์ก้า ถ้าเก็บแต้มจากสองนัดนี้ได้ดี โอกาสไล่จี้โซนยุโรปจะกลับมาคึกคักทันที ตารางบอลของพวกเขาในเดือนนี้จึงโหดและชี้อนาคตซีซั่นได้เลย
📣 ติดตามบ้านผลบอลได้ที่บ้านกีฬา
คอบอลที่อยากรู้ทุกจังหวะสำคัญของลาลีกา ตั้งแต่ไฮไลต์เดือด ๆ ไปจนถึงสถิติลึก ๆ แบบนี้ แวะมารวมตัวกันได้ที่ บ้านกีฬา อัปเดตสกอร์สด บ้านผลบอล ข่าวความเคลื่อนไหว และมุมมองเชิงลึกสไตล์นักข่าวลูกหนังให้ติดตามกันทุกวัน ใครไม่อยากตกข่าวหรือพลาดบิลสำคัญ ต้องเปิดหน้าเว็บไว้รอได้เลย

