บ้านผลบอล สรุปหลังเกม เรอัล มาดริดบดเลบันเต้ 2-0 เอ็มบัปเป้ซัดโทษ–อาเซนซิโอปิดกล่อง ลุ้นแย่งจ่าฝูงลาลีกาเดือดจัด

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ฟรี 24 ชั่วโมง

จาก : ผลบอลสด ลาลิกา ระหว่าง เรอัล มาดริด 2-0 เลบานเต้ วันนี้ 17/1/69 – บ้านกีฬา

ศึก ลาลีกา สเปน ที่ซานติอาโก เบร์นาเบว เกมนี้ทั้งสองทีมลงสนามภายใต้แรงกดดันต่างกันคนละขั้ว ฝั่ง “ราชันชุดขาว” ต้องชนะเพื่อไล่จี้บาร์ซ่า ส่วนเลบันเต้หนีตายจากโซนแดง และแน่นอนว่าแฟนบอลที่ตามเช็ก ผลบอลสด ผ่านหน้าจอของ บ้านกีฬา ได้เห็นภาพชัดเจนว่าเกมนี้เป็นการบุกวันเวย์ที่แท้จริง เรอัล มาดริดกดดันตั้งแต่นาทีแรกจนถึงนกหวีดสุดท้าย ก่อนจะเก็บสามแต้มด้วยสกอร์ 2-0 จากประตูของ คีเลียน เอ็มบัปเป้ และโหม่งเด็ดขาดของ ราอูล อาเซนซิโอ

⏱ ครึ่งแรก: มาดริดโหมแล้วแต่ยังไม่คม

เสียงนกหวีดเริ่มเกมดังขึ้น เลบันเต้สร้างเซอร์ไพรส์เล็ก ๆ เมื่อได้โอกาสทักทายก่อนตั้งแต่นาทีที่ 1 จากจังหวะยิงของ คาร์ล เอยอง แต่บอลหลุดกรอบไปแบบไม่ได้ลุ้นมาก หลังจากนั้นเกมเริ่มกลับมาอยู่ในมือเจ้าถิ่น เฟเดริโก้ บัลเบร์เด ลงมายืนคุมจังหวะเกมจากแดนหลัง เริ่มเปิดบอลยาวขึ้นหน้าและพามาดริดครองบอลอย่างต่อเนื่อง

นาทีที่ 7 เรอัล มาดริดได้เตะมุม เอ็มบัปเป้ฉวยโอกาสซัดไกลนอกกรอบแต่เจอแนวรับเลบันเต้ช่วยกันบล็อกไว้ เกมช่วงต้นเต็มไปด้วยการตัดฟาวล์ในแดนกลาง เลบันเต้เลือกเล่นแบบรัดกุม เน้นปิดช่องของ วินิซิอุส จูเนียร์ และเอ็มบัปเป้เป็นหลัก

เลบันเต้มีลูกเซ็ตพีซให้ได้ลุ้นในนาทีที่ 13 ปาโบล มาร์ติเนซ ได้ลองซัดไกลจากฟรีคิกแต่บอลเหินข้ามคานไป นาทีที่ 17 ทีมเยือนเริ่มผิดจังหวะ อูไน เบนเซดอร์ โดนใบเหลืองจากจังหวะฟาวล์หนักใส่วินิซิอุส ขณะที่ฝั่งมาดริดเองก็เริ่มมีความดุดันเกินพอดี นาทีที่ 31 โอเรเลียง ชูอาเมนี รับใบเหลืองจากการเข้าสกัดกลางสนาม

ท้ายครึ่งแรกเจ้าถิ่นโหมหนัก นาทีที่ 37 กอนซาโล การ์เซีย ได้โหม่งเน้น ๆ แต่ มัตธิว ไรอัน เซฟเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ก่อนที่การ์เซียจะโดนจดชื่อบ้างในนาทีที่ 43 จากการตัดฟาวล์โดนใบเหลืองเพิ่มอีกหนึ่งใบ ผู้ตัดสินทดเวลา 2 นาที แต่ทั้งสองฝ่ายยังเจาะตาข่ายกันไม่ได้ จบครึ่งแรก บ้านผลบอล ขึ้นหน้าจอที่สกอร์ 0-0

🔥 ครึ่งหลัง: เอ็มบัปเป้ปลดล็อก–อาเซนซิโอโขกปิดจ๊อบ

กลับมาครึ่งหลัง อัลบาโร อาร์เบโลอา ขยับหมากทันที ส่ง อาร์ดา กือแลร์ กับ ฟรังโก มาสตานตูโอโน ลงมาแทน เอดูอาร์โด้ กามาวินก้า และกอนซาโล การ์เซีย เพื่อเพิ่มมิติการเจาะริมเส้น เกมรุกของมาดริดทันทีที่เปลี่ยนตัวก็ไหลลื่นขึ้นอย่างชัดเจน

นาทีที่ 48 จู๊ด เบลลิงแฮม ได้โหม่งจากลูกเตะมุมแต่บอลยังไม่เข้ากรอบ นาทีที่ 53 เจ้าถิ่นได้ฟรีคิกฝั่งซ้ายจากจังหวะที่เบลลิงแฮมโดนทำฟาวล์ กดดันเลบันเต้อย่างต่อเนื่องจนแนวรับทีมเยือนเริ่มตั้งตัวไม่ทัน

นาทีที่ 56 จุดเปลี่ยนของเกมมาถึง เมื่อผู้ตัดสินเป่าให้จุดโทษหลังเอ็มบัปเป้ถูกทำฟาวล์ในเขตโทษ สตาร์ทีมชาติฝรั่งเศสลุกขึ้นมารับหน้าที่สังหารเองในนาทีที่ 58 ซัดด้วยขวาเสียบมุมล่างอย่างเฉียบขาด ให้เรอัล มาดริดขึ้นนำ 1-0 สนามเดือดระอุทั้งบนอัฒจันทร์และหน้าเว็บ ผลบอลสด

หลังปลดล็อกได้ เจ้าถิ่นยิ่งคุมเกมอยู่หมัด นาทีที่ 60 วินิซิอุสได้ซัดแต่ยังติดเซฟของไรอัน ก่อนที่นาทีที่ 61 มาดริดส่ง ดานี เซบายอส ลงมาเติมความแน่นในแดนกลาง กระแสเกมยังไหลไปทางเดียว มาดริดได้เตะมุมต่อเนื่อง จนในนาทีที่ 65 ก็มาเป็นประตูฝังเลบันเต้จริง ๆ

จังหวะนั้น อาร์ดา กือแลร์ เปิดเตะมุมเข้าเขตโทษอย่างแม่นยำ ราอูล อาเซนซิโอ เทกตัวโหม่งเต็มหน้าแข้งบอลพุ่งเสียบมุมบนสวยงาม กลายเป็นประตูให้เรอัล มาดริดนำห่าง 2-0 และเป็นจังหวะที่บอกชัดว่าทำไมเขาถึงถูกเลือกเป็นตัวจริงฝั่งขวาในค่ำคืนนี้

ช่วงท้ายเกมเลบันเต้พยายามเร่งเกม เปลี่ยนตัวสามรายรวดในนาทีที่ 83 หวังเอาประตูตีไข่แตก แต่ก็ยังไม่สามารถเจาะแผงหลังมาดริดที่เล่นกันอย่างมั่นใจได้ นาทีที่ 88 วินิซิอุสมีโอกาสยิงจ่อ ๆ อีกครั้งแต่ไรอันยังปฏิเสธอย่างยอดเยี่ยม ช่วงทดเวลา 5 นาที เจ้าบ้านผ่อนเกมเน้นครองบอล นาทีที่ 94 วินิซิอุสลองส่องไกลอีกรอบบอลข้ามคานออกไป ก่อนผู้ตัดสินจะเป่านกหวีดจบเกม เรอัล มาดริดเก็บสามแต้มสำคัญด้วยสกอร์ 2-0 อย่างสมศักดิ์ศรี

📋 รายชื่อนักเตะและคะแนน

🏰 เรอัล มาดริด (4-3-3)

ผู้จัดการทีม: อัลบาโร อาร์เบโลอา

ตัวจริง

  • ผู้รักษาประตู: ติโบต์ กูร์กตัวส์ (6.8)
  • กองหลัง: เฟเดริโก้ วัลเวร์เด (กัปตัน, 7.8), ดีน ฮุยเซน (6.8), กอนซาโล การ์เซีย (6.2), เอดูอาร์โด้ กามาวินก้า (6.3)
  • กองกลาง: อเล็กซ์ การ์เรราส (7.1), โอเรเลียง ชูอาเมนี (7.1), จู๊ด เบลลิงแฮม (6.1)
  • กองหน้า: ราอูล อาเซนซิโอ (8.7), คีเลียน เอ็มบัปเป้ (7.6), วินิซิอุส จูเนียร์ (6.9)

ตัวสำรองที่ลงสนาม

  • อาร์ดา กือแลร์ (7.5) แทน กามาวินก้า น.46
  • ฟรังโก มาสตานตูโอโน (6.8) แทน กอนซาโล การ์เซีย น.46
  • ดานี เซบายอส (7.1) แทน ฮุยเซน น.61
  • ดาวิด อลาบา แทน อาเซนซิโอ น.90+

ตัวสำรองที่ไม่ได้ใช้
ฟราน กอนซาเลซ, เซร์คิโอ เมสเตร, ฟราน การ์เซีย, ดาเนียล การ์บาฆาล, อัลบาโร เลยบา, เซซ่าร์ ปาลาซิออส, ฆอร์เก เซสเตโร, ดาวิด ฆิเมเนซ

นักเตะโดดเด่นของมาดริดคือ ราอูล อาเซนซิโอ ที่ทำหนึ่งประตูและมีส่วนกับเกมรุกตลอด 90 นาที ขณะที่ เอ็มบัปเป้ สร้างความปั่นป่วนแนวรับคู่แข่งจนได้จุดโทษสำคัญ

🐺 เลบันเต้ (4-2-3-1)

ผู้จัดการทีม: หลุยส์ กัสโตร

ตัวจริง

  • ผู้รักษาประตู: มัตธิว ไรอัน (7.4)
  • กองหลัง: โยนาส โตลยาน (6.3), อัดรี (5.9), อลัน มัตตูร์โร (6.7), มิเกล ซานเชซ (6.3)
  • กลางรับ: อูไน เบนเซดอร์ (6.5), การ์ลอส อัลวาเรซ (7.3)
  • แนวรุกตัวต่ำ: คามิล ทุนเด (6.3), ปาโบล มาร์ติเนซ (กัปตัน, 6.5), เอยอง (6.2)
  • หน้าเป้า: อิเกร์ โรเมโร (6.6)

ตัวสำรองที่ลงสนาม

  • อูโก รากูเบร์ (6.7) แทน เบนเซดอร์ น.66
  • อีกอร์ โลซาดา (6.5) แทน เอยอง น.66
  • ฆอน อันเดร์ โอลาซากัสติ (6.6) แทน โรเมโร น.83
  • ปาโก กอร์เตส (6.5) แทน อัลวาเรซ น.83
  • การ์ลอส เอสปี (6.5) แทน ทุนเด น.83

ตัวสำรองที่ไม่ได้ใช้
อเลฆานโดร พรีโม, ปาโบล กูฟาต, มาร์ติน ครุก, นาโช เปเรซ, เคอร์วิน อาร์รีอากา, โฆเซ ลุยส์ โมราเลส, โกดูอีน โคยาลิปู

เลบันเต้ต้องยกเครดิตให้ มัตธิว ไรอัน ผู้รักษาประตูที่ช่วยเซฟลูกสำคัญหลายครั้ง ไม่อย่างนั้นสกอร์อาจไหลเกินสองลูกแน่นอน

🎯 วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ

ในมุมมองของ บ้านกีฬา ถ้าพูดถึงมิติของการเล่น เกมนี้ถือเป็นตัวอย่างชัดเจนของคำว่า “ทีมใหญ่กดเกม” เรอัล มาดริดวางแท็กติก 4-3-3 ที่เน้นการเคลื่อนที่สลับตำแหน่งอย่างต่อเนื่อง คู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ฮุยเซน–การ์เซีย ยืนสูงเกือบครึ่งสนาม เปิดโอกาสให้ฟูลแบ็กอย่าง วัลเวร์เด และกามาวินก้าเติมเกมรุกพร้อมกัน เมื่อเสียบอล ชูอาเมนีจะถอยลงมายืนเป็นเซ็นเตอร์ตัวที่สาม ช่วยปิดเกมสวนกลับได้ดี ทำให้เลบันเต้แทบไม่มีโอกาสหลุดเดี่ยวจัง ๆ เลยตลอดเกม

เกมรุกของมาดริดเน้นเปิดช่องให้สามประสานแดนหน้าทำงาน เอ็มบัปเป้ยืนหน้าเป้าคอยดึงตัวประกบ เปิดพื้นที่ให้วินิซิอุสลากตัดเข้าในและอาเซนซิโอหุบเข้ากลาง ชูอาเมนีและการ์เรราสคอยวางบอลยาวจากแดนกลางสลับกับการทะลุครึ่งช่องของเบลลิงแฮม การที่ทีมจบเกมด้วยการครองบอลถึง 71% สะท้อนแท็กติกที่เน้นครองพื้นที่และหมุนบอลเร็วแบบไม่ให้คู่แข่งหายใจเลย นี่คือภาพของ วิเคราะห์บอล เชิงแท็กติกที่เห็นชัดมากในแมตช์นี้

ฝั่งเลบันเต้ตั้งใจมาเล่นเกมรับแบบบล็อกต่ำในระบบ 4-2-3-1 วางเบนเซดอร์กับอัลวาเรซเป็นคู่กลางคอยกั้นหน้ากองหลัง และให้แนวรุกสามตัวคอยไล่เพรสจุดเริ่มต้นของมาดริด แต่เพราะมิดฟิลด์เจ้าบ้านหมุนบอลเร็วมาก เมื่อไลน์กองกลางของเลบันเต้หลุด บล็อกหลังสี่คนก็โดนดึงออกจากตำแหน่งตลอด โดยเฉพาะด้านขวาที่โตลยานต้องรับมือกับวินิซิอุสและกามาวินก้าพร้อมกัน เลยมีช่องให้เอ็มบัปเป้ตวัดหาช่องเข้าพื้นที่อันตรายจนท้ายที่สุดกลายเป็นจุดโทษเปิดสกอร์

ด้านเกมรับของมาดริดถือว่าขึงอยู่หมัด ตลอดเกมเลบันเต้แทบไม่ได้ยิงเข้ากรอบเลยสักครั้ง แสดงให้เห็นว่าแผงหลังและมิดฟิลด์ตัวรับอ่านเกมได้ดีมาก การไล่บีบตั้งแต่แดนบนทำให้เลบันเต้ต้องโยนยาวเสียเป็นส่วนใหญ่ และถูกปิดจบโดยคู่เซ็นเตอร์หรือชูอาเมนีที่ถอยลงมาช่วยเคลียร์

📊 สถิติการแข่งขัน

ตัวเลขหลังเกมบอกทุกอย่าง เรอัล มาดริดสร้างโอกาสยิงรวม 27 ครั้ง เข้ากรอบถึง 12 ครั้ง ขณะที่เลบันเต้มีโอกาสเพียง 7 ครั้งและไม่มีลูกไหนตรงกรอบเลย การครองบอลเจ้าถิ่นสูงถึง 71% เปรียบเทียบกับทีมเยือนที่มีแค่ 29% เท่านั้น แสดงให้เห็นถึงความเหนือชั้นทั้งเชิงแท็กติกและคุณภาพผู้เล่น

จำนวนการส่งบอลก็ต่างกันลิบ มาดริดต่อบอลกันถึง 672 ครั้ง ความแม่นยำ 92% ส่วนเลบันเต้ส่งได้เพียง 296 ครั้ง ความแม่นยำ 82% แน่นอนว่าพอครองเกมได้ขนาดนี้ ฟาวล์ของเจ้าถิ่นจึงมากกว่าที่ 12 ครั้ง (เลบันเต้ 10 ครั้ง) ใบเหลืองของมาดริด 2 ใบ จาก ชูอาเมนี กับกอนซาโล การ์เซีย ส่วนเลบันเต้รับใบเหลืองไป 1 ใบจากเบนเซดอร์ เตะมุมก็ชัดเจน มาดริดได้ถึง 8 ครั้ง ในขณะที่ทีมเยือนไม่มีเตะมุมเลยแม้แต่ครั้งเดียว เกมนี้คือการบุกแบบวันเวย์ในสไตล์ “ราชันชุดขาวบุกเป็นพายุ” อย่างแท้จริง

📝 เหตุการณ์สำคัญในเกม

  • ⏱ นาทีที่ 1: เลบันเต้ได้ลุ้นก่อนจาก คาร์ล เอยอง ลองซัดนอกกรอบ แต่บอลหลุดเสา
  • ⏱ นาทีที่ 13: ปาโบล มาร์ติเนซ ซัดฟรีคิกไกลให้เลบันเต้แต่ไม่ตรงกรอบ
  • 🟨 นาทีที่ 17: อูไน เบนเซดอร์ (เลบันเต้) โดนใบเหลืองจากจังหวะฟาวล์หนักใส่ วินิซิอุส จูเนียร์
  • 🟨 นาทีที่ 31: โอเรเลียง ชูอาเมนี (เรอัล มาดริด) รับใบเหลืองจากการเสียบกลางสนาม
  • 🧤 นาทีที่ 37: กอนซาโล การ์เซีย โหม่งเน้น ๆ แต่ มัตธิว ไรอัน ซูเปอร์เซฟช่วยเลบันเต้
  • 🟨 นาทีที่ 43: กอนซาโล การ์เซีย โดนใบเหลืองจากการฟาวล์ตัดเกม
  • ⏱ ทดเวลาครึ่งแรก 2 นาที: สกอร์ยัง 0-0 ก่อนจบครึ่งแรก
  • 🔁 นาทีที่ 46: มาดริดเปลี่ยนตัวสองคน ส่ง อาร์ดา กือแลร์ กับ ฟรังโก มาสตานตูโอโน ลงสนาม
  • 🎯 นาทีที่ 48: จู๊ด เบลลิงแฮม โหม่งจากเตะมุมแต่ข้ามคาน
  • 🟨 ฟาวล์ต่อเนื่อง นาทีที่ 53: เบลลิงแฮมโดนทำฟาวล์ ได้ฟรีคิกริมเส้นฝั่งซ้าย
  • ⚖ นาทีที่ 56: ผู้ตัดสินเป่าให้จุดโทษเรอัล มาดริด หลังเอ็มบัปเป้ถูกทำฟาวล์ในเขตโทษ
  • ⚽ นาทีที่ 58: คีเลียน เอ็มบัปเป้ ยิงจุดโทษให้มาดริดขึ้นนำ 1-0
  • 🔁 นาทีที่ 61: ดานี เซบายอส ถูกเปลี่ยนลงแทน ดีน ฮุยเซน เสริมความสดในแดนกลาง
  • ⚽ นาทีที่ 65: ราอูล อาเซนซิโอ โขกจากเตะมุมของ อาร์ดา กือแลร์ ส่งมาดริดหนี 2-0
  • 🔁 นาทีที่ 66: เลบันเต้ปรับเกม ส่ง อูโก รากูเบร์ และอีกอร์ โลซาดา ลงมา
  • 💥 นาทีที่ 76: ฟรังโก มาสตานตูโอโน ซัดไกลชนคานอย่างจัง พลาดประตูที่สามแบบเส้นยาแดงเดียว
  • 🔁 นาทีที่ 83: เลบันเต้เปลี่ยนตัวสามคนรวด ส่ง โอลาซากัสติ, กอร์เตส และเอสปี ลงล่าตาข่ายช่วงท้าย
  • 🧤 นาทีที่ 88: วินิซิอุส ยิงจ่อ ๆ แต่ มัตธิว ไรอัน เซฟอีกครั้ง
  • ⏱ นาทีที่ 90+5: จบเกม เรอัล มาดริด เปิดบ้านเอาชนะ เลบันเต้ 2-0

🌟 Player of the Match

รางวัล Man of the Match เกมนี้ต้องยกให้ ราอูล อาเซนซิโอ แนวรุกฝั่งขวาของเรอัล มาดริด ที่ได้รับคะแนนสูงสุด 8.7 จากภาพรวมการเล่น เขาไม่เพียงแต่เป็นคนโหม่งประตูปิดกล่องให้ทีมหนีเป็น 2-0 เท่านั้น แต่ยังเป็นตัวป่วนฝั่งขวาที่เลบันเต้รับมือแทบไม่ไหว ทั้งการลากตัดเข้าใน, การประสานงานกับเอ็มบัปเป้ และการลงมาช่วยเกมรับจังหวะที่ทีมเสียบอล

อาเซนซิโอคือคนที่ช่วยเปิดพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีมหลายครั้ง ดึงตัวประกบออกจากกลางประตู ทำให้เอ็มบัปเป้และวินิซิอุสมีช่องเล่นง่ายขึ้น ความขยัน วิ่งไม่มีหมด และการจบสกอร์คมกริบจากลูกเตะมุม ทำให้ค่ำคืนนี้เป็นเกมที่เขาฉายแสงชัดสุดบนผืนหญ้าเบร์นาเบว

📈 สถานการณ์ในตารางคะแนนลาลีกา สเปน

สามแต้มเกมนี้มีความหมายมหาศาลสำหรับ “ราชันชุดขาว” เพราะทำให้ เรอัล มาดริด แข่ง 20 นัด เก็บได้ 48 คะแนน ไล่จี้บาร์เซโลน่าที่นำจ่าฝูงอยู่เพียง 1 แต้ม (บาร์ซ่า 49 คะแนนจาก 19 นัด) แรงกดดันถูกโยนกลับไปฝั่งคาตาลันทันที ทุกแต้มหลังจากนี้คือสงครามประสาทลุ้นแชมป์แบบหายใจรดต้นคอ

ส่วนเลบันเต้สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง ทีมรั้งอันดับ 19 มี 14 คะแนนจาก 19 นัด ประตูได้เสียติดลบและฟอร์มช่วงหลังยังเอาแน่เอานอนไม่ได้ ผลแพ้ในเกมนี้ทำให้ช่องว่างจากโซนปลอดภัยยังไม่ขยับ ต้องเร่งเก็บแต้มในเกมเหย้านัดต่อไปให้ได้ หากไม่อยากติดหล่มหนีตกชั้นยาว ๆ

📅 ตารางบอลลาลีกา สเปนนัดถัดไป

เมื่อมองไปที่ ตารางบอล และ โปรแกรมบอล ในช่วงต่อจากนี้ เรอัล มาดริดยังมีคิวโหดรออยู่อย่างต่อเนื่อง โดยในลีกจะต้องบุกไปเยือนบียาร์เรอัลในวันที่ 25/01/26 เวลา 03.00 น. เกมที่ไม่น่าจะง่าย เพราะ “เรือดำน้ำสีเหลือง” เองก็ต้องการแต้มเพื่อลุ้นพื้นที่ยุโรป ขณะเดียวกันราชันยังมีภารกิจยุโรปกับการเจอโมนาโกในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก แปลว่าต้องโรเตชันทีมให้ดี ไม่อย่างนั้นปลายฤดูกาลอาจเจอปัญหาล้าได้

ด้านเลบันเต้ โปรแกรมในลีกน่าจับตาไม่แพ้กัน เริ่มจากเปิดบ้านรับมือเอลเช่วันที่ 24/01/26 ต่อด้วยศึกหนักกับแอตเลติโก มาดริด วันที่ 01/02/26 เกมเหย้ากับเอลเช่ถือเป็นแมตช์ที่ต้องชนะให้ได้ ถ้ายังเก็บสามแต้มไม่ได้ โอกาสอยู่รอดบนลีกสูงสุดจะยิ่งริบหรี่ลงไปอีก

📺 ติดตาม บ้านผลบอล กับ บ้านกีฬา

แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของลาลีการวมถึงลีกใหญ่ยุโรป ไม่ว่าจะเช็กสกอร์แบบเรียลไทม์ ดูฟอร์มแต่ละทีม หรือเก็บสถิติก่อนลงเดิมพัน สามารถตามเช็ก บ้านผลบอล และอัปเดต ผลบอลสด ทุกคืนได้ที่ บ้านกีฬา เราจะเก็บทุกช็อตเดือด ทุกดราม่าปะทะให้คุณไม่พลาดแม้แต่วินาทีเดียว

ตรวจหวย 24 ชั่วโมง หวยลาว หวยฮานอย

แอดไลน์ @Bankeela รับลิ้งดูบอล ทีเด็ด วิเคราะห์บอลจากทางบ้านกีฬา