
จาก : ผลบอลสด ลาลีกา สเปน ระหว่าง โอซาซูน่า 2-1 เรอัล มาดริด วันนี้ 22/2/69 – บ้านกีฬา
บ้านกีฬา ขอสรุป ผลบอล เกมลาลีกาคืนนี้แบบเข้ม ๆ เมื่อ โอซาซูน่า เปิดบ้านล้ม เรอัล มาดริด 2-1 ในเกมที่ดราม่าหนักทั้งจุดโทษ VAR และประตูชัยช่วงทดเวลา จบ 90 นาทีเป็นอีกหนึ่ง ผลบอลสด ที่ทำให้หัวตารางสั่นสะเทือน เพราะราชันโดนสวนกลับจนเสียแต้มสำคัญแบบเจ็บลึก
ครึ่งแรก
เกมเริ่มมา เรอัล มาดริดพยายามกดจังหวะบุกเร็ว เอ็มบัปเป้ได้ฟรีคิกตั้งแต่นาที 2 ก่อนที่ วินิซิอุส จะได้ลองส่องไกลนาที 17 แต่ เซร์คิโอ เอร์เรรา ยังยืนถูกที่พุ่งปัดช่วยเจ้าถิ่นเอาไว้ ต่อด้วยจังหวะโหม่งของ ราอูล อเซนซิโอ นาที 21 ก็ยังไม่ผ่านมือเอร์เรราเหมือนเดิม
โอซาซูน่าไม่ถอยไปยืนรับเฉย ๆ มีจังหวะโต้กลับที่ทำเอาแนวรับราชันสะดุ้ง โดยเฉพาะนาที 29 บูดิมีร์โหม่งเต็ม ๆ ชนเสาขวาดังสนั่น ส่งสัญญาณว่าเกมนี้เจ้าถิ่นไม่ได้มาแค่ขอคะแนนเดียว
จุดเปลี่ยนของครึ่งแรกเกิดหลัง โอโรซ โดนแจกใบเหลืองนาที 32 ก่อนที่นาที 34 ผู้ตัดสินชี้จุดโทษให้โอซาซูน่า จากจังหวะที่ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ทำฟาวล์ในกรอบ และ VAR ยืนยันคำตัดสินแบบชัดเจน ผลคือ บูดิมีร์ รับหน้าที่ยิงไม่พลาดนาที 38 ส่งโอซาซูน่านำ 1-0 แล้วคุมอารมณ์เกมด้วยวินัยเกมรับที่แน่นจนจบครึ่งแรก
ครึ่งหลัง
กลับมาครึ่งหลัง เรอัล มาดริดเร่งเครื่องทันที วินิซิอุสได้โอกาสยิงในกรอบนาที 56 แต่โดนบล็อก ก่อนทีมเยือนจะปรับหมากนาที 64 ส่ง เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ กับ บราฮิม ดิอาซ ลงมาเติมสปีดเกมรุก หวังเพิ่มความหลากหลายริมเส้นและบอลทะลุช่อง
ฝั่งโอซาซูน่าก็แก้เกมสู้ เปลี่ยนตัวต่อเนื่องเพื่อเติมพลังและความดุดันในจังหวะสวนกลับ เกมเริ่มเดือดขึ้น มีใบเหลืองของ มอนกายโอล่า นาที 66 แล้วจังหวะสำคัญมาถึงนาที 73 เมื่อ เฟเดริโก บัลเบร์เด เปิดบอลเข้าพื้นที่อันตรายให้ วินิซิอุส ยิงจ่อ ๆ ตรงกลางประตูตีเสมอ 1-1 กลายเป็นช่วงที่ราชันเหมือนจะกลับมาได้
แต่ช่วงท้ายเกม โอซาซูน่ามีวินัยและใจถึงกว่า นาที 90+1 ราอูล การ์เซีย ซัดระยะเผาขนเข้ากลางประตูจากแอสซิสต์ของ ราอูล โมโร ก่อน VAR จะเช็กแล้วให้ประตูยืน ส่งเจ้าถิ่นปิดเกม 2-1 แบบแทงใจทีมเยือนเต็ม ๆ

รายชื่อนักเตะตัวจริง คะแนน นักเตะเด่น และการเปลี่ยนตัว
โอซาซูน่า ระบบ 4-2-3-1
ผู้รักษาประตู
- เซร์คิโอ เอร์เรรา – 7.5
กองหลัง
- ฆาบี กาลัน – 7.4
- ฆอร์เก้ เอร์รานโด – 6.8
- อเลฆานโดร คาเตนา – 6.7
- วาเลนติน โรซิเยร์ – 6.6
กองกลาง
- ลูคัส ตอร์โร – 7.0
- จอน มอนกายโอล่า – 6.6
- ราอูล การ์เซีย หัวหน้าทีม – 7.1
- ไอมาร์ โอโรซ – 6.1
- อิเกร์ มูนญอซ – 7.4
กองหน้า
- อันเต้ บูดิมีร์ – 7.4
นักเตะโดดเด่น
- เซร์คิโอ เอร์เรรา คือตัวกันไฟของจริง เซฟจังหวะสำคัญหลายครั้งพาทีมอยู่ในเกมจนถึงวินาทีสุดท้าย
- ราอูล การ์เซีย เด็ดขาดในช่วงชี้เป็นชี้ตาย ซัดชัยพร้อมยกระดับความคมของเกมสวนกลับ
การเปลี่ยนตัว
- นาที 66 อาเบล เบรโตเนส – 6.0 ลงแทน ราอูล การ์เซีย
- นาที 67 ราอูล การ์เซีย เด ฮาโร – 7.8 ลงแทน บูดิมีร์
- นาที 71 อิเกร์ มูนญอซ – 6.5 ลงแทน ไอมาร์ โอโรซ
- นาที 83 อินญิโก อาร์กีบีเด – 6.6 ลงแทน โรซิเยร์
- นาที 83 ราอูล โมโร – 7.1 ลงแทน มอนกายโอล่า
เรอัล มาดริด ระบบ 4-4-2
ผู้รักษาประตู
- ติโบต์ กูร์กตัวส์ – 5.3
กองหลัง
- ดานี การ์บาฆาล – 6.7
- ราอูล อเซนซิโอ – 6.5
- ดาวิด อลาบา – 6.9
- อัลบาโร การ์เรราส – 6.6
กองกลาง
- เฟเดริโก บัลเบร์เด – 7.5
- โอเรเลียง ชูอาเมนี – 7.2
- เอดูอาร์โด กามาวิงก้า – 7.2
- อาร์ดา กือแลร์ – 7.0
กองหน้า
- คีลิยัน เอ็มบัปเป้ – 6.5
- วินิซิอุส จูเนียร์ – 8.3
นักเตะโดดเด่น
- วินิซิอุส จูเนียร์ อันตรายสุดของราชัน ยิงตีเสมอและปั่นป่วนแนวรับตลอด
- บัลเบร์เด คือคนปั้นเกมหลัก แอสซิสต์ให้ประตู 1-1 และเป็นเครื่องยนต์ของทีม
การเปลี่ยนตัว
- นาที 64 เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ – 5.9 ลงแทน การ์บาฆาล
- นาที 64 บราฮิม ดิอาซ – 6.7 ลงแทน กามาวิงก้า
- นาที 75 กอนซาโล การ์เซีย – 6.6 ลงแทน บัลเบร์เด
- นาที 82 ดานี เซบายอส – 5.9 ลงแทน กือแลร์
สภาพทีมก่อนแข่ง
โอซาซูน่า ขาด อิเกร์ เบนิโต และ ฟลาวิยอง โบโยโม
เรอัล มาดริด ขาด เอแดร์ มิลิเตา, จูด เบลลิงแฮม, ดีน ฮุยเซน และ โรดรีโก้ ยังไม่นิ่งมีสถานะน่ากังวล
วิเคราะห์บอลการรุกและการรับ
เกมนี้ถ้าจะสรุปแบบถึงพริกถึงขิง บ้านกีฬา มองว่าแผนของโอซาซูน่าชนะด้วยความเป็นทีมมากกว่า พวกเขาวาง 4-2-3-1 ที่เน้นบล็อกต่ำแต่ไม่ยอมตายรัง ใช้ตอร์โรกับมอนกายโอล่าคุมพื้นที่หน้าแผงหลัง ปิดช่องแทงทะลุของมาดริด แล้วปล่อยให้ตัวรุกวิ่งตัดหลังทันทีที่แย่งบอลได้ จุดเด่นคือการเลือกจังหวะสวนกลับที่คมและกล้าพุ่งเข้าพื้นที่โทษ จนบีบให้กูร์กตัวส์พลาดจังหวะจนเสียจุดโทษ
ฝั่งเรอัล มาดริดครองบอลและเดินเกมเป็นหลักตามสไตล์ แต่การบุกส่วนใหญ่หนักไปทางการครอสและการโยนเข้ากลางมากเกินไป ทำให้โอซาซูน่าอ่านเกมรับได้ง่าย แม้จะมีการปรับส่งเทรนต์กับบราฮิมลงมาเพิ่มคุณภาพบอลสุดท้ายและการเล่นริมเส้น แต่ปัญหาคือจังหวะเข้าทำยังขาดความเฉียบในพื้นที่แคบ เอ็มบัปเป้โดนบล็อกหลายครั้ง และเมื่อเกมไหลไปถึงช่วงท้าย แผงหลังราชันเริ่มเปิดพื้นที่เพราะดันสูง โอซาซูน่าเลยใช้ความสดของตัวสำรองเล่นงานเต็ม ๆ จนได้ประตูชัยในช่วงที่มาดริดเผลอเพียงเสี้ยววินาที

สถิติการแข่งขัน
รูปเกมสะท้อนชัดว่าเรอัล มาดริดเป็นฝ่ายคุมบอลแบบขาดลอย ครองบอล 81 เปอร์เซ็นต์และจ่ายบอลมากกว่าอย่างเห็นได้ชัดที่ 509 ครั้ง พร้อมความแม่นยำ 90 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่โอซาซูน่าครองบอลเพียง 19 เปอร์เซ็นต์และจ่ายบอล 344 ครั้ง แต่ความต่างอยู่ที่ประสิทธิภาพในพื้นที่อันตราย ทั้งสองทีมยิงรวมกันเท่ากันที่ 14 ครั้ง โอซาซูน่ายิงเข้ากรอบ 4 ส่วนมาดริดเข้ากรอบ 5 มาดริดได้เตะมุมมากกว่า 7 ต่อ 3 และมีล้ำหน้าถึง 2 ครั้ง ขณะที่โอซาซูน่าไม่ล้ำหน้าเลย เกมนี้ยังเดือดในแง่การปะทะ โอซาซูน่าฟาวล์ 17 ครั้งมากกว่ามาดริดที่ 9 ครั้ง ใบเหลืองรวมมาดริดมากกว่า 4 ใบ ส่วนโอซาซูน่า 2 ใบ และไม่มีใบแดงทั้งคู่
เหตุการณ์สำคัญ
- 🟨 นาที 32 ไอมาร์ โอโรซ โดนใบเหลือง
- 🟦 นาที 35 ผู้ตัดสินให้จุดโทษ โอซาซูน่า
- 🟨 นาที 37 ติโบต์ กูร์กตัวส์ โดนใบเหลือง
- ⚽ นาที 38 โอซาซูน่า ขึ้นนำ 1-0 อันเต้ บูดิมีร์ ยิงจุดโทษ
- 🔁 นาที 64 เรอัล มาดริด เปลี่ยน เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ลงแทน การ์บาฆาล
- 🔁 นาที 64 เรอัล มาดริด เปลี่ยน บราฮิม ดิอาซ ลงแทน กามาวิงก้า
- 🟨 นาที 66 จอน มอนกายโอล่า โดนใบเหลือง
- 🔁 นาที 66 โอซาซูน่า เปลี่ยน อาเบล เบรโตเนส ลงแทน ราอูล การ์เซีย
- 🔁 นาที 67 โอซาซูน่า เปลี่ยน ราอูล การ์เซีย เด ฮาโร ลงแทน บูดิมีร์
- 🔁 นาที 71 โอซาซูน่า เปลี่ยน อิเกร์ มูนญอซ ลงแทน โอโรซ
- ⚽ นาที 73 เรอัล มาดริด ตีเสมอ 1-1 วินิซิอุส จูเนียร์ ยิงจากการเปิดของ บัลเบร์เด
- 🔁 นาที 75 เรอัล มาดริด เปลี่ยน กอนซาโล การ์เซีย ลงแทน บัลเบร์เด
- 🔁 นาที 82 เรอัล มาดริด เปลี่ยน ดานี เซบายอส ลงแทน กือแลร์
- 🔁 นาที 83 โอซาซูน่า เปลี่ยน อินญิโก อาร์กีบีเด ลงแทน โรซิเยร์
- 🔁 นาที 83 โอซาซูน่า เปลี่ยน ราอูล โมโร ลงแทน มอนกายโอล่า
- 🟨 นาที 84 เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ โดนใบเหลือง
- 🟨 นาที 88 วินิซิอุส จูเนียร์ โดนใบเหลือง
- ⚽ นาที 90+1 โอซาซูน่า นำ 2-1 ราอูล การ์เซีย ยิงระยะเผาขน แอสซิสต์ ราอูล โมโร VAR เช็กแล้วให้ประตู
- 🟨 นาที 90+3 ดาวิด อลาบา โดนใบเหลือง
Player of the match
รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมตกเป็นของ วินิซิอุส จูเนียร์ คะแนน 8.3 แม้มาดริดจะแพ้ แต่เขาคือคนที่สร้างความแตกต่างมากที่สุดในเกมรุก ยิงประตูตีเสมอ 1-1 และเป็นตัวปั่นเกมที่ทำให้แนวรับโอซาซูน่าต้องถอยลึกตลอดครึ่งหลัง เรียกได้ว่าเป็นคนที่ทำให้ราชันมีความหวังจนถึงวินาทีท้าย ก่อนจะโดนทีเด็ดเจ้าถิ่นปิดบัญชี

สถานการณ์ในตารางคะแนนลาลีกา
ผลนัดนี้ทำให้เรอัล มาดริดยังนำจ่าฝูงด้วย 60 คะแนนจาก 25 นัด แต่ช่องว่างเริ่มบางลงทันที เพราะอันดับ 2 อย่างบาร์เซโลน่ามี 58 คะแนนจาก 24 นัด นั่นหมายความว่าแรงกดดันที่หัวตารางกลับมาเต็ม ๆ ส่วนโอซาซูน่าขยับยืนโซนกลางตารางอันดับ 9 มี 33 คะแนนจาก 25 นัด เป็นชัยชนะที่เพิ่มความมั่นใจและช่วยให้การลุ้นอันดับที่ดีกว่าเดิมยังมีไฟต่อเนื่อง
ตารางบอลลาลีกานัดถัดไป
สำหรับคิวต่อไป โอซาซูน่ามีเกมเจอ บาเลนเซีย วันที่ 1 มีนาคม 2026 และต่อด้วยดวล มายอร์ก้า วันที่ 7 มีนาคม 2026 ขณะที่เรอัล มาดริดมีโปรแกรมใหญ่ในยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก พบ เบนฟิก้า วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2026 ก่อนกลับมาเล่นลีกเจอ เกตาเฟ่ วันที่ 3 มีนาคม 2026 นี่คือช่วงที่ โปรแกรมบอล ถี่และโหด ใครพลาดอีกอาจโดนลากลงจากโซนบนได้แบบไม่ทันตั้งตัว
ติดตามบ้านผลบอลที่ บ้านกีฬา
ใครไม่อยากพลาดจังหวะเดือดแบบนี้ ติดตามอัปเดต บ้านผลบอล ได้ที่ บ้านกีฬา ครบทั้งรายงานหลังเกม วิเคราะห์เกมเดือด และสรุปทุกแมตช์ให้แบบถึงอารมณ์

