
จาก : ผลบอลสด ลาลิกา ระหว่าง เรอัล มาดริด 5-1 เรอัล เบติส วันนี้ 4/1/69 – บ้านกีฬา
ศึก ลาลิกา คืนนี้ที่ซานติอาโก เบร์นาเบว แฟนบอลเปิดดู ผลบอลสด แล้วต้องยิ้มมุมปาก เมื่อ “ราชันชุดขาว” ของชาบี อลอนโซ่ ไล่ยำ เรอัล เบติส 5-1 ด้วยฟอร์มแนวรุกดุดันเกินต้าน กอนซาโล การ์เซีย เหมาคนเดียวสามประตู บวกกับลูกโหม่งของ ราอูล อาเซนซิโอ และลูกปิดกล่องของ แฟรน การ์เซีย ทำให้บ้านของจ่าฝูงร่วมอย่างบาร์เซโลนาเริ่มหนาวๆ ร้อนๆ ทันที ส่วนฝั่งเบติสออกจากมาดริดแบบเจ็บตัวทั้งสกอร์และสภาพจิตใจ แฟนๆ ที่เช็กสกอร์จากหน้า บ้านผลบอล คงเห็นชัดว่าคืนนี้ต่างกันหลายเลเวล
🔥 ครึ่งแรก – การ์เซียโขกนำ เปิดสวิตช์เกมรุกราชัน
เสียงนกหวีดเริ่มเกมไม่กี่นาที เรอัล มาดริด เดินหน้าบุกใส่ทันที ทั้งลูกยิงไกลของ บัลเบร์เด และ โรดรีโก้ รวมถึงลูกตั้งเตะที่คอยกดดันแนวรับทีมเยือนอย่างต่อเนื่อง นาที 19 แนวรับเบติสเริ่มรน อังเคล ออร์ติซ ต้องตัดฟาวล์ใส่ วินิซิอุส จูเนียร์ จนโดนใบเหลือง
เพียงนาทีถัดมา นาที 20 ราชันชุดขาวก็เจาะตาข่ายได้สำเร็จ โรดรีโก้ ลากจี้ก่อนโยนโค้งเข้าเขตโทษ กอนซาโล การ์เซีย โหม่งจ่อๆ เสียบตาข่ายเป็น 1-0 เปิดหัวอย่างที่แฟนเจ้าบ้านต้องการ
หลังเสียประตู เบติสพยายามตอบโต้ทั้งจังหวะยิงไกลของ อันโตนี และ เนลสัน เดโอซซา แต่บอลยังหลุดกรอบ ขณะที่เรอัล มาดริดต่อบอลกดดัน กามาวิงกา ได้ลองส่องไกลจากลูกตั้งเตะหลายหนแต่ยังไม่คมพอ จบครึ่งแรก มาดริดคุมเกมไว้แน่น แม้สกอร์จะนำแค่ลูกเดียว 1-0
🔥 ครึ่งหลัง – ราชันกดคันเร่ง ยิงกระหน่ำจนสกอร์ไหล
เริ่มครึ่งหลัง มานูเอล เปเยกรีนี่ แก้เกมทันที ส่ง เอ็คตอร์ เบเยริน กับ โจวานี โล เซลโซ ลงมาเติมพลังริมเส้นและกลางสนาม แต่เกมยังไม่ทันเข้าทรง นาที 50 เรอัล มาดริด ก็หนีเป็น 2-0 จากทีเด็ดของคนเดิม กอนซาโล การ์เซีย รับบอลจาก เฟเดริโก บัลเบร์เด ก่อนตัดสินใจซัดไกลนอกกรอบ บอลพุ่งต่ำเสียบมุมแบบผู้รักษาประตูได้แต่พุ่งมอง
เกมเหมือนจะแตกตั้งแต่นาที 56 เมื่อเจ้าถิ่นได้ประตูที่สามจากลูกเตะมุม บอลเปิดโค้งมาเสาแรก ราอูล อาเซนซิโอ โฉบโหม่งเช็ดสุดคม 3-0 แต่นาที 66 เบติสไม่ถอดใจ อาอีร์ตัน “คูโช่” เอร์นานเดซ ฉวยโอกาสในกรอบเขตโทษยิงจ่อๆ ไล่มาเป็น 3-1 จุดไฟความหวังทีมเยือนขึ้นมาเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม การแก้เกมของชาบี อลอนโซ่ก็จัดว่าเฉียบ นาที 77 ส่ง อาร์ดา กือแลร์ กับ ฟรังโก มาสตันตูโอโน ลงมาช่วยเร่งจังหวะรุก นาที 82 การ์เซีย ซ้ำดาบสามจากจังหวะชุลมุนในเขตโทษเป็น 4-1 ทำแฮตทริกส่วนตัว ก่อนที่ช่วงทดเจ็บนาที 90+3 แฟรน การ์เซีย จะสอดขึ้นมายิงด้วยซ้ายจากการเปิดของ บัลเบร์เด ปิดบัญชี 5-1 แบบขาดลอย ชนิดกูร์กตัวส์แทบไม่ได้ออกแรงเซฟในช่วงท้ายเกม

📋 รายชื่อนักเตะตัวจริงและคะแนน
🏟️ เรอัล มาดริด
แผนการเล่น 4-4-2
ผู้รักษาประตู
- ติโบต์ กูร์กตัวส์ – 6.7
กองหลัง
- ราอูล อาเซนซิโอ – 7.5 (ทำ 1 ประตูจากลูกโหม่งเตะมุม)
- อันโตนิโอ รือดิเกอร์ – 6.9
- อเลฮานโดร การ์เรราส – 6.9
- เฟเดริโก บัลเบร์เด (กัปตัน) – 7.8 (ทำ 1 แอสซิสต์ และส่วนร่วมเกมรุกสูง)
กองกลาง
- เอดูอาร์โด คามาวิงกา – 7.1
- โอเรเลียง ชูอาเมนี่ – 7.7
- จูด เบลลิงแฮม – 7.2
- วินิซิอุส จูเนียร์ – 7.2 (โดนใบเหลือง 53’)
กองหน้า
- โรดรีโก้ – 8.2 (แอสซิสต์ลูกแรก, สร้างโอกาสหลายครั้ง)
- กอนซาโล การ์เซีย – 9.4 (แฮตทริก 3 ประตู นาที 20, 50, 82)
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- อาร์ดา กือแลร์ – 7.4 (ลง 77’ แทน โรดรีโก้, แอสซิสต์ลูก 4-1)
- ฟรังโก มาสตันตูโอโน – 6.8 (ลง 77’ แทน วินิซิอุส)
- ดานี เซบายอส – 6.9 (ลง 81’ แทน ชูอาเมนี่ ช่วยครองบอลช่วงปิดเกม)
- แฟรน การ์เซีย – 7.7 (ลง 88’ แทน กอนซาโล การ์เซีย ยิงประตู 5-1 นาที 90+3)
- แฟร์กล็องด์ เมนดี้ – ลง 89’ แทน รือดิเกอร์ (เวลาน้อย ไม่มีคะแนนเด่น)
ตัวสำรองไม่ได้ใช้
อันดรีย์ ลูนิน, เซร์คิโอ เมสเตร, ดาเนียล การ์บาฆาล, ดาวิด อลาบา, ดาบิด ฆิเมเนซ, ติอาโก้ พิตาร์ช
🏟️ เรอัล เบติส
แผนการเล่น 4-2-3-1
ผู้รักษาประตู
- ไอตอร์ วาเยส – 6.4
กองหลัง
- ไอตอร์ รูอิบัล – 6.7
- นาตัน – 5.9
- มาร์ก บาร์ตรา (กัปตัน) – 5.8
- ริคาร์โด โรดริเกซ – 5.2
กองกลาง
- มาร์ก โรกา – 6.2
- ปาโบล ฟอร์นัลส์ – 6.7
- เนลสัน เดโอซซา – 6.4
- อันโตนี – 6.2
- อังเคล ออร์ติซ – 6.5 (ใบเหลืองนาที 19)
กองหน้า
- คูโช เอร์นานเดซ – 8.0 (ยิง 1 ประตู นาที 66 เป็นคนเดียวที่เจาะกูร์กตัวส์ได้)
ตัวสำรองที่ลงสนาม
- เอ็คตอร์ เบเยริน – 5.5 (ลง 46’ แทน ออร์ติซ)
- โจวานี โล เซลโซ – 6.2 (ลง 46’ แทน เดโอซซา)
- แซร์จี อัลติมิร่า – 6.3 (ลง 67’ แทน โรกา)
- โรดริโก ริเกลเม – 6.4 (ลง 67’ แทน รูอิบัล มีจังหวะยิงชนเสา)
- ปาโบล การ์เซีย – 6.7 (ลง 88’ แทน อันโตนี)
ตัวสำรองไม่ได้ใช้
อาเดรียน, เปา โลเปซ, วาเลนติน โกเมซ, จูเนียร์ ฟีร์โป, ดีเอโก้ ยอเรนเต, ชิมี อาบีลา
ผู้เล่นบาดเจ็บ/หมดสิทธิ์ลงสนามที่น่าสนใจ
ฝั่งเรอัล มาดริด ไม่มีชื่ออย่าง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เอแดร์ มิลิเตา, คีเลียน เอ็มบัปเป้ และ บราฮิม ดิอาซ ส่วนเบติสขาดตัวทำเกมอย่าง อิสโก้, โซฟียาน อัมราบัต และ อับเดสซามัด เอซซัลซูลี ทำให้คุณภาพแดนกลางและริมเส้นดร็อปลงไปชัดเจน
🧠 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
รูปเกมวันนี้ต้องยกนิ้วให้แท็กติกของชาบี อลอนโซ่แบบเต็มๆ บ้านกีฬา มองว่าแผน 4-4-2 ของราชันไม่ได้ยืนตาย แต่ยืดหยุ่นตลอดเวลา บัลเบร์เด ขยับขึ้นไปยืนกึ่งวิงขวา เปิดพื้นที่ให้ อาเซนซิโอ เติมซ้อนมาซ้อนทับ ทำให้เกมริมเส้นด้านขวาเป็นจุดระเบิดเกมรุกอย่างแท้จริง ด้านซ้าย วินิซิอุส จูเนียร์ ดึงคู่เซ็นเตอร์และฟูลแบ็กเบติสออกจากตำแหน่ง เปิดช่องให้ การ์เซีย แอบหลุดไปโขกหรือหาพื้นที่ยิง
ในแดนกลาง ชูอาเมนี่ กับ คามาวิงกา ปิดเกมโต้กลับของเบติสได้อยู่หมัด สองคนนี้เป็นตัวคุมจังหวะทั้งรุกและรับ คอยตัดบอลแล้วจ่ายบอลแรกเข้าไปที่ เบลลิงแฮม เพื่อหมุนบอลไปยังริมเส้นอย่างรวดเร็ว การโจมตีของมาดริดจึงไหลลื่นและเปลี่ยนจากรับเป็นรุกในไม่กี่จังหวะ เรียกว่าเป็นบทเรียนแท้ๆ ในเชิง วิเคราะห์บอล เรื่องเปลี่ยนสปีดบอล
ฝั่งเรอัล เบติส เริ่มเกมด้วยไอเดียชัดเจนว่าจะตั้งโซนรับลึก ใช้ โรกา กับ ฟอร์นัลส์ เฝ้าหน้าแผงแบ็กโฟร์ แล้วฉวยโอกาสจากความเร็วของ อันโตนี และ ออร์ติซ แต่ปัญหาคือเมื่อเสียประตูเร็วตั้งแต่ครึ่งแรก แผงรับเริ่มถอยลึกเกินไป ระยะระหว่างกองกลางกับกองหลังห่าง ทำให้ เบลลิงแฮม กับ การ์เซีย หาพื้นที่เล่นง่าย พอโดน 2-0 จากลูกยิงไกล ครึ่งหลังจึงต้องดันไลน์สูงขึ้น กลายเป็นเปิดพื้นที่ด้านหลังให้บอลแทงทะลุช่องของมาดริดเล่นงานต่อเนื่อง
เกมรับราชันเองก็มีช่วงแกว่งให้เห็น โดยเฉพาะหลังนำห่าง 3-0 แนวรับผ่อนเกมเพรสจนปล่อยให้ คูโช เอร์นานเดซ วิ่งตัดหลังแล้วได้ยิงไล่มา 3-1 อย่างไรก็ตาม หลังเสียประตู ชาบีรีบแก้เกมด้วยการส่งเซบายอสลงมาช่วยปิดพื้นที่กลาง พร้อมดันไลน์เพรสสูงอีกครั้ง ลดโอกาสสวนกลับของเบติสจนแทบไม่มีจังหวะลุ้นเพิ่ม
โดยรวมแล้ว แผงรุกเรอัล มาดริด เล่นกันด้วยความมั่นใจ การขึ้นเกมทั้งสองฝั่งและการจบจังหวะในเขตโทษเฉียบคมกว่าเบติสอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่เกมรับแม้ไม่เพอร์เฟ็กต์ แต่ยังจัดการความเสี่ยงได้ดีพอให้สกอร์ขาดลอย

📊 สถิติการแข่งขัน
ตัวเลขหลังเกมสะท้อนทุกอย่าง เรอัล มาดริด จบเกมด้วยจำนวนยิงทั้งหมด 14 ครั้ง เข้ากรอบ 6 ครั้ง ขณะที่เรอัล เบติสมีโอกาสยิง 7 ครั้ง เข้ากรอบ 3 ครั้ง การครองบอลเป็นเจ้าบ้านกุมความได้เปรียบชัดเจน 59% ต่อ 41% มาจากการต่อบอลที่แม่นยำกว่า ส่งบอลสำเร็จ 442 ครั้ง อัตราความแม่นยำสูงถึง 93% ส่วนเบติสจ่ายบอลสำเร็จ 279 ครั้ง ด้วยความแม่นยำ 85%
จำนวนฟาวล์ทั้งสองทีมเท่ากันที่ 11 ครั้ง แสดงให้เห็นว่าเกมนี้ไม่ได้ถึงขั้นเดือดเลือดสาด มีใบเหลืองฝั่งละ 1 ใบ ไม่มีใบแดงลุกลามให้วุ่นวาย ด้านเกมรับ มาดริดถูกจับล้ำหน้า 2 ครั้ง ขณะที่เบติสไม่ล้ำหน้าสักครั้ง แต่ทีมเยือนได้เตะมุมมากกว่าที่ 6 ครั้ง ส่วนมาดริดมีเพียง 4 ครั้ง ทว่าความแตกต่างอยู่ที่การใช้โอกาส เพราะจากลูกเตะมุมไม่กี่ครั้ง ราชันทำได้ถึงหนึ่งประตูเต็มๆ จากลูกโหม่งของอาเซนซิโอ
⏱️ เหตุการณ์สำคัญของเกม
- ⚽ นาที 20: กอนซาโล การ์เซีย โหม่งจากการเปิดของ โรดรีโก้ ให้เรอัล มาดริดนำ 1-0
- 🟨 นาที 19: อังเคล ออร์ติซ ทำฟาวล์ใส่ วินิซิอุส จูเนียร์ รับใบเหลืองเป็นคนแรกของเกม
- ⚽ นาที 50: การ์เซีย สับไกยิงไกลนอกกรอบ เสียบมุมล่างสุดสวย ขยับสกอร์ 2-0
- 🟨 นาที 53: วินิซิอุส จูเนียร์ ฟาวล์แรงกลางสนาม โดนใบเหลือง
- ⚽ นาที 56: ราอูล อาเซนซิโอ โหม่งจากลูกเตะมุม หนีเป็น 3-0
- 🔁 นาที 46: เบติสส่ง เอ็คตอร์ เบเยริน และ โจวานี โล เซลโซ ลงมาแทน ออร์ติซ กับ เดโอซซา เพื่อแก้เกม
- ⚽ นาที 66: คูโช เอร์นานเดซ ยิงจ่อๆ ในกรอบเขตโทษ ให้เรอัล เบติสไล่มา 3-1
- 🔁 นาที 67: เบติสเปลี่ยนตัวเพิ่ม ส่ง แซร์จี อัลติมิร่า กับ โรดริโก ริเกลเม ลงมาแทน โรกา และ รูอิบัล
- 🔁 นาที 77: มาดริดปรับเกมส่ง อาร์ดา กือแลร์ และ ฟรังโก มาสตันตูโอโน ลงมาแทน โรดรีโก้ และ วินิซิอุส
- 🔁 นาที 81: ดานี เซบายอส ลงสนามแทน ชูอาเมนี่ เสริมความแน่นแดนกลาง
- ⚽ นาที 82: การ์เซีย แปจ่อๆ เป็นแฮตทริกส่วนตัว สกอร์ไหลเป็น 4-1
- 🔁 นาที 88: แฟรน การ์เซีย ลงแทน กอนซาโล การ์เซีย ขณะที่เบติสส่ง ปาโบล การ์เซีย ลงแทน อันโตนี
- 🔁 นาที 89: แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ลงแทน รือดิเกอร์ เพื่อพักตัวจริง
- ⚽ นาที 90+3: แฟรน การ์เซีย ซัดด้วยซ้ายจากการเปิดของ บัลเบร์เด ปิดจ๊อบ 5-1 ให้เรอัล มาดริด
🌟 Player of the Match – กอนซาโล การ์เซีย
พระเอกของค่ำคืนนี้ไม่มีใครอื่นนอกจาก กอนซาโล การ์เซีย กองหน้าดาวรุ่งที่คว้าเรตติ้งสูงสุด 9.4 ยิงคนเดียวสามประตูครบทุกแบบ ทั้งโหม่งจ่อๆ จากการครอสของโรดรีโก้, ลูกยิงไกลสุดคมต้นครึ่งหลัง และการปิดสกอร์หน้าปากประตูจากจังหวะตามซ้ำในนาที 82 นอกจากประตูแล้ว การเคลื่อนที่ของการ์เซียยังสร้างปัญหาให้คู่เซ็นเตอร์ของเบติสตลอดเวลา ดึงตัวประกบ เปิดพื้นที่ให้เพื่อนเล่นง่าย บ้านกีฬาเห็นชัดว่าคืนนี้เขาไม่ใช่แค่จอมจบสกอร์ แต่ยังเป็นจุดศูนย์กลางแนวรุกของมาดริดจริงๆ

📈 สถานการณ์ในตารางคะแนนลาลิกา
ชัยชนะ 5-1 นัดนี้ทำให้ เรอัล มาดริด เก็บเพิ่มเป็น 45 คะแนนจาก 19 นัด รั้งอันดับ 2 ต่อไป ไล่ตามบาร์เซโลนาที่มี 49 คะแนนอยู่ 4 แต้ม แม้ยังเป็นฝ่ายตามหลัง แต่ฟอร์มการเล่นที่โหดขนาดนี้ส่งสัญญาณชัดว่าการลุ้นแชมป์ลาลิกาฤดูกาลนี้ยังเปิดกว้างเต็มที่
ส่วน เรอัล เบติส ที่แพ้ยับในเบร์นาเบวหยุดอยู่ที่ 28 คะแนนจาก 18 นัด ร่วงอยู่โซนกลางบนของตาราง อันดับ 6 ห่างจากโซนท็อปโฟร์อยู่พอสมควร ความพ่ายแพ้แบบสกอร์ขาดอาจกระทบความมั่นใจไม่น้อย และต้องรีบเรียกฟอร์มกลับมา หากยังอยากลุ้นโควตาถ้วยยุโรปในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง
📅 ตารางบอลลาลิกานัดถัดไป
จากภาพรวมของลีก โปรแกรมในช่วงต่อไปถือว่าน่าสนใจมาก เรอัล มาดริด มีคิวกลับมาเล่นลาลิกาในบ้านอีกครั้งพบ เลบันเต้ วันที่ 17 มกราคม 2026 เวลา 20.00 น. แฟนราชันคงจับตาว่า กอนซาโล การ์เซีย จะต่อยอดฟอร์มร้อนแรงได้หรือไม่ ขณะเดียวกันยังมีเกมซูเปอร์โกปา เด เอสปันญา กับ แอตเลติโก มาดริด รออยู่ก่อนหน้านั้น ทำให้ตารางเตะอัดแน่นและต้องบริหารความฟิตกันดีๆ ตาม โปรแกรมบอล ที่โหดใช้ได้
ด้าน เรอัล เบติส จะออกไปเยือน เรอัล โอเบียโด วันที่ 10 มกราคม 2026 ก่อนกลับมาเปิดบ้านรับ บียาร์เรอัล วันที่ 18 มกราคม 2026 สองเกมนี้สำคัญมาก เพราะถ้ายังสะดุดต่อเนื่อง อันดับในตารางมีสิทธิ์ไหลลงไปกลางตารางแบบเต็มตัว
📣 ติดตามบ้านผลบอลกับบ้านกีฬา
ใครที่อยากตามทุกจังหวะของบอลสเปน ทั้งสกอร์สด รายงานจังหวะสำคัญ และบทวิเคราะห์เข้มๆ สไตล์นักข่าวเก๋า บ้านกีฬา ขอชวนให้ติดตามอัปเดต บ้านผลบอล ครบทุกคู่ได้ที่นี่ เราจะเก็บทุกช็อตเดือดของลาลิกา รวมถึงลีกใหญ่ยุโรป มาเสิร์ฟให้แฟนบอลชาวไทยแบบถึงเครื่องเหมือนนั่งเชียร์อยู่ข้างสนาม

